“กวาง ฟ้ารุ่ง” วิเคาะห์ “นิ้ง โศภิดา” มงลงหรือเปล่า?

เป็นว่าที่เจ้าสาวคนต่อไปของวงการ สำหรับ กวาง ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม ล่าสุดเจ้าตัวควงว่าที่ที่เจ้าบ่าวมาเปิดใจผ่านทางรายกาย คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีธัญญ่า ธัญเรศ และหนิง ปณิตา เป็นพิธีกร

เห็นว่ากำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์เร็วๆนี้ มีเตรียมตัวยังไงบ้าง?

กวาง : ก็จริงๆตอนนี้ยังวุ่นอยู่เลยค่ะ มีการเตรียมหลายๆอย่าง แล้วก็ส่วนมากก็จะเป็นแขกของคุณแอนดี้ที่มาจากต่างประเทศค่ะ

ย้อนกลับไปในสมัยประกวดนางงามหน่อย ผลตัดสินออกมาว่าเราพลาดมง รู้สึกยังไงบ้าง?

กวาง : ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าเราทำดีที่สุดแล้ว แล้วก็ตั้งความหวังไว้ว่าให้คนไทยมีความสุข มีรอยยิ้มซึ่งเราก็ทำได้สเต็ปนึงแล้ว แต่พอมันไม่เข้าเราก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันค่ะ จริงๆทุกวันนี้ยังไม่กล้าดูเลยนะ โอเคมันอาจจะดีขึ้นแล้วแหละ แต่ว่าสมัยก่อนเรารู้สึกว่า เป็นข้อผิดพลาดของตัวเอง ก็นำข้อผิดพลาดเหล่านั้นมาบอกกับน้องๆ รุ่นต่อมาว่า ต้องเตรียมตัวยังไง ทำแบบไหน ให้ตัวเองเป็นจุดที่น่าสนใจแล้วก็เข้ารอบลึกๆได้

เห็นว่า “นิ้ง โศภิดา” ก็เป็นลูกศิษย์ของ “กวาง ฟ้ารุ่ง” ด้วยเหมือนกัน?

กวาง : อ๋อค่ะ คือกวางมีสถาบันสอนเกี่ยวกับบุคลิกภาพค่ะ แล้วน้องนิ้งก็มาเรียน ตั้งแต่ก่อนประกวด Miss Universe Thailand อีก ประมาณ 6-7 เดือนเลย ซึ่งน้องนิ่งเขาก็มีความฝันว่าอยากจะเป็น Miss Universe Thailand เขาก็ถามว่าต้องทำยังไงบ้าง ก็เลยบอกเขาว่า มันก็จะต้องเริ่มเรียนจากบุคคลิกภาพก่อน แล้วเขาก็มาเริ่มเรียนเลยค่ะ ตั้งแต่ฝึกการใส่รองเท้าส้นสูง ต่างๆนานามาจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ

คิดว่า “นิ้ง โศภิดา” จะสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบไหน?

กวาง : อันนี้มันน่าสนใจมาก พอกวางรู้ว่าประกวดที่เมืองไทยมันก็น่าสนุกแล้ว เพราะว่าแฟนคลับคนไทยน่าจะเยอะแล้วก็เป็นที่น่าจับตามองอย่างแน่นอน แล้วน้องนิ้งเนี่ยเขามีข้อดีตรงที่ว่า เขาเป็นคนที่มีความอดทนสูงมากๆ และเขาก็พัฒนาตนเองได้เร็วมากๆด้วย ถ้าทุกคนสังเกตคือตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งมาเนี่ยจะมีกระแสลบค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แต่สิ่งที่กวางสัมผัสได้กับน้องคือ น้องเป็นคนที่ตั้งใจมากๆ แล้วเขาก็พร้อมที่จะพัฒนาตนเองเสมอ และเขาก็ไม่เคยย่อท้อ พยายามทำให้ตนเองดีที่สุด

แล้วคิดว่ามงจะลง “นิ้ง โศภิดา” หรือเปล่า?

กวาง : ลุ้นค่ะ ลุ้นมากๆเลยค่ะ

คิดว่าทุกวันนี้ความงามของนางงามเปลี่ยนไปตามยุคสมัยหรือเปล่า?

