web analytics

เปิดมุมมองอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์การทำงานของเหล่าเซเลบริตี้คนดัง

เปิดมุมมองอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์การทำงานของเหล่าเซเลบริตี้คนดัง

เผยเทรนด์การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลปี 2019 ให้ประสบความสำเร็จอย่างมืออาชีพ รวมถึงเคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจให้การทำงานอย่างคนรุ่นใหม่

                ทุกความสำเร็จมักเกิดจากการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป เหล่านักธุรกิจต่างก็ต้องคอยอัพเดทเทรนด์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้ต่อยอดการทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดด้าน 4 เซเลบริตี้เจ้าของธุรกิจชื่อดัง ได้แก่ วาริธร กันท์ไพบูลย์, วรนันท์ จันทรัศมี, เอกชัย สุขุมวิทยา และจรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ได้มาร่วมเผยถึงเทรนด์การทำธุรกิจปี 2019 ตามแบบฉบับนักธุรกิจมืออาชีพ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจให้การทำงานอย่างคนรุ่นใหม่ ที่งานOpen House ปี 2018 ของวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

                เริ่มจากดีไซน์เนอร์สาวเจ้าของธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้า วาริธร บูติค (VARITHORN BOUTIQUE) วาริธร กันท์ไพบูลย์ ที่เริ่มต้นจากการทำตลาดออนไลน์และเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันทำแบรนด์เสื้อผ้ามาเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี ซึ่งโด่งดังเป็นอย่างมากในประเทศจีน และกำลังจะไปเปิดสาขาที่ประเทศมาเลเซียเร็วๆ นี้ เล่าว่า เราทำแบรนด์ตั้งแต่ยุคที่คนเริ่มเล่นอินสตาแกรมตั้งแต่ 7 ปีก่อน เพราะเวลาที่ลงรูปคนจะถามเยอะมากว่าใส่เสื้อผ้าของอะไร จึงเริ่มสังเกตไลฟ์สไตล์ความสนใจของคน ซึ่งพบว่าโซเชียลเป็นแหล่งตลาดแฟชั่นที่ใหญ่มาก เพราะคนเริ่มสนใจไลฟ์สไตล์มากกว่าสิ่งของ เขาเริ่มสังเกตว่าคนที่ตนเองชื่นชอบใช้ชีวิตยังไง แต่งตัวยังไง เราก็เลยเกิดไอเดียทำแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นโดยเริ่มจากการลงขายในอินสตาแกรมก่อน และส่งให้อินฟลูเอ็นเซอร์ (Influencers) หรือคนที่มีอิทธิพลในโลกโซเชียล มีฐานแฟนคลับเป็นของตนเอง ซึ่งปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมาก ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะคนจีนที่เขาค่อนข้างชอบเสื้อผ้าเราก็เลยมีติดต่อเข้ามาเอาไปขายในจีน ซึ่งสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อผู้บริโภคแบบนี้ เราต้องไม่หยุดมองหาช่องทางการขายใหม่ๆ อย่างตอนนี้ที่กำลังนิยมและได้ผลดีเลยก็คือไลน์แอท (Line@) ที่ทำให้เราสามารถปิดการขายได้เร็วมาก เพราะเพื่อนในไลน์แอทก็คือกลุ่มลูกค้าที่สนใจแบรนด์เราอยู่แล้ว เวลาที่มีอัพเดทสินค้าใหม่ๆ ไป เขาก็จะตอบรับและสั่งซื้อค่อนข้างเร็ว ส่วนเรื่องการทำเสื้อผ้าแน่นอนว่าการที่จะให้เป็นที่ยอมรับในระยะยาวนั้นคุณภาพสินค้าต้องดี ตัดเย็บดี เลือกใช้ผ้าที่สวมใส่สบาย ส่วนดีไซน์เราจะออกแบบใหม่ทุกสัปดาห์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคน เพราะการที่เรามีแบบใหม่ๆ อยู่เสมอจะช่วยดึงความสนใจของคนได้ดีกว่า ซึ่งโดยปกติถ้ามีเวลามากหน่อยเราก็มักจะออกเดินทาง ไปเที่ยว หาแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้า แต่ถ้ามีเวลาไม่มากก็จะชอบทำสปา เพราะจะช่วยเรื่องความผ่อนคลาย ทำให้คิดอะไรใหม่ๆ ได้เสมอ

