ปิดฉากประชุม ป่าไม้แห่งชาติ เร่งผลักดันกฎหมายคนอยู่ร่วมกับป่า

“นายจตุพร บุรุษพัฒน์” อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เป็นประธานในพิธีปิดและสรุปการจัดประชุมการป่าไม้ ประจำปี พ.ศ.2561 “การปฏิรูปป่าไม้แห่งชาติ” โดยมีรองอธิบดีศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการด้านป่าไม้ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมในพิธีปิดการประชุม ณ ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โอกาสนี้ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ยังได้ส่งมอบแว่นไม้ให้กับนายสุกิจ จันทร์ทอง รองผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ในฐานะเจ้าภาพในการจัดประชุมการป่าไม้ในปี 2562 ต่อไป

นายจตุพร บุรุษพัฒน์” เปิดเผยว่า เนื่องจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง  เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการป่าไม้ ประจำปี 2561 การปฏิรูปป่าไม้แห่งชาติ เพื่อหาแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาป่าไม้ไทยที่ปัจจุบันลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว สาระสำคัญการประชุมในครั้งนี้  คือ การระดมความคิดจากทุกภาคส่วนหน่วยงาน นักวิชาการ และองค์กรอิสระ เร่งหาข้อสรุปผลักดันการปฏิรูปประมวลกฎหมายป่าไม้เพื่อให้คนได้ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

ตามกรอบการปฏิรูปป่าไม้แห่งชาติ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้วางไว้เน้นพัฒนาป่าไม้ในเชิงรักษาพื้นที่เดิม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างรายได้ให้กับประชาชน “ต้องขอบอกว่า ไม่มีครั้งไหนที่เมืองไทยจะปฏิรูปป่าไม้ได้ยิ่งใหญ่เหมือนยุครัฐบาล คสช. เพื่อให้คนได้อยู่ร่วมกับป่า การจัดการป่าไม้เศรษฐกิจ ปรับระเบียบการทำงานเพื่ออนุรักษ์ รวมถึงการผลักดันประมวลกฏหมายป่าไม้ให้เป็นฉบับเดียวกัน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายต้องใช้ระยะเวลา และรวบรวมความคิดเห็นจากนักวิชาการ ภาคประชาชน ในทุกมิติ

ซึ่งจากการประชุมในครั้งนี้เราได้เห็นการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนที่มาร่วมเข้าประชุม เสนอความคิดให้คำแนะนำมากมาย ถือเป็นความสำเร็จและเป็นแนวทางในการพัฒนาป่าไม้ไทยให้ยั่งยืน พร้อมมีประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วน” นายจตุพร กล่าว  สำหรับการปฏิรูปป่าไม้แห่งชาติ  โดยผลสรุปการประชุมจะนำไปสู่แนวทางภาคปฏิบัติต่อไป ขณะนี้ต้องรักษาพื้นที่ป่าที่มีอยู่กว่า 102 ล้านไร่ให้มีสภาพสมบูรณ์ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ ภายในปี 2580 ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งนโยบายดังกล่าวต้องอาศัยเทคโนโลยี และเครือข่ายภาคประชาชน โดยครอบคลุมถึงการดูแลสัตว์ป่าและป่าชายเลนอย่างทั่วถึง ส่วนโครงสร้างพื้นฐานเช่น โรงเรียน โรงพยาบาล

Share Button