web analytics
SIAMNEWSDAY

CRC รุ่ง รับต้นปี ปิดดีล COL คิกออฟโปรเจกต์แรก

คอนเซปต์สโตร์รูปแบบใหม่ “บีทูเอส ธิงค์สเปซ” ที่เซ็นทรัล ชิดลมบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (CRC) ปิดดีลในการซื้อกิจการกับ  บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) (COL) เสร็จสิ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ด้วยมูลค่ารวม 12,160 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจกลุ่มฮาร์ดไลน์ของ เซ็นทรัล รีเทล พร้อมตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยการพลิกโฉม บีทูเอส เซ็นทรัล ชิดลม ให้เป็น “บีทูเอส ธิงค์สเปซ” ร้านหนังสือและเครื่องเขียนชั้นนำที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงใจ ทั้งสินค้าและไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าทุกคน

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่ เซ็นทรัล รีเทล เข้าซื้อกิจการ COL ในครั้งนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่เข้ามาเสริมแกร่งให้ธุรกิจค้าปลีกของ เซ็นทรัล รีเทล มีความครบครันมากยิ่งขึ้น ด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งของ COL ที่เป็นผู้นำธุรกิจอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ สื่อบันเทิง สินค้าไลฟ์สไตล์ และ e-book ภายใต้แบรนด์ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, และ เมพ (meb e-book) ที่มีช่องทางขายต่าง ๆ ทั้งหน้าร้าน, เว็บไซต์, Line Store, Drive Thru, Call Center, แอปพลิเคชันบนมือถือ และบริการ e-ordering ซึ่งจะช่วยต่อยอดเป้าหมายการเติบโตด้านแพลตฟอร์มออมนิแชแนลของ เซ็นทรัล รีเทล และด้วยฐานลูกค้าที่แข็งแรงของ COL ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ (B2C) และกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ที่อยู่บนฐานสมาชิกจากแคตตาล็อกออฟฟิศเมทโดยปัจจุบันมีมากกว่า 500,000 บริษัททั่วประเทศไทย จะเป็นการมาเสริมแพลตฟอร์มค้าปลีกของ เซ็นทรัล รีเทล ให้สมบูรณ์แบบและสามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม

ชูโปรเจกต์แรกสุดยิ่งใหญ่ ภายใต้การบริหารงานของ เซ็นทรัล รีเทล ด้วยการคิกออฟคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่ “บีทูเอส  ธิงค์สเปซ” แฟลกชิพสโตร์สุดล้ำบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งการช้อปปิ้ง ด้วยโซนหนังสือภายใต้คอนเซ็ปต์ “BOOK CAVE”แลนด์มาร์คอุโมงค์หนังสือขนาดใหญ่ ที่ลูกค้าจะได้พบกับหนังสือมากกว่า 10,000 รายการ และศูนย์รวมอุปกรณ์เครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะ ที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าด้วยบริการผ่านระบบ e-ordering สำหรับสินค้าอีกกว่า 60,000 รายการ ที่จะส่งจากคลังถึงมือลูกค้า โดยในปีนี้ เซ็นทรัล รีเทล ตั้งเป้ายอดขาย บีทูเอสเติบโตร้อยละ 20-30 และมีแผนที่จะพลิกโฉม บีทูเอส สาขาหลัก ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ ให้เป็นรูปแบบ บีทูเอส ธิงค์สเปซ จากจำนวนสาขาทั้งสิ้น 130 สาขา เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า มุ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ของชุมชน และสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ ต่อไป

“นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินหน้าขยายธุรกิจของ เซ็นทรัล รีเทล โดยในปี 2564 นี้ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อม ๆ กับการพัฒนาแพลตฟอร์มออมนิแชแนลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ขอใช้โอกาสนี้ในการต้อนรับพนักงานออฟฟิศเมท บีทูเอส และเมพ (meb e-book) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว เซ็นทรัล รีเทล อันอบอุ่นของเรา พร้อมทั้งร่วมกันสร้าง เซ็นทรัล รีเทล ให้แข็งแกร่งและเติบโตไปอย่างยั่งยืน” นายญนน์ กล่าวปิดท้าย

“อแมนด้า” สุดปลื้ม!!! ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง “กีฬาอาชีพติดธงไทย”

