web analytics
SIAMNEWSDAY

“แอน-อลิชา” โอดเจอพิษโควิด ธุรกิจ พังยับ

คุณแม่ลูก 2  แห่งแก๊งนางฟ้า แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ วันนี้จะมาอัพเดทความน่ารักของลูกสาวทั้งสอง พร้อมเปิดใจเจอพิษโควิดทำธุรกิจเสียหายนับล้านบาท และอัพเดทอาการ ภูริ หลังผ่าตัดหัวไหล่ยกแขนไม่ได้นาน 2 เดือน ในรายการ “คุยแซ่บSHOW”  ที่มี  “พีเค”  ปิยะวัฒน์  ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ อาจารย์เป็นหนึ่ง  เป็นพิธีกร

ภูริ ไปทำอะไรมาถึงแขนเจ็บ 

แอน :  เขาซุ่มซ่ามลื่นล้มแล้วเอ็นขาดแล้วก็ทนเจ็บมา 2 เดือน แต่สิ่งที่ทำให้เขารำคาญก็คือเขาไม่สามารถยกแขนตรงๆ เหมือนคนทั่วไปได้ ที่ผ่านมาเขาก็ทำเลเซอร์ ทำกายภาพ จนไปเข้าเอ็มอาร์ไอแล้วหมอเห็นว่ามันขาด หมอก็เลยบอกว่า “ผ่าเถอะครับ” ถามว่าแอนบังคับเขาไหมคือเขาผ่าของเขาเองเพราะเขายกแขนไม่ได้ อุ้มลูกไม่ได้ เขาก็เลยหงุดหงิด และจะอารมณ์เสียมากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็เลยไม่ได้ออกไปทริป ไม่ได้ออกไปทำงาน เขาจะหงุดหงิดฉุนเฉียวตลอดเวลา   

หมอบอกจะกลับมาใช้แขนตามปกติได้เมื่อไหร่

แอน : หลังจากผ่า 3 เดือน คือรอให้ทำกายภาพไปด้วย ทำอะไรไปด้วย ตอนนี้เขาก็พักผ่อนอยู่บ้านยาว ๆ แอนก็จะรู้สึกเหมือนมีลูก 3 คน คือเวลาเขาเจ็บเขาก็จะนู่นนี่ ถามว่าลูกเข้าใจไหมว่าพ่อเจ็บ คือคนโต ลิชา จะรู้ ตอนนี้เขา 5 ขวบแล้ว เขาก็จะถามว่าจ๋าจะเข้าโรงพยาบาลนานไหม จ๋าเจ็บมากแค่ไหน จ๋าเป็นอะไร เขาก็อยากจะไปเยี่ยม ทำการ์ด ทำวิดีโอ ไปให้พ่อ ส่วนคนเล็กตอนนี้ก็อายุ 16 เดือน เขาก็ยังไม่รู้เรื่องอะไร

ระหว่างสามีบาดเจ็บ กับพิษโควิดอะไรหนักกว่ากัน 

แอน : มันไปร่วมกัน ที่ผ่านมาเราเจอมา 2 ปี เต็ม อย่างธุรกิจเรื่องการท่องเที่ยว มันแน่นอนว่าเสียหายไปทั่ว แล้วบ้านเราก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มีโรงแรม มีที่พัก มีเกาะ คือของเราท่องเที่ยวล้วนๆ ปีที่แล้ว เราก็ทำสุดกำลังที่เราทำได้ เราก็ดูแลพนักงานที่เรามี 60 กว่าคน ก็แบกกันมาได้ 6 เดือน ต่อมาเราก็ไม่ไหว เราก็ต้องให้พนักงานหยุดงานกลับบ้านกันไป แล้วเราเพิ่งมาเปิดเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็กลับมาอีกรอบ และถือเป็นความโชคดีที่เราเปลี่ยนจากโรงแรมเป็น เวลโอเนตเซ็นเตอร์ เป็นการรีแคป ที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล จากคนที่เครียดเรื่องงาน เรื่องชีวิตก็จะไปอยู่ตรงนั้น ก็จะได้แขกที่อยู่ระยะยาว ก็พอไปได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าเดิม ช่วงที่เราเปิดใหม่พนักงานเราก็ต้องลดจำนวนลง พนักงานก็ไม่ได้กลับมาหมด 

สามารถตีเป็นมูลค่าความเสียหายได้ไหม 

แอน : จริงๆ ก็อยากจะบอก ว่ามันไม่แค่นั้นเพราะมันยังมีเกาะนาคาน้อยซึ่งช่วงสงกรานต์เพิ่งจะทำเป็นบีซคลับ เปิดให้คนมาเที่ยว มีร้านกาแฟ มีเต้นท์ เป็นแคปปิ้ง ก็เปิดได้แค่ 3 วัน โควิดก็กลับมา ก็เลยต้องพับโครงการกลับมาทั้งๆ ที่ลงทุนไปแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีรายการอีก ถามว่าเสียหายมากไหมก็มีเจ็ดหลักนะ ทุกวันนี้ก็กุมขมับทุกวัน เครียด รายการก็ไปถ่ายเหมือนเดิมไม่ได้ รายการ viewfinder ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนเมื่อก่อนเขาจะไปเมืองนอกตลอด หายไปที 10 วัน 20 วัน ตอนนี้ก็ต้องหาที่ใกล้ๆ การทำงานมันก็ลำบากมากขึ้น มันก็เหมือนทุกคนที่ทำมาหากินยากขึ้น ถามว่าท้อไหม ก็มีท้อนะ แต่เราก็ให้กำลังใจกันไป คือเราก็รู้ว่าเขาทำงานหนัก เราซัพพอร์ตตรงไหนได้ เราก็ซัพพอร์ทในฐานะครอบครัว ส่วนหน้าที่ของเราก็คือทำหน้าที่แม่ เลี้ยงดูลูกของเราให้ดีที่สุด 

มีวิธีการจัดการกับความท้อ อย่างไร 

แอน : จริงๆ สถาบันครอบครัวสำคัญมาก เรามีครอบครัวที่ดีการให้กำลังใจกันเองนั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญ เจออะไรที่ไม่ดีเราก็จับมือกันให้กำลังใจกัน ช่วยกันได้ก็ต้องซัพพอร์ตกันไป จับมือและสู้ไปด้วยกันเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น มันคงไม่นานไปกว่านี้ 