กวาง : เปลี่ยนค่ะ คือสมัยก่อนจะบอกว่า ความงามจากภายนอกต้องนำมาก่อน แต่สมัยนี้ มันมีเรื่องของบุคลิกภาพภายในเข้ามาด้วย คือเรื่องของหลักการความคิด ซึ่งน้องนิ้งเนี่ยเขามีหลักการความคิดภายในที่ดีมากๆ แล้วเขาเป็นคนที่สู้คน รวมถึงเขาเป็นคนมีประสบการณ์แล้วก็มาอะแดปตัวเองให้มีพลังในด้านบวกขึ้นเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ย Miss Universe เอง ก็กำลังมองหาผู้หญิงในการสร้างความงดงามแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่รูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความคิดภายในด้วยค่ะ

ถามถึงเราบ้าง จากนางงาม มาเป็น “นางเอก” เล่นละครดังมากๆด้วย?

กวาง : ก็บู๊เลยค่ะ เล่นเสาร์ 5 ของอาฉลอง ภักดีวิจิตร ก็เล่น 2 ภาคเลย คือต้องบอกว่าพอเราเป็นนางงามแล้วเนี่ย Pattern ตอนนั้นก็จะได้ต้องเล่นละคร ตอนนั้นก็เล่นคู่กับพี่เอก รังสิโรจน์ ซึ่งก็บู๊หนักมากๆเลยค่ะ ก็รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสได้เล่นตรงนั้นค่ะ

เป็นดาราดัง แล้วอยู่ๆ ทำไมถึงหายจากวงการไปเลย?

กวาง : คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่กวางได้มีโอกาสเจอกับ โมเดลลิ่งเอเจนซี่ต่างประเทศ คือกวางทำนางแบบก่อนแล้วก่อนที่จะมาเป็นนักแสดง แต่พอได้ตำแหน่งก็มีเอเจนซี่เข้ามาทาบทาม ว่าอยากไปเดินแบบต่างประเทศไหม เราก็แอบกลัวๆแล้วอีกอย่างนึงคือเรายังไม่เคยไปต่างประเทศเลย แต่ตอนนั้นก็ตัดสินใจไปที่ฮ่องกงก่อน เพราะว่าอยู่ใกล้ๆ แล้วก็คิดว่ามันมีโอกาสที่ดีแล้ว เราก็น่าจะลองทำสิ่งใหม่ๆบ้าง แล้วเราก็จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆด้วย

แล้วมาเจอกับแฟนคนนี้ได้ยัง?

กวาง : อาจจะคิดว่า นายแบบกับนางแบบก็น่าจะเจอกันอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย เจอกันทาง Hi5 ค่ะ ซึ่งนานมากค่ะ มันก็จะเป็นเหมือน Facebook นี่แหละ เขาก็เข้ามาทักแบบเป็น Friend กันอะไรแบบนี้ อินบ็อกส่งอีเมลมาให้ แต่ก็แอบเห็นว่ามีสาวๆเข้ามาเม้นเต็มเลย เราก็เลยรู้สึกว่าเขาน่าจะมีผู้หญิงเยอะแน่เลย ก็ไม่สนใจ ไม่ได้ตอบกลับ แต่หลังจากนั้นเขาก็ทักมาบ่อยๆ ก็เลยแอดเข้าไปแล้วมีโอกาสได้คุยกัน เป็นเพื่อนอยู่ประมาณ 3 ปีค่ะ โดยที่ไม่เจอหน้ากันเลย ไม่เคยแบบนัดไปทานข้าวหรือว่ายกหูโทรศัพท์คุยกันเลย จะคุยแบบแชทกันตลอด

อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องนัดเจอกัน?

