“แตงโม” เปิดใจ ยอมรับผิด..เคยคิดฆ่าตัวตาย เหมือนครั้งนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง

01

ถึงคิวของสาวมั่นอีกหนึ่งนาง ที่มานั่งเปิดใจแบบหมดเปลือก สำหรับสาว “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” กับความรักที่ใครๆ ก็มองว่ากลับมาคบกันอีกครั้งกับหนุ่ม แต๊งค์ พงศกร มหาเปารยะ หลังจากเคยเลิกกันไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทั้งระยะหลังนี้ยังมีภาพสวีตออกมาให้ได้เห็นบ่อยๆ ทั้งนี้ยังได้พูดถึงสาเหตุที่คิดฆ่าตัวตาย จนกลายเป็นข่าวดัง ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า เป็นเพราะตนเองเป็นโรคซึมเศร้ามาตั้งแต่เด็ก และถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิตอีกด้วย โดยแตงโมได้มาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และเบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร ซึ่งเป็นเทปแรกของการเปลี่ยนเวลาออกอากาศใหม่ จาก 07.00 น. เป็นเวลา 14.00-15.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์IMG_2422

เรื่องของแตงโมกับแต๊งค์ เคยคบกันเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ตอนนี้กลับมาคุยกันเหมือนเดิม? “ไม่เหมือนเดิมนะคะ เนื่องด้วยเราทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะกลับเป็นสถานะเดิม ตัวโมเองก็ยังหวงความโสดอยู่ ตัวคุณแต๊งค์เองก็ยังแผลใหม่ เค้าเพิ่งเลิกกับแฟน”

จริงๆ คนที่เป็นแผลใหม่ มาเจอแบบนี้มันควรจะคลิ๊กกัน? “ช่วงแรกๆ ที่เราทักทายไป เราจะเห็นคุณแต๊งค์เองเค้าจะโพสต์อะไรเศร้าๆ ด้วยความเป็นห่วงแบบเพื่อน เราก็ทักไปถามว่า ไหวมั้ย ให้ช่วยอะไรรึเปล่า เค้าก็โอเค คิดว่าเราช่วยเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้มั้ง เราก็เลยลองกลับมาคุยเหมือนกัน คุยได้สักพักเรารู้เลยว่า เราต่างคนต่างต้องกลับไปทำตัวให้เข้มแข็ง และพร้อมที่จะมีแฟนซะก่อน”

IMG_2423

ที่เรามาลอง เราลองมาคุยกันแบบเพื่อนหรือคนรัก? “เป็นเพื่อนที่คิดว่าจะพัฒนาค่ะ”

จริงๆ ก็คิดที่จะจะพัฒนาอยู่เหมือนกัน? “ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้พูดเป็นกิจจะลักษณะอะไรค่ะ”

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจพองโต มีผีเสื้อบินในท้อง? “อ้นนั้นเป็นความรู้สึกเมื่อ 8 ปีที่แล้วค่ะ คราวนี้มันเลยเหมือนเป็นความเป็นเพื่อนสูงมาก”

ที่ไปเที่ยวกัน? “โมสามารถไปเที่ยวได้กับทุกคนเลยค่ะ ถ้าเป็นแฟนเก่า มันเสี่ยงตรงที่ว่า คนอื่นอาจจะคิดว่าเรากลับมาเป็นแฟนกัน คุยกัน แต่ในความเป็นจริง ทริปนั้นมีเพื่อนคนอื่นไปเที่ยวด้วย”

ตอนที่ไปเที่ยว คุณยังไม่ได้คิดใช่มั้ย? “ยังค่ะ ส่วนตัวเค้าก็จะไม่น่าคิดเหมือนกัน”

ถ้าจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ เปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาคบกันมีมากน้อยแค่ไหน? “ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ค่ะ เพราะเราเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วไงคะ พูดง่ายๆว่า โมเองก็มีคำตอบในชีวิตว่าต้องการอะไร ถ้าอะไรที่โมรู้สึกว่ามันนอกลู่นอกทางจกาที่สิ่งแพลนไว้ โมก็รู้สึก่ามันยังค่ะ”IMG_2467

สิ่งที่ต้องการคืออะไร? “สิ่งที่ต้องการคือ บั้นปลายของชีวิตโม คือการรับใช้พระเจ้าอยู่ในโบสถ์ หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการรับใช้พระเจ้าค่ะ ซึ่งตัวโมเองยังอ่อนแอเรื่องความเป็นคริสเตียนเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราจะเป็นคริสศาสนิกชนได้ เรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ อะไรที่มันทำให้โมไขว้เขวไป โมจะต้องดึงตรงนั้นมันกลับมาให้ได้”

