web analytics
SIAMNEWSDAY

BEST Express มุ่งสร้างโอกาสแก่ชุมชน คืนกำไรสู่ท้องถิ่น

BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการ รับ-ส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ไปไหน ไปกัน Everywhere, with you เดินหน้าสร้างโอกาสให้สังคมผ่านโครงการ CSR ตลอดปี 2563 สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ในคอนเซปต์ “BEST Road New Life (ขนส่งวิถีชีวิตใหม่ในสไตล์ New Normal)”

มร. เจสัน เชียน ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานกรรมการ บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า BEST Express ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือเพื่อสังคม และการมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้อื่นได้พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเกิดเป็นแนวคิดโครงการ CSR ต่าง ๆ ที่มากมาย เพื่อคืนกำไรสู่สังคม อาทิ โครงการ “เสริมอาชีพรถม้าลำปางสู้ภัยโควิด” เป็นโครงการที่สนับสนุนอาชีพรถม้าลำปางเพื่อคงไว้ซึ่งคุณค่าสัญลักษณ์ของชาวลำปางและชาวไทยโดย BEST Express ได้สนับสนุนหารายได้พิเศษให้กับสมาคมรถม้าลำปาง เพื่อขับรถม้าให้บริการ รับ-ส่ง พัสดุทั่วเมืองลำปางแทนการขนส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือจะเป็นโครงการ “แค่มีรถก็ร่วมส่งพัสดุกับ BEST Express ได้” เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อช่วยสร้างอาชีพใหม่และเสริมรายได้ให้กับบุคคลทั่วไป รวมถึงช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาถูกเลิกจ้างงานในช่วงโควิด ขอแค่เพียงมีรถเป็นของตัวเองโดยไม่จำกัดว่าเป็นรถประเภทไหน อาทิ รถกระบะ รถเก๋ง รถตุ๊กตุ๊ก รถมอเตอร์ไซต์ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ นอกจาก 2 โครงการ CSR ที่น่าสนใจแล้วยังมีโครงการ “จุดรับพัสดุเพื่อน้อง” ซึ่งเป็นจุดรับพัสดุ Drop point ในเชิง CSR ให้กับเด็กนักเรียนผู้พิการทางสายตาจากโรงเรียนสอนคนตาบอดในพระราชินูปถัมภ์ และผู้พิการทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ โดย BEST Express ได้ให้การช่วยเหลือเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนส่งเสริมอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้และความเท่าเทียมกันในสังคมทุกระดับชั้นรวมถึงยังได้พัฒนาทักษะของนักเรียนเหล่านี้ให้มีความรู้และสามารถอยู่ร่วมเสมือนคนปกติ โดยมีจุดมุ่งหมายคือสร้างให้เด็กเป็นคนดีในสังคม และมีอาชีพมีการงานที่ดีในอนาคตได้

นอกจากนี้ BEST Express ยังมีกิจกรรม CSR ที่ได้ทำตลอดทั้งปี เช่น โครงการ BEST Express ใจใหญ่ ส่งรถ 6 ล้อ ร่วมสนับสนุนแจกถุงยังชีพจังหวัดต่าง ๆ ต่อสู้ภัยโควิด-19 โครงการบริจาคเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านสำนักงานรัฐสภาเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาล และมูลนิธิต่าง ๆ ทั่วประเทศ โครงการปันสุขเพื่อสังคมแจกหน้ากากอนามัยและข้าวกล่องเพื่อพี่น้องชาวไทยสู้ภัยโควิด-19” โครงการเสริมรายได้สนับสนุนอาชีพ “รถตุ๊กตุ๊ก” สู่การร่วมส่งพัสดุด่วนไปไหนไปกัน โครงการมอบของบริจาคและเงินส่วนหนึ่งช่วยเหลือเพื่อสังคม ผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โครงการปันสุขเพื่อน้องมอบนมกล่องยูเอชทีแก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการสานความร่วมมือวิทยาลัยเทคนิคต่อยอดพัฒนาการเรียนรู้สู่โลจิสติกส์และซัพพลายเชน เป็นต้น ซึ่งเป้าหมายหลักของ BEST Express คือ การให้บริการที่มีประสิทธิภาพและการมุ่งช่วยเหลือเพื่อสังคมเป็นสำคัญที่มีการดำเนินการควบคู่กันไปตลอดปี เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ภายใต้ในคอนเซปต์ “BEST Road New Life (ขนส่งวิถีชีวิตใหม่ในสไตล์ New Normal)”