คิดว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมไหม

แอน : ก็หวังว่าจะให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม คือทุกอย่างที่เราทำไป เราลงทุนไป คืออย่างที่ปายเรา 2 คนทำมาตั้งแต่เป็นที่ดินเปล่า มันเป็นอะไรที่เราสร้างมากับมิอเราก็รักมัน ส่วนที่นาคาน้อยก็เป็นธุรกิจครอบครัวสามี เราก็อยากให้มันเป็นอะไรที่ให้หลาน ให้เหลน คนในครอบครัว ใช้ตรงนี้ไปได้เรื่อยๆ ก็หวังว่าจะฟื้นฟูเร็วๆ  

โควิดรอบนี้นอยด์แค่ไหน

แอน : ก็มาก คือเจอ 2 รอบเลย ปีที่แล้วตอนที่มันหนักๆ แอนอยู่ที่ปายตอนช่วงหน้าหนาว ขากลับคือเราอยู่จนอยู่ไม่ได้ เรานั่งรถเป็น 10 ชั่วโมงจากปาย กลับมากรุงเทพ เพราะว่าไม่กล้าขึ้นเครื่องบิน อย่างช่วงสงกรานต์เราก็ไปใต้ พอโควิดมันกลับมา เราก็ต้องนั่งรถ 11 ชั่วโมง จากภูเก็ตมากรุงเทพเพราะว่าเราเสี่ยงไม่ได้ ลูกไม่ได้ออกจากบ้าน 3-4 เดือน คือเราไม่ให้ออกไปไหนเลย เราจะมีหน้าที่ไปซุปเปอร์อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ส่วนที่อื่นๆ เราพยายามไม่ออก ตอนนี้สงสารลูกเรา เพราะเขาต้องการสังคม เขาไม่ได้เจอเพื่อน เขาไม่ได้ไปโรงเรียน แล้วก็ติดแหงกอยู่กับบ้าน 

ช่วงที่เวย์ติดเราอยู่ด้วยกันไหม

แอน : ไม่อยู่ เราไม่เจอกันเลย คือตั้งแต่ต้นมกราคม เพราะมันมีกระแสว่าโควิดจะกลับมาก็เลยจะไม่ค่อยได้เจอเพื่อน พอรู้เราก็ตกใจว่ามันใกล้ตัวมากๆๆ  คือตอนแรกเรามองเป็นเรื่องไกลตัวอย่างตอนที่ลิเดียหรือแมททิวเป็น เรารู้จักแต่ไม่ได้สนิทมาก แต่พอเวย์คือเราสนิทกันมาก ก็เลยนอยด์ ก็มีโทรถามนานาว่าเป็นอย่างไร นานาก็เสียงสั่น เขาก็กังวล โดยเฉพาะคนที่มีลูกเขาก็คิดถ้าเขาเป็นแล้วใครจะดูแลลูก ลูกจะติดไหม จะอย่างไรต่อ 

แอนมีลูก 2 คน จิรงๆ เป็นคนมีลูกยากเหรอ  

แอน : ยาก… คือที่ผ่านมาตั้งแต่แต่งงานเราเป็นคนแข็งแรงเราก็ลองมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ติดจนต้องลองวิธีวิทยาศาสตร์ เราลองวิธีวิทยาศาตร์ 4 รอบ กว่าจะได้ 

ไอทีเอฟ อะไร

แอน : เขาเรียกว่าเด็กหลอดแก้ว เป็นการผสมไข่เราก้บสเปิร์มของสามี ไปผสมข้างนอกเพื่อให้ได้ตัวอ่อน แล้วค่อยเอามาฉีดเข้าข้างในตัวเรา ส่วนลูกคนที่สองถูกแช่แข็ง 5 ปี ถึงเอามาฉีดใส่ตัวเรา ถามว่าที่ต้องรอนานขนาดนั้น เพราะแอนกับภูริ ไม่ได้กะจะมีลูกอีก แล้วตอนแรกที่เราทำ ไอทีเอฟ เราได้ไข่มา 7 ฟอง ผสมออกมาแล้วได้ผู้หญิง 6 คน คือมันจะรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์จากโครโมโซม พอหมอบอกว่าเราได้ผู้หญิง 6 คน เราก็ยืนมองหน้ากันเพราะตอนแรกเราอยากได้ลูกชาย  เพราะไลฟ์สไตล์เราสมบุกสมบัน บวกกับสมบัติของสามีน่าจะเหมาะกับลูกชายมากกว่า ก็เลยยังไม่เอา ก็ดูดไข่มาอีกรอบหนึ่ง ปั่นเชื้อของสามีให้ได้ผู้ชาย ปรากฎว่าได้ผู้ชายมา 2 คน แต่ไม่ค่อยแข็งแรง เราก็ไม่อยากเสี่ยงกลัวจะเป็นอะไรขึ้นมา เราก็ทำอยู่ 3 รอบ กว่าจะได้ลิชา แล้วก็จบ ก็ไม่คิดจะทำลูกอีก จนลิชาอายุ 3 ขวบครึ่ง เห็นลูกเหงา ก็เลยทำ ซึ่งคนนี้ก็เป็นล็อตเดียวกับลิชาเมื่อ 5 ปีที่แล้วเพียงแต่มาเกิดช้าหน่อย 

ถามว่าเราทำแบบนี้ค่าใช้จ่ายเยอะไหม

แอน : ก็เยอะอยู่ คือมันหลายรอบ พอรวมๆ กัน ก็ 7 หลัก 

ได้ข่าวว่าท้องคนที่ 2 แพ้หนักมาก

แอน : ใช่ ผิดกับลิชาเลย ตอนท้องลิชาสบายๆ แต่กว่าจะได้ลิชามันยากมาก แต่พอได้มันง่ายไปหมด แต่พอลิษา นอนไม่กลับอยู่ 2 เดือนเต็ม เหวี่ยง อารมณ์เสีย จนคลอด แล้วก็โดนแทรกซ้อน เป็นกรดไหลย้อน 

ทำไมต้องเลี้ยงลูกเหมือนเข้าทหาร ต้องเป๊ะทุกอย่าง

แอน : คือไม่ได้เป็นทหารขนาดนั้น คือเราเชื่อตั้งแต่คนแรกแล้วว่า ทำอะไรที่เป็นเวลา เป็นตารางมันจะง่าย สำหรับเราและง่ายสำหรับเขา อย่างลิชาก็จะกินนมทุก 3 ชั่วโมง นอนตอนไหน ก็จะเป็นจังหวะ แล้วเราก็ทำอย่างนั้นเรื่อยมา อย่างลิชานั่งนักโครกมาตั้งแต่อายุ 6 เดือน คือเราจับนั่ง เลย เราก็จับนั่งให้เขาชิน แล้วก็นั่งแบบนี้ทุกวัน เวลาเดิม จนตอนนี้ 5 ขวบ เวลานั้นเขาก็จะถ่ายเสร็จเรียบร้อย ลิษาเราก็จับฝึกแบบนี้เหมือนกัน ทุกวันนี้แทบจะไม่ต้องใช้แพมเพิร์ตแล้ว กินข้าวและนอนก็เป็นเวลา มันก็จะง่าย 