เน้นสร้างรายได้จากกีฬา ทำความร่วมมือเจ็ตสกี  ที่ประสบความสำเร็จสูง  ส่งออกไปลุยเวทีโลก “กีฬาอาชีพติดธงชาติไทย” เป็นหนึ่งในโมเดลการพัฒนากีฬารูปแบบใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย และกีฬาเจ็ตสกีอาชีพ โดยพัฒนาจากทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีไทย ที่แข็งแกร่งในการเป็น “ผู้นำโลก” ในปัจจุบัน ให้เพิ่มการสร้างประโยชน์แก่ชาติใน 4 ด้าน คือ กีฬาไทยแข็งแกร่งในเวทีโลก, มีสื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในระดับนานาชาติ นำเข้าและสร้างเม็ดเงินรายได้ทางเศรษฐกิจจากกีฬา ที่มีเป้าหมายรวมกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี และสนับสนุนการท่องเที่ยว  

จากการที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท เอเชี่ยนมัลติสปอร์ต แอนด์ เอ็น-เตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์ทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีเวิลด์คัพและเวิลด์ซีรี่ส์ โดยมี ฯพณฯพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายปริเขต สืบสหการ เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันเจ็ตสกีอาชีพ WGP#1 ลงนาม (MOU) การทำความตกลงการให้การช่วยเหลือ การส่งเสริมหรือการสนับสนุน กีฬาเจ็ตสกีอาชีพของไทยภายใต้ชื่อโครงการ “กีฬาอาชีพ ติดธงชาติไทย” โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายขจร เจียรวนนท์ นักบริหารธุรกิจ และนักบริหารกีฬาระดับชาติ นายณัฐวุฒิ เรืองเวส กรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว นางจริยา ชุมพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภเชศ จารุมนต์ หัวหน้าศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (IP IDE Center) นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ นายสนิท วรปัญญา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ในงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดัม Miss Universe Thailand2020 ให้เกียรติร่วมงานและเผยความรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ว่า

“ด้าต้องกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้เกียรติด้ามาร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้ ซึ่งด้าคิดว่าเป็นงานแถลงข่าวที่ยิ่งใหญ่มากๆ และวันนี้กีฬาเจ็ตสกีไทย ก็ได้เป็นผู้จัดการแข่งขัน World Tour ด้ารู้สึกยินดีที่กีฬาเจ็ตสกีเป็นชนิดกีฬาแรกที่สร้างแบรนด์ และสร้างทัวร์นาเม้นท์สู่ตลาดเวทีกีฬาโลกได้สำเร็จ แล้วด้าก็เชื่อว่าถ้าคนไทยตั้งใจมุ่งมั่นทำอะไรแล้ว ไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอนค่ะ” 

วันการศึกษาเอกชนนอกระบบไทย ครั้งที่ 4

สมาคมการศึกษานอกระบบ(ประเทศไทย)ร่วมกับชมรมการศึกษาเอกชนนอกระบบกรุงเทพ จัดโครงการ Wวันการศึกษาเอกชนนอกระบบไทย ครั้งที่ 4 ประจำปี 2564”    ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนเอกชนนอกระบบ จิตอาสา ทำความดี เพื่อแผ่นดินไทย” โดยสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบไทย.(ประเทศไทย)ซึ่งชมรมการศึกษาเอกชนนอกระบบกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเจ้าภาพ 14 จังหวัด จัดพร้อมกันทั่วประเทศ  กิจกรรมทั้งหมดมี ทั้งหมด4 ครั้ง

กิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมครั้งที่ 1 จัดขึ้น ณ โรงเรียนสุเหร่าบางชัน สำนักงานเขตมีนบุรี  ได้มอบสีและอุปกรณ์ซ่อมแซม การทำกิจกรรมวันนี้ทางจิตอาสาได้ลงมือช่วยกันระบายสีเพิ่มพื้นที่การเล่นของนักเรียน ทั้งทางด้านร่างกายและสมอง ด้วยสีสันที่ทาลงบนพื้นและสัญลักษณ์ และเสริมสร้างให้ความสวยงามของโรงเรียนให้แตกต่างจากที่อื่นๆด้วยภาพ3มิติ และเสริมสร้างด้วยโซเชียลมีเดียเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเรียนรู้ ส่วนรูปที่ระบายวันนี้เป็นรูปบันไดงู  และรางรถไฟเพื่อการก้าวกระโดดเสริมทักษะการเรียนรู้ โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเอกชนนอกระบบกรุงเทพมหานคร ร่วมมือร่วมใจจัดกิจกรรม

 ทั้งนี้ นางสาวศศิภัสส์ศา มลิพันธ์ ประธานเชมรมการศึกษาเอกชนนอกระบบ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่าโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ท่านสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ นายธฤติ ประสานสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนคุณธัญญพัฒน์ นิธิโชติธนกิจ บริษัทฐานดีเอสเตท ประธานกรรมการร่วมกิจกรรมกับสมาคมในครั้งนี้ โดย มอบน้ำยาฆ่าเชื้อยี่ห้อ anti-vivacious จำนวน100ชุด ให้กับโรงเรียนสุเหร่าบางชัน สุดท้ายขอขอบคุณโรงเรียนเอกชนนอกระบบในกรุงเทพมหานครที่ได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนในการจัดกิจกรรมครั้งนี้

โดยนายพิชัย คงมา หัวหน้าฝ่ายการศึกษา และนายวิระ พนาลี ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนสุเหร่าบางชัน เป็นผู้รับมอบและกล่าวขอบคุณกิจกรรมครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างมาก เป็นแนวใหม่ โรงเรียนสุเหร่าบางชัน ยินดีที่มีสมาคม และบริษัทที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรมในครั้งนี้ คุณครูโรงเรียนสุเหร่าบางชันรู้สึกปราบปลื้มใจขอบคุณทุกหน่วยงานผู้ใหญ่ใจดีทุกๆท่านที่ให้ความเมตตาในครั้งนี้และหวังเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานต่างๆที่เข้ามาช่วยเหลืออุปการระในการทำกิจกรรมที่ดีต่อไป

“นิว – เป๊ก” เปิดตัว DIMENSION by CDG

เป็นคู่รักที่ไม่เคยหยุดนิ่งทำตามฝัน และเป็นแรงบันดาลใจให้กันอยู่เสมอ สำหรับ “นิว– นภัสสร ภูธรใจ” นักร้องหญิง Diva’s และ “เป๊ก – เปรมนัช สุวรรณานนท์”  นอกจากจะทุ่มเทแรงกายแรงใจกับงานในวงการบันเทิงแล้ว ด้านธุรกิจที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้าง อย่างร้าน Brandnew Field Good ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ทุ่มเทไม่แพ้กัน  แม้ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย  ล่าสุด “นิว-เป๊ก” ควงคู่ลุยวงการ     จิวเวอร์รี่ ประเดิมเปิดตัวแบรนด์ DIMENSION  by CDG” ภายใต้คอลเลคชั่น MOVING TOGETHER  จากการออกแบบงาน      จิวเวอร์รี่ครั้งแรกของ “นิว” ที่ได้แรงบันดาลใจในความรัก ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์

DIMENSION by CDG  เครื่องประดับมิติใหม่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ผ่านการถ่ายทอดอารมณ์ และออกแบบโดย “นิว – นภัสสร ภูธรใจ” (นิว The Star) นักร้องหญิง Diva’s ที่มีความรัก ความฝัน ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ทุ่มเททั้งพลังกาย และ พลังใจที่จะถ่ายทอดมุมมองในการก้าวไปตามฝัน มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และความหมายที่ลึกซึ้งของคำว่าก้าวไปด้วยกัน ให้ดูดีมีสไตล์เมื่อประดับอยู่บนเรือนร่าง และติดตราตรึงใจทุกครั้งที่สวมใส่เครื่องประดับ แบรนด์  DIMENSION by CDG ภายใต้คอลเลคชั่นที่มีชื่อว่า MOVING TOGETHER

MOVING TOGETHER  เปรียบเหมือน The Power Of Love คำว่า…รัก ไม่ใช่การที่คนสองคนบรรจบพบกัน แต่คือการที่คนสองคนเลือกเดินบนเส้นทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเจอพายุความสุข หรือ มรสุมความทุกข์ที่พัดผ่านเข้ามาในชีวิต การเดินทางระหว่างทางล้วนเจียระไนความรักของเขาให้งดงาม ดุจดั่งประกายจากเพชรของเรา ผลงานทุกชิ้นของเราจึงเลือกใช้ เพชรแท้จากธรรมชาติเท่านั้น

“นิว นภัสสร” กล่าวว่า นิวเริ่มสนใจเพชรตั้งแต่ตอนที่ได้สวมแหวนแต่งงาน ซึ่งเป็นของแบรนด์ CDG พอได้สวมแหวนแต่งงาน แล้วก็เกิดความชื่นชม หลงไหลกับเพชรตั้งแต่นั้นมา และเริ่มซื้อใส่มาตลอด จนกลายเป็นสนิทกับทางเจ้าของแบรนด์ และจนได้มาเป็นหุ้นส่วนกันในครั้งนี้ค่ะ นิวชื่นชอบแบรนด์นี้อยู่แล้วด้วยเพราะทางแบรนด์มีความละเอียดในทุกขั้นตอน CDG เป็นแบรนด์แม่ ที่มีความ Luxury  แต่ของเรา จะคำนึงถึงลูกค้าที่มีงบประมาณน้อย แต่มีความชื่นชอบใส่เพชร จึงได้ทำ DIMENSION x NEW ขึ้นมาเป็นแบรนด์ลูก ให้ดูมีดีไซน์เก๋ๆ ใหม่ๆมากขึ้น ในคอลเลคชั่น MOVING TOGETHER  และต้องขอบคุณ ‘พี่ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ และ พี่วิน – มาวิน ทวีผล’ ที่เป็นแรงบันดาลใจอีกหนึ่งคู่รัก ที่มีความรักที่น่ารักมาก  พี่มาวินสั่งแหวนเพชรที่นี่ ที่ขึ้นทรงเป็นแบบเพชร2เม็ดกลิ้งไปกลิ้งมา แต่จะเป็นแบบLuxury ก็เลยอยากเอาแรงบันดาลใจตรงนั้นมาทำเป็นคอลเลชันในแบรนด์ลูกที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้  และความหมายของเพชรสองเม็ดกลิ้งไปมานี้ทำให้นิวนึกถึงตัวเองเหมือนเป็นพลังงานส่งไปมา เหมือนความรักของนิวเป็ก ความรักของนิวกับจิ๋ว ความรักของนิวที่ให้กับการทุ่มเทในการทำงานทุกๆอย่าง ก็เลยกลายเป็นคอลเลคชั่น MOVING TOGETHER  ค่ะ”

