web analytics

“เมญ่า นนธวรรณ” ประกาศชัดแยกกันอยู่กับสามี หอบลูกขอยุติชีวิตคู่

“เมญ่า นนธวรรณ” ประกาศชัดแยกกันอยู่กับสามี หอบลูกขอยุติชีวิตคู่

เปิดใจที่แรกหลัง “เมญ่า นนธวรรณ” มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ได้ออกมาประกาศขอยุติชีวิตคู่ กับสามีชาวสวิตเซอร์แลนด์ “ฟิลิป บรามาส” ทั้งที่เพิ่งแต่งงานใช้ชีวิตคู่มาได้ 1ปีกว่าเท่านั้น และมีลูกชายสุดน่ารัก วัยหนึ่งขวบ อย่าง”น้องเบฬิน” ล่าสุดออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์,ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกร พร้อมเผยสาเหตุที่ทำให้แยกกันอยู่กับสามีถึงขั้นเสียใจหนักมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ และมาฟังจากปากว่าสาวเมญ่ายังรักสามีอยู่หรือไม่ ?

ตอนนี้ชีวิตเป็นยังไง ?

เมญ่า : ตอนนี้ชีวิตโอเคค่ะ แฮปปี้ขึ้น

เกิดอะไรขึ้นวันที่โพสต์คนไทยตกใจกันทั้งประเทศ ?

เมญ่า : เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราคิดและวิเคาะห์แล้วว่าอยู่ตรงนี้เรามีความสุขกว่า

ตกลงสถานะตอนนี้คือ ?

เมญ่า :  สถานะคือยังไม่ได้หย่า ลดสถานะจากสามี ภรรยามาเป็นเพื่อนกัน ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน ยังอยู่ด้วยกันสามารถดูแลลูกเหมือนเดิมได้ แค่เราไม่สามารถรักกันในฐานะคนรักเท่านั้นเอง

ขยายความคำว่าแยกกันอยู่ให้ฟังหน่อย ?

เมญ่า : จริงๆไม่เชิงแยกกันอยู่ ตอนที่อยู่สเปนก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน ความหมายของเมญ่าคือเราแค่มีพื้นที่ให้กัน ให้ต่างคนต่างมีช่วงเวลาของตัวเอง ได้มีเวลาคิดมากขึ้นว่าจริงๆแล้วที่เราเป็นอยู่แฮปปี้หรือยัง แล้วที่เราถอยออกมาแฮปปี้กว่าหรือเปล่า

พ่อของน้องเบฬินว่ายังไงบ้าง ?

เมญ่า : เค้าก็ไม่อยากที่จะให้เป็นแบบนี้ในความรู้สึกเค้าเค้าก็ยังรักเราอยู่ คิดว่าสามารถที่ยังจะแก้ไขให้เป็นแบบเดิมได้อยู่ แต่สำหรับเราอยู่ตรงนั้นเราไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ได้ทำให้เราสบายใจพอที่จะอยู่ตรงจุดนั้น เราก็เลยเลือกที่จะคุยกับเค้าถามเค้าว่าถ้าเราต้องการอย่างนี้เค้าโอเคมั้ย

ตอนนี้เมญ่าอยู่ไทยหรือสเปน ?

เมญ่า : ตอนนี้เพิ่งกลับมาไทย เค้าก็กลับมาไทยทำงานอยู่ เค้ากลับมา 1 เดือน แล้วเดี๋ยวเค้ากลับไป

กลับมาเมืองไทยอยู่ด้วยกันมั้ย ?

เมญ่า : ตอนนี้พ่อเค้าอยู่โรงแรม เมญ่าอยู่กับลูกที่บางนา ในเมืองสะดวกกับเค้าเวลาทำงานมากกว่า

เมญ่าเป็นคนเริ่มไอเดียนี้ เป็นคนบอกเค้า เค้าช็อคมั้ย ?

เมญ่า : ช็อคค่ะ เค้าช็อคตั้งแต่ไม่ใส่แหวนแล้ว ถอดนานแล้ว

แสดงว่าการที่เราไม่ใส่แหวนปัญหาก็ค่อนข้างหนัก ?

เมญ่า :  ใช่ค่ะ เพราะตั้งแต่แต่งงานไม่เคยถอดแหวนเลย เรารู้สึกว่าการใส่แหวนเป็นการรักษาสัญญาซึ่งกันและกัน ในเมื่อวันหนึ่งเรารู้สึกว่าคุณไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเราตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนวันแต่งงานแล้ว มันก็ไม่จำเป็นต้องใส่แหวนนี้ต่อไป

ไม่รักษาสัญญาเรื่องอะไร ?

