web analytics
SIAMNEWSDAY

“ลีดเดอร์ไทย” พร้อมเป็นศูนย์กลางผลิตกัญชาสู่ยารักษาโรค

เป็นที่ทราบกันดีแล้วในตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขพึ่งปลดล็อก “ใบกัญชา-กัญชง” ให้พ้นจากบัญชียาเสพติด เพื่อนำสรรพคุณที่มีอยู่มากมายของ “ใบกัญชา-กัญชง” มาใช้ทางการแพทย์อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด  แต่แน่นอนว่ากัญชาเป็นเสมือนดาบ 2คมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขอใบอนุญาต

ล่าสุดบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตในการปลูกพืช “ใบกัญชา-กัญชง”รวมถึงขั้นตอนการผลิตออกมาเป็นยาสมุนไพรเพื่อในในทางการแพทย์ตลอดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำรวมถึงพร้อมที่จะเปิดให้บุคลทั่วไป และวิสาหกิจชุมชนเข้ามาเรียนรู้ และมีส่วนร่วม โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมาบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ และสื่อมวลชนเข้าชมโรงเรือนเพาะต้นกล้า พร้อมทั้งให้ความรู้เบื้องต้น

ราเชษฐ์ บินมาลา

คุณราเชษฐ์ บินมาลา ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรอธิบายว่า“โรงเรือนของบริษัท ลีดเดอร์ไทยเป็นโรงเรือนระบบปิดทั้งหมดเพื่อควบคุมมาตรฐานของพันธุ์พืช ภายในโรงเรือนจะมีกล้องวงจรปิดที่ส่งสัญญาณตรงไปที่องค์การอาหารและยาเพื่อควบคุม และป้องกันการหลุดลอดในการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด สำหรับกัญชาที่นำมาเพาะพันธุ์ในตอนนี้ หลักๆมี 2สานพันธุ์คือ สายพันธุ์หางกระรอก และสายพันธุ์ฝอยทองซึ่งทั้ง 2สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ไทยซึ่งมีผลการวิจัยว่าให้สารแคนนาบินอยด์มากที่สุด และเหมาะกับสภาพอากาศในประเทศไทยมากที่สุดเนื่องจากเป็นพันธุ์พื้นเมือง”

สุเมธ ซันเฮม

คุณสุเมธ ซันเฮม กรรมการผู้จัดการบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัดมีความประสงค์ให้เกษตรกรได้มีโอกาสเข้าถึงการปลูกพืชทั้งกัญชง และกัญชาที่ยังไม่ได้ปลดล็อคอย่างเต็มรูปแบบได้ง่ายขึ้น เป็นการยกระดับของเกษตรกรในการสร้างรายได้ร่วมกับทางบริษัท รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงตัวยา เมื่อบริษัทดำเนินงานจนถึงพร้อมจนสามารถผลิตออกมาเป็นตัวยาที่มีมาตรฐานได้แล้ว เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

“สำหรับในส่วนของภาครัฐในตอนนี้ต้องขอบคุณมาที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือในหลายๆด้าน แต่ต้องเข้าใจว่าพืชกัญชานอกจากจะเป็นยาที่มีคุณอนันต์แล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นยาเสพติดอยู่ฉะนั้นการที่จะปล่อยให้เกษตรกรปลูกเองโดยปราศจากการควบคุมคงเป็นเรื่องยากซึ่งตรงนี้หากภาครัฐเข้ามาเข้มงวดก็จะดีมาก สำหรับในส่วนของโรงงานเรามีระบบการควบคุมจากองค์การอาหารและยา ข้อมูล และภาพออนไลน์ต่างๆที่เกิดในโรงเพาะแห่งนี้จะถูกส่งไปที่องค์การอาหารและยา หรืออย.โดยตรง รวมถึงระบบความปลอดภัยของโรงงานซึ่งจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในโดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามมาตราการณ์ที่อย.กำหนดอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของประชาชนโดยทั่วไปหากต้องการเข้ามาร่วมธุรกิจกับบริษัท ลีดเดอร์ไทย จำกัด เมื่อเราผ่านโครงการนำร่องตรงนี้ ไปจนถึงกระบวนการสกัดเป็นยาแล้ว เรายินดีที่จะเปิดรับเครือข่ายที่ต้องการเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา รวมถึงผู้ป่วยที่มีความจำเป็น แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวยาได้ ตรงนี้เราก็อยากส่งคืนให้กับสังคมเช่นกัน”..นายสุเมธ กล่าว

“California” งานเพลงรวมพลังสามซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย

Rich Brian , Niki และ Warren Hue  ส่งตรงให้แฟนๆ ได้ฟัง พร้อมมิวสิกวิดีโอสวยๆ ของสามศิลปิน

          เมื่อสามศิลปินระดับท็อปของเอเชียมาร่วมงานกัน ก็ต้องเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง เพราะงานนี้สามศิลปินแถวหน้าจากค่ายเพลง 88rising ริช ไบรอัน (Rich Brian), นิกิ (Niki) และศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง วอร์เรน ฮู (Warren Hue) ปล่อยความคิดสร้างสรรค์กันเต็มที่ จนกลายเป็นเพลง “California” งานดนตรีเก๋ ที่อารมณ์ของเพลงเท่สุด ๆ

          “เพลงนี้เป็นเรื่องของสามเด็กอินโดนีเซีย ที่ออกไล่ตามความฝัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดง, นักวิทยาศาสตร์ หรือสถาปนิก หรือว่าทั้งสองอย่าง ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้” ริช ไบรอัน พูดถึงที่มาของเพลง “ในกรณีนี้ นิกิ, วอร์เรน แล้วก็ผม บรรลุถึงสิ่งเดียวกัน นั่นก็คือการทำงานในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีทั้งจุดสูงสุดและต่ำสุด”

          “เป็นเรื่องโคตรเจ๋งเลย ที่ได้ทำงานกับริช ไบรอัน และวอร์เรน ฮู เพื่อนชาวอินโดนีเซียของฉัน ความเฉียบคมในการแต่งเพลงคือสิ่งสำคัญที่เราสามคนนำมารวมกัน หวังว่าแฟน ๆ ทุกคนคงสนุกกับเพลงนี้นะ!” นิกิ กล่าว

            ส่วนน้องใหม่ วอร์เรน ฮู พูดถึงการทำเพลง “California” ว่า “เนื้อร้องที่ผมเขียนเป็นเรื่องจริงจังกับการเป็นคนเอเชียในอเมริกา และมุมมองที่มีต่อแคลิฟอร์เนีย กระบวนการทำเพลงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะมันแสดงให้เห็นมุมมองของคนอินโดนีเซียสามคน ที่มาพูดถึงอเมริกา และโปรเจ็กต์นี้ก็เป็นการทำงานที่สนุก”

          ซึ่งความสุขและความสนุกจากการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ ก็ทำให้ “California” มาพร้อมกับบรรยากาศที่รื่นรมย์ การเรียบเรียงที่ผสมผสานการร้อง และการแร็ปเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยเฉพาะซาวด์ดนตรีที่ฟังล่องลอย รู้สึกถึงการไล่ตามความฝันที่อยู่รอบ ๆ ตัว ขณะที่การถ่ายทอดเป็นมิวสิกวิดิโอก็นำเอาอารมณ์และความรู้สึกในเพลง มานำเสนอเป็นภาพได้อย่างเยี่ยมยอด เมื่อทั้งริช ไบรอัน, นิกิ และวอร์เรน ฮูปรากฏตัวท่ามกลางแสงแดด และสายลม ของสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแคลิฟอร์เนีย ที่ผสมกลมกลืนเข้ากับเนื้อหาเป็นอย่างดี

             โดยสามารถชมมิวสิกวิดีโอของ “California” ที่เก๋ทั้งดนตรีและมีอารมณ์อยู่ในภาพกันได้ที่ YouTube Channel : 88rising และสามารถฟังเพลงที่เป็นการร่วมงานกันของสามศิลปินเอเชียเพลงนี้กันได้ที่ Spotify, Apple Music, Joox และ TrueID Music  โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค

“โฮมโปร” ร่วมสู้สถานการณ์ โควิด 19

ส่งมอบอุปกรณ์ และของใช้ให้กับ “ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดกลางบางซื่อ” แม้ “สถานีกลางบางซื่อ” จะถูกยกระดับให้เป็นอีกหนึ่งด่านหน้าสำคัญ ในการรับมือโรคระบาดโควิด-19 ด้วยการจัดตั้งสถานีฉีดวัคซีนแบบออนไซต์ หรือ “ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ” ขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ศูนย์ฉีดวัคซีนนี้ขาดไป คงจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่รอเข้ามาเสริม เพื่อทำให้การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างราบรื่น และรวดเร็วที่สุด

นายนิทัศน์ อรุณทิพย์ไพฑูรย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ – กลุ่มทรัพยากรบุคคล และป้องกันการสูญเสีย บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร เผยว่า เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ อย่างเต็มกำลังด้วยการมอบอุปกรณ์สนับสนุนให้กับศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดกลางบางซื่อ เพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นกำลังใจ แทนคำขอบคุณในความเสียสละ และทุ่มเทของเหล่านักรบเสื้อขาวที่เป็นด่านหน้าในการรับมือต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ครั้งนี้

โดยอุปกรณ์ที่ส่งมอบให้กับศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ นั้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ ฉากกั้นอะคริลิค, โต๊ะปฏิบัติการ, เก้าอี้, ตู้เอกสาร, เตียงobservers, ผ้าห่ม, หมอน, พัดลมอุตสาหกรรม, พัดลมตั้งโต๊ะ, ตู้เย็น, ไมโครเวฟ, ตู้น้ำดื่ม, รถเข็น, ปลั๊กพ่วง, ถังขยะ, ถุงขยะกล่องทิชชู่,กระดาษทิชชู่ และอื่นๆ  รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

สำหรับการส่งมอบอุปกรณ์ และของใช้ในครั้งนี้ จะสามารถแบ่งเบาภาระพร้อมทั้งช่วยสนับสนุน และสร้างประโยชน์ให้กับคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังในส่วนของแนวหน้า ทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนได้เป็นอย่างดี ในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่จะเปลี่ยนมาเป็นกำลังช่วยกันหยุดวิกฤตโรคระบาดนี้ลงในท้ายที่สุด”

อินเนอร์ฟาดมาก “ น้ำหวาน-รักษ์ณภัค” กับลุคสาวสก๊อย

เปิดตัวมาก็แว่นเปรี้ยวเข็ดฟันสุดๆ สำหรับ “น้ำหวาน-รักษ์ณภัค วงศ์ธนทัศน์” กับบท ดาว สาวผู้มีความทะเยอทะยานไม่มีที่สิ้นสุด ทําทุกอย่างให้ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ในละครเรื่อง “แพศยา” ทางพีพีทีวี ช่อง 36 ซึ่งฉากนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชีวิตดาวพลิกผันไปในอีกเส้นทางหนึ่ง งานนี้สาวน้ำหวานก็ทุ่มเทเต็มที่แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานในการถ่ายทำเธอก็จัดเต็มทุกอารมณ์ ปล่อยพลังการแสดงสวมมาดสก๊อยเกิร์ลได้เด็ดดวงสุดๆ

โดยฉากนี้เป็นตอนที่ ดาว (น้ำหวาน-รักษ์ณภัค วงศ์ธนทัศน์) ต้องไปเป็นคนปล่อยสัญญาณการแข่งรถของ พล (กวาง – ศิริศิลป์ โชติวิจิตร) แฟนหนุ่ม กับ วิทย์ (กรเศก โคร์นิน) ลูกนักการเมืองใหญ่ในการแข่งรถ  ก่อนจะโดนแฟนหนุ่มหักหลักและโดนวิทย์กดขี่ข่มเหงจิตใจ ซึ่งน้ำหวานก็มาในลุคเสื้อยืดเอวลอย กางเกงขาสั้น แปลงโฉมกลายเป็นสก๊อยแสนสวยจนลืมลุคนางแบบสุดเซ็กซี่ไปได้เลย พอนับ 5 4 3 2 1 น้ำหวานก็ฟาดอินเนอร์ไม่ยั้ง ทั้งจริตจกร้าน ลีลาโบกสะบัดให้สัญญาณรถออกสตาร์สุดเฟียส ห้ามกระพริบตากันเลยทีเดียว ติดตามความสนุกกันได้ในละครเรื่อง “แพศยา” คืนวันพุธที่ 2  มิถุนายนนี้ เวลา 21.30 น. ทางพีพีทีวี ช่อง 36 และสามารถดูย้อนหลังฟรีที่เดียวบนแอปพลิเคชัน iQiyi (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ iQ.com ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 22.50 น. เป็นต้นไป

          และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตได้ใน App Store และ Google Play – กดดาวน์โหลดฟรี https://i.qy.net/f34caJ-b7 

“พิงกี้” เฉียดตาย ถูกล่มเรือกลางแม่น้ำ

ชาติที่แล้วคงสร้างกรรมหนัก จึงพบเจอแต่เหตุการณ์แย่ ๆ สำหรับสาว “พิงกี้-สาวิกา” ล่าสุดถูกแผนรอบทำร้าย ล่มเรือกลางแม่น้ำ ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 แต่เคราะห์ดีที่หนุ่ม “กอล์ฟ-อนุวัฒน์พายเรือตามมาพอดี เลยกระโดดช่วย ผายปอดใต้น้ำเรียกสติ เหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้ ทำเอาทั้งคู่ปล่อยโฮกันยกใหญ่ เพราะเกือบเสียคนรักไป เบื้องหลังจะดราม่าแค่ไหน ติดตามกัน

            เรื่องราว มาลัย(พิ้งกี้)กำลังนั่งเรือไปทำบุญที่วัดอยู่ ๆ เรือก็รั่วทำให้ มาลัยที่ว่ายน้ำไม่เป็นพลัดตกน้ำไป เดช(กอล์ฟ)ที่กำลังพายเรือตามมาเห็นเหตุการณ์ก็กระโดดลงไปช่วยมาลัย เดชเห็นรีบว่ายเข้าไป และช่วยมากลับขึ้นมา เดชร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงว่าเกือบเสียคนที่รักไป จนมาลัยได้รู้ว่าเดช แท้จริงรักตนมาก

ฉากนี้ถ่ายทำกันที่ แอ็กซ์ สตูดิโอ วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน พิงกี้ กอล์ฟได้คลายร้อนสมใจ เพราะมีตกน้ำตกท่ากันอีกตามเคย แถมไม่พอยังต้องยกพลขึ้นบกมาดราม่ากันต่อแบบจัดเต็ม แต่งานนี้ทั้งกอล์ฟและพิงกี้บอกเต็มที่อยู่แล้ว เพื่อแฟน ๆ ละครจ้า ถึงเวลา ผู้กำกับ ชัชวาล ศาสวัตกลูน เรียกทั้งคู่มาหน้าเซต ซีนนี้ถึงพิงกี้จะต้องจมน้ำแล้วกอล์ฟกระโดดลงไปช่วย ถึงแม้เหตุการณ์ในฉากจะสุดคับขัน แต่ก็ขอแฝงความโรแมนติกลงไปจูบกันใต้น้ำ แถมให้แฟนๆหน่อย เดี๋ยวจะลุ้นกันหัวใจวายกันซะก่อน  เรื่องสกิลดำผุดดำว่ายของทั้งสองไม่ต้องห่วง เพราะว่ายน้ำผ่านฉลุย ห่วงก็แต่ช็อตที่ต้องพูดบทยาวเกือบสองหน้า ร่ายความรัก กลั่นกรองเป็นน้ำตาออกมา บอกเลยว่า ยากสุดเพราะต้องสมาธิสูงมาก  แต่แค่ตอนซ้อมต่อบท น้ำหูน้ำตาของกอล์ฟ และพิงกี้ก็ไหลออกมาแล้ว เมื่ออินเนอร์ทุกอย่างพร้อม ถ่ายจริงเริ่มที่ พิงกี้กำลังนั่งเรือไปทำบุญอยู่ๆ