“จากกิจกรรมที่ BEST Express ได้ทำ CSR มาทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นได้ว่า เราในฐานะแบรนด์ธุรกิจผู้ให้บริการ รับ-ส่ง พัสดุด่วนทั่วไทย มิได้มุ่งเน้นในเรื่องการทำธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เรายังให้ความสำคัญในการทำกิจกรรม CSR เชิงบูรณาการควบคู่ไปกับการทำการตลาดที่มีความหลากหลายของโครงการและควบคู่กิจกรรมกันไปอีกด้วย” มร. เจสัน กล่าว

ปัจจุบัน BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) เปิดให้บริการธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน (เอ็กซ์เพรส) ในประเทศไทยมาแล้ว 2 ปี และได้ขยายเครือข่ายบริการครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 500 จุดบริการสาขา โดยเป็นการทำธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ 100% ด้วยความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์และความเชี่ยวชาญชำนาญพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่น ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ในระยะเวลาอันสั้น

“ตาล-กัญญา” ทำสวยรับดวงงานพุ่ง

หลังจากสะบัดบ็อบใส่ความรัก ประกาศตัวโสดอย่างเป็นทางการ ดาราสาวหน้าหวาน “ตาล-กัญญา รัตนเพชร์” ก็ขอเดินหน้าต่อไม่รอแล้วนะ พักยกเรื่องหัวใจหันมุ่งงานละครที่วิ่งชนใส่โครมๆ เล่นเอาเจ้าตัวแทบไม่มีเวลาพักเรียกว่าถึงแม้จะไม่ลั๊กกี้อินเลิฟไม่เป็นไร ขอลั๊กกี้อินเกมส์สบายใจกว่าเยอะ

ล่าสุดพอมีเวลาว่างจากถ่ายละคร “สาวตาล-กัญญา” รีบพุ่งตรงดิ่งตามรอยรุ่นพี่ในวงการอย่าง “จิ๊บ-ปกฉัตร” ขอมาเติมสวยรับปีใหม่ฉลองโสดชุดใหญ่ไฟกระพริบกับคุณหมอชื่อดังเจ้าของฉายา “หมอปั้นหน้ายืนหนึ่ง” อย่าง “คุณหมอเพชร-นายแพทย์ชัยรัตน์ เสริมศิลป์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการปรับรูปหน้า ที่ ฟิออร่า คลินิก งานนี้ “คุณหมอเพชร” เนรมิตความสวยให้แบบรัวๆ ทั้ง ไฮฟู ยกกระชับรูปหน้า, ฟิลเลอร์ เติมร่องแก้ม และเติมวิตามินให้ผิวสูตรพิเศษ สกิน ออร่า วิ๊งค์ สวยชัดจัดว่าเป๊ะ! ดูดีขนาดนี้โสดแล้วไงใครแคร์

“ช่วงนี้โสดค่ะ เพิ่งโสดมาหมาดๆ เวลาส่วนใหญ่ของตาลก็จะถ่ายละคร ทำงานค่ะ ถามว่าอยากมีแฟนมั้ย ตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามาเลย (ยิ้ม) อนาคตถ้าจะมีเข้ามาก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร สำหรับวันนี้ก็มาให้คุณหมอเพชรดูแลความสวยรับปีใหม่ให้นิดนึงค่ะ ตอนแรกๆ ก็กลัวเข็มนะคะ แต่พอได้มาทำแล้วไม่เจ็บอย่างที่คิดเลยค่ะ (ยิ้ม) โอเคมากๆ เลยค่ะ”

สำหรับใครที่อยากดูแลความงามตามรอย “สาวตาล-กัญญา” สามารถสอบถามข้อมูลหรือนัดหมายเข้ารับบริการเพิ่มเติมได้ที่ Line : @ Fioraclinic , www.fioraclinic.com หรือ โทร.099-414-5662 แอบกระซิบว่าที่ ฟิออร่า คลินิก มีคอร์สความงาม ทั้งผิว เลเซอร์ ดูแลรูปร่าง อีกเพียบเลย!