“เป๊ก เปรมนัส” กล่าวเสริม DIMENSION by CDG  จะเป็นเครื่องประดับที่เหมือนไม่ใช่เครื่องประดับ เป็นเครื่องประดับที่ฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆออกไป  มีดีไซน์ แปลกๆใหม่ๆ ที่มาอยู่ในราคาหลักพันได้   สำหรับMOVING TOGETHER พูดถึงเรื่องความรัก  คือถ้ามันอยู่บนแหวน บางทีก็เคยคิดเหมือนกันว่าคนที่เป็นคู่รักกันเนี่ย คบกันนานๆระหว่างทางวินาทีที่เราจะบอกรัก หรือจะขอแต่งงานมันก็แค่วินาทีสั้นๆ แต่สิ่งที่มันยาวนานมากกว่าคือ ความเข้าใจที่เราจะอยู่ด้วยกันไปตลอด การดูแลกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน มันก็เหมือน MOVING TOGETHER  เป็นเพชรสองเม็ดที่กลิ้งไปกลิ้งมาที่อยู่ในตัวแหวน และนอกจากแหวนแล้ว ในคอลเลคชั่นนี้ยังมีเครื่องประดับอื่นๆด้วย อย่างสร้อย จี้ ต่างหู ที่สามารถใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย”

“นิว-เป๊ก” และทีมงาน DIMENSION by CDG หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เครื่องประดับที่เราทำด้วยใจทุกขั้นตอนจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้กัน และ จุดประกายให้พวกเราขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้ากับคนที่คุณรัก ด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง MOVING TOGETHER

แบรนด์จิวเวอร์รี่น้องใหม่ขอนำเสนอ เครื่องประดับในมุมมองใหม่ ผ่านอัญมนีทรงคุณค่า คุ้มด้วยราคา เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ควรค่าแก่การครอบครองเป็นที่สุด DIMENSION by CDG  

พบกับคอลเลคชั่น  MOVING TOGETHER ได้ที่  DIMENSION by CDG ทุกสาขา

“อ้อ-นฬาพร”…คว้ารางวัล TOP BRAND AWARDS 2021

CHAININ (ไชยนิน) สุดปัง!!! คว้ารางวัลผลิตภัณฑ์ความงามยอดเยี่ยมจากเวที TOP BRAND AWARDS 2021

            เรียกว่าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์น้องใหม่ ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับแบรนด์ CHAININ (ไชยนิน) ล่าสุดคว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น มาเป็นพรีเซนเตอร์ เป็นการตอกย้ำว่าแบรนด์ CHAININ (ไชยนิน) เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นอินเตอร์แบรนด์ เพราะตอนนี้ขยายช่องทางการจำหน่ายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และในช่วงปลายปีมีแผนที่จะส่งออกไปยังประเทศแถบตะวันออกกลาง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่สามารถไปสร้างชื่อเสียงในตลาดเครื่องสำอางค์ระดับโลกได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้แบรนด์ CHAININ (ไชยนิน) ได้รับการพิจารณาการคัดเลือกเข้ารับรางวัล TOP BRAND AWARDS 2021 ประจำปี 2564 จากชมรมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และชมรมนักข่าวธุรกิจ (BUSNIESS NEWS ASSEMBLY) โดยมีพลเอกจิตตสักก์ เจริญสมบัติ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่ คุณอ้อ-นฬาพร ไชยนิน CEO Brand CHAININ Cosmetics เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์  หลักสี่ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา

                ด้านคุณอ้อ-นฬาพร ไชยนิน CEO Brand CHAININ Cosmetics ได้เผยว่า “ต้องขอขอบพระคุณชมรมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และชมรมนักข่าวธุรกิจเล็งเห็นศักยภาพของแบรนด์เราค่ะ สำหรับรางวัล TOP BRAND AWARDS 2021 นับเป็นเครื่องหมายการันตีได้ว่าคุณภาพของแบรนด์ CHAININ ดีไม่แพ้แบรนด์จากต่างประเทศ ซึ่งอ้อ และทีมงานแบรนด์ CHAININ ขอสัญญาว่าเราจะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ สำหรับท่านใดที่สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสนใจชมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ของเราสามารถเข้าไปที่ www.chainincosmetics.com, Facebook.com/Chainin, Instagram : Chainin_cosmetic นอกจากนี้สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทาง Shopee ได้อีกด้วยค่ะ”   

#แม่ไม่ได้มาเล่นๆ #chainin #cosmetics #ฟาดเดียวทะลุจักรวาล #แป้ง #รองพื้น #ลิป #ของมันต้องมี#chainincosmetic

อว. – สธ. รวมนักวิชาการชั้นนำติดตามความปลอดภัยวัคซีนโควิด-19 ลอตแรกปลาย ก.พ.นี้

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่าย ร่วมแถลงการบริหารจัดการและให้วัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างเชื่อมั่นและลดความกังวลแก่ประชาชน ระบุเมื่อเริ่มใช้วัคซีนในปลายเดือน ก.พ.นี้ ประเทศไทยจะมีระบบในการติดตามและศึกษาวิจัยให้แน่ใจว่าประชาชนมีความปลอดภัยและได้รับประโยชน์จากวัคซีน

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงนโยบายการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สู้ภัยโควิด-19 และความร่วมมือการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม และเรื่อง “การบริหารจัดการและให้วัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ” วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ณ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (โยธี )

ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า เมื่อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ลอตแรกเข้ามาในประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เห็นควรให้มีการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในเรื่องวัคซีนโควิด-19 ในประเทศได้ อย่างเช่นแผนงานวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการโครงการวิจัยวัคซีนและประเมินประสิทธิผลเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย” ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดนโยบายสำหรับบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ อว. จะให้การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสู้ภัยโควิด-19 แบบนี้ไปอย่างต่อเนื่อง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งตอบคำถามของสังคมตามหลักวิชาการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และลดความกังวลให้กับประชาชนในการใช้วัคซีนต่อไปได้

“วัคซีนได้ผลดี และประเทศไทยมาถูกทางแล้วในเรื่องนโยบายรวมทั้งการบริหารจัดการเกี่ยวข้องกับวัคซีน เมื่อเริ่มใช้วัคซีนในปลายเดือน ก.พ. นี้ ประเทศไทยจะมีระบบในการติดตามและศึกษาวิจัยให้แน่ใจว่าประชาชนมีความปลอดภัยและได้รับประโยชน์จากวัคซีน ซึ่ง ทาง อว. โดย วช. จะสนับสนุนการวิจัย โดยมีนักวิชาการชั้นนำของประเทศจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องต่อไปนี้ ตามความปลอดภัยของวัคซีน, ประสิทธิภาพ มีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นหรือไม่และนานแค่ไหน, ประสิทธิผล ลดอัตราการเจ็บป่วยและอัตราการตายได้หรือไม่, การกลายพันธุ์และมีสายพันธุ์แปลก ๆ ที่ไม่ได้ผลหรือไม่ และบริหารจัดการวัคซีน เช่น วัคซีนพาสปอร์ต การกักกัน กักตัว การเดินทางระหว่างประเทศ” ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล กล่าว

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต กล่าวว่า สธ. มีบทบาทสำคัญในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตั้งแต่เริ่มระบาดในระยะแรกจนถึงปัจจุบันที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ดี แม้ระลอกใหม่จะควบคุมได้ล่าช้า แต่ก็สามารถควบคุมได้ในระยะเวลาอันสั้น และสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือเรื่องการใช้วัคซีนโควิด-19 ซึ่งในช่วงแรกต้องใช้เวลาในการพัฒนาเพื่อให้ได้คุณภาพและความปลอดภัย โดยเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขคือต้องการใช้วัคซีนเพื่อป้องกัน ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันในระดับประเทศ โดยไทยได้เตรียมการเพื่อให้ได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีการจองวัคซีนโควิด-19 แล้วถึง 63 ล้านโดส กระทรวงสาธารณสุขจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อฉีดให้ครบทั้ง 63 ล้านโดสภายในปีนี้ เพราะหากไม่เกิดภูมิคุ้มกันระดับประเทศ เราก็เปิดประเทศไม่ได้ และเมื่อมีภูมิคุ้มกันระดับประเทศก็สามารถทำให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้