กวาง : ก็คือพอวางไปทำงานที่ต่างประเทศเนี่ย เราคุยกับเขาแล้วเขาก็มีประสบการณ์ในการทำงานต่างประเทศมาก่อน เขาก็จะคอยบอกเรา แบบให้อดทนนะ ให้คำปรึกษาเรามาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าเราสามารถคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง แล้วเขาก็รู้เรื่องของเราหมดเลยนะ ตั้งแต่สมัยแบบมีแฟนเก่าอะไรแบบนี้ เพราะว่าด้วยความที่เราไม่เคยเจอหน้าเขาไงคะ ก็คุยกันทุกเรื่อง เราก็รู้สึกว่าคนนี้เป็นเพื่อนเราคนหนึ่ง เป็นเหมือนเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เขาก็จะให้คำแนะนำแบบผู้ชายนะ แล้วให้เรามองอีกมุมมองนึงค่ะ

เจอกันครั้งแรก รู้สึกชอบเลยไหม?

กวาง : เขินมากกว่าค่ะ คือในระยะเวลา 3 ปีเนี่ย เราคุยกันทุกเรื่อง แต่พอมาเจอหน้ากัน เรารู้สึกเหมือนแบบเหมือนเราเพิ่งเคยเจอคนนี้แบบเต็มๆอ่ะ คือใน 3 ปีเขาเป็นผู้ชายเขาก็ต้องมียอดแล้วบ้านอยู่แล้วแหละ แต่เราก็วางตัวกันแบบเป็นเพื่อนกันมาตลอดอะไรแบบนี้ ไม่ได้มีการที่แบบก้าวก่ายกันหรือว่าลึกซึ้งอะไรกันมากมาย ก็เลยรู้สึกว่าเราสบายใจที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่า แต่ตอนที่เจอกันมันมีความรู้สึก ที่มากกว่าเพื่อนแล้วแหละ

หลังจากนั้น ใช้เวลานานไหมกว่าจะตัดสินใจเป็นแฟนหรือคบกัน?

กวาง : จริงๆหลังจากที่ตัดสินใจเจอกันก็ไม่กี่เดือนค่ะ ก็รู้สึกว่าเราอินเลิฟกับคนนี้แล้วแหละ เพราะว่าเราเรียนรู้กันมาก่อนยาวนานแล้ว เรารู้ว่าเขาเป็นยังไง เรารู้ว่าเขาต้องการอะไรในอนาคต ในชีวิต แล้วเขาก็รู้ว่าเราต้องการอะไร เราเป็นแบบไหนอะไรแบบนี้ค่ะ

ตอนโดนขอแต่งงาน แล้ววินาทีที่เราตอบตกลง รู้สึกยังไงบ้าง?

กวาง : รู้สึกอึ้งมากค่ะ ตื่นเต้นด้วยค่ะช่วงนั้น แล้วกวางก็นั่งแบบนิ่งมาก แล้วเขาก็ถามว่าสรุปแล้วจะแต่งไหมเนี่ย ยูจะแต่งไหมอะไรแบบนี้ค่ะ มันเป็นโมเม้นที่แบบจริงๆแล้วคือเติบโตกันมาเรื่อยๆ เราสร้างบริษัทด้วยกัน มีการทำงานร่วมกัน คือคุณแอนดี้เนี่ยเป็นมากกว่าแฟน มากกว่าคนรักคนหนึ่ง แต่เปรียบเสมือนครอบครัว ที่เขาให้ความอบอุ่นทางใจเรามาตลอด เรารู้สึกว่าคนนี้แหละ ที่เราอยู่ด้วยแล้วรู้สึกปลอดภัยค่ะ

งานแต่งงานเห็นว่า จะปิดรีสอร์ทริมทะเลแต่งเลย จริงหรือเปล่า?

กวาง :ก็ด้วยความที่แขกของคุณแอนดี้ มาจากต่างประเทศก็ค่อนข้างเยอะด้วย เราก็ต้องมีการรับรองตรงนี้อ่ะค่ะเลยอยากให้ทุกคนมีความสุขก็เป็นแบบนั้นเลยค่ะ แขกในงานทั้งหมดก็ประมาณ 100 กว่าคนค่ะคือจริงๆจะเป็นการรับรองทางต่างประเทศค่อนข้างเยอะมากกว่าแล้วมันเป็นช่วงที่แบบสิ้นปีพอดีค่ะทุกคนในครอบครัวก็จะได้มาอยู่พร้อมหน้ากันด้วยค่ะ ติดตามรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31Facebook Page : คุยแซ่บShow

Share Button