web analytics

“World Star ดาวคู่ดาว” รอบชิงชนะเลิศ ลุ้นหนึ่งเดียวสู่การเป็นศิลปินระดับโลก

“World Star ดาวคู่ดาว” รอบชิงชนะเลิศ ลุ้นหนึ่งเดียวสู่การเป็นศิลปินระดับโลก

ในที่สุด รายการ “World Star ดาวคู่ดาว by 7 ELEVEN” ก็เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ  หลังจากที่ทั้ง 16 คู่ดูโอต่าง  ก็ฝ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลา 3 เดือนเต็ม กับทุกโชว์ที่แลกมาด้วยรอยยิ้ม หยาดเหงื่อ และคราบน้ำตา กระทั่งเหลือเพียง 2 คู่ดูโอสุดท้าย ที่เพิ่งไปประกาศศักดาบนเวทีของงานมหกรรมดนตรี A Nation ที่ประเทศญี่ปุ่นมาหมาดๆ นั่นก็คือคู่ดูโอ “เก่ง-ธชย” กับ “น้องข้าวปั้น” (ด.ญ. สาริสา มั่นช้อย)    และดูโอ “แม็กซ์ เจนมานะ” กับ “น้องฟลุท” (ชินพรรธน์ กิติชัยวรางค์กูร) ซึ่งใน 2 คู่ดูโอนี้ จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะได้ครองตำแหน่ง World Star คู่แรกในประเทศไทย พร้อมรับถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก ฯ พณ ฯ นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงเส้นทางเดินสำคัญในชีวิต กับการมีโอกาสได้เป็นศิลปินในระดับสากล กับค่ายเพลง Avex บริษัทเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ยักษ์ใหญ่ของเอเชีย 

หลังจากเปิดตัวด้วยโชว์ชุดพิเศษ จากผู้เข้าแข่งขันอีก 14 คน ในเพลงธีมของรายการ กับโชว์ชุด “ We are World Star” ก็ถึงคิวโชว์ของดูโอ “เก่ง-ข้าวปั้น” ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า เป็นโชว์ที่เหนือความคาดเดาเหมือนเช่นทุกรอบที่ผ่านมา ตามคอนเซ็ปท์ทำทุกโชว์ให้เหมือนเป็นโชว์สุดท้าย และต้องทำให้ดีที่สุด  แพ้-ชนะคือกำไร รอบนี้ดูโอทีมยักษ์ไม่ลืมที่จะถ่ายทอดความเป็นไทย มาพร้อมกับเพลงความหมายดีๆ  อย่าง “เธอทำให้ลมเปลี่ยนทิศ” ที่บอกเล่าทุกเรื่องราว ทุกเส้นทางการต่อสู้ ตั้งแต่เปิดซีซันในรอบแรก จนมาถึงรอบชิงชนะเลิศ เป็นงานโชว์ที่ไม่เน้นความหวือหวา อลังการเหมือนรอบที่ผ่านมา แต่เน้นในเรื่องของอารมณ์ที่กินใจเต็มๆ เรียกว่าทุกอารมณ์มาครบ จบในเพลงเดียว ทำเอาทั้งคนร้อง และคนดูน้ำตาซึมไปตามๆ                     

            ต่อด้วยโชว์ของดูโอคู่พี่น้อง “แม็กซ์-ฟลุท” กับเพลง “Stop And Stare” ซึ่งยังคงเน้นย้ำความเป็นตัวตนคนดนตรีของทั้งคู่ ที่โดดเด่น แล้วก็สอดผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงเสียงกีต้าร์จากพี่แม็กซ์    ลีลาพลิ้วไหวบนคีย์เปียโนของน้องฟลุท บอกได้เลยว่างานดีพรีเมียมสุดๆ  ไม่มีใครปฏิเสธว่าทั้งคู่นั้นหล่อบาดใจ แต่พอได้จับเครื่องดนตรี ได้โชว์ศักยภาพของตัวเอง ก็ทำให้ทุกคนมองข้ามเรื่องหน้าตา   แต่จะไปโฟกัสกันที่ความสามารถล้วนๆ    คอนเซ็ปท์โชว์ของ ดูโอคู่นี้ ยังคงน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ เรียกว่ามาคนละแนว เด่นคนละทางกับคู่ดูโอ “เก่ง-ข้าวปั้น”

           จากนั้นก็จะเป็นคิวโซโลเดี่ยวของ 2 ผู้เข้าประกวด ที่จะต้องดวลกันตัวต่อตัว เพลงต่อเพลง  โดยไม่มีศิลปิคู่ดูโอร่วมโชว์เหมือนที่ผ่านมา  เริ่มจากน้องข้าวปั้น ในเพลง “Rolling In The Deep” งานโชว์ที่เด่นในเรื่องแนวความคิดสร้างสรรค์ที่ยกโลกจินตนาการของเด็กๆ มาไว้บนเวทีนี้ รวมถึงยังเปิดโอกาสให้ได้โชว์พลังเสียงแบบจัดเต็ม นี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าแม้จะไม่มีพี่เก่งยืนอยู่เคียงข้าง  แต่ก็สามารถเฉิดฉายได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าสามารถก้าวข้ามจากเด็กประกวด สู่การเป็นศิลปินมืออาชีพเต็มตัวได้เลยทีเดียว

        ตบท้ายด้วยโชว์เดี่ยวของน้องฟลุท ที่ขอปลุกตำนานร็อกมือขวาให้กลับมากระหึ่มบนเวที  ด้วยการเลือกเพลงจังหวะมันๆ อย่าง  “เอาไปเลย” ของ “ไมโคร” มาเป็นเพลงทิ้งทวน เพื่อประกาศศักดาให้สมกับฐานะของว่าที่ศิลปินระดับสากล ซึ่งไอเดียในการคิดโชว์นี้ คือความตั้งใจของพี่แม็กซ์ที่อยากส่งต่อความเป็นตัวตนที่แท้จริงของน้องฟลุทให้คนทั้งประเทศ และทั่วโลกได้รู้จัก

             คนที่ต้องทำหน้าที่หนักที่สุด ก็เห็นจะหนีไม่พ้นคณะกรรมการ    ไม่ว่าจะเป็น “พี่ปอนด์-ธนา ลวสุต” โปรดิวเซอร์มือทองแห่งสยามประเทศ , “ครูแพม-ลิตา ตะเวทิกุล”  ผู้ผลิตรายการ และผู้อำนวยการโรงเรียนสอนศิลปินนักแสดง World Star Academy  และ “มิสเตอร์มิกามิ ยูซิเกะ” ผู้อำนวยการฝ่ายคัดเลือกศิลปินของ Avex  เพราะทุกคะแนนคือการชี้ชะตาชีวิตของน้องข้าวปั้น และน้อง  ฟลุท ว่าจะสามารถก้าวไปเป็นศิลปินระดับโลกอย่างที่วาดฝันไว้ได้หรือไม่ !!??? 

                  งานนี้บอกเลยว่าบีบหัวใจกันสุดๆ เลยทีเดียว สุดท้ายผู้ชนะย่อมมีเพียงหนึ่งเดียว !! แต่หนึ่งเดียวคนนั้นจะเป็นใคร !!???  ติดตามลุ้นนาทีแห่งชัยชนะของทั้งคู่ในรอบชิงชนะเลิศของ รายการ“World Star ดาวคู่ดาว by 7 ELEVEN” ใน วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน เวลา 13.15-14.30 น. ทางช่อง 7 HD  และ รับชมย้อนหลังได้ทันทีทาง LINE TV ในเวลา 14.30 น.

Share Button

admin