เรือรั่วทำให้พิงกี้พลัดตกน้ำ กอล์ฟที่กำลังพายเรือมากระโดดลงช่วย จนพบร่างกอล์ฟดำดิ่งลงไปจูบพิงกี้ปลอบขวัญ และพามาขึ้นฝั่ง พิงกี้ ที่หวิดตายมาหมาดๆ สะลึมสะลือเห็นกอล์ฟ นั่งเฝ้า นั่งเป็นห่วงไม่ห่าง กอล์ฟที่เห็นพิงกี้ได้สติก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น จับพิงกี้งมาสวมกอด ด้านพิงกี้เห็นคนรักร้องไห้ไม่หยุด ด้วยซีนนี้บทยาวบวกเปลี่ยนมุมกล้องหลายครั้ง ทำเอา คัทปุ้ปทั้งคู่ตาบวมตุ่ย เพราะบอกเลยว่าเป็นซีนที่ร้องไห้หนักมากจ้า แต่เอ๊ะ เรือของแม่มาลัย อยู่ๆจะมาล่มได้อย่างไร ต้องมาตามสืบ ว่าเป็นฝีมือใคร ติดตามฉากนี้ได้ในละคร“เรือนร่มงิ้ว” วันพุธที่ 2 มิถุนายนนี้ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 8 ห้ามพลาด  และสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY เท่านั้น

หล่อใจบุญ “กลัฟ คณาวุฒิ”เติมกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ สู้ภัยโควิด 19

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่คอยส่งกำลังใจให้กับทีมบุคลากรและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มาตลอด สำหรับ  “กลัฟ” คณาวุฒิไตรพิพัฒนพงษ์ นักแสดงหนุ่มสุดฮอตของเมืองไทย ที่ช่วงนี้สถานการณ์โควิด 19 ในบ้านเราได้กลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง โดยช่วงที่ผ่านมาหนุ่มกลัฟเองได้มีการให้ความช่วยเหลือทั้งการบริจาคเงินส่วนตัวให้กับทางโรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ

และล่าสุดหนุ่มกลัฟและแฟนคลับได้ริเริ่มโครงการดีๆ “โครงการกลัฟชวนแฟน ๆ แบ่งปัน น้ำใจต้านภัยโควิด 19” เป็นโครงการที่กลัฟตั้งใจชวนแฟนคลับร่วมทำบุญพร้อมกับตนเอง โดยได้เงินทำบุญทั้งหมด 1,564,422.04 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้นำไป ซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็น อาทิ อุปกรณ์ประกอบด้วยเครื่อง High Flow ชุดพีพีอีจำนวน 3,000 ชุด, เฟสชิวด์ 3,000 ชิ้น , หน้ากากอนามัย 3,000 ชิ้น , แอลกอฮอล์สเปรย์ 1,000 ขวด , ถุงมือแพทย์ 30,000 คู่  , เครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราไหลสูง จำนวน 1 เครื่อง และเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อจัดซื้อน้ำยา VTM (Viral Transport Media น้ำยานำส่งตรวจ สำหรับเชื้อโควิด -19) สำหรับใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิดที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมกับสมทบทุนให้กับโรงพยาบาล 40 แห่งทั่วประเทศ  ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลแม่สาย โรงพยาบาลสนามโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย วัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โรงพยาบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี โรงพยาบาลถลาง จังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลปลวกแดงจังหวัดระยอง โรงพยาบาลสามร้อยยอด จังหวัดประจวบฯ โรงพยาบาลปากชม จังหวัดเลย โรงพยาบาลมหาสารคาม และโรงพยาบาลสกลนคร โรงพยาบาลสุไหงปาดี เป็นต้น

ทั้งนี้ยังได้จัดอาหารกล่อง  จำนวน 2,000 ชุด เพื่อเป็นการขอบคุณให้กับทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ โดยได้ส่งไปให้กับโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั่วภูมิภาคของประเทศไทย

โดยหนุ่มกลัฟ เผยว่า “โครงการนี้เป็นการร่วมกันของผมและพี่ ๆ แฟนคลับ ต้องขอบคุณพี่ๆ แฟนคลับทุกคนที่ร่วมบริจาคกับโครงการนี้ ที่ผมจัดทำขึ้น เมื่อวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีพี่ ๆ แฟนคลับใจบุญมาร่วมทำบุญด้วยกันจำนวนมาก โดยผมและทีมงานได้จัดสรรซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด19 ทั้ง 40 โรงพยาบาล แล้วได้จัดส่งอาหารกล่องให้กับบุคลากรทางแพทย์รวมถึงพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่้กันอย่างหนักทุกวันจนถึงสิ้นเดือนนี้อีกด้วยครับ ผมก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละทุ่มเทกำลังความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ให้กับคนไทยทุกคน ได้ปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง สู้ ๆ นะครับ”