ทั้งนี้ สธ. มอบให้กรมควบคุมโรควางแผนการฉีดวัคซีนตั้งแต่ปี 2563 และมีเป้าหมายสำคัญ คือ

1. ลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต ซึ่งวัคซีนของแอสตราเซเนกาและซิโนแวค ได้ผ่านการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว

2. เพื่อปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงจากการทำงาน จึงต้องฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บป่วย

3. เพื่อให้คนไทยกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศไทย

และที่สำคัญต้องฉีดให้ครอบคลุมคนไทยมากที่สุด เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศและจะไม่เกิดการระบาดของโรคต่อไป โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 3 ระยะ คือ ระยะแรก ที่มีวัคซีนปริมาณจำกัด เมื่อผ่านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ อย. จะฉีดให้คนไทยกลุ่มเสี่ยงทันที โดยในระยะนี้จะฉีดในช่วงกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2564 ระยะที่ 2 เมื่อมีวัคซีนมากขึ้น และระยะที่ 3 เมื่อมีวัคซีนอย่างกว้างขวาง เริ่มตั้งแต่ มิถุนายนเป็นต้นไป และจะเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด

“กระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งคณะทำงานด้านวิชาการขึ้นมาเนื่องจากวัคซีนนี้เป็นของใหม่ ยังขาดความรู้ จำเป็นต้องมีคณะทำงานเพื่อศึกษาและติดตามให้เกิดการใช้วัคซีนอย่างเหมาะสมกับการรับวัคซีนโควิด-19 ที่ระยะแรกมีอย่างจำกัด และการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมในระยะต่อไป ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมการแพทย์ในฐานะประธานคณะทำงานด้านวิชาการจึงได้จัดทำแผนงานวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการโครงการวิจัยวัคซีนและประเมินประสิทธิผลเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย” เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการตัดสินใจเชิงนโยบายและบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพต่อไป” นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิตกล่าว

ในส่วน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่าในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้วัคซีนโควิด-19 ลอตแรกจากประเทศจีน ได้แก่ ซิโนแวคจำนวน 2 แสนโดสจะมาถึงประเทศไทย วช. ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์และการวิจัยและพัฒนา ภายใต้ อว. และ สธ. เห็นร่วมกันว่าควรมีการสนับสนุนและเร่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิผลและอาการข้างเคียงของวัคซีนที่กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ยังต้องการข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้เพียงพอกับการติดตามประเมินประสิทธิผล ดังนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในประเทศ การศึกษาวิจัยในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัคซีนจึงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนควบคู่กับการดำเนินการบริหารการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไทย โดยให้ความสำคัญกับระยะเวลาที่มีการให้วัคซีน รวมถึงการติดตามผลลัพธ์และผลกระทบไปข้างหน้า

ทั้งนี้ วช. ภายใต้ อว. โดยคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้พิจารณาความสำคัญและให้การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมใน  ประเด็นการศึกษาวิจัยที่สำคัญให้แก่ กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมการแพทย์เป็นผู้บริหารแผนงานวิจัยดังกล่าวใน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ด้านนโยบาย และระบบสุขภาพ

2. ด้านประสิทธิผล และภูมิคุ้มกัน

3. ด้านการบริหารแผนงาน

4. ด้านการประกัน ควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัย

5. ด้านการสื่อสาร และ

6. ด้าน new variants

ภายใต้แผนงานวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการโครงการวิจัยวัคซีนและประเมินประสิทธิผลเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย” โดยมี นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ในรูปแบบ Director โดยจะทำหน้าที่สำคัญในการกำกับทิศทางและเป้าหมายของโครงการให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ และนำผลงานวิจัยที่ได้มาใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบายและบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิผล ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเสียชีวิตจากโควิด-19

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง แจกแจงเพิ่มเติมว่าแผนงานวิจัยดังกล่าวมีนักวิจัยที่เชี่ยวชาญเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยภายใต้แผนงานจากหลากหลายสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่

1.  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ในประเด็นความปลอดภัย และผลกระตุ้นภูมิต้านทานของวัคซีนโควิด-19 ในประชากรผู้ใหญ่ พร้อมทั้งการจำแนกสายพันธุ์ย่อยของไวรัสและการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ

2. กรมการแพทย์ รอ.นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ในประเด็นการประเมินอัตราการแพร่เชื้อไวรัสในวันที่ 7 และ 10 ในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ และมีอาการไม่รุนแรง

3. กรมการแพทย์ นพ.เมธา อภิวัฒนากุล ในประเด็นอุบัติการณ์ของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทจากการฉีดวัคซีนโควิด-19

4. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รศ.พญ.ณสิกาญจน์ อังคเศกวินัย ในประเด็น การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและความปลอดภัยหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ในบุคลากรทางการแพทย์

5. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ผศ.นพ.จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์ ในประเด็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อไวรัสหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและผู้ป่วยปลูกถ่ายไต

6. โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ภญ.เบญจรินทร์  สันตติวงศ์ไชย ในประเด็นการจัดตั้งเครือข่ายวิจัยเพื่อสนับสนุนนโยบายโควิดวัคซีนพาสปอร์ตในอาเซียน

วช. เปิดบ้านโชว์นักวิจัยดีเด่น 1 ใน 7 ผู้ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีภารกิจที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย และให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ  ยกย่องนักวิจัย หรือหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยมีการมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ (ระดับปริญญาเอก) และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ วช. ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของนักประดิษฐ์ และนักวิจัยในอันที่จะพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่าง ๆ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ  เป็นรางวัลที่มอบให้นักวิจัยที่มีสัญชาติไทย ซึ่งได้อุทิศตนให้แก่การวิจัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องในกลุ่มวิชาการหรือสหวิทยาการอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิจัยดีเด่นที่แสดงถึงความคิดริเริ่ม เป็นผลงานวิจัยที่ทำสะสมกันมา ไม่น้อยกว่า 5 ปี และเป็นผู้ที่มีจริยธรรมของนักวิจัยจนเป็นที่ยอมรับและยกย่องในวงวิชาการนั้น ๆ โดยผลงานวิจัยสร้างคุณูปการและเกิดประโยชน์ในเชิงวิชาการ เชิงเศรษฐกิจ เชิงชุมชน สังคม และเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง สมควรเป็นแบบอย่างแก่นักวิจัยรุ่นหลังได้ โดยในปีนี้

วช. ได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งรางวัลดังกล่าวจะมีพิธีมอบรางวัลฯ ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 และเพื่อเป็นการแนะนำนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติที่ได้รับรางวัลในปีนี้ วช. จึงได้จัดกิจกรรมแถลงข่าว เรื่อง “Kick off กิจกรรมเปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม By NRCT (In-House) : 1ในนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2564”  ขึ้น ซึ่งในวันนี้ วช. ได้มีการเปิดตัว 1 นักวิจัย ผู้ที่ได้รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 จากจำนวน 7 ท่าน ใน 5 สาขา ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วิปร วิประกษิต ซึ่งเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปี 2564

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์วิปร วิประกษิต เป็นนักวิจัยที่ได้อุทิศตนเพื่องานวิจัยอย่างต่อเนื่อง   โดยศึกษาวิจัยทางด้านโลหิตวิทยาและธาลัสซีเมีย มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการวิจัยและแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ เพื่อช่วยพัฒนาให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทางโลหิตวิทยาและโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียให้ดียิ่งขึ้นไป โดยมีโครงการวิจัยที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการในปัจจุบันจำนวนมาก เพื่อที่จะแสวงหาคำตอบและการพัฒนาการวินิจฉัย และการรักษาผู้ป่วยในประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติมต่อไป ผลจากการพัฒนาองค์ความรู้ นำไปสู่การพัฒนาการให้บริการ  

การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียให้มีมาตรฐานสูงสุด ทำให้ศูนย์ธาลัสซีเมีย ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จนได้รับการยกย่องและได้รับรางวัล โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียนานาชาติ “สุลต่านบิน คาลิฟา” (Sultan Bin Khalifa International Award : SITA) ในฐานะศูนย์แห่งความเป็นเลิศด้านการดูแลผู้ป่วยธาลัสซีเมีย (Best Centre of Excellence on Thalassaemia Care)

นักวิจัยที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จะได้เหรียญรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พร้อมประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติคุณ และเงินรางวัลในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

“นิกกี้-โกบอย” บุกรายการแฉ!!

สองตัวพ่อยูทูปเปอร์สุดปัง “โกบอย-ธนวัฒน์” แท็คทีม นิกกี้ณฉัตร” มาบุกรายการแฉ ทางช่องGMM25 พร้อมทั้งเผยเรื่องราวความหลัง กว่าจะจับมือกันก้าวมาเป็นคนดังในโลกออนไลน์ รวมทั้งแอบกระซิบทริคเด็ดทำยังไงให้ปังจนมียอดวิวหลักหลายล้าน