ลูก 2 คน นิสัยเหมือนกันไหม

แอน : ไม่เหมือน คนโตจะเป็นแนวหวานๆ ชอบอะไรสวยงาม ตอนแรกคิดว่าเขาจะลุยๆ นะ แต่เขาเป็นคนขี้กลัวและเป็นคนขึ้อ้อน ส่วนลิษาก็จะดุดันเหมือนแม่นิดหน่อย แล้วก็ลุยๆ ไม่กลัวอะไร ก็เป็นคาแรกเตอร์แตกต่างชัดดี ตอนนี้บ้านเราแบ่งหน้าที่ชัดเจน คือ สามีหาตังค์ เราก็มีหน้าที่เป็นแม่ดูแลลูก จัดระเบียบ และให้เขาโตตามวัย เราก็แล้วแต่เขาว่าเขาอยากเป็นอะไร เรามีแค่หน้าที่เลี้ยงให้เขาโตมาเป็นคนดีเท่านั้นพอ 

ติดตามชมรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow

“บูม” ชวนดู 2 ตอนสุดท้าย “ตุ๊กตา”

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายกันแล้วสำหรับละคร ตุ๊กตา ซึ่งนอกจากความลึกลับที่รอการคลี่คลาย เรื่องหัวใจระหว่างพันชั่ง หรือ บูม-กิตตน์ก้อง ขำกฤษ และสุวภาพ รับบทโดย แม็กกี้ อาภา ก็รอการเปิดใจด้วยเหมือนกัน โดยหนุ่ม บูม เผยถึงความรู้สึกพร้อมเผยช็อตเด็ดในโค้งสุดท้ายว่าห้ามพลาดชมเด็ดขาด!!!

เรื่องราวใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ที่เราจะช่วยพี่ตุ๊กตาให้ออกจากโรงงานซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะ
โดนขัดขวางหลายต่อหลายครั้ง ตอนถ่ายทำฉากใหญ่ของการทลายโรงงานเรียกว่าหินพอสมควร  เพราะมีเด็ก ๆ เข้าฉากด้วยหลายคน  แต่น้อง ๆ ทุกคนคือ เก่งมากใจสู้สุด ก็อยากให้แฟนละครช่วยมาเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา และที่สำคัญมาเอาใจช่วยเรื่องของหัวใจของพันชั่งและสุวภาพ (แม็กกี้ อาภา) กันด้วยนะครับ เหลืออีก
2 ตอนสุดท้ายแล้ว อยากให้มาลุ้นเรื่องราวไปพร้อมกัน รับรองว่าสนุกแน่นอนครับ ไม่อยากให้พลาดกันเลย”

ติดตามชมละคร  “ตุ๊กตา” 2 ตอนสุดท้าย วันพุธที่ 19 พ.ค. และ วันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ค. นี้ เสนอเป็นตอนจบ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35  และ Facebook Live : Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“แคทรียา อิงลิช” เผยความรักสุดช้ำ ลั่นชีวิตนี้ไม่คิดแต่งงาน

นักร้องนักแสดง มากความสามารถที่ไม่ค่อยได้เห็นออกมาเปิดเผยเรื่องความรักบ่อยนัก “แคทรียา อิงลิช” ล่าสุดออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง One 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร ถึงเส้นทางความรักสุดช้ำ เจอแต่ผู้ชายเจ้าชู้ ซ้ำยังเคยตกอยู่ในสถานะรักสามเส้ามาแล้ว !! ลั่นชีวิตนี้ไม่คิดแต่งงาน

ถามเรื่องความรัก อายุ 13 ก็มีคนมาขายขนมจีบแล้ว ?

แคท : ใช่ค่ะ ช่วงเข้าวงการใหม่ๆเลย

แต่คนนี้ไม่ได้เรื่อง เพราะว่าเขาจีบซ้อน ?

แคท : เป็นพระเอกคนแรกในชีวิตที่จีบเราก็มีความรู้สึกปลื้ม ตอนนั้นคุณแม่เป้นผู้จัดการส่วนตัวเขาก็คอยเตือนตลอด เขาซื้อดอกไม่ให้เราทุกเช้าแต่หารู้ไม่เขาก็ซื้อดอกไม้ให้ผู้หญิงอีกคนทุกเช้าเหมือนกัน

แล้วคู่นั้นเขาได้คบกันไหม ?

แคท : ได้คบแป๊ปนึง คือจะบอกว่าแคทคบกับเขาแบบแฟนหรือเปล่าก็ไม่เชิงนะ เหมือนแค่จีบๆ แต่คนนั้นเขาก็จีบแล้วก็คบกันแป๊ปนึงเหมือนกัน

สรุปไม่ได้คบกับพระเอก ได้คบกับนักร้อง ได้คบกันระยะหนึ่งแต่ต้องเลิกไป ตอนนี้ถ้าได้เจอกันได้ร่วมงานกันคุยกันปกติไหม ?

แคท : คุยกันปกติค่ะ จริงๆแล้วสนิทกับภรรยาเขามากกว่า

ตอนนั้นคบกันกี่ปี ?

แคท : 5 ปีค่ะ

แล้วเลิกกันเพราะอะไร ?

แคท : ไม่หยุดที่เรา

แสดงว่าเจอผู้ชายเจ้าชู้คนที่ 2 แล้ว ?

แคท : ใช่ แต่ว่าตอนนั้นก็ยังวัยรุ่นกันอยู่ อาจจะเป็นช่วงที่กำลังเห่อความมีชื่อเสียงของตัวเอง แล้วก็ยังไม่พร้อมที่จะหยุด

แสดงว่าตอนนั้นที่อายุ 20 สำหรับเราอาชีพการงานสำคัญกว่าความรัก ?

แคท : พอๆกันมั้งคะ

ตอนนั้นตัดง่ายมั้ย ?

แคท : ไม่ง่าย แต่ว่าแคทเป็นคนที่เด็ดขาดคือถ้าเราจับได้คาหนังคาเขาคือจบ

อะไรคือที่ทำให้เราตัดสินใจสุดท้ายเลยว่าขอเลิก ?

