มิวสิควิดีโอ “MADE IN BONGKOT” ภารกิจส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้คนไทยมีพลังงานใช้ไม่สิ้นสุด

          “บงกช เมดอินบงกช” จะผลิต จะเจาะ จะเสาะหา ให้ทุกชีวิตได้ยิ้มออกจากเหนือไปจรดแดนใต้ ขวานทองฝั่งซ้ายสุดทิศตะวันออก ทุ่มเทแรงใจ ดูแลบงกชโดยคนไทย และเราจะทำต่อไปเป็นคำสัญญาที่อยากจะบอก….”

          ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงในมิวสิควิดีโอ“MADE IN BONGKOT” ที่เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตได้ไม่น้อยเมื่อ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.จัดทำและเผยแพร่ MV ดังกล่าวออนไลน์ ในโอกาสที่แหล่งบงกชแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญกลางอ่าวไทย ได้ดำเนินการผลิตมาจนครบ 25 ปีเต็มในปีนี้ โดยนอกจากจะมีความแปลกใหม่ในการทำเพลงด้วยการนำเอาวิธีการแรปที่ฮิตติดลมบนกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาผสานเข้ากับการร้องแบบโอเปร่า ที่ได้ “เจ เจตมนต์” และ “สันติ ลุนเผ่”มาฟีเจอริ่งกันแบบลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เนื้อหาสุดกินใจของเพลงนี้ยังสร้างมาจากเรื่องจริงแบบ Base on true story ของชาวแท่นบงกชอีกด้วย

          วันนี้เรามีโอกาสได้มาพูดคุยกับชาวบงกชตัวจริงเสียงจริงที่เรื่องราวของพวกเขาโลดแล่นอยู่ในเพลง “MADE IN BONGKOT” เชื่อว่าเมื่ออ่านเรื่องราวของพวกเขาแล้วก็จะเข้าใจได้ว่าภารกิจของพวกเขาไม่ใช่เพียงการส่งต่อพลังงานให้คนไทยได้ใช้อย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมงเท่านั้นแต่ยังทำให้คนไทยมีองค์ความรู้ในการเสาะหาพลังงานเป็นของตัวเองและส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองทางพลังงานได้อย่างยั่งยืนมาตลอด25 ปีที่ผ่านมา

          แหล่งบงกชในยุคบุกเบิกมี “โททาล” บริษัทน้ำมันชั้นนำของโลกจากฝรั่งเศสเป็นผู้ดำเนินการ โดยทีม ปตท.สผ. คนไทยถูกส่งไปเรียนรู้งานด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียมตามแหล่งต่าง ๆ ของโททาลทั่วโลกตั้งแต่เทคนิคทางวิศวกรรม การออกแบบโครงสร้าง การสำรวจ การเงินการบัญชีทรัพยากรบุคคล เพื่อกลับมาพัฒนาแหล่งบงกช


วุฒิพล ท้วมภูมิงาม

          เราเริ่มต้นพูดคุยกับ “วุฒิพลท้วม ภูมิงาม” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการผลิต ปตท.สผ.ว่าการเรียนรู้งานกับ “ฝรั่ง” เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายโดยมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอุปสรรคใหญ่และเป็นประสบการณ์ที่รุ่นบุกเบิกไม่เคยลืม

          “ปี 2532ผมได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าให้ไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศเพื่อกลับมาทำงานในโครงการบงกชตอนนั้นก็รู้สึกภูมิใจ เพราะว่ามีวิศวกรไทยที่ได้รับเลือกอยู่แค่สองคนผมเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากนั้นก็มีเวลาเตรียมตัวเพียง 2สัปดาห์ก่อนจะบินไปฝรั่งเศส ช่วงนั้นผมรับผิดชอบเรื่องของการออกแบบอุปกรณ์การผลิตหลังจากนั้น ก็ย้ายไปเรียนงานต่อที่สิงคโปร์ โดยดูเรื่องของรายละเอียดต่าง ๆบนแท่น รวม ๆ แล้ว 2 ประเทศ ใช้เวลาประมาณ 2 ปีงานด้านออกแบบก็จบ พร้อมสำหรับการสร้างแท่นและเริ่มปฏิบัติการในแหล่งบงกช”

          ทำไมเราต้องเรียนรู้จากต่างชาติ?“เมื่อก่อนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นวิทยาการค่อนข้างใหม่เรายังไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ตอนแรกที่รัฐบาลมอบหมายให้ ปตท.สผ.พัฒนาแหล่งบงกช จึงต้องส่งคนไปเรียนรู้กับฝรั่ง เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเราคนไทยจะได้ทำงานแทนที่พนักงานต่างชาติเหล่านั้นได้นับจากวันแรกที่แหล่งบงกชเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในปี 2536 ทีมงานปตท.สผ.ต้องเร่งเรียนรู้ Know-how จากโททาลก่อนจะรับโอนการเป็นผู้ดำเนินการ (Operatorship Transfer) ในอีก5 ปีต่อมาให้ได้

