โครงการตามรอยพ่อฯปี 5 ชูกลยุทธ์ “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี”

โครงการตามรอยพ่อฯปี 5 ชูกลยุทธ์ แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี

เดินหน้าสานต่อศาสตร์พระราชา 4 จังหวัดทั่วไทย ประเดิมเอามื้อสามัคคี สจล. แห่งแรก

เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว สำหรับโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” โดยบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด ร่วมกับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ พร้อมภาคีเครือข่าย เพื่อสานต่อแนวคิดศาสตร์พระราชาด้านบริหารจัดการดิน-น้ำ-ป่าอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ โครงการนำแนวคิด “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” มาเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อน ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของผู้นำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม และเผยแพร่องค์ความรู้สู่การลงมือปฏิบัติ พร้อมขยายผลความสำเร็จของโครงการฯ จากลุ่มน้ำป่าสักสู่ลุ่มน้ำอื่นๆ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง อย่างยั่งยืน

 

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ภาคีเครือข่ายภาคเอกชนที่เป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการฯ กล่าวว่า “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โครงการ ‘พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ประสบความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ และบรรลุผลในการขยายจำนวน ‘คนมีใจ’และ ‘เครือข่าย’ จากลุ่มแม่น้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำอื่นๆได้ถึง 24 ลุ่มน้ำจากทั้งหมด 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ สามารถสร้างพื้นที่ต้นแบบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมถึงช่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมของผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ และนำไปลงมือปฏิบัติจริง จากพื้นที่แห้งแล้งก็กลับเขียวขจี ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการพิสูจน์ว่าศาสตร์พระราชานั้นช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้จริง”

 

 

           ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า “สำหรับโครงการฯ ในปีที่ 5 นี้ เราดำเนินงานภายใต้แนวคิด แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคีเพื่อชี้ให้เห็นตัวอย่างการ ‘แตกตัว’ ของโครงการฯ ที่ขยายผลจากลุ่มน้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำอื่นๆ โดยนำภารกิจของการ เอามื้อสามัคคีหรือ ‘การลงแขก’ ตามประเพณีดั้งเดิมของคนไทยมาเป็นกลวิธีในการขับเคลื่อน เพื่อประสานความสามัคคีเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้จากการปรับปรุงพื้นที่ตามแนวทางศาสตร์พระราชาในสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกัน ปีนี้เราจึงกระจายการจัดกิจกรรมรณรงค์ไว้ทั้งหมด 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพมหานคร ราชบุรี อุดรธานี และลพบุรี”

 

 

 

          ด้าน ผศ.ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์ รองอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงบทบาทของ สจล. ว่า “สจล.ได้ร่วมดำเนินงานกับโครงการฯ ตั้งแต่ปีที่ 3 (พ.ศ. 2558) โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ได้เข้ามามีบทบาทในการออกแบบการใช้พื้นที่ตามแนวคิด ‘โคก หนอง นา โมเดล’ ให้กับประชาชนผู้สนใจ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีผู้แจ้งความจำนงขอรับบริการออกแบบพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนไม่อาจให้บริการได้ทั้งหมด ทำให้ในปีพ.ศ. 2560 นี้ สจล.จึงมีแนวคิดในการขยายองค์ความรู้การออกแบบพื้นที่เชิงสถาปัตยกรรมตามศาสตร์พระราชา ผ่านการจัดอบรมคณาจารย์และนักศึกษาของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 18 สถาบันทั่วประเทศ เพื่อขยายเครือข่ายภาควิชาการที่มีศักยภาพในการให้บริการประชาชนที่สนใจในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป”

โดย ผศ.พิเชฐ  โสวิทยสกุล คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล. หนึ่งในภาคีเครือข่ายภาควิชาการที่ร่วมออกแบบในหลายพื้นที่ของโครงการฯ กล่าวเสริมถึงการจัดทำโครงการวิจัย ‘การออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยการติดตามและประเมินผลเพื่อบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างมีส่วนร่วม’ โดยดำเนินการในนาม ‘ศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศ สจล.’ (ITOKmitl) “โครงการวิจัยฯ จึงได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2561 โดยจัดเก็บข้อมูลวิจัยใน 3 พื้นที่ คือ จังหวัดลำปาง อุดรธานี และตาก รวม 300 ไร่ ซึ่งผลงานวิจัยที่ได้นั้น จะนำมาถอดเป็นบทเรียน เพื่อจัดทำเป็นชุดความรู้และคู่มือในการพื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ทางศูนย์ฯ มีแผนจะนำเสนองานวิจัยในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อยืนยันความสำเร็จของทฤษฎีการจัดการทรัพยากรตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการแก้ไขปัญหาครบทุกมิติ”

ทั้งนี้ ในวันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ ได้มีการประเดิม “เอามื้อสามัคคี”เป็นแห่งแรก ณ แปลงเกษตรสาธิตคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ที่ออกแบบและปรับปรุงเพื่อสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับการทำเกษตรในเมืองแก่ประชาชนต่อไปในอนาคต ตามแนวคิด ‘เพลิน เอเรีย’ มาจากคำว่า เพลย์(Play)+เลิร์น (Learn) เป็นแปลงเกษตรที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร และแปรรูปวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อให้ผู้เข้าชมมีความสุขจากการเข้ามาสัมผัสภายในสวนแห่งนี้ โดยมีนิสิตจากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. เครือข่ายยุวเกษตรโยธิน พนักงานเอกชน และประชาชนทั่วไป มาร่วมกันลงแขกเอามื้อสามัคคี แต่ก่อนที่จะทำงานก็ต้องปลุกพลังกันก่อนด้วยการเต้นชิกเก้นแดนซ์ เพื่อสร้างสนุกสนานก่อนการลงแขก จากนั้นก็กระจายกำลังตามฐานต่างๆ อาทิ ปั้นหัวคันนาทองคำ ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ขุดคลองไส้ไก่ สร้างสะพานไม้ เพาะกล้าไม้ ทำระเบิดจุลินทรีย์ และทำปุ๋ยหมัก นับเป็นปฐมฤกษ์การ “เอามื้อสามัคคี” ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง

หลังจากนี้ โครงการฯ จะเดินทางไปเอามื้อสามัคคียังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนี้ วันที่19-20ส.ค.60 ไร่สุขกลางใจ จ.ราชบุรี ของอ.สุขะชัย ศุภศิริ ตัวอย่างคนเมืองที่เดินตามศาสตร์พระราชาและมีแนวคิด “ขอเป็นครูตลอดชีวิต”  วันที่ 7-8 ต.ค.60 ไปให้กำลังใจ ลุงแสวง ศรีธรรมบุตร ผู้สร้าง “ตู้กับข้าวกลางทุ่งหิน ฟื้นผืนดินด้วยวิถีพ่อ” ต.นาเรียง จ.อุดรธานี  วันที่ 45 พ.ย.60 ไปพิสูจน์ว่า “เปลี่ยนหนึ้เป็นนา ศาสตร์พระราชาชนะหนี้” ได้อย่างไร ณ ป่าสักโมเดล(ห้วยกระแทก) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking

  

Share Button