“ดร.เชาว์วัจน์”ดันธุรกิจกฎหมายหลังโควิด ฟุ้ง!ไทยและต่างชาติตอบรับ

อีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  สำหรับธุรกิจบริการด้านกฎหมายอย่าง  สำนักกฎหมายอิตัลไทย  (www.Italthailawfirm.com) บริหารงานโดย ดร.เชาว์วัจน์ พาณิชย์เสรีวิศิษฐ์  ที่ให้บริการด้านธุรกิจและกฎหมายแก่ลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติโดยเฉพาะนักธุรกิจชาวจีนมายาวนาน  และเป็นที่กล่าวถึงในการบริการที่ดีเยี่ยมมาตลอด เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ รวมถึงในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการวางแผนปรับปรุงระบบการบริการ พัฒนาทีมงานเพื่อให้พร้อมต่อการรองรับลูกค้า ทั้งชาวไทยและต่างชาติ  เรียกว่างานนี้เดินเครื่องเต็มที่ พร้อมรับการเปิดประเทศและการกลับมาสู่สถานการณ์ที่ดีดังเดิม   ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ทางผู้บริหารได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

                “ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าธุรกิจให้บริการด้านกฎหมายของเราได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะกับสถานการณ์โควิด จากการที่เหล่านักธุรกิจจีนต่างๆ เดินทางเข้ามาประเทศไทยไม่ได้ เพราะลูกค้าของสำนักกฎหมายอิตัลไทย คือกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนเป็นหลัก คอนเน็กชั่นกับกลุ่มนี้ของผมค่อนข้างดี พอเกิดเหตุการณ์ก็เท่ากับว่าเรามีผลกระทบเต็มๆ เลยครับ  ทุกคนก็ลำบากหมดครับ  ธุรกิจอสังหาฯ ที่เราดูแลให้คำปรึกษาก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งเราเองก็ทำใจ และแก้ไขไปตามสิ่งที่ควรจะเป็นเพื่อให้องค์กรอยู่ได้ เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างต้องกลับมาดีดังเดิม”

                “ผมเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยในปัจจุบันก็น่าจะดีขึ้นในระดับหนึ่ง ธุรกิจต่างๆ ทั้งกิจการโรงงาน อสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ จะดีขึ้นแน่นอน ประเทศไทยยังคงเป็นที่หนึ่งของประเทศที่ต่างชาติอยากมาประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะนักธุรกิจชาวจีนที่อัดอั้นมากแล้วครับ พวกเขาอยากจะเข้ามาประกอบกิจการที่ประเทศไทย  โดยเฉพาะธุรกิจด้านอสังหาฯ น่าจะเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุด  และที่ผ่านสำนักกฎหมายของเราถือว่าเป็นที่หนึ่งในการให้คำปรึกษาด้านนี้กับผู้ประกอบการชาวจีน ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจด้านอสังหาฯ และมีหลายโครงการที่เป็นผลงานของเราในการให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ ของโครงการนั้นๆ ตามที่เคยนำเสนอข่าวไปบ่อยครั้ง

                เมื่อสถานการณ์จะดีขึ้นเราก็พร้อมอย่างเต็มที่ที่จะบริการทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ เราเน้นให้บริการแบบมาที่เราที่เดียวก็ครบทุกอย่างเหมือนเดิม ประทับใจเช่นเดิม ช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามีเวลาในการเตรียมความพร้อมพัฒนาปรับปรุงการทำงานสำหรับรองรับลูกค้า สำนักกฎหมายของเรายังมีมาตรฐานการให้บริการที่มีมาตรฐานตรวจสอบได้ เรายังคงเป็นที่หนึ่งในการให้คำปรึกษาในด้าน การลงทุน  อสังหาฯ คอนโด บ้านจัดสรร การซื้อขายที่ดิน โรงแรม และอื่นๆ  ในด้านบัญชีก็ยังคงดูแลท่านได้ครบกระบวนการเหมือนเดิม อาทิ ยื่นแบบประจำเดือน  วางแผนภาษีต่างๆ ฯลฯ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ เข้าไปดูในช่องทาง www.Italthailawfirm.com     เราไม่ได้บริการเฉพาะนักธุรกิจชาวจีนนะครับ ชาวไทยเราก็บริการให้คำปรึกษาหมด แต่ที่ผ่านมาคนจะมองภาพของเราบริการแต่ชาวต่างชาติ เพราะผมมีคอนเน็กชั่นกับกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนและได้เปรียบเรื่องการสื่อสารภาษาจีน ลูกค้านักธุรกิจชาวไทยก็มีครับเราทำให้เต็มที่มากๆ เราอยากบริการคนไทยด้วยครับ เข้ามาปรึกษาเราได้เลยครับทุกปัญหา