แคท :  ก็นั่นแหละค่ะ จับได้ ทางมือถือด้วยอะไรหลายๆอย่าง ก็คือจบ แคทเป็นคนที่ไม่พูดคำว่าเลิกแต่คือเดินออกมาเลย ไม่ต้องคุยกันเลย ไม่ต้องสื่อสารกันอีกแล้ว

แล้วไม่คุยกันนานไหม จนกลับมาร่วมงานกัน ?

แคท : 15 ปีค่ะ

ถ้าเจอหน้าช่วง 15 ปีทักไหม ?

แคท : คือหลีกเลี่ยง เขาก็พยายามติดต่อมาเหมือนกันก่อนที่เขาจะแต่งงาน เขาก็พยายามติดต่อมาช่วงหลังที่เลิกกันแล้ว จริงๆ 2 ครอบครัวทั้งของแคทและของเขาสนิทกันมากๆเลย อย่างที่บอกว่าตอนนั้นก็ช่วงวัยรุ่นเราก็ไม่ถือสา ตอนนี้เราก็โตๆกันแล้วก็ผู้ใหญ่แล้ว พอเขาแต่งงานมีครอบครัวมันเหมือนกับว่าเราสามารถที่จะกลับมาคือยังไงเราก็อยู่วงการเดียวกันเพราะฉะนั้นมันก็ต้องเจอกันบ้าง เราก็เลยรู้สึกว่าเราไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนตอนเป็นแฟนแล้ว คือเราเป็นพี่น้องกันได้ เราก็มีความรู้สึกว่าครอบครัวเขาก็น่ารักกับเราแล้วเราจะเสียเพื่อนไปทำไม เรามาสนิทกับภรรยา ให้ภรรยาเขาสบายใจว่าไม่ต้องห่วงเลยนะ จริงๆมีงานที่ถามมาทางเขาว่ามาร้องเพลงด้วยกันได้ไหมแต่เป็นภรรยาเขาโทรมาหา แล้วก็มีงานที่พยายามจะติดต่อมาทางเขาเราก็โทรถามภรรยาเขาเหมือนกัน

ภรรยาเขารู้ไหมว่าเราคือแฟนเก่า ?

แคท : รู้ค่ะ

หลังจากเรื่องนี้ผ่านไปพี่แคทก็มาเจอกับเรื่องรักสามเส้าอีก เกิดขึ้นได้ยังไง ?

แคท : เขาเหมือนชื่นชมมานานก็เลยมาจีบ เราก็คิดว่าเขาก็โสดก็เลยติดต่อกันคุยกัน คอนเสิร์ตเขาก็มาดู ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้คิดอะไรก็คิดว่าเพื่อนกันไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ทำไปทำมาก็จีบ

คบกันนาน 5 ปีเลยหรอ ?

แคท : คบกัน 5 ปีค่ะ

แล้วแคทไปรู้ตอนไหนว่าเขามีอีกคนหนึ่ง ?

แคท : ประมาณปีนึง

แล้วที่เหลืออีก 4 ปี ?

แคท : เราอยู่ของเรา

อะไรทำให้เรายอมรับได้ตอนนั้น ?

แคท : คือจริงๆแล้วเรามีความรู้สึกว่าไม่น่าเลย เราน่าจะถอยออกไปเลย แต่มันเหมือนกับว่าถ้าคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ในจุดนั้นอาจจะไม่เข้าใจ  ทนอยู่อย่างนั้นทำไม เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนอบอุ่น นิสัยดี จริงๆแล้วเขาเป็นคนดี แต่ว่าคือเราก็ไม่รู้ว่าเขามีอีกคนนึง

ใน 4 ปีเรียกว่าหลอกตัวเองไปวันๆได้ไหมพี่แคท ?

แคท : ก็หลอกตัวเองนะ แต่ไม่ได้หวังว่าเขาจะมาเป็นของเรา เราก็มีความรู้สึกว่าเขาก็มีปมของเขาเหมือนกัน ขาดความรัก ขาดความอบอุ่น เราเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นมาก คือเราพร้อมที่จะให้คนที่ขาด แล้วมันมีความรู้สึกว่าเราซ่อมเขาได้ มันกลายเป็นว่าซ่อมไปซ่อมมา แต่เหมือนเขารับในสิ่งที่เราให้เขาไม่เป็นหรือสิ่งที่เราให้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการหรือเปล่า แต่เราพร้อมที่จะให้ เราศรัทธาในความรักมากๆ เป็นความรักที่โอลด์ สคูล มากๆ

เชื่อว่าช่วงนั้นคนรอบข้างเตือนเยอะมากๆ ใครเตือนบ้าง ?

แคท : เยอะค่ะ ไม่ว่าจะเพื่อนหรือครอบครัว ออกมาเหอะ อย่าเจ็บกว่านี้เลย ถามว่าเจ็บไหมมันมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากๆ  ทำไมเขาไม่ปกป้องเรา ไม่ต้องถึงขนาดออกตัวปกป้องแต่คืออย่างน้อยก็ไว้หน้าเราบ้างหรือให้เกียรติเราบ้าง เราไม่ได้เป็นคนที่เข้าหาเขา เขาเป็นคนที่เข้าหาเรา ในเมื่อคุณมาจีบเราแล้วทำไมไม่รับผิดชอบในส่วนที่เป็นของเรา อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนที่ให้อย่างเดียวจนรับไม่เป็น

ตอนที่มีคนเตือน เพื่อนก็เตือน คนในวงการก็เตือน  นอกวงการก็เตือน

แคท : ถามว่าเรารับฟังมั้ย  รับฟัง แต่พร้อมที่จะตัดมั้ย เราก็แบบทนอีกซักหน่อยเหอะ เดี๋ยวเขาก็กลับมาเป็นคนเดิมที่เรารักตอนนั้น แล้วมันเป็นการหลอกตัวเอง คือจะเรียกว่าช่วงโปรโมชั่นก็ได้ที่เรามีความรู้สึกว่าเขาจะกลับไปเป็นช่วงนั้นเหมือนเดิม มันก็เลยหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ พอถึงลิมิต มีแต่คนบอกว่า โคตรอดทน เราเป็นคนที่อดทนมากๆ แต่เพื่อความรักที่เรามีให้เขาเราก็ทนไปเรื่อยๆ พอถึงลิมิต ตัดเลย

แล้วจุดแตกหักคืออะไร ?