“เครื่องดูดขยะในน้ำ” ไอเดียเด็กเทคโนฯ

 คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์เชิงนวัตกรรม  Covestro Innovation Design Contest 2020…..การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและการประกาศผลผู้ชนะเลิศการแข่งขันCovestro Innovation Design Contest 2020 (IDC 2020) โครงการประกวดออกแบบสิ่งประดิษฐ์เชิงนวัตกรรมจากไอเดียสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “โลกแห่งนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน (World of innovation for sustainable living)” ซึ่งจัดโดย โคเวสโตร ผู้นำด้านวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลก ร่วมกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) ได้เสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการ โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ สาขาสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เจ้าของผลงานสิ่งประดิษฐ์เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนกับผลงาน SUCKER เครื่องดูดขยะในน้ำ

บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและประกาศผลทีมผู้ชนะ พร้อมมอบรางวัลการประกวดออกแบบสิ่งประดิษฐ์เชิงนวัตกรรมจากไอเดียสร้างสรรค์ ในโครงการ Covestro Innovation Design Contest 2020 (IDC 2020) ภายใต้แนวคิด “โลกแห่งนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน (World of innovation for sustainable living)” ซึ่งได้ร่วมมือกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับปริญญาตรีและปวส. ทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพด้านการคิดและพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อชิงทุนการศึกษารวมกว่า 195,000 บาท โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานร่วมให้เกียรติเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา และดร. สฤกกา พงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบูรณาการงานวิจัยเพื่อการเผยแพร่ จากศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC)  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิสักก์ สินธุภัค ผู้แทนจากสภาสถาปนิก  รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ นางสาวกวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียน  และ นายชัยยุทธ แจ้งเจนรบ ผู้จัดการโรงงาน ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนต  โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนี้จัดขึ้น ณ ห้องออดิทอเรียม ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ดร. เยอร์เกน มายน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Covestro Innovation Design Contest 2020 (IDC 2020) ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของโคเวสโตรในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยเราเชื่อมั่นว่าความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะนำเราไปสู่ความร่วมมือในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนขึ้นอย่างแท้จริงต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคมยุคใหม่ในระยะยาว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เปิดรับสมัคร โครงการ IDC 2020 ได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดี และมีนักศึกษาในระดับปริญญาตรีและปวส. ส่งผลงานที่น่าสนใจเข้าร่วมประกวดกว่า 80 ไอเดีย ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากการประกวดในปีที่แล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จในการจัดโครงการนี้ และเราเชื่อว่าเวทีการแข่งขันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะของคนรุ่นใหม่ในการเติบโตไปเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเพื่อการสร้างสรรค์โลกแห่งความยั่งยืนของประเทศไทยต่อไปในอนาคต”

ผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 ทีมที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย ล้วนแสดงถึงศักยภาพด้านการคิดและพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญที่สุดคือแนวคิดและวิธีการนำเสนอผลงานของแต่ละทีมที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้กับคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างมาก โดยผลงาน “SUCKER เครื่องดูดขยะในน้ำ” จากทีมปลาครึ่งตัว นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ สาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง โดยได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษามูลค่า 80,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร ซึ่งแนวคิดหลักในการออกแบบผลงานเกิดจากการอยากลดขยะในแหล่งน้ำที่มีจำนวนมาก โดยที่ SUCKER หรือ เครื่องดูดขยะเป็นเครื่องที่ใช้หลักการธรรมชาติแบบ Zero Energy ที่ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้า และยังเกิดระบบพลังงานหมุนเวียนในตัวเอง ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดขยะในน้ำ รวมถึง สามารถลดปัญหาน้ำเน่าเสียได้เป็นอย่างดี หลังจากที่เก็บขยะมาแล้ว เรายังสามารถคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลและจัดการตามกระบวนการที่เหมาะสมต่อไปได้อีกด้วย

รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) กล่าวว่า “RISC by MQDC ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัล รวมทั้งขอชื่นชมทุกทีมที่ได้แสดงศักยภาพพลังความคิดสร้างสรรค์ และปลดปล่อยในการสร้าง “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ออกมาได้อย่างเต็มที่ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า น้องๆ นักศึกษาทุกคนจะได้รับความรู้ และไม่หยุดคิดและหยุดพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ จนพัฒนากลายเป็นนักออกแบบนวัตกรรมรุ่นใหม่ ต่อยอดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคโนโลยีสู่การสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้สรรพสิ่งบนโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”“RISC by MQDC  ในฐานะศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ที่ได้รับรองมาตรฐาน WELL Building Standard แห่งแรกของไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระดับ “Gold” ประเภทอาคาร New and Existing Interiors มีความมุ่งมั่นตอกย้ำแนวคิดการดำเนินงานเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนให้กับทุกสรรพสิ่งบนโลก หรือ ‘for all well-being’ และมุ่งมั่นขยายแนวคิดนี้สู่สาธารณชนเป็นวงกว้าง เราจึงร่วมมือกับบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันโครงการ Covestro Innovation Design Contest 2020 ซึ่งมีแนวคิดสอดคล้องกับกลยุทธ์และงานวิจัยของ RISC by MQDC  โดย RISC by MQDC เชื่อมั่นว่า คนรุ่นใหม่สามารถสร้างสรรค์และต่อยอดผลงานประดิษฐ์ ให้สามารถใช้ได้จริง และมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม” รศ.ดร. สิงห์ กล่าว

 “ผมขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักศึกษาทุกทีมที่ได้รับรางวัลจากเวทีการแข่งขันของเราในปีนี้ และขอชื่นชมที่ทุกทีมสามารถโชว์พลังความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมออกมาได้อย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องๆ ทุกคนจะไม่หยุดคิดและหยุดพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และอีกหลายๆ ฝ่าย ที่กำลังจะก้าวเข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้มีความยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อไป”     ดร.เยอร์เกน กล่าวทิ้งท้าย

“ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” เตรียมร่วมงานแบรนด์ใหม่ รับต้นปี

แอบเห็นดาราสาวมากความสามารถอย่าง “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” อัพอินสตาแกรมพร้อมกับ #สวยโลกไม่เสีย หรืองานนี้จะบอกใบ้เป็นนัยๆ ว่าเจ้าตัวกำลังจะมีโปรเจคใหญ่ร่วมกับแบรนด์ Yves Rocher หรือเปล่านะ… แต่ที่แน่ๆ มาร่วมงานกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสขนาดนี้ ต้องมีอะไรที่ปั๊วปังรออยู่แน่นอน รอติดตามกันให้ดีนะจ๊ะ

สามารถติดตามข่าวสารของแบรนด์Yves Rocherได้ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้

เฟสบุ๊ก: Yves Rocher(Thailand)

อินสตาแกรม: @yvesrocher_thailand

ทวิตเตอร์: @YvesRocherTH

ยูทูป: YvesRocher Thailand

“มูลนิธิต้นบุญวิสาขา” ประกาศรางวัล”เทิดพระเกียรติ…พ่อของแผ่นดิน”

มูลนิธิต้นบุญวิสาขา  จัดงานรับรางวัล”เทิดพระเกียรติ…พ่อของแผ่นดิน” ประกาศเกียรติคุณ ประจำปี ๒๕๖๓ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกเสริมศักดิ์ วิเศษไชยศรี อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และนายกสมาคมธุรกิจอาเซียน เป็นประธานมอบรางวัล, พร้อมด้วยท่าน ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ

สำหรับรางวัล สาขา “ผู้สร้างแรงบันดาลใจ”(The Idols Awards) มอบให้บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจให้ความรู้ จุดประกายความคิด ในเชิงสร้างสรรค์ ผู้ได้รับรางวัล คือ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย น.ส. วัชรี วรรณศรี ว่าที่ผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และจุนเปร์  โยชิฮาร่า ศิลปินนักร้องชาวญี่ป่น ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตให้กับประชาชนชาวไทย

                ขณะที่รางวัล ลูกกตัญญู (Best of Piety Awards) ซึ่งมอบให้กับอภิชาตบุตร ทั้งชายหญิง ที่มีความกตัญญู ต่อบิดามารดา และผู้มีพระคุณ มีศิลปิน, ดารานักร้อง, นักแสดง, บุคคลสำคัญจากหลายวงการ เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติยศในครั้งนี้ อาทิ กฤษ บุญยะเลี้ยง นักร้องเจ้าของเพลง “เว่าคนเดียว” ศิลปินสังกัดค่าย เค.ที.โกร์ น้องชายคนสุดท้องของสองสาวนักร้อง กระแต, กระต่าย มีชื่อได้รับรางวัลร่วมกับ ดารานักแสดงช่อง 7HD มิลลี่-อภิสรา วงศ์ทัศนีโย, กิติกร โพธิ์ปี รวมถึงผู้ประกาศข่าวสาวสวย กุ๊กกิ๊ก-จิรภิญญา ปิติมานะอารี ผู้ประกาศข่าวค่ำ ช่อง NBT

ททท. สร้างความมั่นใจ ผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวในโครงการ “Amazing Thailand Happy Quarantine”

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้น การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงเป็นทางรอดที่จำเป็นต่อภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งการสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีความคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้น และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจเมื่อมีมาตรการการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยหนึ่งในเครื่องมือการบริหารจัดการดังกล่าวคือ การเข้าสู่กระบวนการกักกันโรค ณ โรงแรมที่เป็น Alternative State Quarantine (ASQ) ดังนั้น การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนการเดินทาง การเข้าสู่กระบวนการกักตัว จนถึงช่วงเวลาของการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์ช่วงเวลา Happy Quarantine

                ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจัดโครงการ “Amazing Thailand Happy Quarantine” เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการการท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยมอบความรู้สึกที่ปลอดภัย และสร้างความผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยวในระหว่างการกักตัว โดยทางโครงการฯ ได้จัดทำกิจกรรมมากมาย รวมไปถึงการจัดทำ Happy DIY Set ทั้งหมด 4,000 ชุด ซึ่งเป็นชุดเซ็ตที่ให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ในระหว่างกระบวนการกักกันโรค ได้สร้างสรรค์ และตกแต่งผลิตภัณฑ์ที่มอบให้ในรูปแบบของตนเอง โดยมีทั้งหมด 4 เซ็ตด้วยกันคือ แก้วเบญจรงค์, รองเท้าผักตบชวา, สายคล้องหน้ากากอนามัยไข่มุกแท้จากภูเก็ต, สายคล้องหน้ากากอนามัยจากหลอดด้ายผ้าคราม และกระเป๋ากระจูด โดยทางโครงการฯ ได้ส่งมอบ Happy DIY Set ชุดแรก จำนวน 200 ชุด ให้กับทางโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ในวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา

สามารถติดตามกิจกรรม และข่าวสารอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/happyquarantine

“เบิร์ด – ธงไชย” ชวนศิลปินแกรมมี่ ร่วมร้อง เพลง “ให้โลกได้เห็น (น้ำใจคนไทย)”

