web analytics

เปิดใจ “ฟ้าใส ปวีณสุดา” หลังคว้ามงกุฎ MUT

เปิดใจ “ฟ้าใส ปวีณสุดา” หลังคว้ามงกุฎ MUT

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดี กับ “ฟ้าใส ปวีณสุดา” ที่เพิ่งคว้าตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2019 แต่กว่าจะมาถึงวันนี้เจ้าตัวเดินสายประกวดมากว่า 6 เวที แถมตอนเด็กๆ เจ้าตัวยังมีปมต่างๆ อีกต่างหาก


ล่าสุด ฟ้าใส ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร
ความรู้สึก ณ ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?
ฟ้าใส : จริงๆ ณ ตอนนั้นหนูกรี๊ด เฮ้ย ฉันทำได้แล้ว แต่ตอนที่กำลังเดินแล้วโบกมืออยู่ก็คิดว่าเรากำลังฝันไปหรือเปล่า กลับไปถามเพื่อนข้างหลังเวที อันนี้เรื่องจริงหรือเปล่า แล้วเพื่อนก็มาหยิกเลยแล้วถามว่าเจ็บไหม ถ้าเจ็บก็คือเรื่องจริง มันเหลือเชื่อมากๆ เพราะเราฝันถึงจุดๆ นี้มานาน
พอมงลงปุ๊บก็มีเพื่อน นางงามจากทั่วโลกมาแสดงความยินดีด้วย ไปเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
ฟ้าใส : มันเหมือนเราผ่านมาหลายเวที ก็เลยมีคนรู้จักหลายๆ เวที
ความรู้สึกจากที่เราประกวดหลายเวที แล้วเวทีนี้เราประสบความสำเร็จ มันภูมิใจขนาดไหน?
ฟ้าใส : เราย้อนกลับไปมอง ทุกความลำบากแล้วก็ทุกก้าวมันมีความหมาย และคุ้มค่ามากๆ 
กลายเป็นปรากฎการณ์ทั่วโลกว่าคุณเป็นตัวเต็ง มิสยูนิเวิร์ส?
ฟ้าใส : พี่พูดแบบนี้หนูก็ดีใจ ดีใจมากๆ ที่หลายคนเห็นถึงศักยภาพของเราแล้วเห็นว่าเราเป็นตัวเต็ง
ชีวิตเธอคล้ายแคทริโอนา อยู่เหมือนกันที่ประกวดในประเทศชนะไปแพ้บนเวทีโลก แล้วต้องกลับไปประกวดเวทีในประเทศอีกครั้ง?


 ฟ้าใส : จริงๆ เหมือนกับเรามีเป้าหมายของมิสยูนิเวิร์สที่จะเป็นตัวแทนประเทศที่เราภูมิใจ แล้วเขาก็เคยไปประกวดมิสเวิลด์ในตอนนั้นแล้วก็ได้ TOP 5 หนูก็ไปประกวดตอนนั้นที่มิสเอิร์ธแล้วก็ได้ TOP เหมือนเข้าใจกันว่าเรามีเป้าหมายที่มิสยูนิเวิร์สขนาดไหน
แล้วมีคำแนะนำอะไรให้เราไหม?
ฟ้าใส : ไม่ว่าจะเป็นนางงาม การเรียน การทำงานอะไรก็ตามถ้าเรามีเป้าหมายอะไรแล้ว แล้วมันอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในครั้งแรกที่เราลงมือทำ มันไม่ใช่เราไม่ดีพอ หรือว่าเราทำไม่ได้ แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องเจอ อย่าหนูก็ท้อมากๆ แต่ถ้าคุณมีความฝันจริงๆ คุณต้องกล้าที่จะลงมือทำ มุ่งมั่นต่อเป้าหมายและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หนูเชื่อว่าสักวันคุณจะประสบความสำเร็จ อย่างที่หนูประสบในวันนี้
6 เวทีที่ผ่านมา ณ จุดไหนที่เหนื่อยที่สุดที่แทบจะถอดใจ?


ฟ้าใส : มันมีความท้อไม่เหมือนกัน เพราะว่าในแต่ละเวที เวทีที่หนูหวังมากที่สุด คือเวที มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ เมื่อปี2017 เพราะหนูตั้งใจมากๆ หลังจากที่จบนางสาวไทยกลับไปแคนาดา หนูจะต้องเรียนจบให้ได้เกียรตินิยม เพราะว่าเวทีนางงามไม่ได้ดูที่ความสวยอีกต่อไป เขาดูที่ความฉลาดด้วย แล้วสิ่งแรกที่เขาดูก็คือผลการเรียน ตอนนั้นเรารู้สึกเฟลที่เราไม่ได้ที่1 เราไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แล้วเหมือนแบบ แล้วไปไหนต่อ แล้วทางกองยื่นมาว่าไปมิสเอิร์ธไหม เป็นตัวแทนประเทศไทยไหม ตอนแรกก้ไม่อยากไป แต่ในเมื่อเขาให้โอกาสมาหนูก็ทำการบ้านทุกอย่าง แล้วตอนนั้นคือเราทำเต็มที่มากๆ ในทุกวัน ถึงแม้ผลจะออกมา TOP8 แต่หนูมองย้อนกลับไป มันไม่สามารถทำได้ดีกว่านั้นแล้ว มันก็เลยไม่มีความเสียใจหรือเสียดายอะไร