แคท : ไม่ให้เกียรติแคท ต่อหน้าแคทเลยแล้วต่อหน้าคนอื่นด้วย ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยแต่ครั้งนี้คือหยามใจเรามากๆ จนเราแบบ โอเคพรุ่งนี้ไม่ต้องเจอกันแล้ว แล้วเราก็ไม่ได้บอกเขาด้วยนะ เราเดินออกมาของเราเองเลย เขาก็ถามถึงว่าหายไปไหน พี่คนนั้นเขาก็บอกว่าแคทไปแล้ว

งั้นแสดงว่าแคทไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลยคือหันหลังแล้วเดิน ?

แคท :  ใช่ คือเราออกเลย ออกจากชีวิตเลย

ทางเขาง้อเราไหม ?

แคท : ไม่ แต่รู้ว่าเขาถามถึง แต่เราก็ถึงลิมิตแล้วจริงๆ

จากวันนั้นที่เราเดินออกมาจนถึงวันนี้นานเท่าไหร่แล้ว ?

แคท : ประมาณ 2 ปีกว่า

ทำใจได้ยัง ?

แคท : ทำใจตั้งแต่วันนั้นเลย ก็คุยกันได้แต่ถ้าจะกลับมาคบกันอีกทีต้องเคลียร์กันเยอะ ค่อยว่ากันอีกที แต่ปกติแคทถ้าเลิกก็คือเลิกเลยแล้วไม่ต้องกลับมาคบกันอีกเลย

แต่แคทบอกว่าถ้าจะคุยกันจริงๆต้องเคลียร์หลายอย่างมาก แสดงว่ายังเปิดใจอยู่ ?

แคท :  ค่อยว่ากัน (หัวเราะ)

ตอนนี้ถอยออกมาแล้วใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองได้แล้ว อยากให้พี่แคทบอกอะไรกับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน  ?

แคท : เข้าใจเลยนะ คือมีเพื่อนๆหรือคนรอบข้างพยายามเตือนเรา ถามว่าเราฟังไหม รับฟัง แต่ก็อยู่ที่ตัวตนของคนคนนั้น คือถ้ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่ออนาคตของตัวเอง ไม่ได้ทำให้อนาคตของเราดี ก็พยายามตัดใจพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ตัดวันนี้อาจจะตัดไม่ได้ ตัวของคุณรู้อยู่แล้วว่าลิมิตของคุณแค่ไหน จุดไหน ทำใจได้ปุ๊ป ถ้าไม่มีอนาคตกับคนคนนั้นหรือมันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นอย่าเสียเวลา ชีวิตของเราสั้น เราจะอยู่อีกนานแค่ไหนไม่รู้ เราควรที่จะโกบโกยความสุขให้ตัวของเราเอง

ปัจจุบันปิดตายเรื่องความรักหรือยัง ?

แคท : ไม่ เราเจอเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดี เราก็ถือเป็นประสบการณ์ของเราก็แล้วกัน ถามว่าทำเราเปลี่ยนมั้ยเราก็ไม่เปลี่ยน ถ้าถามว่าจะแต่งงานไหม เรามีความรู้สึกว่า อายุขนาดนี้แล้ว มันเป็นแค่กระดาษแผ่นนึง ปัจจุบันความสำคัญของชีวิตคู่มันเปลี่ยนไปเยอะจากสมัยก่อน การแต่งงานมันไม่ใช่ทุกอย่าง การที่เราอยู่เป็นชีวิตคู่ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เคียงข้างกันไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้ายอะไรก็แล้วแต่เราจะอยู่เคียงคู่กัน

แล้วถ้าอนาคตมีคนที่ใช่สำหรับเรามากเลย แล้ววันนึงเขาคุกเข่าขอแต่งงาน แต่งไหม ?

แคท : ไม่ปิด ไม่ปิดว่าจะไม่แต่งงานเลย แต่อย่างที่บอกว่าสิ่งที่สำคัญคือจิตใจของเราสองคนมันไม่ใช่แค่มีงานแต่งงานแล้ว อีกปี สองปี หย่ากัน คู่ของเราต้องเป็นเหมือนเพื่อนของเรา ไม่โกหกกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง

ยังทุ่มเทกับความรักอยู่ไหม ?

แคท :  ทุ่มเทค่ะ

หนุ่มแบบไหนที่จะจีบแคทได้ ?

แคท : ขอความจริงใจ ไม่ชอบคนอวดโน่น อวดนี่ จริงใจ ตรงๆ  ไม่เอาโปรโมชั่น

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow 

“แอริน” ช็อกรู้ความลับ “อั๋น”

ความยากรู้เป็นเหตุ สังเกตได้ สำหรับเพื่อนสาวคนสนิทเมียอย่างแอริน- ยุกตะทัต” ที่ดันมารู้ความลับ แบบสุดยอดของสามีเพื่อนอย่าง “อั๋น-วิทยา” ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8  ว่าแท้จริงแล้วเป็นพวกชายรักชาย งานนี้มีหรือคุณหลวงจะยอมปล่อยเลยวางแผนให้ทาสรักอย่าง  “กอล์ฟ-อนุวัฒน์” จับตัวมาสั่งสอน แล้วคิดหรอว่าคนอย่างบุหงาจะยอม งานนี้บอกเลยว่าต้องสู้เท่านั้นถึงจะรอด เบื้องหลังเป็นยังไงไปดูกัน

                เป็นฉากที่ เดช(กอล์ฟ-อนุวัฒน์) มาถามถึงสัญญา ที่ วิศาล(อั๋น-วิทยา) เคยให้ไว้ว่า หลังจากที่รำเพยคลอดลูก วิศาลจะยอมปล่อยเดชออกไปมีชีวิตใหม่ งานนี้วิศาลกลับพยายามรั้ง ไม่ให้เดชไป แต่เดชก็ไม่ยอม วิศาลกอดเดชพูดถึงความรักที่ตนมีให้ ในขณะที่ บุหงา(แอริน-ยุกตะทัต) บังเอิญผ่านมาได้ยินและรู้ความจริงทุกอย่าง บุหงาช็อกในขณะที่กำลังจะหนีเผลอทำเสียงดังให้วิศาลและเดชรู้ตัว วิศาลเลยสั่งให้เดชพาตัวบุหงาไปจัดการ