หลังจากได้เปิดตัวโครงการ “โรงพยาบาล  ไฟ จาก ฟ้า” พลังงานสะอาด  เพื่อ 77  โรงพยาบาลทั่วไทย  ภายใต้แคมเปญหลัก “CLEAN  ENERGY FOR  LIFE  ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”  โดยมี  เบิร์ด – ธงไชย แมคอินไตย์  เป็น  KOL : KEY OPINION LEADER  หรือเป็นตัวแทนหลักของโครงการฯ     เป็นผู้สื่อสารเรื่องพลังงานสะอาด  และได้จัดกิจกรรม “GMM BEST SINGER LIVE FROM HOME”  LIVE  รวมน้ำใจเพื่อโรงพยาบาล  ไฟ จาก ฟ้า  อย่างต่อเนื่องแล้ว

เบิร์ด – ธงไชย  แมคอินไตย์  และเหล่าศิลปินแกรมมี่  ได้แก่  พลพล  พลกองเส็ง, หนุ่ม  กะลา, เปาวลี  พรพิมล, เต๋า  ภูศิลป์,  ตรี  ชัยณรงค์, ข้าวทิพย์  ธิดาดิน, ปาล์ม INSTINCT,  อะตอม  ชนกันต์, นิว – จิ๋ว, เป๊ก – เปรมณัช,  บิวกิ้น  พุฒิพงศ์  และแพรวา  ณิชาภัทร  ยังได้ร่วมทำอีกหนึ่งโปรเจ็กต์สำคัญที่จัดขึ้นในรูปแบบ MUSIC  CONTENT ด้วยการร่วมกันถ่ายทอด  เพลง “ให้โลกได้เห็น (น้ำใจคนไทย)”  เพื่อช่วยกันสื่อสาร  และสร้างการมีส่วนร่วมของคนไทยทั้งประเทศในการสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้โรงพยาบาลชุมชน 77   แห่งทั่วไทย   ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาล   และนำเงินส่วนต่างค่าใช้จ่ายที่ลดลง   มาใช้ในการจัดหาอุปกรณ์   และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้เพิ่มขึ้น  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างการตระหนักรู้และ  มีส่วนร่วมด้านพลังงานสะอาด   ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า  สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2563

เบิร์ด – ธงไชย  แมคอินไตย์   เปิดเผยว่า 

“เพลงนี้เบิร์ดร้องและเอาตัวเองแทนความรู้สึกของคนไทย   เบิร์ดรู้สึกว่าพวกเขาเหล่านั้นรวมถึงเบิร์ดด้วย  ภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย  คือความมีน้ำใจของคนไทยมหาศาลเหลือเกิน   วิกฤตการณ์บ้านเมืองเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  เราจะได้น้ำใจของคนไทยที่จะมาช่วยกัน   เบิร์ดเชื่อว่าคนไทยประกอบไปด้วยน้ำใจและความรักที่มีมานาน  และยั่งยืน  และเพลงนี้มีเนื้อหาคืออยากจะบอกให้โลกได้รู้ถึงน้ำใจของคนไทย สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นที่เมืองไทย  มีการช่วยเหลือที่เมืองไทย  พลังงานที่จะเกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็คือพลังงานความรักของคนไทย  น้ำใจก็เปรียบเสมือนพลังงานที่บริสุทธิ์อย่างหนึ่งเหมือนกัน  ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์อะไรก็ตาม  เราก็จะจับมือกันและผ่านไปได้ด้วยกันแน่นอน 

เบิร์ดยิ่งร้องก็ยิ่งมีความสุข  คำร้องทุกๆ คำในเพลงนี้หมายถึง “คนไทย”  และไม่ใช่แค่ตัวเบิร์ดเองที่ได้มีโอกาสได้ร้องเพลงนี้  ได้รู้สึก  ได้ภาคภูมิใจที่คนไทยเป็นแบบนี้  ยังมีศิลปินอีกหลายท่านที่ได้ร่วมร้องเพลง อาทิ พลพล,  หนุ่ม กะลา,  นิว-จิ๋ว,  ปาล์ม  INSTINCT, อะตอม ชนกันต์, เต๋า ภูศิลป์, เปาวลี, ตรี ชัยณรงค์,  ข้าวทิพย์, บิวกิ้น  และ แพรวา  ที่ร่วมกันทำโปรเจ็กต์นี้” 