เมญ่า : ไม่อยากเข้าลึกถึงราละเอียดแต่มันเป็นความรู้สึกของคนที่ตั้งใจที่จะใช้ชีวิตคู่กับคนคนหนึ่ง แล้วก็มีการวางแผนที่ดีแล้ว แล้วก็รู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร เค้าแฮปปี้กับอะไรไม่แฮปปี้กับอะไร

แยกกันอยู่หมายความว่าต่างตนต่างที่จะมีคนใหม่ได้มั้ย ?

เมญ่า : ต้องอยู่ในการตกลงในระดับต่อไป แต่ตอนนี้ไม่ได้เริ่มคุยถึงขั้นนั้น แค่เรายังโฟกัสกันอยู่แค่สองคน แต่ตอนนี้แค่เราถอยมาดูควาสัมพันธ์ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนรักแค่นั้นเอง

แสดงว่าอนาคตก็มีสองทางคือ อยู่หรือแยกกันไปมีคนใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น ?

เมญ่า : ถูกต้องค่ะ

ตอนนี้ก็คืออยู่ในระยะเวลาตัดสินใจแบบร้อยเปอร์เซ็นอีกรอบ ?

เมญ่า : ใช่ค่ะ

พอมีปัญหาแบบนี้รู้สึกมั้ยว่ามันยากขึ้นในการตัดสินใจเพราะเรามีลูก ?

เมญ่า : ถามว่ามีส่วนมั้ยก็มีส่วนที่ยากขึ้น เพราะเราก็ไม่ได้ตัวคนเดียว แต่ในมุมของเมญ่าที่ใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กเราเห็นผู้หญิงรอบตัวแล้วแม้แต่กระทั่งครอบครัวเราเองต้องอยู่เพื่อทนให้มีคำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์แต่จริงๆแล้วการที่เค้าอยู่แล้วอดทนมันมีอะไรหลายๆอย่างที่มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี มีหลายๆอย่างที่อาจมากระทบกับความรู้สึกของลูกโดยที่เค้าไม่รู้ตัวนั่นคือสิ่งที่เค้าพยายามจะทำให้ครอบครัวเป็นไปอยางที่สมควรจะเป็น แต่เค้าอาจจะเผลอหลุดหลายๆอย่างออกมาทำให้เด็กซึมซับว่าจริงๆแล้วพ่อ แม่ ไม่ได้อยู่เพื่อให้เค้ามีความสุข เพราะที่เป็นอยู่พ่อแม่อาจจะทะเลาะกัน ไม่รักกัน อาจจะทำอะไรไม่ดีแล้วทำให้ลูกเห็น สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ลูกเป็นคนมีคุณภาพในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้เอาลูกเป็นที่ตั้ง อยากให้คุณภาพชีวิตของลูกมีคุณภาพที่ดี

เมญ่า : ถูกต้องค่ะ

วัฒนธรรมกับอายุของเราที่ต่างกันมีส่วนเกี่ยวข้องมั้ย ?

เมญ่า : ไม่มีส่วนเลย เพราะว่าเราใช้เวลาคบกันมาซักพักนึง เมญ่าไม่มองว่าวัฒนธรรมที่แตกต่างจะมีผลมาก เราค่อนข้างที่จะไปทางเดียวกับเค้า แล้วก็มีความคิดเดียวกันที่จะเลี้ยงลูกไปในทางนี้เหมือนกัน กับอายุที่ต่างกันก็ไม่มีปัญหา เพราะเราก็ค่อนข้างโตกว่าอายุในความคิด การที่เราคบกับเค้าเป็นเหมือนบาลานซ์ชีวิตของเราให้ไปในทางเดียวกันได้

ตั้งแต่ประกาศแยกทางกับสามี มีคนเข้ามาจีบหรือยัง ?

เมญ่า : ถามว่ามีมั้ย เราก็ไม่ได้ขี้เหร่มาก ก็มีคนเข้ามาทักบ้าง แต่เราก็ยังไม่ได้เปิดใจอะไรให้ใคร เราก็ยังโฟกัสซ่อมบำรุงครอบครัวเราอยู่

แสดงว่าสถานะตอนนี้ ต่อให้มันเป็นอย่างนี้มันก็ยังมีความรู้สึกเราก็ยังอยากซ่อมบำรุง ?