ฉากนี้ยกกองถ่ายทำไปถึงที่บ้านปลายนา  บรรยากาศวันนี้ร้อนไฟลุก ไม่พอเครื่องทรง เครื่องแต่งของนักแสดงในฉากเรียกได้ว่าจัดเต็มไม่แคร์อากาศ พอนักแสดงแต่งตัวกันครบองค์ ผู้กำกับ หนึ่ง-ชัชวาล ศาสวัตกลูน  เรียกนักแสดงมาหน้าฉาก นัดแนะคิว งานนี้แอรินมาถึงพร้อมพูดวลีเด็ดประจำตัว อย่าให้ฉันรู้!! นะว่าใครเป็นเก้ง ทำเอา อั๋น และกอล์ฟ ขำมาก เพราะออริจินอลส์มาเอง ฮ่า ๆหลังจากที่ขำขันกันพอหอมปากหอมคอ ถึงทีซ้อมบทเพราะในซีนนี้อั๋น ต้องกระแทกอารมณ์แรงทั้งตบ ทั้งบีบคอสั่งสอน ที่แอบมาฟังความลับตัวเอง ด้านแอรินเห็นถึงกับเกิดอาการกลัวจริง เพราะดูจากฝ่ามืออั๋นแล้ว ถ้าพลาดขึ้นมามีสลบ ฮ่าๆ แต่ในซีนนี้คนอย่างแอรินไม่ยอมง่ายๆขอท้าตบคืนแน่นอน บอกเลยว่าเล็กพริกขี้หนูนะเว้ย ส่วนกอล์ฟที่ซีนนี้ เป็นฝ่ายห้าม และกราบอ้อนวอน อย่างเดียว เลยชิวๆ ยืนรอเอาผัดลมเป่าเต่าให้แห้งดูพี่น้องเค้าซ้อมอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ 

พอทุกอย่างเข้าที่ถ่ายจริงเริ่มที่ ถ่ายจริง อั๋นจับแอรินทุ่มกระแทกกับพื้น แอรินรีบลุก ชี้หน้าด่ากราดพวกลวงโลก หลอกผู้หญิง ด้านอั๋นไม่ยอมทน ขอตบชะนี ที่แอบมารู้ความลับ แถมทนมานาน เพราะคอยเสี้ยม คอยสอด เมียสาวของตัวเองตลอด แอรินไม่ยอม หวังซัดอั๋นกลับ จนชุลมุน อั๋นจัดชุดใหญ่บีบคอ กระชากหัว เอามืออุดปากอุดจมูก สั่งสอนแอรินให้หลาบจำ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร แล้ววิศาลจะแก้เกมส์นี้ได้หรือไม่ ติดตามฉากนี้ได้ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” วันอังคารที่ 18 พฤษภาคมนี้ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 8 ห้ามพลาด 27 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY เท่านั้น

เปิดเบื้องหลังความหลอน เอฟเฟกต์ “ผีมาลัย”

ทำเอาหลายคนเห็นดอกงิ้วสีแดงสด แล้วถึงกับหลอนไปตาม ๆ กันเมื่อสัญลักษณ์นี้ถูกใช้สื่อถึงความน่ากลัว และวิญญาณผีสุดอาฆาตอย่าง ผีมาลัย ที่รับบทโดย นางเอกสาว “พิงกี้-สาวิกา”  ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่พอตอนสวยก็สวยใจหายแต่พอถึงเวลาหลอนก็เตรียมหัวโกร๋นกันสุดๆ  แต่ใครเลยจะรู้ว่า กว่าสาวพิงกี้ จะแต่งเอฟเฟกต์ผีมาลัยได้ออกมาสยองขนาดนี้ ต้องใช้เวลานานแค่ไหน วันนี้เราจะเอารูปเบื้องหลังกว่าจะเป็นผีมาลัยมาให้แฟน ๆ ละครได้ชมกัน

 โดยจะแบ่งขั้นตอนการแต่งเป็นสองส่วนด้วยกันคือ การแต่งเอฟเฟกต์แผลและการลงสีเอฟเฟกต์แผล โดยขั้นตอนแรก ช่างจะค่อยๆลงกาวและปั้นรอยแผลที่ใบหน้าโดยซิลิโคลนชนิดพิเศษ และค่อย ๆ ตกแต่งรอยบาดแผลตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ แขน ขา โดยทั้งหมดนี้ใช้ระยะเวลานานมาก และหากโดนเหงื่อกาวต่าง ๆ ก็จะหลุดออกทันที หลังจากนั้นช่างจะค่อยๆแต่งสีบาดแผล ให้ดูสมจริงโดยการค่อยๆแต้ม และพ่นสีไปตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่ใบหน้า ลำตัว แขน และขา โดยกว่าจะออกมาสำเร็จนั้น ใช้ความประณีตบวกเวลาร่วมถึงสามชั่วโมงเลยทีเดียว แต่งว่านานแล้ว ขั้นตอนการทำความสะอาดนั้นยากกว่า เพราะต้องค่อย ๆ แกะ ค่อยๆลอกเช็ดด้วยน้ำยาอย่างดี ซึ่งก็รวม ๆ แล้วสองชั่วโมงสำหรับงานล้าง คุณพระ! นี่ยังไม่รวมถึงตอนทำการแสดง เพราะเวลาผีมาลัยออกมาแต่ละฉาก ไม่มีธรรมดา ทั้งห้อยหัว นั่งห้อยขาบนราวบันได ขึ้นสลิงห้อยตัวอยู่บนต้นงิ้วที่สูงกว่า 5 เมตร ล้วนแต่ต้องอาศัยความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจโนแสตนอิน พูดเลยว่าต้องยกนิ้วให้ในสปิริต กับสาวพิงกี้จริง ๆ ปรบมือรัว ๆ ไปเลยจ้า

ส่วนเรื่องปริศนาการตายของผีมาลัยนั้น จะตายด้วยสาเหตุไหน แล้วใครเป็นคนฆ่ามาลัย ใช่คนที่คุณคิดไว้หรือไม่ ร่วมตามหาความจริงไปพร้อมกันได้ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. ทางช่อง 8และสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY เท่านั้น

“แอริน-ยุกตะทัต” เปิ๊ดสะก๊าด เข้าตาแฟนละคร

งานนี้ยกให้เป็นกระบอกเสียงแทนใจคนดู สำหรับสาว “แอริน-ยุกตะทัต” หรือ บุหงา สาวเปิ๊ดสะก๊าดจัดจ้านที่สุดของพระนคร ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8  เพราะเพียงเปิดตัวมาไม่กี่ตอน ก็ทำเอาแฟนละครถูกจริตในความกล้าคิดกล้าทำ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งตัว ที่ไม่ว่าออกมากี่ฉาก ก็จัดเต็มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จนหลายคนแซวว่า นี่เพื่อนนางเอกจริงหรือ เพราะแต่งตัวมาฆ่านางเอกตลอด  หรือแม้กระทั่ง คอยเป็นตัวแทนนางเอก ฉะหน้าพวกตัวร้ายจนหงาย ฟีดแบคดีขนาดนี้ไม่รู้สาวแอรินจะว่าอย่างไรบ้างจ๊ะ