                “ตอนนี้เรามีโครงการด้านอสังหาฯ หลายๆโครงการที่เข้ามาปรึกษาถ้ามีการตกลงชัดเจนก็คงมีข่าวเพิ่มเติม สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีขึ้นครับ ถ้าทุกอย่างกลับมาดีเหมือนเดิมเราก็เดินหน้าทำงานเต็มที่ และยิ่งมีการเปิดประเทศเมื่อไหร่เราก็พร้อมมากครับ ทั้งผมและทีมงานที่จะให้คำปรึกษาท่านทุกปัญหา ย้ำว่าเรายินดีให้คำปรึกษาทุกท่านทั้งชาวไทยและต่างชาติครับ”

                 ซึ่งทั้งหมดคือ ความคิดเห็นและการกล่าวถึงความคืบหน้าและความพร้อมของการเตรียมการให้บริการลูกค้าที่จะเข้ามารับบริการทั้งเก่าและใหม่ของผู้บริหาร และเชื่อว่านี่คือก้าวต่อไปขององค์กรที่มีความพร้อมมากขึ้นอีกขั้นสำหรับคำว่าบริการ

ท็อปส์แจกหนัก กับแคมเปญ “Tops 25th Anniversary Win Prizes Daily”

แจกหนักจัดเต็มทุกวัน ลุ้นรับทองคำแท่งหนัก 1 บาท และ ท็อปส์ กิฟท์คาร์ด
รวมมูลค่ากว่า 3.1 ล้านบาท ที่ท็อปส์ และแฟมิลี่มาร์ท

ท็อปส์ ฉลองครบรอบ 25 ปี จัดเต็มไม่ยั้ง แจกกระหน่ำ 62 วันไม่มีวันหยุด! กับแคมเปญ “Tops 25th Anniversary Win Prizes Daily” มอบของรางวัลสุดพิเศษเพื่อนักช้อปทุกคน เพียงช้อปครบ 1 บาทต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์, แฟมิลี่มาร์ท และ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 1 มิถุนายน 2564 รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลผ่านแอปเดอะวัน พิเศษ! รับ 2 สิทธิ์ เมื่อช้อปออนไลน์ผ่าน www.tops.co.th ลุ้นรับของรางวัลแจกใหญ่ทุกวัน ได้แก่

  • ทองคำแท่งหนัก 1 บาท วันละ 1 รางวัล มูลค่า 25,450 บาท
  • ท็อปส์ กิฟท์คาร์ด มูลค่า 1,000 บาท วันละ 25 รางวัล

คุ้มสุดคุ้มไปอีกขั้น สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตชิตี้ มาสเตอร์การ์ด รับบัตรของขวัญท็อปส์มูลค่า 100 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร ตั้งแต่ 1,200 บาทขึ้นไป/เซลส์สลิป ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2564 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ทุกสาขา

รายละเอียดเพิ่มเติม www.tops.co.th, เฟชบุ๊ก TopsThailand, FamilyMartThailand, Matsumoto Kiyoshi Thailand หรือแอพพลิเคชันไลน์: @TopsThailand, @Topsonline และ @FamilyMartThailand

“ทาวรัส ผลิตภัณฑ์สุขภาพ” เพื่อคนไทย ก้าวไกลสู่สากล

เป็นหนึ่งในธุรกิจสุขภาพที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและจีนในช่วงเวลาของการทำการตลาดที่ผ่านมาหลายปี  ปัจจุบันในสถานการณ์โควิดฯ ถือว่ายังมีช่องทางการตลาดที่ขับเคลื่อนได้ ในกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคนไทยเป็นหลักและยิ่งได้รับการตอบรับมากขึ้นในขณะนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่าง ทาวรัส อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ  ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ทาวรัส ไทย กรุ๊ป จำกัด  โดย ดร. เชาว์วัจน์ พาณิชย์เสรีวิศิษฐ์ 