            ต่อมาที่ วรนันท์ จันทรัศมี ทายาทธุรกิจยักษ์ใหญ่ ศูนย์การค้าไดอาน่าคอมเพล็กซ์ หาดใหญ่ ในเครือพิธานกรุ๊ป เผยว่า “การทำธุรกิจห้างฯ ในยุคนี้ยอมรับว่ามีความท้าทายมาก เพราะคู่แข่งค่อนข้างเยอะ ทำให้คนมีตัวเลือกมากขึ้นในการตัดสินใจ ฉะนั้นจึงต้องสร้างจุดเด่นให้กับแบรนด์ของตนเอง สร้างให้ห้างฯ ของเราเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ที่มีบริการ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกคนได้อย่างครอบคลุม พยายามจัดอีเว้นท์บ่อยๆ เพื่อให้เกิดกิจกรรมหมุนเวียน ทำให้คนอยากมาที่ห้างฯ รวมถึงการใช้เรื่องของออนไลน์มามีส่วนช่วย เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อสินค้าให้กับคนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการขยายช่องทางการขายไปยังทั่วประเทศ ที่ไม่ใช่แค่หาดใหญ่ที่เดียว โดยเรามีทำเป็นเว็บไซต์ อินสตาแกรม เฟสบุ๊คแฟนเพจ ไลน์แอท (Line@) รวมถึงเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ในมาร์เก็ตเพลสยอดนิยมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งการทำตลาดออนไลน์นั้นเราจะให้ความสำคัญที่บริการจัดส่งต้องรวดเร็ว และการทำคอนเทนท์ต้องโดดเด่น ดึงดูดให้คนอยากซื้อ เช่น รูปสวย ราคาชัด มีรายละเอียดบอกครบถ้วน รวมถึงมีแอดมินคอยตอบคำถามอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ในอนาคตก็มีวางแผนจะขยายการขายและจัดส่งไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างเวียดนามและลาว เพราะเรามองว่าการทำธุรกิจออนไลน์นั้นสามารถเติบโตได้อย่างไม่มีขีดจำกัด และเราเองก็อยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปกติจะชอบเรียนรู้จากคนที่เขามีประสบการณ์มากกว่า เพื่อนำข้อคิดข้อดีๆ มาใช้ในธุรกิจ แต่ถ้าช่วงที่ทำงานเยอะแล้วเหนื่อยๆ ก็จะหาเวลาพักผ่อนด้วยการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือไม่ก็ปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างสมาธิให้ตนเอง

                คนถัดมานักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ปลุกปั้นคาเฟ่ชื่อดัง ‘คาซ่า ลาแปง’ (Casa Lapin) ให้ขยายสาขาได้ถึง 7 สาขาภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เอกชัย สุขุมวิทยา เล่าว่า สำหรับคาซ่า ลาแปง แบรนด์นี้ค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักในกลุ่มคอฟฟี่เลิฟเวอร์อยู่แล้ว แต่เราเข้ามาพัฒนาแบรนด์ดิ้งให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและระดับสากลมากขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการการทำงานภายในให้เป็นระบบ ทำการตลาดเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าอย่างพวกแอพพลิเคชั่นสะสมแต้ม รวมถึงดูเทรนด์การดื่มกาแฟของคนในแต่ละยุค อย่างสมัยนี้คนติดโซเชียลมากขึ้น อยากนำเสนอไลฟ์สไตล์ผ่านพื้นที่ออนไลน์ของตนเอง ซึ่งคาเฟ่มักเป็นหนึ่งในสถานที่อันดับต้นๆ ที่คนมักจะชอบมาถ่ายรูปและเช็คอิน ฉะนั้นการทำร้านกาแฟยุคนี้ร้านก็ต้องสวย มีคาแรคเตอร์ บรรยากาศดี สามารถนำเสนอไลฟ์สไตล์ดีๆ ให้กับผู้มาเยือนได้ แต่ในขณะเดียวกันเรื่องคุณภาพก็ต้องสำคัญ เพราะจริงๆ แล้วการทำกาแฟนั้นมีขั้นตอนที่ละเอียด กว่าจะได้กาแฟแต่ละแก้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเราอยากเจาะกลุ่มคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟจริงๆ ก็ต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพและความหลากหลายของเมล็ดกาแฟด้วย อย่างแบรนด์เราเองก็มีเมล็ดกาแฟหลายแบบให้เลือก และมักจะอัพเดทนวัตกรรมของเครื่องทำกาแฟอยู่เสมอ ถ้ามีเครื่องแบบใหม่ที่สามารถให้รสกาแฟที่แตกต่างก็อยากให้คนได้สัมผัสประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ต่างออกไป เพราะเรารู้สึกว่าพื้นฐานการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือความเอาใจใส่ ส่วนถ้ามีเวลาว่างนอกเหนือจากการทำงานก็จะชอบไปถ่ายรูปตามร้านอาหารหรือคาเฟ่สวยๆ เพื่อเป็นการพักผ่อนไปในตัว เพราะเราชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว

                ปิดท้ายที่สาวเก่ง จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เจ้าของธุรกิจอาหารปูดองสไตล์เกาหลีเจ้าแรกของเมืองไทย ปูดองอันยอง ที่ประสบความสำเร็จจนมีหน้าร้านถึง 14 สาขา และต่อยอดสู่ร้านอาหาร โซลจู ปูดอง ชื่อดังใจกลางเมือง เผยว่า เราเริ่มธุรกิจอาหารมาจากการขายส่งแบบออนไลน์ เพราะเรารู้ว่าเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนสมัยนี้ได้ดีที่สุดคือออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งสินค้าเสื้อผ้า ของใช้ หรือแม้กระทั่งอาหาร ซึ่งส่วนหน้าร้านของเราถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้กับคนเมืองเท่านั้น แต่ก็ยังมีการขายแบบออนไลน์อยู่ ด้วยการผูกกับแอพพลิเคชั่นส่งอาหาร เดลิเวอรี่ ซึ่งเราจะมีจัดโปรโมชั่นใหม่ๆ อยู่เสมอ โปรโมทผ่านไลน์แอท (Line@) และบนโซเชียลของตัวเอง เน้นการถ่ายภาพและทำวีดีโอให้น่าสนใจ อย่างอาหารก็ต้องจัดจานให้สวย หน้าตาและสีสันน่ารับประทาน สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ บ้าง เพื่อสร้างความไม่จำเจ โดยสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี คิดใหญ่ ทำใหญ่ เพราะไม่ว่าจะทำเล็กหรือใหญ่ก็เหนื่อยหมด แต่ต้องทำให้มีขั้นตอน มีจุดยืน รู้ว่าเราต้องการอะไร ทำไปขายใคร อย่าตามแค่กระแสอย่างเดียว   และทุกอย่างต้องดูดีทั้งรสชาติ หน้าตา รวมถึงการสร้างเรื่องราวให้แบรนด์ อย่างเราก็จะมีคำเอาไว้เรียกลูกค้าว่าออนนี่กับโอปป้าเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับเรามากขึ้น บริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ถ้าใครอยากเริ่มทำธุรกิจอาหารแต่ยังมีทุนไม่มากก็ให้เริ่มจากการขายออนไลน์ก่อน และถ้าจะมีหน้าร้านด้วยก็ให้เลือกจากทำเลเป็นอันดับแรก เพราะการเดินทางสำคัญมาก ส่วนการหาแรงบันดาลใจให้กับวันทำงานเรามักจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน และชวนกันไปทำบุญอยู่เสมอ

วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) สถานศึกษาที่มุ่งเน้นสู่การเป็นสถาบันหลักในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนการศึกษาไทยสู่ธุรกิจยุคดิจิทัล

Share Button

admin