เมญ่า : ตัวเค้าค่ะ ตัวเค้าพยายามซ่อมบำรุงอยู่ตอนนี้

แต่ดูเหมือนเมญ่าจะตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ?

เมญ่า :  ปัญหาที่เกิดขึ้นมันอยู่ที่เค้า ที่เมญ่าเลือกออกมาเพราะเค้าทำหน้าที่สามีได้ไม่ดีพอ เพราะว่าเค้าไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้ได้ดีพอ ฉะนั้นการที่เค้าจะกลับมาในชีวิตเราเค้าก็ต้องพิสูจน์ เหมือนเค้าเคยเป็นโลกทั้งใบของเรา พอวันนึงแล้วตัวเค้าเองเป็นคนทำร้ายโลกทั้งใบใบนั้น

แล้วทุกวันนี้เค้าพิสูจน์ตัวเองยังไงบ้าง  ?

เมญ่า :  เห็นความพัฒนาขึ้นแต่ยังไม่ได้ดีพอที่จะกลับมรักเค้าได้แบบเดิมในแบบที่เราเคยให้เค้า

เราทิฐิไปมั้ย ?

เมญ่า :  ไม่ค่ะ หนูเป็นคนง่ายที่สุดในบรรดาผู้หญิงบนโลก ไม่ทะเลาะเรื่องไร้สาระ คู่เราไม่ทะเลาะกันเลย ทะลกันน้อยมาก ด้วยเหตุผล แล้วเมื่อไหร่ที่เมญ่าหลุดอะไรออกไปเมญ่ขอโทษ บ้านเราไม่มีการใช้กำลัง บ้านเราไม่มีการด่าหยาบคาย เพราะรู้สึกว่าการที่เราสองคนทะเลาะกันควรคุยด้วยเหตุผล ต้องมีสติพอ จะไม่เอาเวลาที่เราปี๊ดอยู่แล้วเราไปคุยกับเค้า เราตกผลึกเป็นเดือนๆ สติเราพอมั้ย เราคุยกับเค้าแล้วเค้าจะมีข้ออ้างอะไรมั้ย

แสดงว่าตอนนี้นอนคนละบ้าน ?

เมญ่า : ไม่ค่ะ ตอนที่อยู่ต่างประเทศก็นอนเตียงเดียวกันนะ เค้าบอกว่าเค้าไม่ขอแยกเตียงนอน เค้ายังแฮปปี้ที่จะนอนเตียงเดียวกับเรา

ไม่ใจอ่อนบ้างหรอ ใกล้ชิดกันมาก ?

เมญ่า : ไม่ค่ะ บางทีก็คิดนะว่าอย่างที่เค้าเรียกว่าห่างกันหรอในเมื่อห่างกันแต่นี้เอง แต่เราก็ไม่มีจูบ ไม่มีกอดอะไรเลย

ทำวันนี้เจอกันอาทิตย์ละกี่วัน ?

เมญ่า : แล้วแต่ค่ะ เค้ากลับมาเมืองไทยทำงานหนักมาก ก็จะเป็นช่วงที่ว่างจากการทำงานก็จำถามเค้าว่าอยากเจอลูกมั้ย เค้าก็เจอ

พอกลับมาเมืองไทยเค้ารู้อยู่แล้วเมญ่าเป็นคนดังในประเทศไทย ต้องมีคนมอง มีคนสัมภาษณ์ ได้ตกลงกันมั้ยว่าเราจะพูดยังไง ?

เมญ่า : ได้คุยค่ะ  เหตุผลที่หนูต้องประกาศเพราะหนูต้องการความชัดเจนให้คนเห็น เพราะว่าในขณะที่เราอยู่เมืองไทยทำงานคนก็จะถามว่ามีปัญหากับครอบครัวหรือเปล่า เลิกกับสามีจริงมั้ย หลายๆคำถามทำให่เรากดดันมั้ย เรากดดันนะ ในขณะที่เราก็ไม่รู้จะทำอะไรให้ชัดเจน ก็เลยต้องประกาศให้ชัดเจนในจุดที่ว่าอย่าถามอะไรเรามากเลย เพราะตอนนี้เราเป็นแบบนี้นะ แล้วเราก็ผ่านความทุกข์กันมาพอสมควร มาถึงจึดนี้เราชัดเจนในจุดที่ว่าเราต้องการลดสถานะในความสัมพันธ์นะ แต่ยังไม่ได้หย่ากัน ซึ่งตอนที่ประกาศออกไปคนส่วนใหญ่คิดว่าเราหย่ากันแล้ว เลิกกันแล้ว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่

ยังรักเค้าอยู่มั้ย ?