แต่คนเค้ามองว่า สิ่งที่ทำให้โมกลับไปคบแต๊งค์ไม่ได้ เพราะมันยังมีบางข้อจำกัดในตัวเค้า? “ทุกคนน่าจะมีข้อจำกัดที่ไม่ชอบในตัวกันและกัน คุณแต๊งค์ก็มีเหมือนกันนะคะ ในบางสิ่งที่ไม่ชอบในตัวโม ถึงบอกไงคะ ถ้าเรายังมีสิ่งต่างๆ ในตรงนี้ที่ยังไม่ชอบ ไม่แน่ใจ เราต้องกลับไปพัฒนาให้เราพร้อมจริงๆ ซึ่งเราไม่คาดหวังว่าเราจะคู่กัน”

ตอนที่เลิกเมื่อครั้งก่อนเมื่อ 8 ปี เหตุผลมันรุนแรงไหม? “ค่อนข้างเป็นเหตุผลที่โมขอ แต่พอมาตอนนี้ มันไม่รุนแรงค่ะ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ความคิดโมเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่มาวันนี้มันเป็นอีกแบบหนึ่ง คือตอนนี้ข้อจำกัดมันเริ่มเยอะขึ้น คือถ้าคนที่จะเข้ามา คือคนที่พร้อมจะเป็นคริสเตียน ยังไม่เป็นก็ได้ แต่ก็พร้อมที่จะเปิดใจ และรักลูกเราเหมือนเป็นลูกตัวเองด้วย”

ถ้าเค้าดูอยู่ อยากบอกอะไรกับเค้า? “อยากจะบอกว่า พูดกันไปหมดแล้วเนอะ แค่นี้ค่ะ เพราะพูดกันไปหมดแล้ว เข้าใจกันไปหมดแล้ว”

วันที่คุณคิดจะฆ่าตัวตาย มีความคิดอะไรอยู่? “เรื่องพวกนี้นะคะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่แนะนำให้ทุกคนฟังและรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่คิอดอยากจะทำก็ทำได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด แต่ว่าโมคิดว่าการที่มันเกิดเป็นสิ่งเหล่านั้นขึ้นได้ โมเชื่อว่าพระเจ้าวางแผนชีวิตโมมาอย่างดี เพื่อจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆ คน โมอยู่ในวงการ มันผ่านช่วงที่ขึ้นสุดลงสุด ล้มแล้วลุกหรืออะไรหลายๆ อย่าง ถ้ามองโมเป็นหนังสือ อ่านแล้ววิเคราะห์จะได้อะไรหลายๆ อย่าง และเค้าจะได้รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง แล้วนำไปพัฒนาตัวจากการที่โมได้ทำให้เห็น

IMG_2468

เรื่องของการฆ่าตัวตายครั้งนั้น โมเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังตั้งแต่เด็ก คนที่เป็นโรคซึมเศร้าอาการมันจะคูณร้อยคูณพันเข้าไปอีกแล้วแต่อาการของคน แต่โมไม่รู้หรอกวันนั้นอาการมันจะหนักไปแค่ไหน แต่วันนั้นโมไม่อยากอยู่จริงๆ ตอนนั้นรู้สึกผิดมากว่า เราเอาพระเจ้าไปไว้ไหน เอาพ่อแม่ไปไว้ไหน แต่คนที่เป็นโรคนี้มันทำอะไรโดยไม่รู้ตัวจริงๆ เพราะว่าเมื่ออาการหายปุ๊บ มันจะรู้สึกว่า คนนั้นไม่ใช่ตัวเราแล้ว จะเป็นคนที่อาการทางสารเคมีในสมองหลั่งออกมาไม่เท่ากัน แล้วถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจพอสมควรจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว เพราฉะนั้นใครที่มีบุตรหลานคือคนใกล้ตัวเป็นโรคนี้อย่าปล่อยให้เค้าอยู่คนเดียวเด็ดขาด เค้าจะฆ่าตัวตายเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วอีกอย่างมันจะเจ็บมากกว่าก็คือ ถ้าคุณฆ่าตัวตายแล้วมันไม่ตาย คุณจะต้องตื่นมาเจอปัญหาเดิมที่มันยังไม่จบ แล้วคุณจะต้องตอบคำถามอีกว่า ทำไมไปทำไม ทำไมถึงทำ จริงๆ โมอยากให้คนไทยเปิดใจกับโรคนี้ อยากให้คนที่เป็นกล้าเดินไปหาหมอ เปิดอ่านศึกษาดู ถ้าอาการใกล้เคียงเกิน 3 อย่าง เดินไปหาหมอได้เลยค่ะ”

วันนี้แตงโม นิดา หายจากโรคซึมเศร้ารึยัง? “ยังค่ะ โมยังต้องทานยาอยู่ ถ้าวันไหนโมมีอาการ โมจะบอกคนรอบข้างเลยนะ ว่าวันนี้อาการไม่ดี แล้วคนรอบข้างจะต้องรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวกับเรายังไง”

ภาพและข้อมูลจาก รายการ “คุยแซ่บShow”

Share Button