ดร. เชาว์วัจน์ พาณิชย์เสรีวิศิษฐ์ 

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น เพราะปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ และไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพโรคภัยต่างๆ    หลายคนหันมาพึ่งพิงการดูแลสุขภาพด้วยวิถีทางธรรมชาติ พร้อมให้ความสำคัญกับสมุนไพรต่างๆ เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพ เพราะเชื่อในผลดีที่เกิดขึ้นกับร่างกาย  เช่นเดียวกับแนวคิดหลักของผู้บริหารที่อยากส่งเสริมแนวทางการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติเช่นกัน

  ดังนั้นจึงมีการหยิบยกสมุนไพรเด่นๆ ที่ดีต่อสุขภาพมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ อาทิ โสม ใบแปะก๊วย ถั่งเช่า เก๋ากี้ ลูกยอ เน็กฉ่งย่งหรือโสมทะเล สมุนไพรเหล่านี้ถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพทั้งสิ้น  รวมถึงการชี้ให้เห็นถึงแนวทางการใช้ชีวิตที่ตระหนักถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เช่น การให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอที่จะส่งเสริมให้ร่างกายสดชื่น สมองและความจำดี  การดื่มน้ำที่สะอาดและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย   เพื่อให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น  การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง  รวมถึงสิ่งสำคัญอีกประการคือ การดูแลสภาวะทางอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ ทั้งหมดคือความสอดคล้องทางการดูแลสุขภาพแบบเบื้องต้น ที่จะก่อให้เกิดความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายในทุกๆ ด้าน  แต่ทั้งนี้การดูแลสุขภาพก็ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี และอื่นๆ ทั้งหมดคือ แนวคิดและนโยบายการทำงานขององค์กรที่มาจากความต้องการของผู้บริหาร อยากเห็นคนในสังคมมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีนั่นเอง

ซึ่งผู้บริหารได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ต้องการให้ผลิตภัณฑ์เติบโตและได้รับการยอมรับในเวทีโลกในอนาคต พร้อมคอนเซ็ปด์ใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับแนวคิดที่กล่าวไปข้างต้นอย่างชัดเจน

“ตามที่กล่าวคือ เราต้องการให้ผลิตภัณฑ์อยู่ได้นาน และที่สำคัญอยากให้ไปต่อได้ในเวทีโลกเราจึงเน้นความจริงใจ สินค้าต้องมีคุณภาพ เราให้ข้อมูลที่ดีเรื่องสุขภาพมาตลอดระยะเวลาการทำธุรกิจและผลิตภัณฑ์ตัวนี้  ทำอย่างไรให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี ดังนั้น The best Gift for you health จึงเป็นคอนเซ็ปด์ใหม่ของเราที่สอดคล้องกับแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้น ผมว่าสุขภาพที่ดี คือของขวัญที่ดีที่สุดของทุกคน เราเชื่อว่าแบบนั้น  นี่คือการสร้างและปูพื้นฐานธุรกิจตัวนี้ให้เติบโตด้วยในเวทีโลกอย่างที่กล่าวไปข้างต้น มนุษย์ทุกเชื้อชาติต้องการมีสุขภาพที่ดีครับ  

 ทางด้านการตลาดสินค้ายังไปได้ดีในช่วงนี้ แต่อย่างที่ทราบกันว่า ตอนนี้ต้องกลุ่มคนไทยเป็นหลัก สถานการณ์ตอนนี้ยิ่งต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง คนทั่วไปก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในระดับหนึ่งของเรา เมื่อเทียบกับสถานการณ์เศรษฐกิจระหว่างนี้  แน่นอนว่าเรายังเน้นการจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์ที่สะดวกซึ่งติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลต่างๆ อาทิ www.Taorusthaigroup.com ,  Facebook : taorus168  และช่องทางโซเชียลอื่นๆ ได้ตามสะดวก รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ช้อปปิ้งต่างๆ ด้วยครับ เรายังเน้นย้ำว่า อยากให้ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติมีสุขภาพที่ดีด้วยความจริงใจจริงๆ  และถ้าสถานการณ์กลับมาดีเมื่อไหร่ เราก็พร้อมกับการส่งออกตลาดต่างประเทศเหมือนเดิมครับ”

Scroll To Top