เมญ่า : รักมั้ยหรอ เราใช้เวลากันมาค่อนข้างพอสมควรแล้วเรามีสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตเราก็เพราะเค้า รักมั้ย ก็ยังต้องมีรักแต่มันไม่เท่าเดิมเท่านั้นเอง

แล้วเค้ายังรักเราอยู่มั้ย ?

เมญ่า : รักค่ะ เราเห็นชัดเลยว่าเค้ารัก เค้าพูดเสมอว่ายังรักเราอยู่ แต่ทำไมเรารักเค้าไม่ได้

นอนเฉยๆจริงหรอ

เมญ่า : ไม่มี นอนจริงๆ

ตัวสามีเองเค้าก็ต้องมีพยายามบ้างแหละ

เมญ่า : วันสุดท้ายก่อนกลับมีจูบกัน เป็นจูบแรกที่ไปถึงเป็นเดือนเลย มาจูบแรกวันนั้น เค้าคงคิดอะไรได้หลายอย่างว่าอาจจะเป็นวันสุดท้ายแล้วมั้ง แล้วเค้าก็ขอโทษว่าที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ 

แสดงว่าไม่คิดจะกลับไปสเปนอีก ?

เมญ่า : กลับค่ะ ลูกต้องใช้เวลาอยู่กับพ่อ เพราะเรายังเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ การที่เมญ่ากลับมาเมืองไทยแล้วมางานในสิ่งที่เมญ่าคิดถึงแล้วก็รัก มันอาจจะต้องใช้คำว่างานเป็นหลักแทนที่จะเป็นเค้า เพราะเมื่อก่อนเมญ่าให้เค้าเป็นหลัก

เป็นเพราะน้องหมาหรือเปล่า เพราะเค้ารักน้องหมามาก

เมญ่า : ไม่เกี่ยวค่ะ ถ้างั้นคงไม่แต่ง

สิ่งที่จะทำให้ผู้หญิงตัดสินใจได้ขนาดนี้มันก็ไม่พ้นบุคคลที่สาม ?

เมญ่า : เราจะไม่พูดถึงจุดนั้น

ช่วงแรกที่แยกกันอยู่ถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับเลย ต้องพึ่งยานอนหลับมั้ย มันดีขึ้นมั้ย ?

เมญ่า : ถ้าพูดตรงๆก็พึ่ง ก็แค่ได้หลับ ความทุกข์ของผู้หญิงเมื่อต้องเจอกับความทุกข์มากๆ เราก็ต้องจมดิ่งตรงนั้นซักพักจนกว่าเราจะคิดได้ เมญ่าโชคดีอยู่อย่างที่เราไม่แตะแอลกอฮอล์ลอยู่แล้ว การที่เราไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ลเพื่อลืมความทุกข์หรือเลื่อนความทุกข์ไปเรื่อยๆ ทำให้เราใช้เวลากับความทุกข์ตรงนี้สั้นกว่าคนอื่น เรามีสติเร็วกว่าคนอื่น ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น

ก่อนหน้านี้เราให้โอกาสเค้ามั้ย  ?

เมญ่า : ให้โอกาสค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เป็นปัญหาหลักใหญ่ๆ แล้วเราก็คุยกับเค้าแล้วว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าย้อนไปครั้งแรกคือตอนที่ก่อนที่จะถ่ายรายการ(คุยแซ่บShow) ที่เจอลูกตอน 19 วัน

คนมองว่าเมญ่าเป็นผู้หญิงเพอร์เฟค คิดมั้ยว่าการใช้ชีวิตคู่เรามีจุดผิดพลาดตรงไหน ในมุมของเราเอง ?

