web analytics
SIAMNEWSDAY

JKN Spectacular Investment for Life

อลังการเจเคเอ็นอาณาจักรแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน” อลังการงานโชว์ ขนทัพศิลปินดาราดังร่วมงานคับคั่ง เตรียมทะยานสู่หมื่นล้าน

 “แอน – จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ประกาศความยิ่งใหญ่ เปิดตัวธุรกิจใหม่อย่างเต็มภาคภูมิ ในงาน “JKN Spectacular Investment for Life (เจเคเอ็น สเปคแทกคิวลาร์ อินเวสเม้นท์ ฟอร์ ไลฟ์) – อลังการเจเคเอ็นอาณาจักรแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน” ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เปิดงานด้วยความยิ่งใหญ่สุดอลังการโดย “แอน จักรพงษ์” นำทัพศิลปินดาราคนดังทั่วฟ้าเมืองไทย แบบฉบับซุปตาร์มาร์เก็ตติ้ง จัดเต็มโชว์เริ่ด เดินเจิดจรัสบนพรมทอง อาทิ แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์, นาว-ทิสานาฏ ศรศึก, โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์, เคิร์ก บอนแดด, เซเลบตัวน้อย แอนดรูว์ – แองเจิ้ล, มาเรียม-เกรย์ อัลคาลาลี่, เบน ชลาทิศ, ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช และ ดู๋-สัญญา คุณากร ปิดท้ายฟินนาเล่ด้วย แอน จักรพงษ์ ควงคู่มากับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ต่อด้วย “ทอล์กโชว์” การเดี่ยวไมโครโฟนสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ ซีอีโอข้ามเพศหมื่นล้าน ที่ทุกคนตั้งตารอ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว ที่ฟังแล้วจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล กับเรื่องราวที่ลิขิตชีวิตสวยด้วยตัวเอง

ในงานชูศักยภาพความแข็งแกร่ง แสดงแสนยานุภาพของอาณาจักรหมื่นล้านเจเคเอ็น สยายปีกรุกธุรกิจใหม่ จากผู้ค้าคอนเทนต์ระดับโลก สู่การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ-ความงาม ธุรกิจเครื่องดื่ม และธุรกิจบริการด้านความงามและไลฟ์สไตล์ ครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลักๆ คือ (1) หมวดสินค้าสุขภาพและความงามมี C-TRIA by Anne JKN (ซีเทรีย) ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวสวย ขาว กระจ่างใส, Olig Fiber (โอลิก ไฟเบอร์) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อรูปร่างดีช่วยดีท็อกซ์ปรับสมดุลในลำไส้, V-Allin (วี ออลิน) ช่วยบาลานซ์และปรับสมดุลฮอร์โมนของร่างกาย, Fish Cap (ฟิช แคป)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับเด็ก วัย 1 ขวบขึ้นไป ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้ง IQ และ EQ บำรุงสมองและสารสื่อประสาทที่มีผลต่อความจำและสมาธิ, Hair Now (แฮร์ นาว) ผลิตภัณฑ์ปลูกหนวด คิ้ว ผม และบำรุงรากผมให้แข็งแรง (2) หมวดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ได้แก่ อาหารแห้งและอาหารสำเร็จรูปแบรนด์ หมี่วอย และ ทูฟิต เครื่องดื่มสมุนไพรสกัด และ เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามิน ภายใต้แบรนด์สินค้า CUPID (คิวปิด) และ (3) หมวดสินค้าบริการด้านความงามและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ธุรกิจสอนทำอาหาร คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงาม

แอน จักรพงษ์ กล่าวว่า “ในปี 2563 นี้เป็นปีสำคัญที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของ JKN ในทุกด้านบนเส้นทางที่ยิ่งใหญ่นี้ เราก้าวจากการเป็นผู้นำตลาดในการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียน ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายจากการเลือกสร้างคอนเทนต์ ทำการตลาดที่เชี่ยวชาญเข้าถึงและตรงใจผู้บริโภค วันนี้เราพร้อมนำความเชี่ยวชาญไปต่อยอดสู่ธุรกิจ สำหรับสินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญครั้งใหม่ของ JKN ที่ต้องการนำพาบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวสู่การเป็น Content Commerce Company มูลค่า 10,000 ล้าน อย่างเต็มภาคภูมิ”