แอริน เผยว่า “ขอบคุณทุก ๆ กระแสตอบรับนะคะ แอรู้สึกดีใจมาก  ต้องบอกก่อนเลยว่าบทบุหงา จริง ๆ ก็มีบางส่วนในคาแรคเตอร์ที่จะคล้าย ๆ แอเหมือนกัน อาจจะเหมือนตรงที่เราเป็นคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วข้างนอกจะเหมือนคนแรง ๆแต่จริง ๆเราก๋ากั่น สายฮามาก ซึ่งในเรื่อง แอบโดนจิกกัดจากแฟน ๆ พิงกี้เค้าเหมือนกันนะ อย่างฉากวันแรกเลยที่เค้าแต่งงาน แต่เราก็คือแต่งตัวมาฆ่าเจ้าสาวมาก(หัวเราะ)เสื้อผ้าเราในเรื่องแต่ละฉากรอดูได้เลย จัดเต็มทุกชุด ก็ถือว่าบทบุหงาก็จะคอยเป็นตัวแทนความคิด คอยพูดแทนเรื่องที่นางเอกเค้าไม่กล้าพูด อย่างเรื่อง สิบแปดบวก เราก็จะพูดโพล่งออกมาเลย ก็ถือว่าตัวบุหงา ถ้าเปรียบเทียบในยุคนั้นก็คงเป็น ชะนีที่เปิ๊ดสะก๊าดล้ำสมัยมาก(หัวเราะ) และนางจะคอยมีศัพท์แสลงตลอด อย่างน้อยก็จะเรียกรอยยิ้มมุมปากให้แฟน ๆ

ได้บ้าง แต่ต้องบอกว่า กลาง ๆเรื่องของแอก็จะมีโหมดดราม่าเหมือนกัน เพราะเราจะแอบไปรู้เรื่องราวความลับบางอย่างของพี่อั๋น ก็งานหินอยู่ ยากพอสมควร และอีกอย่างเป็นครั้งแรกด้วยในชีวิตของการเป็นนักแสดงแอต้องทำอะไรบางอย่าง  แต่ขออุบไว้ก่อน มันท้าทายสำหรับตัวแอมาก ก็อยากให้แฟน ๆ ละคร ติดตามกันจนจบเลยนะคะ เพราะแอเองเป็นนักแสดงเอง อ่านบทตั้งแต่ตอนแรก จนตอนจบคือวางไม่ลงจริง ๆ มันซับซ้อนเข้มข้นทุกฉาก ฝากรับชมกันด้วยนะคะ ในละคร เรือนร่มงิ้ว ทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดีเวลา 19.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27และสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY เท่านั้นนะคะ”

“แม็กกี้-ณิริน” มีผวา! ผีปริศนาโผล่

แค่ “พี่ตุ๊กตา” ตัวเดียวยังหลอนไม่พอ ละครดราม่า-ทริลเลอร์ลึกลับ “ตุ๊กตา” ทางช่อง 7HD โดยค่ายดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น ซึ่งบิ๊กบอส “ลอร์ด”สยม สังวริบุตร พร้อมด้วยลูกสาวคนเก่ง “ไผ่หลิว อาภานุช” ยังจัดหนักเอาวิญญาณปริศนามาเสริมทัพสยองขวัญเต็มสูบเข้าไปอีก

            วันนี้เป็นฉากที่มีวิญญาณปริศนามาหลอก “สุวภาพ”(แม็กกี้-อาภา ภาวิไล) และ“บูรณา”(ณิริน-ปณิริน ธรรมวัฒนะ)ถึงในบ้าน  ขนาด “บูรณา” ยังกลัวจนร้องไห้…วิญญาณร้ายตนนี้คือใคร? 

            เจอแขกไม่ได้รับเชิญเข้า วันนี้แม่-ลูกเลยต้องผนึกกำลังกันสู้ผี  หลังซ้อมคิวทำอารมณ์เสร็จ ผู้กำกับฯ “แดง บูรพา” ก็จัดการถ่ายทำ นาทีที่เกิดเสียงปึงปังแบบไม่รู้ที่มา “แม็กกี้” กับ “ณิริน”ก็ตกใจหน้าตาตื่น แบบไม่ได้นัดหมาย  ร้องไห้ผวากอดกันกลม แล้ว“แม็กกี้”ก็ถาม“ณิริน”ว่าใช่พี่ตุ๊กตามั้ย?  พอคำตอบ คือ…ไม่ใช่  เท่านั้นแหละทั้งคู่กอดกันแน่นกว่าเดิม  แล้วผีก็โผล่หน้ามาขนาบข้าง “แม็กกี้” ยังไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวมอง  ส่วน“ณิริน”นี่ปล่อยโฮตัวสั่นกลัวจริงจังน้ำตาไหลพราก  พอสิ้นเสียงคัท  “แม็กกี้” ยังต้องกอดปลอบ “ณิริน” อยู่นาน

            ฝั่ง “พี่ตุ๊กตา” ก็สยองไม่แพ้กัน  นาง(ป่าน-ปานชีวา มนต์สิริ)วิญญาณที่สิงในตุ๊กตาวันนี้แต่งหน้าเอฟเฟ็กต์รอเข้าฉากตั้งแต่เช้าตรู่กว่าจะสยอง เอ๊ย! กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ด้วยผีมือ “หนึ่ง”ศิริรัตน์ แจ่มฟ้า ช่างแต่งหน้าเอฟเฟ็กต์แถวหน้าของเมืองไทยที่สะบัดแปรงไปเกือบ 5 ชั่วโมง  และฉากนี้วัดใจนักแสดงน้องใหม่ “ยู้ฮู-ณัฐดนัย ชัยภูมิ” ลูกชายสุดที่เลิฟของพิธีกรลูกทุ่งคนดัง “นก-บริพันธ์” ที่รับบทเด็กดูแลโรงงานตุ๊กตานรกให้คุณนายสมร(เปิ้ล-จารุณี)  เข้าฉากปุ๊บก็สยองปั๊บ ป๊ะหน้ากับผีนางกันเลย..อินเนอร์สะพรึงแรงแค่ไหน….รอลุ้น!!