เมญ่า : ในมุมของเราเอง จากวินาที่แรกที่เราเป็นแฟนเค้า จนมาเป็นภรรยาเค้า จนมาเป็นคนนรักของเค้า เชื่อว่าไม่มีอะไรที่พลาดเลย เพราะตั้งใจที่จะสร้างครอบครัวกับเค้า ก็รู้ว่าอะไรที่เค้าชอบ เอาใจเค้าใจเรามาใส่กันตลอด ทำครอบครัวของเราให้เป็นครอบครัวที่เคยคาดหวังเอาไว้ เมญ่าคิดว่าเมญ่าจะทำอะไรพลาดที่จะเสียครอบครัวของเราไป เราก็ถามเค้าว่าที่เราอยู่เราเคยทำอะไรพลาดหรือเปล่า เราทำหน้าที่เราไม่ดีพอหรือเปล่า เค้าก็บอกว่าไม่มีเลย

คุณแม่ให้กำลังใจยังไงบ้าง ? แม่รู้คนแรกๆเลยมั้ย ?

เมญ่า : รู้คนแรกๆเลย ครอบครัวรู้เป็นคนแรกๆเลย แล้วก็เพื่อนสนิท ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ฟังเราให้กำลังใจ ในช่วงเวลาที่ทุกข์มากๆ เก็บไว้คนเดียวมันก็ยาก คนรอบข้างให้กำลังใจและคอยแนะนำ มันทำให้เรามีตัวเลือกในความคิดหลายๆอย่าง และทำให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

แม่เป็นคนสมัยเก่าเค้าบอกมั้ยว่ให้อยู่ๆไปเถอะ ?

เมญ่า : บอกค่ะ เค้าบอกว่าให้อยู่เพื่อลูก หนูก็บอกว่าการที่อยู่เพื่อลูกทำให้ลูกทรมาน

ถ้าลูกโตขึ้นอีกหน่อยจะเล่าให้ฟังมั้ย ?

เมญ่า : ไม่ใช่เรื่องที่จะเล่าให้เด็กฟัง เรื่องปัญหาพ่อแม่นะ ถ้าเค้าถามก็ตอบกว้างๆ ไม่ละเอียดอะไรมาก ไม่ใช่เรื่องที่ลูกจะมารับฟังอะไรแบบนี้

ถ้าสามีดูอยู่อยากจะบอกอะไรกับเค้า ?

เมญ่า : ล่าสุดเราก็คุยกับเค้าเรียบร้อยแล้ว เราเสียใจที่มันต้องมาอยู่ในจุดนี้ เราก็ทำเต็มที่แล้ว ครั้งหนึ่งเค้าเคยเป็นโลกทั้งใบและเป็นสิ่งที่เรารักมากที่สุด พอมันเป็นแบบนี้มันค่อนข้างที่จะรักษาความรักของเราไปด้วยกัน เค้าเองก็เสียใจ การที่จะให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมถ้ามันเป็นไปได้มันก็คงจะดี แต่ว่าเค้าคงอาจจะต้องใช้เวลาซักพักนึงเพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่คนๆนึงที่รักได้ขนาดนี้จะรู้สึกหมดใจได้ขนาดนี้

ตอนนี้ยังอยู่ในสถานะที่รอเค้าอยู่มั้ย ?

เมญ่า : ไม่เรียกว่ารอมั้ย เรียกว่าอยู่อย่างมีความสุขมั้ย ตอนนี้มีความสุข ใช้เวลาเต็มที่กับการที่จะมีความสุขและได้เลี้ยงลูกอย่างมีความสุขมากกว่า เมญ่าต้องการเลี้ยงเบฬินให้เป็นเด็กที่มีคุณภาพ การที่จะเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพคุณแม่ต้องมีความสุข ถ้าเรามีแต่ความเครียด ความกดดัน เมญ่าเชื่อว่าสิ่งที่เรามีมันต้องแอบเผลอออกไปจากที่เราเลี้ยงลูกแน่นอน

อยากจะให้กำลังใจผู้หญิงทั่วประเทศไทยที่ต้องเจอสถานะกดดันในเรื่องครอบครัว ?

เมญ่า : ผู้หญิงทุกคนไม่มีใครอยากให้ครอบครัวที่เรารู้สึกว่าเราต้องอดทน หรืออยู่ในจุดที่ทรมาน แต่เมื่อวันนึงเราต้องเจอ เมญ่าไม่อยากให้ใช้คำว่าอดทนกับความรัก เพราะความรักคือสิ่งที่สวยงาม ต่างคนต่างช่วยกันสนับสนุนทางของแต่ละคนไปในทางที่ดี ทำให้ความรักของแต่ละคนแข็งแรง มองใจเค้าใจเรา นั่นคือความรักที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ความอดทนเพื่อให้ครอบครัวไปกันได้ ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow 

Share Button
admin

admin