แพทย์ความงามเตือน คนวงการบันเทิงเสี่ยงผิวเสีย จากแสงแดด

4

จะเห็นได้ว่า แม้เศรษฐกิจจะขาขึ้นหรือขาลง แต่สำหรับวงการบันเทิงแล้วมีแต่ความคึกคัก มีหนุ่มสาวหน้าตาดีก้าวสู่วงการแจ้งเกิดกันไม่เว้นแต่ละวัน หลายคนที่อยู่ภายนอกอาจเห็นว่างานในวงการบันเทิงสวยหรู สร้างรายได้ มีแต่ความสะดวกสบาย หากรู้ไม่ว่าโดยเฉพาะนักแสดงทั้งหลายต้องลุยกับงาน เวลากินก็ไม่ได้กิน เวลานอนก็ไม่ได้นอน อย่างเช่น ตากแดดตากลม รวมทั้งแสงไฟแสงแฟลชที่ทำให้ผิวหน้า และผิวพรรณเสี่ยงต่อความเสียหาย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนวงการบันเทิงต้องดูแลรักษาผิวหน้าและผิวพรรณให้ดี เพราะคนเหล่านี้ต้องใช้หน้าตาเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน แพทย์ด้านผิวพรรณ และความงามจึงได้ให้คำแนะนำวิธีในการดูแลผิวหน้ าและผิวพรรณสำหรับคนวงการบันเทิงตลอดจนบุคคลทั่วไป

 “หมอเกรซ-พ.ญ.เสาวภาคย์ พงศ์ศศิธร” แพทย์ด้านผิวพรรณ และความงามแห่ง Doctor grace Clinic  กล่าวว่า การดูแลผิวหน้าและผิวพรรณ ไม่ได้เริ่มต้นหรือเน้นเฉพาะการออกจากที่พักไปเจอแสงแดดข้างนอกเท่านั้น หากแต่คือการดูแลอย่างถูกวิธี และขั้นตอนมาตั้งแต่วัยเด็กเลย ซึ่งผลเปรียบเทียบของการดู และกับไม่ดูแลผิวหน้า และผิวพรรณอาจยังเห็นไม่ชัดเจนในช่วงอายุยังน้อย แต่ถ้าอายุมากขึ้นจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ถ้าเราดูแลผิวตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้คอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนช่วยทำให้ผิวมีแรงสปริงและยืดหยุ่นที่อยู่บริเวณใต้ผิวสูญเสียน้อย ผิวพรรณจะดูอ่อนกว่าวัย แล้วเมื่อเข้ารับการดูแลรักษาต่างๆ เช่น การยิงเลเซอร์ หรือฉีดฟิลเลอร์ คนที่มีคอลลาเจนใต้ผิวเดิมมากกว่าจะเห็นผลของการทำหัตถการเหล่านี้ชัดเจนกว่า และอยู่ได้นานกว่าคนที่ผิวขาดคอลลาเจน โดยผิวที่ไม่ได้รับการดูแลมักจะดูแก่กว่าวัย และตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดีเท่าคนที่ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้แสงแดดทำให้รอยแผลต่างๆหลังจากการทำศัลยกรรมมีสีคล้ำขึ้น ทำให้รอยแผลหายช้าลง หรือเป็นรอยแผลเป็นได้ง่ายขึ้น1.หมอเกรซ

            “สำหรับการดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติก็เช่น การหลบเลี่ยงแสงแดดที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย ใส่หมวกปีกกว้างเวลาออกแดด งดการสูบบุหรี่ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนอย่างรวดเร็ว และควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดทุกครั้งอย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที โดยเลือกครีมกันแดดที่มี SPF60 ขึ้นไป และมี PA+++ จะกันได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัย และเลือกใช้ครีมในกลุ่มเรตินอล (Retinol) ซึ่งช่วยลดริ้วรอยเล็กๆได้ แต่ถ้าต้องความรวดเร็ว อาจปรึกษาแพทย์เพื่อทำการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ลดริ้วรอย หรือฉีด skin booster เพื่อบำรุงผิวได้ จะเห็นผลได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่าวิธีอื่น”

หมอเกรซ กล่าวด้วยว่า สำหรับวิธีเช็คผิวของเราว่าเป็นผิวแบบไหนนั้น ให้สังเกตหลังจากล้างหน้าแล้วโดยไม่ต้องทาครีมใดๆ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที ลักษณะผิวของเราเป็นอย่างไร หากไม่มีความมันเลย น่าจะเป็นผิวแห้ง ถ้ามันแค่หน้าผากจมูกคางเป็นผิวมันที-โซน (T-Zone) แต่ถ้ามันทั้งหน้าเป็นผิวมัน สำหรับผิวแห้งให้เลือกทาครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวมันเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมัน เนื้อครีมไม่เหนอะหนะ ส่วนผิวแพ้ง่ายต้องเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบที่อ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ทั้งนี้ผู้ชาย และผู้หญิงมีวิธีดูแลรักษาผิวโดยพื้นฐานแล้วไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ชายที่ชอบกีฬากลางแจ้งอาจจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาผิวเป็นพิเศษมากกว่าผู้หญิง เช่น ต้องเข้มงวดในการทาครีมกันแดดมากกว่า ถ้าเป็นไปได้ให้ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เนื่องจากครีมกันแดดอาจหลุดไปตามเหงื่อไคลที่ออกมา ทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดลดลง ปัญหาสภาพผิวในประเทศเขตร้อนอย่างบ้านเราที่พบบ่อยย่อมหนีไม่พ้นปัญหาที่เกิดจากแสงแดด ได้แก่ 1.สิว เนื่องจากอากาศร้อนทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถระบายน้ำมันออกไปได้ทัน เมื่อมีแบ็คทีเรียเข้าไปจะทำให้เกิดปัญหาสิวตามมาได้ 2.ฝ้า ตัวกระตุ้นที่สำคัญในการเกิดฝ้าก็คือ แสงแดดและความร้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในบ้านเราค่ะ 3.กระ เช่นเดียวกับฝ้า คือมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีเทคโนโลยี และยาต่างๆ ที่ช่วยรักษาปัญหาผิวทั้ง 3 อย่างให้หายหรือทุเลาลงได้มาก สำหรับคนที่มีปัญหาที่กล่าวมาลองปรึกษาแพทย์ดูได้”

สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ด็อกเตอร์เกรซคลินิก โทร 092-278-9841 หรือ 0-2319-0315 Facebook : Doctorgrace Clinic, Line : dr.graceclinic หรือ Instargram : Doctorgrace_clinic

 

Share Button