ดร.เชาว์วัจน์ เผย! ทำธุรกิจให้ก้าวหน้า ภาษาคือทักษะที่จำเป็น

ยุคที่มีการทำธุรกิจระหว่างประเทศอย่างในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า ชาวต่างชาติต่างให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทยในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน ที่ถือว่าเป็นตลาดสำคัญและใหญ่ที่สุดในยุคนี้ ต่างเข้ามาประกอบธุรกิจหลากหลายรูปแบบในประเทศไทย ทั้งนักธุรกิจชาวไทยเองต่างก็เล็งเห็นตลาดใหญ่ที่เป็นขุมพลังแห่งเม็ดเงินของชาวจีนเช่นกัน 

ดร. เชาว์วัจน์ พาณิชย์เสรีวิศิษฐ์  เจ้าของ สำนักกฎหมาย อิตตัลไทย (www.italthailawfirm.com) ที่เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจด้านกฎหมาย เพื่อให้บริการกับชาวต่างชาติและกลุ่มคนไทย ซึ่งดร. ได้เปิดเผยถึงความสำคัญในการทำธุรกิจในยุคนี้ให้สำเร็จนั้น นอกจากความเชี่ยวชาญหรือองค์ความรู้เฉพาะด้านนั้นคงไม่เพียงพอ ต้องมีความรู้และทักษะที่ดีทางด้านภาษา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกลสำคัญในการทำธุรกิจในยุคนี้

“ผมมองว่ายุคนี้ถือเป็นยุคที่ ชาวจีนคือตลาดใหญ่ที่ใครๆ ก็มุ่งไป และเขาเองก็ตรงมาที่ประเทศเรามาก  ความสำคัญของการที่เราจะประกอบธุรกิจในยุคนี้มันไม่ใช่แค่องค์ความรู้เฉพาะด้านที่เรามีแล้ว เช่น ด้านกฎหมาย ด้านธุรกิจ ด้านวิศวะ  หรืออื่นๆ ตอนนี้ภาษาคือสิ่งสำคัญครับ  มันจะเป็นตัวช่วยเราให้ก้าวไปได้อย่างดี  ตัวอย่างเช่นธุรกิจของผมนี้ ให้บริการด้านกฎหมายธุรกิจ คดี รวมถึงบัญชี การเงิน ถ้าผมมีความเชี่ยวชาญแค่สิ่งที่กล่าวมา คงลำบากในการทำงาน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของผมคือคนจีนเป็นหลัก ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ผมใช้ภาษาจีนที่ผมถนัดในการให้บริการ พร้อมเป็นสื่อกลางให้กับเขา  ซึ่งมองเห็นจริงๆ ว่าจำเป็นมากในยุคนี้ และเป็นหลักที่ทำให้งานของผมไปได้ด้วยดี”

“ ผลที่ได้รับคือพอใจเพราะลูกค้าไว้ใจ เราเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ เราสื่อสารกับเขาได้ เราแก้ปัญหาให้เขาได้ ทำให้เขาเชื่อมั่นในความเป็นผมและธุรกิจของผม  ผมถือว่าภาษาเป็นเรื่องสำคัญมากๆ แล้วภาษานี่ยิ่งใช้ยิ่งแข็งแรง ตอนนี้ผมมีลูกค้าที่ดูส่วนมากเป็นกลุ่มนักธุรกิจจีน และเน้นที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์  มีหลายโครงการที่ดูแลทางด้าน กฎหมายธุรกิจให้เขา ที่ผ่านมา ทีซีกรีน พระราม 9  และที่กำลังทำอยู่ one 9 Five asoke rama9  JRY rama 9 Condominium  และที่เป็นโครงการใหญ่ อย่าง ทรัสซิตี้ บางนา  ซึ่งโครงการเหล่านี้ เป็นโครงการที่ร่วมทุนระหว่างไทยจีนทั้งหมด ซึ่งผมก็เข้าไปดูแลเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมา  อย่างที่ผมบอกนั่นแหละว่า ยุคนี้มันเป็นยุคที่ไม่มีขอบเขตของการทำธุรกิจ ผมถือว่าบริษัทของผมก็ค่อนข้างได้เปรียบ เพราะโชคดีที่เราสื่อสารภาจีนได้ พอโอกาสเหล่านี้เข้ามา มันก็เข้าทางเรา”

          คนไทยเองต้องตื่นตัวเรื่องนี้ เพราะถือเป็นโอกาส

“ผมมองว่ายุคนี้เราต้องตื่นตัวและ ผมเชื่อว่าทุกคนก็คิดเช่นนั้น อย่างที่ผมบอกว่าตลาดจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ มีเม็ดเงินมาก  เพราะฉะนั้นคนไทยเองหลายๆ คนก็มุ่งที่จะไปทำธุรกิจกับคนจีน  เช่น เราอยากขายของให้กับคนจีน ถ้าเราได้ภาษาก็ได้เปรียบ สื่อสารกันง่าย ทำงานง่าย ราบรื่น นอกจะรู้ภาษาแล้ว ก็ต้องเข้าใจกลยุทธ ขั้นตอนต่างๆ ในการที่จะทำธุรกิจกับเขาด้วย ซึ่งมันก็มีขั้นตอนต่างๆ หลายด้าน โดยเฉพาะด้านกฎหมายธุรกิจ ซึ่งตอนนี้ ทางสำนักกฎหมายของผมก็ขยายงานมาทำตรงนี้ด้วย เพื่อบริการคนไทยที่จะไปทำธุรกิจกับต่างชาติ เราให้คำปรึกษาและอบรม รวมถึงจัดการด้านต่างๆ ให้ ในเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย”

“สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อและทำให้องค์กรผมก้าวมาได้ คือ ไม่ใช่แค่ความรู้เพียงด้านเดียว แต่ต้องรอบด้าน เพราะโลกมันเปลี่ยน ทุกวันสังคมมันเปลี่ยนไปทุกๆ วัน เราจำเป็นต้องก้าวให้ทัน  เมื่อก่อนเราอาจจะทำธุรกิจ ค้าขายกันแค่ในประเทศของเรา แต่ตอนนี้มันมีการขับเคลื่อน มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแส รู้ภาษาไว้เหมือนติดปีก”

ซึ่งถือเป็นคำแนะนำจากประสบการณ์จริงในการประกอบธุรกิจ ที่เรียกว่าได้ผลดีเกิดขาด เพราะมาจากความพร้อมทางทักษะ ความสามารถในหลากหลายด้าน ที่พร้อมจะหยิบมาใช้ได้ทุกเมื่อยามที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลง

Share Button

ใส่ความเห็น