สำหรับโครงการนี้เป้าหมายของเราก็คือ พวกเราคนไทยทุกคนช่วยกันสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาให้กับโรงพยาบาล    ปีนี้จะเป็นอีกปีที่ทำให้การกระจายพลังงานสะอาดไปถึงคนไทยได้ทั่วประเทศผ่านโครงการ “โรงพยาบาล ไฟ จาก ฟ้า” พลังงานสะอาดเพื่อ 77  โรงพยาบาลทั่วไทย  ประเทศไทยมี 77  จังหวัด ใน 1 จังหวัด  จะมี  1 โรงพยาบาลนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ  และเราจะสามารถกระจายพลังงานสะอาดไปให้ถึงคนไทยได้ทั่วถึง  ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาล  ทำให้โรงพยาบาลสามารถมีเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายอื่นๆได้ต่อไป”

สามารถฟังและชมมิวสิควิดีโอ  เพลง “ให้โลกได้เห็น (น้ำใจคนไทย)”  ได้แล้ววันนี้  ผ่านทาง YOUTUBE GMM GRAMMY OFFICIAL  (https://youtu.be/cZYNwezzS3w)

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้โครงการ “โรงพยาบาล ไฟ จาก ฟ้า”  พลังงานสะอาด เพื่อ 77 โรงพยาบาลทั่วไทย  สามารถโอนเงินผ่านบัญชี  ธนาคารกรุงไทย  สาขา กระทรวงสาธารณสุข – ติวานนท์  ชื่อบัญชี  “มูลนิธิแพทย์ชนบทเพื่อไฟจากฟ้า” เลขที่ 142-0-28997-7 

“โค้ชโต่ย” นำทีม 10 ตัน ยูไนเต็ด จัดโครงการพี่ช่วยน้อง มอบอุปกรณ์กีฬา 3 โรงเรียน อ.วังน้ำเขียว นครราชสีมา

ผ่านไปด้วยดี สำหรับการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรมหากุศล โครงการพี่ช่วยน้อง  เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านหนองแวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาเงินสมทบทุนการศึกษา ทุนอาหารกลางวัน และ ซื้ออุปกรณ์กีฬามอบให้โรงเรียนในเขตพื้นที่ชนบท  พร้อมกันนี้ยังส่งเสริมให้สมาชิกได้การออกกำลังกายและรักษาสุภาพโดยใช้กีฬาเป็นสื่อ  ซึ่งโครงการนี้ เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่สโมสร 10 ตัน ยูไนเต็ด ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี

ทั้งนี้ได้จัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลการกุศล ระหว่าง สโมสร 10 ตัน ยูไนเต็ด กับ ทีมชมรมผู้สูงอายุโคราช นำโดย อดีตดาวเตะทีมชาติไทย, เยาวชนทีมชาติไทย , สโมสรโอสถสภา, สโมสรการท่าเรือ  สโมสรราชประชา และ เพื่อนนักฟุตบอลสโมสรไทยลีก อาทิ โค้ชโต่ย  ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย อดีตโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่   สุรพันธ์ ธรรมสุจริต อดีตผู้จัดการทีมสโมสรโอสถสภา , สุชาติ สาระผล, ปรีชา ริงคณานนท์, เจษฏา พั่วนะคุณมี, สมรรถ อมาตยกุล , จิราณัติ นันจันที ฯลฯ  

ซึ่งบรรยากาศในการแข่งขัน เต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น ทั้งสองทีมต่างกันรุก ต่างกันรับ เล่นกันอย่างมีสปิริต จบการแข่งขัน ทีมชมรมผู้สูงอายุโคราช เฉือนเอาชนะ สโมสร 10 ตัน ยูไนเต็ด ไป 1-0 ท่ามกลางกองเชียร์ ที่มาร่วมเชียร์กันอย่างล้นหลาม