ครูมิ้งค์&ดร.ชายแฮ็คส์ ร่วมงานบุญงานวัดพระนอนจักรสีห์ จ.สิงห์บุรี

กลุ่มศิลปินจิตอาสา นำทีมโดย ครูมิ้งค์-เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร และ ดร.ชายแฮ็คส์-วโรดม ศิริสุข นำทีมศิลปินดาราจิตอาสา อาทิ แจ๊ค เชิญยิ้ม, หญิง-อภิสรา, เจนนี่ ธัญรดี (ยายหวังดีตีสิบ) นักแสดงจากละคร “หนี้เกียรติยศ” ช่อง 7HD ได้แก่ แอปเปิ้ล กิรษา, จ็อบ ไตรรงค์ และอาย-ศิริกัญญา รวมทั้ง ไอซ์-อาจารี นักเรียนการแสดงจากสถาบันบุญเบิกดาว (BB Star Academy) ร่วมงานบุญในพิธีเปิดพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี  

                โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี ณ บริเวณหน้าวัดพระนอนจักรสีห์ โดยมี นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดทำ โครงการเปิดพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีและเพื่อประชาสัมพันธ์พุทธมณฑลประจำจังหวัดสิงห์บุรีและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

กลุ่มศิลปินจิตอาสา ได้การต้อนรับที่ดีและอบอุ่นจาก พระมหาเศรษฐพงศ์ มานะเปรม ผู้ช่วยเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี โดยหลังจากเข้าร่วมพิธีการและพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าแล้ว ช่วงหัวค่ำ ครูมิ้งค์ และ ดร.ชายแฮ็คส์ ก็ได้นำทีมศิลปินจิตอาสา ร่วมสร้างความสุข ความสนุก และความครื้นเครงด้วยเสียงเพลงบนเวที นอกจากจะมีศิลปินดาราจิตอาสาในช่วงเช้ามาร่วมสร้างความบันเทิงแล้ว ยังมีสองนักร้องเสียงดี วิว-ชัชวาล และ บี แทนคุณ มาร่วมขึ้นเวทีสร้างสีสันในช่วงค่ำด้วย เรียกได้ว่าสนุกสนาน อิ่มบุญ และอิ่มใจไปตามๆ กันเลยจ้ะ!!!   

“วราวุธ” นำทีม ทส. บุก สามย่าน ชู “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” รับวันสิ่งแวดล้อมไทย’63

วันศุกร์ที่ 4 ธ.ค. 2563 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว. ทส.) พร้อมด้วย นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ นำทีมผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ในสังกัดฯ ลงพื้นที่สามย่าน ตอกย้ำแนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”

Theme รณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยฯ ประจำปีนี้ ซึ่งจัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม. เชิญชวนพี่น้องประชาชนเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่แม้ต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal ก็สามารถรักษ์โลก รักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปได้ เริ่มได้ที่ตัวเอง ขอเพียงมีสติ คิดถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจนเป็นนิสัย เชื่อว่า ทุกคนทำได้ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. ทส. เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 4 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2534 สืบเนื่องจากพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2532 ใจความเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลก ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนชาวไทยกำลังประสบอยู่และให้ถือเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินงานเพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และต่อมา เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2550 ครม.ได้มีมติให้เป็น

“วันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ” หรือ “วัน ทสม. แห่งชาติ” อีกวาระหนึ่ง เพื่อเชิดชู ทสม.ที่มีจิตอาสารวมพลังกันสร้างคุณความดีพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติซึ่งกระทรวงฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทย และวัน ทสม. แห่งชาติ เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ รณรงค์ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” สืบเนื่องจากสถานการณ์ COVID – 19 ที่ทำให้เกิดการใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal อาทิ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และการใช้บริการเดลิเวอรี่ที่มีมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือ “ขยะ” โดยเฉพาะขยะพลาสติกในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว จึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการริเริ่มกิจกรรม/โครงการความร่วมมือต่างๆ กับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เช่น โครงการเปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน) การทำ MOU การลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากการบริการส่งอาหาร (Food Delivery) และ MOU ส่งเสริมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่ สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ (RECYCLABLE 100%) รวมถึง การใช้มาตรการท่องเที่ยวสวนสัตว์วิถีใหม่ หรือ