            ห้ามพลาดละคร “ตุ๊กตา” คืนวันพุธที่ 12 พ.ค. 64  เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35  และติดตามชมได้ทุกคืน วันพุธ-พฤหัสบดี  พร้อม Live ผ่าน Fanpage: Ch7HD หรือสามารถรับชมละครย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV โหลดฟรีไม่มีอดดู  สนุกเต็มอิ่มกับการดูละครย้อนหลัง

“พิงกี้-สาวิกา” เผย “เรือนร่มงิ้ว” ปล่อยของเต็มเหนี่ยว

เป็นนางเองมากฝีมือระดับแถวหน้าของวงการอีกคน สำหรับ “พิงกี้-สาวิกา” ล่าสุดต้องมารับบท “มาลัย” ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กับบทบาทสุดหิน ที่มีความหลากหลายมิติ แถมต้อง ดราม่าสุดรันทด บทจะร้ายก็ร้ายแบบเหี้ยมโหด งานนี้สาวพิงกี้เผย ได้งัดทุกศาสตร์ ทุ่มสุดตัว และต้องมีสติ สมาธิมากเป็นพิเศษ เพราะบางวันถึงขั้นสวิตช์อารมณ์ตัวเองเกือบไม่ได้ พร้อมฟาดประโยคเด็ด อาจจะไม่เห็นพิงกี้ในบทบาทแนวนี้อีกแล้ว   

พิงกี้ เผยว่า “กระแสตอบรับดีมาก ๆ เลยค่ะ เราเองก็หายเหนื่อย แฟน ๆชมว่าเนื้อเรื่องสนุก องค์ประกอบสวยหมด เรื่องนี้ต้องยอมรับเลยว่า บทมาลัยเป็นบทที่หนักมาก เป็นบทที่ไล่ตามอารมณ์ ของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง ตั้งแต่โลกสวยจนกระทั่งมีความหมองหม่น  แต่ในส่วนของเรา จะเบาสุดในเรื่องของอีโรติก แต่จะหนักเรื่องอารมณ์ เพราะตัวมาลัยเป็นคนเก็บอารมณ์ ซึ่งความยากก็คือ ต้องมีความต่อเนื่องทางอารมณ์สูงมาก แต่พอเรามีสมาธิก็ทำให้เราไม่กังวลเลย มันสนุก ท้าทาย อย่างเช่นผี เราเป็นคนครีเอทให้เค้า แต่ที่เรารู้สึกยากที่สุด มันเป็นการร้องไห้ที่อินเนอร์ คือ ชีวิตฉันทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แล้วเราก็ระบายด้วยการทุบพี่อั๋น เสียงทุบในฉากก็คือดังมาก ในใจลึกๆเราไม่อยากทำเลย แต่มันต้องทำ พอคัทเราก็รู้สึกว่าเป็นซีนที่เรารู้สึกผิดมาก นั่นแหละคือซีนที่ยากที่สุด บางวันถ่ายหลายฉากอารมณ์ขึ้นลงก็ถึงขั้นสวิตช์อารมณ์ตัวเองไม่ได้  แต่จริง ๆโดยปกติแล้วเราเป็นคนที่สามารถสวิตซ์อารมณ์ได้นะ มันเหมือนเป็นศาสตร์ที่นักแสดงทุกคนต้องเรียนรู้ บางทีก็เหมือนคนบ้าเหมือนกัน อยู่ดีๆเป็นคนนี้ หันไปอีกทีกลายเป็นคนนี้(หัวเราะ)  เราก็ต้องปล่อยวาง ในแบบของเรา สติเท่านั้นเลย มันก็คือสติ

ในการเข้าฉากในแต่ละซีน ต่อให้มันจะต้องร้องไห้หนักแค่ไหน ทำไมเราถึงทำได้ เพราะว่าเรามีสติจดจ่ออยู่กับตรงนั้น เพื่อให้คนดูรู้สึกเชื่อและเดินทางไปพร้อมกับเรา เรื่องนี้นักแสดงทุกคนคือทีมเวิร์คจริง ๆ ลงตัวทุกองค์ประกอบ เรื่องนี้กี้ทำเต็มที่สุดของเราแล้ว แฟน ๆ อาจจะไม่เห็นกี้ในบทบาทแบบนี้อีกแล้ว เพราะมันสุดจริงๆ เพราะฉะนั้นต้องห้ามพลาด มาร่วมลุ้นไปกับชีวิตมาลัยว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง เตรียมผ้าซับน้ำตารอได้เลยค่ะ ในละคร เรือนร่มงิ้ว ทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดีเวลา 19.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ แอปพลิเคชัน AIS PLAY เท่านั้นนะคะ”

แฟนๆสุดจะฟิน! เกิดโมเม้นต์ที่ดีต่อใจ

“ปั๊บ POTATO”  โพสไอจีคู่  “ต่อ ธนภพ”  พระเอกMV. หมดความหมาย ทำเอาแฟนเพลงฟิน! จนตัวแตก!!  เมื่อปั๊บ POTATO โพสรูปคู่กับ ต่อ-ธนภพ ลงไอจีส่วนตัว ที่กองถ่ายเอ็มวี “หมดความหมาย” เพลงที่สร้างกระแสดราม่าแรง ยอดวิวพุ่งทะยานฮิตติดลมบนไปเรียบร้อย. 

โดยข้อความว่า  “รูปเดียวถ้วนในวันนั้นกับน้องต่อถ่ายประมาณ ตีสอง!! ต่อยังสดใสขนาดถ่ายมาทั้งวัน ประทับใจทุกโมเม้นต์เลยครับ ”  คอมเม้นนี้จึงบังเกิดแต่ความฟิน!!  เมื่อ ต่อ-ธนภพ เข้ามาคอมเม้น  “ขอบคุณพี่เช่นกันนะครับ ที่ให้โอกาส สนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่ดี จนกว่าเราจะพบกันอีกนะครับ”  จึงเกิดโมเม้นต์ที่ดีต่อใจ ได้เห็นว่าทั้งคู่ก็ต่างประทับใจในผลงานกันและกันอยู่เป็นอย่างมาก  ทำเอาแฟนๆของทั้งคู่เข้าไปปาหัวใจใส่ใต้คอมเม้นท์กันรัวๆ  ซึ่งคอนเม้นท์ต่างก็ชื่นชมทั้งเนื้อร้อง ดนตรี  การแสดง มิวสิกวิดีโอ  และไลท์ติ้งเท่ๆในเอ็มวีนี้กันอย่างถล่มทลายกันเลยทีเดียว.

Scroll To Top