“ต๊อบ-สหัสชัย” ชุมรุม “จางซูเหลียง” แห่ง “เล็บครุฑ

ต๊อบ-สหัสชัย ชุมรุม นักแสดงมากฝีมือที่ฝากผลงานมาแล้วมากมาย ทั้งภาพยนตร์ ละคร และมิวสิควิดีโอในตำนาน “เธอปันใจ” ฝีมือด้านการแสดงไม่ธรรมดา ถูกจับตามองมาตลอด ล่าสุดได้รับเทียบเชิญจากผู้จัดฯ ผู้กำกับฯ ฝืมือเยี่ยม โอริเวอร์ บีเวอร์ แห่งไนน์บีเวอร์ฟิล์ม ให้มารับบทเด่น “จางซูเหลียง” ในละครบู๊แอ๊คชั่นฟอร์มยักษ์แห่งปี “เล็บครุฑ” ที่กำลังออกอากาศโกยเรตติ้งพุ่งๆ ให้ที่วิกเจ็ดสีอยู่ในขณะนี้

            “จางซูเหลือง” ตัวละครในตำนานแห่งบทประพันธ์ “เล็บครุฑ” ที่นักเขียนระดับปรมาจารย์ พนมเทียน บรรจงเขียนไว้ให้โลกจารึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างของสมาคมสิ่งเอ็ง หรือ เล็บครุฑ ผู้ร้ายตัวพ่อที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า แต่เมื่อใดที่ต้องปรากฏตัวต่อหน้าสมาชิกของสมาคมสิ่งเอ็ง เขาจะสวมหน้ากาก เพื่อปิดบังใบหน้า เสียงที่เปล่งออกมาจะถูกบิดเบือนด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จนใครได้ฟังแล้วถึงกับขนลุก เขามีบุคลิกที่เย็นชา ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้ใครเห็น นอกจากความเหี้ยมโหด เป้าหมายของจางซูเหลียงคือรวบรวมชิ้นส่วนนกอินทรี ซึ่งแท้จริงแล้วมีห้าชิ้น ส่วนชิ้นที่หกคือตัวเขาเอง ซึ่งเป็นคนเดียว ที่จะทำอุปกรณ์ชิ้นส่วนนกอินทรีเหล่านั้นทำงานได้ เมื่ออุปกรณ์ชิ้นนั้นทำงานได้ เป้าหมายต่อไปของเขาก็คือทำลายเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด เริ่มจากในประเทศไทยเป็นประเทศแรก

นี่คือคาแร็กเตอร์ที่ถูกเขียนไว้ในบทโทรทัศน์ จากปลายปากกาของ “ภูเขา” ที่นักแสดงหนุ่มใหญ่ ต๊อบ สหัสชัย เล่าถึงการมารับบท จางซูเหลียง ว่า

            “ครั้งแรกที่พี่เว่อร์ให้โอกาส รู้สึกตื่นเต้น เพราะว่าจริงๆ แล้วในชีวิตชอบตัวละครอยู่สองตัว ลักษณะคล้ายๆ กันคือ จางซูเหลียง และฟูมันยู สมัยก่อนมีภาพยนตร์สเปน เขาจะให้ไปเล่นตัวละคร ฟูมันยู แต่ไม่ผ่าน ความฝันตรงนั้นก็หายไป ประมาณสิบปีที่แล้วนะ พอมาเจอพี่เว่อร์ เขาก็บอกว่ามีตัว จางซูเหลียง ให้เล่น สนใจมั้ย ผมก็ตอบรับเลย จริงๆ แล้วได้ยินชื่อ จางซูเหลียง มานานแล้ว แต่ไม่เคยอ่านหนังสือนะ รู้แค่ว่า จางซูเหลียง เป็นสมุนสมัยท่านเหมาเจ๋อตุง ท่านเหมาเจ๋อตุง มีบารมีเยอะ มีสมุนเยอะ หนึ่งในนั้นก็คือ จางซูเหลียง

จางซูเหลียง มันเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกท่านประธานไล่ออกมาจากแผ่นดินใหญ่ แรงกดดันในเรื่องก็คือ เมื่อถูกไล่ออกมาแล้ว เขาต้องมาสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมา แรงกดดันคือจะทำอย่างไรให้ท่านประธานเห็นว่า เขาสร้างตัวเองขึ้นมาได้อย่างยิ่งใหญ่ มีลูกน้อง มีกิ่งก้านสาขา มีความทะเยอทะยานที่จะทำให้ตัวเองเป็นใหญ่ และท่านประธานได้เห็นความสามารถของเขา

จางซูเหลียง เป็นมนุษย์ที่ซ่อนความในใจไว้เยอะ เป็นคนที่ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ แต่ตัวจริงเป็นคนเปราะบางมาก จางซูเหลียง ไม่สามารถโชว์พาวได้ว่าตัวเองเปราะบางเหลือเกิน มีคฤหาสน์ใหญ่โต แต่อยู่คนเดียว ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยากอยู่ด้วย แต่ความรู้สึกในใจเหมือนว่า ฉันอยู่แบบนี้แล้วฉันมีความอำนาจมากกว่า และต่อรองอะไรได้เยอะ แต่ลึกๆ แล้ว ถ้าคุณเดินจากห้องนี้ไปอีกห้องหนึ่ง มันโคตรเหงา คนดูอาจจะสงสาร แล้วคนดูเห็นตัวตน จางซูเหลียง จริงๆ จะพบว่า มันน่าสงสาร มันถูกเนรเทศมา มันต้องยืนให้ได้”

แน่นอนว่าบทบาทสำคัญและหนักหน่วงขนาดนี้ ทำให้ ต๊อบ เกิดแรงกดดันอย่างมาก ถึงแม้จะในซีนนั้นๆ จะไม่มีบทพูดเลยก็ตาม!!!