“Zoo New Normal” เป็นต้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกันดูแลโลกใบนี้ร่วมกัน โดยเริ่มต้นที่ตัวเอง มีสติ คิดถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพแบบนิวนอร์มอล มาร่วมกันใช้ชีวิตวิถีใหม่ ทีใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น ลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ ใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่ามากที่สุด รวมทั้งเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการต่างๆ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทส. ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ปริมาณถุงพลาสติกลดลงมากกว่า 1 หมื่นล้านใบหรือมากกว่า 1 แสนตัน (11,958 ล้านใบ ประมาณ 108,220 ตัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) นับตั้งแต่การใช้มาตรการงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้ว เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2563 ด้วยความร่วมมืออย่างดีจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ กว่า 76 บริษัท ตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่ง ทส. จะยังคงเดินหน้ารณรงค์สร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งรัดการออกกฎหมาย/มาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องขอย้ำว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของเราทุกคนที่จะต้องร่วมมือกัน ช่วยกันจัดการ และแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต และเพื่อการคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. กล่าวเสริมว่า วันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม. แห่งชาติ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการทำความดีในเรื่องของจิตอาสา ตามพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 10 อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากทุกภาคส่วน รวมทั้งเพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติบุคคล ชุมชน และองค์กรต้นแบบด้านการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. กิจกรรมภายในงาน มีทั้ง การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และชุมชนที่มีผลงานด้านสิ่งแวดล้อมดีเด่น รวม 46 รางวัล ได้แก่ รางวัลถ้วยพระราชทานฯ โครงการชุมชนปลอดขยะ zero waste ระดับประเทศ รางวัล ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ รางวัลเชิดชูเกียรติองค์กรดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อม รางวัลอุทยานธรณีประเทศไทย และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและการดำเนินการอุทยานธรณี รวมทั้ง การจัดกิจกรรมและนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม”ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ และภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น

“แพนเค้ก-หลุยส์ เฮสดาร์ซัน-อ๊อฟ-ติช่า” นำทีมศิลปินดาราร่วมรณรงค์การใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลหยุดยาว

เหล่าศิลปินดาราชื่อดังนำทีมโดย  “แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, หลุยส์ เฮสดาร์ซัน, อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา,  ติช่า-กันติชา ชุมมะ, ใหม่-สุคนธวา เกิดนิมิตร, มากิ- มาชิดา สุทธิกุลพานิชย์, ฟิล์ม – จิรายุ อึ้งวานิช,  กุน-กิตติคุณ ตันสุหัส, แพรว-หัสสยา อิสริยะเสรีกุล, ข้าว -จุฑารัตน์ แก้วมณี หรือ ข้าว The face, แมน-ธฤษณุ สรนันท์ หรือ แมน the face, แพรว – รินรดา นาคสุวรรณ หรือ แพรว the face, โตโต้-ธนเดช โอภาสธัญกร, ดุ่ย – ฐานทรัพย์ กันทสัย, ภัทร-นัตธนนท์ ปิ่นโรจน์กีรติ, เติร์ด – อาทิชา ธนาถิรายุส, ธนิสร เฮงสุนทร (แอนเน่ Drag), ปัถวี เทพไกรวัล (อมาดีว่า Drag), มนัญญา พึ่งไม้ (มีนตรา Drag), วริทธิ์ เกษมณี (กิมฮวง drag)  ร่วมมือร่วมใจชวนประชาชนรณรงค์การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย  ในแคมเปญ“ออกบ้าน หยุดประมาท เพื่อชีวิต”   ที่จัดโดยกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.)                              

โดย “แพนเค้ก” กล่าวว่า  “ใกล้ถึงช่วงเทศกาลวันหยุดยาว รวมไปถึงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง  แพนและพี่น้องศิลปินดาราเลยอยากจะมาชวนทุกคน ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน   รณรงค์ให้คนไทยขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ   ในแคมเปญ “ออกบ้าน หยุดประมาท เพื่อชีวิต” ซึ่งหลายคนอาจจะมีแพลนเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ  แพนก็อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ทุกครั้งที่เราออกจากบ้าน ก็อยากให้มีสติ   เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน  และก็ได้กลับไปหาคนที่เรารักกัน ยังไงจะไปไหนมาไหนก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพทั้งไปและกลับ มีความสุขในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวกันนะคะ”