พร้อมกันนี้ สโมสร 10 ตัน ยูไนเต็ด ได้ร่วมกันมอบ อุปกรณ์กีฬา, ทุนการศึกษา ทุนอาหารกลางวัน ชุดกีฬา และ สิ่งของต่างๆ ให้กับ 3 โรงเรียน  ได้แก่ โรงเรียนหนองแวง  โรงเรียนหนองสมง และ โรงเรียน บ้านวังน้ำเขียว  ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา  เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปอีกด้วย ขอขอบคุณ บริษัท คอปส์เทคส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด        , บริษัท Psaluminumandglass Coltc., บริษัท ธวัช เทคโนโลยี ซีสเต็มส์ จำกัด, บริษัท GENERALI, บริษัท  ธนบุรี เวชภัณฑ์, ศูนย์สร้างสุขทุกวัยวัดชัยพฤกมาลา ตลิ่งชัน, โค้ชโต่ย  ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทยและ.สมาชิก 10 ตัน ยูไนเต็ด

“ว่าน ธนกฤต” ชวนก๊วนดารา ร่วมทริป “สุขใดไม่สุขเท่า มอบความสุข”

เจ้าภาพ “กปถ” จัดระดมเงินช่วยผู้พิการ และเด็กนักเรียน นายยงยุทธ นาคแดง” รองกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดกิจกรรม “สุขใดไม่สุขเท่า มอบความสุข Happiness Delight” เชิญผู้ครอบครองทะเบียนรถเลขสวยและประชาชนที่สนใจในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน จำนวน 120 คัน ร่วมกิจกรรม เส้นทางกรุงเทพฯ – เขาใหญ่ เยี่ยมชมผลงานและกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

                อาทิ กิจกรรมมอบหมวกกันน็อคให้แก่นักเรียนในจังหวัดสระบุรีที่มีการใช้รถจักรยานยนต์ มอบของที่ระลึกให้แก่สมาคมผู้พิการจังหวัดสระบุรี ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสระบุรี เพื่อป็นการแสดงให้เห็นว่ารายได้ที่ได้จากการประมูลก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างมากมาย รวมถึงเป็นการสร้างการรับรู้ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย

               ซึ่งนอกจากจะได้ครอบครองทะเบียนรถเลขสวยตามที่ต้องการแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมสร้างกุศลช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนด้วย

                รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า โดยที่ผ่านมากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนกรมการขนส่งทางบก ได้นำรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวย ไปใช้ในกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เช่น โครงการ “นักเรียนรุ่นใหม่ มีใบขับขี่” เป็นโครงการเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนน และพัฒนาศักยภาพในการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยมีการอบรมและทดสอบภาคปฏิบัติ

                 ด้าน กิจกรรม แรลลี่เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน แรลลี่ที่ไม่ได้แข่งขันเพื่อความเร็ว แต่แข่งเพื่อความปลอดภัย สอดแทรกกิจกรรมระหว่างขับขี่ และตามจุด TC เพื่อพิสูจน์ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนว่าเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนได้ปลอดภัยระดับไหน บนเส้นทางกรุงเทพ – เขาใหญ่ โดยออกสตาร์ทที่กรมการขนส่งทางบก สิ้นสุดปลายทางที่โรงแรมอัตตา รีสอร์ท เขาใหญ่

ก่อนที่จะมีกิจกรรมมอบรางวัล และดินเนอร์สุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายของโรงแรมอัตตา รีสอร์ท เขาใหญ่ พร้อมรับฟังศาสตร์แห่งตัวเลขมงคลที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดสิ่งดีๆ ตลอดปี 2564 กับหมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา และปิดท้ายด้วยเพลงเพราะๆ ในคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดกับ ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์, ทอม-อิสรา กิจนิตย์ชีว์, โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน และยังได้สัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษแบบใกล้ชิดกับดารานักแสดง อาทิ ซาร่า-นลิน โฮเลอร์, แบม-ปีติภัทร คูตระกูล ที่มาร่วมเชิญชวนให้ประชาชนทำความดี เสียสละ แบ่งปันเพื่อสังคมโดยการเข้าร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยรายได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อดำเนินกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนด้วย

Scroll To Top