           โดยวุฒิพลเล่าถึงการทำงานใน 5 ปีแรกนั้นว่าผู้ปฏิบัติงานในยุคบุกเบิกส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตกกว่า 80%ซึ่งมีวัฒนธรรมการสอนงานที่แตกต่างจากชาวเอเชีย คือ เขาจะให้เราเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วยการสังเกตและจดจำ “เวลาฝรั่งเขาสอนงาน เขาไม่ได้สอนตรงๆ ก็ต้องอาศัยสังเกตเขาเวลาสั่งงาน บางทีเขาสั่งเลย ไม่ได้มาอธิบายว่าต้องทำอย่างไรซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือเราสามารถเรียนรู้งานได้ด้วยตัวเองข้อเสียคือมันอาจเสียเวลาหน่อยกว่าจะจับได้ถูกทาง บรรยากาศก็กดดันพอสมควรเพราะเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าอีก 5 ปี เราต้องเป็นผู้ดำเนินการเองต้องพยายามทำให้ได้ มันมีทั้งความทั้งผิดหวัง เสียใจ และก็สมหวัง ผสมกันตลอด 5ปีนั้น และในที่สุดเราก็ทำได้”การถ่ายโอนสิทธิการเป็นผู้ดำเนินการหรือ Operatorship Transfer ของแหล่งบงกช จาก     โททาลเป็นปตท.สผ. ที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีในปี พ.ศ. 2541 จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าคนไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้ดำเนินงานด้านสำรวจและผลิตในฐานะผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซฯ ได้ด้วยตนเอง จากจุดเริ่มต้นที่เรียนรู้จากโททาลเมื่อได้มาเป็นผู้ดำเนินการเอง เราได้มีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ซึ่งตลอด 25 ปี แหล่งบงกชทำหน้าที่เป็นสถาบันแห่งการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทยและผลิต “นักเรียน” ไปแล้วหลายรุ่นผสมผสานความรู้จากคนต่างยุคสมัยเข้าด้วยกันดังนั้นนอกจากจะเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้แล้ว ที่แห่งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการ“ส่งต่อ” องค์ความรู้อีกด้วย


ประทีป มหาสวัสดิ์

          “ประทีป มหาสวัสดิ์”ผู้จัดการแท่นผลิตบงกชเหนือ ปตท.สผ. เขาใช้เวลา 21 วันไปกับการทำงานเพื่อบริหารจัดการแท่นบงกชให้สามารถเดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่องกับอีก 21 วัน ที่เขาจะได้กลับบ้านอยู่กับครอบครัวที่เขารักในวันนี้ที่คนรุ่นก่อนได้เติบโตก้าวสู่ระดับผู้บริหาร พร้อม ๆ กับการเข้ามาแทนที่ด้วยคนรุ่นใหม่ๆ คนที่เคยเป็นผู้เรียนรู้ในอดีต วันนี้ จึงกลายเป็นผู้ที่สอนงานให้กับคนรุ่นต่อ ๆไป ซึ่งดูเหมือนว่าประทีปจะต้องรับมือกับความแตกต่างในจุดนี้เป็นเรื่องสำคัญ“กว่าจะได้เริ่มทำงานที่แท่นบงกช ผมต้องไปอบรมที่อาบูดาบีอยู่ 12-13 เดือนกับอุปกรณ์จริง ๆเพื่อจะได้ลงมือทำจริง ตอนนั้น ระดับหัวหน้าขึ้นไปเป็นชาวต่างชาติทั้งหมดเลย แรก ๆก็มีปัญหาเรื่องภาษาบ้าง เราก็กัดฟันสู้ เพราะเรารู้ว่า เราจะได้กลับบ้านเราจะได้กลับไปทำงานให้ชาติ” เขาเปิดบทสนทนา

GBS Press Trip 2016

          เมื่อเราพูดคุยถึงการทำงานบนแท่งบงกช กนกพรเล่าว่า “พี่ๆ เขาค่อนข้างให้ความใส่ใจดีแต่ที่สำคัญกว่าคือการเปิดใจและรับฟังความคิดเห็นของเราบางทีเราเห็นในสิ่งที่เขาไม่เห็น เราก็เสนอไอเดียได้ถ้าสามารถพิสูจน์ว่าไอเดียนั้นสามารถทำได้จริงและเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลของการทำงานด้วยแล้ว พี่ๆ เขาก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเรารู้สึกว่าเขาเห็นคุณค่าของพลังเล็กๆ อย่างเรา การที่เรามีการส่งต่อองค์ความรู้มันไม่ใช่แค่เรียนรู้มา แต่มันต่อยอดไปได้เรื่อยๆจุดนี้เป็นจุดที่รู้สึกว่าการทำงานกลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่สำคัญอีกอย่างคือที่ ปตท.สผ. ให้โอกาสได้เรียนรู้งานหลากหลายมากการได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นหน้างานมากขึ้นเวลาจะปรับเปลี่ยนอะไร พัฒนาอะไรก็จะอิงกับความเป็นจริงว่ามันจะต้องสะดวกต่อคนที่ใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์นั้นจริงๆ”

          ส่วนใครที่อยากดู MADE IN BONGKOT ฉบับเต็มๆเข้าไปรับชมกันได้ที่ YouTube PTTEP Official ได้เลย

Greater Bongkot South
Greater Bongkot South
DCIM\101MEDIA
Share Button