“อว.” จุดพลุเปิดตัวโครงการ “AI for All” มุ่งสร้างองค์ความรู้ด้าน AI

ปูพรมผ่าน 5 โครงการสำคัญ เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย…….“อว.” บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน จุดพลุเปิดตัวโครงการ “AI for All” เน้นสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI แก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมให้นำ AI มาประยุกต์ใช้ต่อยอดในสาขาวิชาชีพต่างๆ รวมไปถึงชุมชนและสังคม ผ่าน 5 โครงการสำคัญ เร่งเตรียมกำลังคนพร้อมรับกับยุคของ AI อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ร่วมกับ สำนักงานสภานโนบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการ “AI for All”  โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของกำลังคนในประเทศให้สามารถนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ไปประยุกต์ใช้ได้

โดยภายใต้โครงการ AI For ALL ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 โครงการสำคัญ ได้แก่

  1. โครงการ AI ไทยสามารถ เป็นโครงการที่สร้างกระแสความสนใจ ความรู้ และความเข้าใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์เบื้องต้น สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้จักหรือยังไม่เข้าใจ ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  2. โครงการ AI@School เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้มีความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ดำเนินการโดย        ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
  3. โครงการ Super AI Engineer เป็นโครงการพัฒนานวัตกร/วิศวกร/นักวิจัย/วิสาหกิจเริ่มต้น ด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อป้อนเข้าสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ดำเนินการโดย สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. โครงการ AI/ROBOTICS FOR ALL เป็นโครงการเพื่อพัฒนานวัตกร/นักวิจัย/วิศวกร/วิสาหกิจเริ่มต้น ให้เกิดความตระหนัก และมีความรู้ความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ ดำเนินการโดย สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  5. โครงการ SMART Agricultural Robot Contest 2020 เป็นโครงการส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษาพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์เพื่อแก้ปัญหาจากภาคการเกษตร และต่อยอดผลงานเข้าสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมวิชาการหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย

 “ปัจจุบันทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ เพื่อเสริมศักยภาพในการทำงานภายในองค์กร จนเรียกได้ว่า AI ได้กลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตในแง่ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อการจ้างงานในอนาคต ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน โดยในส่วนของภาครัฐเองได้มีการบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI แก่ประชาชน ผ่านโครงการ AI For All ซึ่ง จะมีการดำเนินการใน 5 โครงการสำคัญ ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ รวมไปถึงชุมชนและสังคม  เป็นการเตรียมกำลังคนให้พร้อมรับกับยุคของ AI อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต” ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน” โดยแขกรับเชิญพิเศษ “ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์”  “ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ”  และ “คัตโตะ-อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล” มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง AI ในมุมต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกด้วย

“Rayong Design FOOD 2020” เปิดมิติท่องเที่ยวใหม่เมืองระยอง รวมร้านอาหารอร่อยเด็ดครบ จบในเส้นทางเดียว !

จังหวัดระยอง เปิดตัวเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ Rayong Design FOOD 2020 เอาใจนักเดินทางสายกิน เชิญชวนทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองระยองผ่าน 15 เมนูอาหารที่ร่วมรังสรรค์โดยเชฟระดับ MasterChef Thailand จากวัตถุดิบท้องถิ่น และ 21 ร้านอาหารที่การันตีคุณภาพที่คุณต้องห้ามพลาด พร้อมพาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอาหาร ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดระยองที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ทั้งอาหารและกิจกรรม ครบ จบในเส้นทางเดียว

  นายพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ผู้อำนวนการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากจุดเด่นของเมืองระยอง ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวในหลายมิติ โดยเฉพาะมิติแห่งอาหารที่เป็นแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นผลไม้อย่างมังคุด ทุเรียน เงาะ สับปะรด อาหารทะเลสด และพืชผักท้องถิ่นต่างๆ ทำให้อาหารพื้นถิ่นของเมืองระยองมีความพิเศษและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวให้ทุกคนได้ลิ้มลองเสน่ห์ของอาหารพื้นถิ่นระยองในแบบฉบับรสชาติที่รับประกันว่าคุณไม่เคยลองที่ไหนมาก่อน จึงเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางการท่องเที่ยว Rayong Design FOOD 2020 จังหวัดระยอง โดยร่วมกับเชฟบุ๊ค บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต และ เชฟจำลอง ศรีรักษา (TOP 4 of MasterChef Thailand) พร้อมด้วยทีมงานเชฟมากฝีมือ ได้รวบรวมและพัฒนา 10 เมนูอาหารพื้นถิ่น และ 5 เมนูอาหารและเครื่องดื่มไทย ที่จะมาแสดงให้เห็นถึงรสชาติที่แปลกใหม่แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเมืองระยอง ได้แก่ ไก่อบกระวาน, ผักกระชับสลัดแขก, น้ำพริกสละ, ยำมังคุดหอยนางรม, หรุ่มปูระยอง, แกงคั่วสับปะรดไข่เค็ม, แกงส้มทุเรียน, ลุยทะเลผักพื้นบ้าน, หมูอบใบชะมวง, บัวลอยทุเรียน, ข้าวคลุกพริกเกลือทรงเครื่อง, ตำทุเรียน, ทาร์ตสับปะรดกะทิสด, น้ำสมูทตี้ใบชะมวง และน้ำสมุนไพรใบขลู่ 4 สหาย และเพื่อให้การท่องเที่ยวง่ายขึ้นไปอีก เส้นทางนี้ยังได้รวบรวม 21 ร้านอาหารเด็ดที่การันตีคุณภาพ โดยผ่านการฝึกอบรมจากทีมเชฟทั้งสองมาไว้ให้ด้วย เรียกได้ว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