“ยอมรับว่ากดดันมาก ด้วยบทที่คุณภูเขาเขียนมา คือ แม้ว่าจะไม่มีบทพูด แต่มีการแสดงสีหน้า ด้วยแววตา ด้วยรอยยิ้ม ด้วยจมูกที่ได้กลิ่น หรือแววตาที่ได้สัมผัสว่า ไอ้นี่โกงหรือกำลังทรยศ หรือยิ้มมุมปากเล็กๆ น้อยๆ แสดงว่า นี่คือความสำเร็จของฉัน หรือแบบฉันได้แล้ว บางทีถ้ามันมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ตรงนี้พี่เว่อร์ก็คอยดูตลอดเวลา”

แม้จะผ่านงานแสดงทั้งจอแก้ว และจอเงิน แต่สำหรับเขาแล้ว การทำการบ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก และจะไม่สร้างความเครียดให้กับตัวเอง ด้วยการเตรียมตัวทุกครั้งก่อนเข้าฉากอยู่เสมอ

“ทุกครั้งได้บทมา ผมจะมีกุศโลบายของตัวเองว่า ถ้ารู้เบรกดาวน์ปุ๊บ เราจะต้องมีการบ้านที่ต้องทำ เมื่อทำการบ้านเสร็จแล้ว เราก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนรอบข้างมีอินเนอร์เหมือนเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเป็น จางซูเหลียง ให้ได้ พอคนรอบข้างเห็นว่าเราเป็น จางซูเหลียง แล้วเขาก็อินเนอร์ในตัวเองละครของเขา อันนี้สำคัญ ยอมรับว่ามีเครียด เพราะว่าบางครั้งบางคราวที่ทีมงานบอกว่า “จางซูเหลียง อินคอนเสิร์ต” หมายถึง วันนั้นจะถ่าย จางซูเหลียง ทั้งวัน ที่เครียด เพราะถ้าเราไม่ทำการบ้านมาดี หรือไม่มีอินเนอร์ มันจะสร้างความกดดันให้กับบรรยากาศรอบข้าง ทำให้ทุกคนเครียด เราจะเครียดหนัก เพราะทุกคนนั่งรอเราอยู่คนเดียว นั่นคือความเครียดของตัวผม และนั่นทำให้ผมต้องทำการบ้านให้ดี ให้แน่น ทำให้คนอื่นเขาไม่เครียด เมื่อเขาไม่เครียด เราก็จะโฟลว”

ในเรื่องนี้นอกจากคนดูจะได้เห็น power ในตัวจางซูเหลียง คนดูจะค้นพบว่า จางซูเหลียง ก็จะเก่งในเรื่องการบู๊เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ ต๊อบ สหัสชัย บอกว่า

            “มันจะมีการบู๊ในตอนจบ ด้วยตัวของ จางซูเหลียง จะมีการฝึกเรื่องพลังกาย พลังจิต ภายใต้จิตสำนึก ทำให้คนอื่นได้เห็นพลังในตัวที่สามารถต่อสู้กับคนภายนอกได้ หรือบู๊กับคนหลายๆ คนได้ ซึ่งตอนจบคนดูจะได้เห็นความเก่งกาจของ จางซูเหลียง มีฉากบู๊หนักๆ ให้ดูด้วย”

ณ วันนี้ ต๊อบ สหัสชัย มุ่งมั่นและทุ่มเทในการเป็น “จางซูเหลียง” อย่างเต็มที่ โดยหวังว่าจะได้การตอบรับที่ดีจากคนดู รวมทั้งผลตอบรับในด้านอื่นๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตด้วย

            “ผมมีความฝันอยู่ว่าวันหนึ่งเราจะได้การตอบรับที่ดีจากคนดู ให้เขาได้เห็นว่าเราแสดงเป็นอย่างไร ในเมื่อผมมีโอกาส ผมต้องให้กับมันเต็มที่ เราทำการบ้านมาเป๊ะ จิตใจเราดี อินเนอร์เราออก ก็มีความคาดหวัง ใบหน้านี้ ดวงตานี้ มันอาจจะนำพาให้เราไปถึงอะไรสักอย่าง ถ้าได้มันก็เป็นความฝันแห่งความสำเร็จ ถ้ามันไม่ได้อย่างน้อยๆ มีแฟนคลับ มีงานให้ทำต่อไปครับ”

เราเชื่อว่าสักวันความฝันของเขาจะเป็นจริง!!! และอย่าลืมติดตามละครฟอร์มยักษ์แห่งปี “เล็บครุฑ” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook LIVE ทาง Official Fanpage BBTV Channel7  ตั้งแต่เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV  

Share Button