แล้วก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะไปเวทีมิสยูนิเวิร์สให้ได้?
ฟ้าใส : จะบอกว่า TPN เขาประกาศชัดเจนมากๆ ว่าเขาให้โอกาสรองกลับมาประกวดใหม่ แล้วถ้าเราไม่ได้คว้าโอกาสนั่นไว้ หนูเชื่อว่าในเวลาข้างหน้าถ้าหนูย้อนกลับมาหนูจะเสียดาย แต่มันก็มีความกลัวว่าเราจะได้ไหม หนูก็ถามตัวเองว่าจริงๆ หนูจำเป็นต้องเป็นนางงามไหม มีสิ่งอื่นที่เราทำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องกลับมา
คอมเมนต์อะไรที่ทำให้เราจึดแล้วถอยนิดนึง?
ฟ้าใส : มันมีหลายคอมเมนต์นะคะ อย่างเช่นคอมเมนต์เรื่องรูปร่าง ตาห่าง ตาตี๋ หนูโครงใหญ่เหมือนฝรั่งด้วย เขาก็จะบอกว่าหนูอ้วนบ้าง คือมันจะมีหลายอย่าง แต่หลังจากที่หนูประกวดมิสเอิร์ธหนูโดนบ่อยมาก คือคำศัพท์ตอนนั้นหนูไม่รู้จักแล้วหนูก็จะโดนล้อเลยสวยอย่างเดียว ไม่ได้ฉลาดนิ แล้วมาประกวดทำไม แต่มันก็เป็นบทเรียนของเราเหมือนกันว่าในครั้งต่อๆ ไป เวลาเราไปประกวดในเวทีนอกไม่ควรมั่นใจในภาษาจนเกินไป
แล้วคิดว่าจุดอ่อนของเราคืออะไร?


ฟ้าใส : จุดอ่อนของหนูคือเวลาที่หนูตั้งใจอะไรมากเกินไป หนูจะเครียด เพราะเราอยากได้มันมาก
ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ มิสยูนิเวิร์ส คิดว่าจะเลิกประกวดเลยไหม?
ฟ้าใส : จริงๆ ก็ดูว่าอายุยังไม่เกินนะคะ
เห็นว่าตอนเด็กผ่ามปมมาเยอะมาก โดนอะไรมาบ้าง?
ฟ้าใส : หนูเกิดและจบ ป.2 ที่เมืองไทยหลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่แคนาดา คือทุกอย่างมันแตกต่างไปหมด แล้วสิ่งแรกที่เจอคือ เขาพูดภาษาอังกฤษเราพูดภาษาไทย แต่ที่เราเป็นเด็กเราก็อยากมีเพื่อน เราก็พยายามที่จะเข้าหาเพื่อน เราก็พยามพูด แต่เราก็ไม่รู้ศัพท์ครบทุกอย่างก็พูดไทยปนอังกฤษบ้าง แต่เพื่อนๆ มองว่านี่พูดภาษาอะไร แล้วกลายเป็นว่าเราก็จะห่างจากเขา แล้วเขาก็ไม่อยากมาเล่นกับเราด้วย แล้วมันก็เรื่องภาษา หน้าตาด้วย คือตอนนั้นหนูหน้าตาไม่เหมือนใคร ไม่สามารถจับได้ว่าหนูมาจากตรงไหน
กลายเป็นโดน บูลลี่? 


ฟ้าใส : มันก็ไม่เชิงบูลลี่ หนูไม่เคยโดนทำร้ายร่างกาย แต่มันเป็นความกดดันทางความรู้สึก อยู่ตัวคนเดียว
ช่วงนั้นร้องไห้แค่ไหน?
ฟ้าใส : ตอนเด็กๆ หนูไม่รู้ว่าร้องไห้แค่ไหน แต่สิ่งที่จำได้คือหนูยืนมองเพื่อนตาละห้อย
มันก็กลายเป็นคนเก็บตัว?
ฟ้าใส : มันมีหลายๆ อย่าง หนูเป็นเด็กเนิร์สธรรมๆ ไม่กล้าแสดงออกเท่าไหร่ เหมือนดดนแบ่งกลุ่มด้วย แต่สิ่งที่เจ็บที่สุดคือ หนูนึกว่าหนูเป็นเพื่อนกับใครคนนึง เขาก็ยิ้มแย้ม คุยกับเรา หนูก็แฮปปี้ ไอมีเพื่อนแล้ว
ในฐานะ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ วันนี้สังคมไทยโดนปัญหาบูลลี่มากมาย คุณจะมีส่วนช่วยได้ยังไง?


ฟ้าใส : หลายๆ คนเขาคิดว่าคุณค่าของเรามันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนอื่นพูด จริงๆ มันไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับเราเองว่าเรารู้สึกโอเคไหม คือมันมีอยู่ประโยคหนึ่งที่ทำให้หนูเปลี่ยน คือ ไม่มีใครทำให้เราด้อยได้ ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขาทำ

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Share Button

admin