   “นอกจากนี้แล้วในเส้นทางยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอีก 9 วิสาหกิจชุมชนที่จะทำให้ทุกคนได้เปิดประสบการณ์การเดินทางที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกป่า, ชิมกาแฟกฤษณา, เรียนทำขนมนิ่มนวล, การสานเสื่อคล้า, การปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตชุมชน” นายพงษ์อนันต์กล่าว

  ทั้งนี้กิจกรรมทั้งหมดนี้รวมไว้ให้แล้วในเส้นทางเดียว บนเส้นทางการท่องเที่ยว Rayong Design FOOD 2020 ที่สามารถเปิดประสบการณ์กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/rayongPOTS หรือเว็บไซต์ https://rayong.mots.go.th/

มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดแถลงข่าวการจัดงาน   “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล  ได้รับเกียรติจากร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมด้วย คุณสมชาติ  สุภารี ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบกิจการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยการออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์งานฝีมือ  และสินค้าการเกษตรจาก​ศักยภาพของคนพิการ และการแสดงจากศิลปินเปิดหมวก วง “เพื่อน้อง”  ในวันจันทร์ที่  30 พฤศจิกายน  2563  ณ  ห้องประชุมชั้น 3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  แยกตึกชัย ถนนราชวิถี  กรุงเทพฯ

ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า ภายในงานมหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563 จะมีการนำผลิตภัณฑ์ และสินค้าจากฝีมือคนพิการมาวางจำหน่ายมากมาย เพื่อเป็นการร่วมสร้างกำลังใจ รอยยิ้ม และความหวังให้พวกเขาด้วยการอุดหนุนสินค้า ซึ่งในปัจจุบันมีคนพิการเป็นจำนวนมาก ที่มีความพยายาม และมีศักยภาพในการประกอบอาชีพ สามารถผลิตงานฝีมือต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แต่มีปัญหาเนื่องจากยังไม่มีช่องทาง หรือตลาดในการจัดจำหน่าย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงกำหนดจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีความสามารถ มีศักยภาพในการจัดทำผลิตภัณฑ์งานฝีมือ หรือผลิตภัณฑ์สินค้าด้านการเกษตร ตลอดจนคนพิการที่มีความสามารถทางอาชีพด้านต่าง ๆ ได้มีพื้นที่ในการแสดงสินค้า และจำหน่าย เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด และเกิดการรวมกลุ่มผู้ประกอบการคนพิการที่มีศักยภาพภายใต้กิจกรรมที่หลากหลาย และกระตุ้นการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนา และส่งเสริมด้านอาชีพ ให้คนพิการอย่างยั่งยืน และเป็นจุดศูนย์รวมให้คนพิการทั่วประเทศ ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในด้านการประกอบอาชีพซึ่งกันและกัน พร้อมแสดงทักษะด้านอาชีพให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้ และมีเจตคติที่ดีต่อคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม โดยงานในครั้งนี้มีคนพิการจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่12 – 13 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี (ฮอลล์ 5 – 6) โดยมีกิจกรรมมากมายภายในงาน ประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร สินค้าหัตถกรรม งานประดิษฐ์ งานฝีมือต่างๆ จากฝีมือของคนพิการทั่วประเทศ พร้อมการแสดงจากศิลปิน และนักแสดงมากมาย อาทิ เกรท วรินทร , เจนิเฟอร์ คิ้ม , ว่าน ธนกฤต , ต่าย อรทัย , เนย – แจม , เอิงเอย ปภาวริญจ์ และ เตวิชญ์ ชัยธัช ฯลฯ มาร่วมกันสร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้พวกเขา  ในงาน”มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ “ สอบถามรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร 02 354 7533 – 37