ซึ่งงานนี้พิธีกรสุดพราวแห่งแฉ “มดดำ-คชาภา” ยังอาสาเคล้นเบื้องลึก “โกบอย-ธนวัฒน์” ในอดีตเคยเปิดบริษัททัวร์  ทำธุรกิจโรงแรม เปิดร้านขายมือถือ หรือแม้กระทั่ง เปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง แต่สุดท้ายก็เจ๊ง จนได้มาเจอ นิกกี้ณฉัตร” และได้ชวนกันมาทำรายการยูทูปจนโด่งดั่งจากยอดวิวหลักพันสู่พลักหลายสิบล้าน นอกจากนั้นหนุ่มหล่อเสน่ห์แรง “นิกกี้-ณฉัตร” ยังมาเผยถึงเรื่องราวเมื่อครั้งเคยติดพนัน จนแม่ต้องเขียนกระดาษมาแปะทั่วห้องขอร้องให้เลิก และในวันนี้เจ้าตัวก็ได้กราบสาบานกับหมอนแล้วว่าต่อจากนี้ไปจะไม่เล่นการพนันอีกตลอดชีวิต

ก่อนจบรายการ “โกบอย-ธนวัฒน์” และ นิกกี้ณฉัตร” ได้ฝากถึงแฟนคลับที่อยากก้าวมาเป็นยูทูปเปอร์ที่ประสบความสำเร็จว่า “ใครๆ ก็เป็นยูทูปได้ เพียงแค่ว่าให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก่อน อย่าไปสนใจยอดวิว ทำไปก่อนเดี๋ยวก็จะมีคนติดตามเอง ที่สำคัญคนที่จะเป็นยูทูปเปอร์จะต้องใช้สายตาเยอะ ต้องอ่านสคริปต์ เจอแสงไฟตลอด เมื่อก่อนอ่านสคริปต์ไม่ได้เลย แต่เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้น เคลียร์ขึ้น อ่านสคริปต์ก็สบายขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมทานเรติเน่ วันละเม็ดก่อนนอนด้วยนะครับ”

 เรียกว่าทำเอาบรรดาแฟนคลับฟินสุดขีดไปกับ 2 ยูทูปเปอร์แห่งยุค “โกบอย-นิกกี้” ส่วนใครที่อยากรู้จักผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเรติเน่ (RATINE) เลขสารบบอาหาร 10-1-01949-1-0048 ที่เหล่าคนดังพูดถึง สามารถติดตามได้ทาง line : @ratine , FB : ratinethailand,www. Ratinethailand.com หรือโทร.096-919-1789  เพราะดวงตามีคู่เดียว ใส่ใจทุกปัญหาดวงตาด้วยเรติเน่

“เปา-กิ่งกาญจน์” แท็คทีม “เฉิด”เตรียมเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ไฟกระพริบ!

เป็นนักร้องลูกทุ่งสาวที่มีความรับผิดชอบสังคมสูงมาก แม้จะอยู่ในช่วงกักตัว 14 วันหลังจากตรวจโควิด 19  แต่ “เปา-กิ่งกาญจน์” ก็ขอฮึดสู้สุดใจ แม้ว่าจะไม่สามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ เจ้าตัวก็ยังคงขยันไลฟ์สด ถ่ายคลิปงาน เพื่อไม่ให้ลูกค้า หรือผู้ว่าจ้างงานได้รับผลกระทบจากการกักตัวของเธอ โดยเฉพาะการดูแลความสวยในฐานะพรีเซ็นเตอร์แบรนด์เฉิด (Cherd) ที่แว่วๆ มาว่าเร็วๆ นี้จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ออกมาให้แฟนคลับได้ชมกันในแบบที่คาดไม่ถึงอีกด้วย

            “นอกจากการถ่ายแฟชั่นเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์แบรนด์เฉิดที่มีพี่ฉัตรมาแต่งหน้าให้ เร็วๆ นี้ จะมีเซอร์ไพรส์ออกมาให้ดูกันอีกแน่นอน แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร อยากให้ลองติดตามดูกันค่ะ ส่วนที่มีคนทักว่าดูดีขึ้น ก็ต้องขอบคุณมากๆนะคะ เพราะความฝันของผู้หญิงทุกคน ก็คืออยากดูดีขึ้น ตอนนี้เปาก็เลยใส่ใจให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น และได้ใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์เฉิดอย่างต่อเนื่อง ผิวหน้าที่เคยคล้ำๆ ก็เริ่มกระจ่างใสขึ้นชอบมาก ที่สำคัญดีใจมากๆ ที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์เฉิด ยังไงก็ขอฝากด้วยนะคะ แค่เฉิดก็เกิดแล้วค่ะ”

อัปเดตเจิดจรัสแสงของ “สาวเปา-กิ่งกาญจน์” พรีเซ็นเตอร์คนแรกแบรนด์เฉิด (CHERD) ได้ทาง Facebook : เฉิดประเทศไทย, Line: @Cherd หรือโทร.096-919-1789

Scroll To Top