“อั้ม-บิ๊ก” สองนักแสดงหนุ่มจากช่อง 7HD รับรางวัล “พระกินรี” ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๖๓

สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) และสมาชิกสื่อมวลชนเครือข่าย องค์กร สมาคม ชมรมทั่วประเทศ โดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ตระหนักถึงคุณค่าแห่งการทำความดี คิดดี ปฏิบัติดีตามหลักคุณธรรม จริยธรรมตามรอยพระยุคลบาท ตามพระราชดำรัส แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน โดยเฉพาะสมัชชาฯ ได้เกิดแนวคิดในการจัดโครงการยกย่องเพื่อสรรค์สร้าง “คนดี คิดดี สังคมดี” รางวัล พระกินรี (คนดีของแผ่นดิน) ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๔ ได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือก บุคคลจากหลายสาขา เพื่อยกย่องกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้เป็นแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทำความดีคิดดี ปฏิบัติดีในสังคมไทยแก่ประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานงานประกาศรางวัลเกียรติคุณเพื่อส่งเสริมคนดีของแผ่นดินโดยการคัดเลือกพิจารณาประกาศเกียรติคุณและมอบโล่รางวัล “พระกินรี” (คนดีของแผ่นดิน) ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการยกย่องให้กำลังใจแก่บุคคลทั่วไปที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตลอดจนชีวิตครอบครัว เป็นแบบอย่างคุณค่าของคนดี โดยได้รับเกียรติจาก นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ ๙ เป็นประธานมอบรางวัล และมีผู้เข้ารับรางวัลตามสาขาดังต่อไปนี้

สาขาส่งเสริมศาสนาดีเด่น ได้แก่ อาจารย์ศุภณัฎฐ์ อัฎฐวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์พ่อแก่ และประธานกรรมการมูลนิธิแสงธรรม ในพระสังฆราชูปถัมภ์ สาขาผู้บริหารธุรกิจดีเด่น ได้แก่ คุณนฬาพร ไชยนิน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานลูกค้า บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด และ คุณเพ็ชร-อิชย์ภูมิ ธนัทโชค CEO บริษัท คราวน์ รอยัล ออฟ สกินแคร์ จำกัด Sunshine International และ Foxes International Restaurant Sky Bar and Lounge  สาขาวิทยุโทรทัศน์ประเภทรายการหรือบุคคล ดารานักแสดง ได้แก่ อั้ม-ถิร ชุติกุล จากละครเรื่อง “เงาบุญ” ช่อง 7HD, บิ๊ก-กฤษฎา สุภาพพร้อม จากละครเรื่อง “ฟ้ามีตะวัน” ช่อง 7HD, แอปเปิ้ล-กิรษา หอมเสียง จากละครเรื่อง “หนี้เกียรติยศ” ช่อง 7HD และ มาลินี แอดเดอเลด โคทส์ จากละครเรื่อง “สะใภ้ไร้ศักดินา” ช่อง 8

ในงานนี้ยังมีพิธีมอบรางวัลในโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน “ร้อยดวงใจถวายพ่อของแผ่นดิน ตามรอยพระยุคลบาท” ครั้งที่ ๙ ประจำปี ๒๕๖๓ หรือรางวัล “บัวทอง” สาขา พ่อดีเด่นแห่งปี ได้แก่ คุณสมชาย เผ่าบัณฑูร คุณพ่อของดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการบริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด และ คุณวีรศักดิ์ อินทะปา นายสถานีวิทยุคลื่น 103.50 วังมัจฉา พญาชมพู คุณพ่อของนุ่น-พชรมนต์ อินทะปา ดารานักแสดงและเจ้าของผลิตภัณฑ์ โอปอ จิลเวอรี่  โดยทั้งสองรางวัลมีพิธีมอบ ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

หอการค้าไทย-จีน เผยดัชนีเชื่อมั่นศก.ไทยปี ’64 โต แน่

หอการค้าไทย-จีน เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยปี 2564 กว่า 41.% คาดว่าเศรษฐกิจไทยโต 2.5-3.5 % โดยเศรษฐกิจจีนจะกลับมาฟื้นตัวสูงและมีส่วนขับเคลื่อน ศก.ไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน พร้อมกลับมามากขึ้นขณะที่สถานการณ์การค้าโลกผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯได้ประธานาธิบดีคนใหม่ สอดรับ IMF ที่ประเมินศก.จีน และไทยโต 8.2% และ 4% ตามลำดับ ปูพรมเปิดความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) สร้างเครือข่ายอำนวยความสะดวกสร้างเส้นทางการค้า-ลงทุนในอนาคต

      นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า หอการค้าได้จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ไตรมาส 1/2564 ซึ่งสำรวจจากความเห็นของคณะกรรมการหอการค้าไทย-จีนเครือข่ายสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน สมาคมธุรกิจต่างๆของจีน กว่า 60 สมาคมฯ รวมทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และ ขนาดใหญ่ และชาวจีนโพ้นทะเล ผ่านการประมวลผลข้อมูล Google Survey From โดยแบบสอบถาม ประกอบดว้ ย 4 ส่วน คือ 1) ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจไทย-จีน 2) ตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจไทย 3) ตัวชี้วัดปัจจัยเกื้อ หนุน และ/4) ประเด็นเฉพาะกิจ หรือเหตุการณ์ โดยพบว่า 61.5 % ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตสูงขึ้นสอดคล้องกับสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศจีน เนื่องจากจีนสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี

         ขณะที่ 50 % ของผู้ถูกสำรวจต่างคาดการณ์ จะมีนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น และ แนวโน้มนักท่องเที่ยวจากจีนน่าจะเริ่มกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง และกล่าวได้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนนั้น น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นได้ ในไตรมาสท่ีหนึ่งปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับการประเมิน ของกองทนุการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่คาดการณ์ว่าปี 2564 เศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวราว5.2%ส่วนเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.2% และเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวที่ 4.0%

         สำหรับมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจไทย พบว่าผลสำรวจ 44.1 % คาดการณ์ว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะโตน้อยกว่า 2.5 % และ 41.3 % คาดว่าเศรษฐกิจ ไทยจะโตอยู่ระหว่าง 2.5-3.5 % เนื่องจากผลสำรวจ สัดส่วน 43.3 % มองว่าเศรษฐกิจการค้าการลงทุนของไทยโดยรวมในไตรมาสแรกของปี 2564 โดยเฉพาะในภาคธุรกิจพาณิชย์ อิเล็กทอนิกส์ สินค้าเกษตร บริการโลจิสติกส์ บริการสุขภาพ และ สินค้าเกษตรแปรรูป จะเป็นแรงขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย ขณะที่อุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ได้แก่ อตุสาหกรรมการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และ อุตสาหกรรมการผลิตเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีมาตรการการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้เกิดการกระตุ้นการขับเคลื่อนของธุรกิจดังกล่าว

      ทั้งนี้ในความเคลื่อนไหวทางด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ 46.7% คาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 1 ปี 2564 มีแนวโน้ม ปรับตัวดีขึ้นในส่วนอัตราแลกเปลี่ยน กลุ่มสำรวจ 70 % มองว่าผู้ค้ากับต่างประเทศต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงของค่าเงินบาท ที่อาจจะมีทิศทางแข็งค่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส4/2563 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6เดือน ในการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น แม้ว่าจะมีการค้นพบวัคซีนก็ตาม

         นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ที่ได้ นายโจ ไบเดน เป็น ประธานาธิบดีคนใหม่ เชื่อว่าจะทำให้ความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐและจีนผ่อนคลายลง ซึ่ง กลุ่มสำรวจใน 70 %  เห็นว่าความชัดเจนดังกล่าว จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของระหว่างสองประเทศทำให้การค้าโลกผ่อนคลายมากขึ้นที่จะมีส่วนทำให้ไทยได้รับผลดีตามไปด้วย ในช่วงครึ่งปีแรกของปี2564 อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใก้ลชิดของนักลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองไทย และมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

          มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน ในรอบ 10 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-ต.ค. 2563) มีมูลค่า รวมทั้งสิ้น 64,763 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ คิดเป็น17.89%ของมูลค่าการค้า รวมของไทยโดยมีการส่งออกไปยังประเทศจีนมูลค่า 24,542 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.7% คิดเป็น12.76% ของการส่งออกของไทย นอกจากนี้  เพื่อส่งเสริม และอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับสมาชิก หอการค้าไทย-จีนได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างหอการค้าไทยจีน กับ ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่ง จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ และ โอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการเข้าถึงการบริการของธนาคารแห่งประเทศจีนทั่วโลก

Scroll To Top