web analytics
SIAMNEWSDAY

“กวาง” น้ำตาเล็ด โดน “ไอซ์” ตบจริงหน้าชา

            ต้องสู้ ต้องสู้ ถึงจะชนะ เห็นทีวลีเด็ดนี้ ต้องยกให้นางเอกสุดสตรองอย่าง “ไอซ์-อมีนา กูล” เพราะตั้งแต่โดนกระทำ จนกลับมาฮึดสู้ ก็เปลี่ยนโหมดจากกสาวหวานมาเป็นสาวเปรี้ยวทันที ล่าสุดต้องมาตีฝีปากกับนางร้ายขาวีน อย่าง “กวาง-วรรณปิยะ ออมสินนพกุล” ในละคร “เพลิงภริยา” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8  เพราะสาวกวางเล่นด่ากราด แถมพอโดนด่าคืนก็รับไม่ได้ชิงเปิดศึกตบไอซ์ก่อน งานนี้มีหรือสาวไอซ์จะยอม ตบคืนทันควัน แถมสาดน้ำใส่อีกต่างหาก ตบแลกตบ ของจริง เบื้องหลัง มีคนผิดคิวโดนตบจริงด้วยจ้า จะเป็นอย่างไรมีภาพให้ชมกัน  

            เป็นฉากที่ กิ่งจันทน์(ไอซ์-อมีนา) จิบชาตอนเช้าอย่างอารมณ์ดี  หลังจากเล่นงานอ้นทิ้งระเบิดให้ดุจดาว  จิตใจก็แจ่มใสเป็นพิเศษ สุอารีย์(กวาง-วรรณปิยะ) เดินมาด้วยความโมโห และด่ากิ่งจันทร์ ทั้งเรื่องที่กิ่งจันทร์ทำบ้านวุ่นวาย และเรื่องที่ไม่ยอมขึ้นเงินเดือนให้เธอ  แต่กิ่งจันทร์ก็ทำเมิน ทำให้สุอารีย์โมโหตบกิ่งจันทร์ กิ่งจันทร์ตาลุกโชน ด้วยความโกรธตบสุอารีย์คืนแถมเอาน้ำสาด สุอารีย์ได้แต่ร้องกรี๊ด ด้วยความเจ็บใจ ที่กิ่งจันทร์กล้าทำกับเธอขนาดนี้ 

            เบื้องหลังฉากนี้ทีมงานยกกองไปถ่ายทำกันที่บ้านล้อเกวียน ย่านบางใหญ่ เป็นอีกหนึ่งฉากเด็ดที่คนดูเตรียมรอดู เพราะนางเอกจะกลับมาสู้คน นอกจากนิสัยใจคอจะเปลี่ยนแล้ว เสื้อผ้าหน้าผมก็เปลี่ยนลุคแปลกตา บอกได้คำเดียวว่าแซ่บมากเวอร์ โดยซีนนี้เป็นซีนที่ ไอซ์ และ กวางต้องปะทะคารมณ์ กันถึงขั้นลงไม้ลงมือ งานนี้นางเอกไอซ์ ถึงกับกุมขมับ เพราะบอกว่าไม่ถนัดบทตบตีซักเท่าไหร่ แถมบทพูดก็ยาวมาก เลยต้องมีสมาธิกับซีนนี้มาก ๆ เพราะเธอกลัวพลาด ด้านกวาง ที่ชั่วโมงบินในการตบสูงกว่า ก็ให้กำลังใจสาวไอซ์ว่าไม่ต้องกังวลจ้าเพื่อน ถ้าพลาดก็แค่เจ็บ (ฮ่าๆ)  จนทีมงานแซวสาวกวางว่า ก่อนที่จะให้กำลังใจเพื่อน ให้กำลังใจตัวเองก่อนดีไหมจ๊ะสาวกวาง เพราะได้ข่าวว่าบทยาวเป็นหน้า ๆ เลยนะจ๊ะ อิอิ หลังจากที่ไอซ์ และกวางซักซ้อมคิวต่อบทกันจนเป๊ะแล้ว ถ่ายจริง เริ่มที่ ไอซ์กำลังจะนั่งจิบน้ำชาสบายใจ ทันใดนั้นกวางก็รีบเดินมาอย่างร้อนรน

ไม่พอใจไอซ์หนักมาก ถึงขั้นด่ากราด แต่ไอซ์ก็ยังทำสีหน้าเรียบเฉย พร้อมพ่นวาจาเสียดสีหัวใจกวางจนกวางเปิดศึกตบไอซ์ฉาดใหญ่ ไอซ์ตาลุกวาวโกรธจัด ตบสวนคืนทันควันดังเพลี้ยะ!! แถมหยิบแก้วน้ำขึ้นมาสาดใส่หน้ากวางแล้วเดินจากไป ปล่อยกวางร้องกรี๊ด ๆ ลั่นได้แต่เจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจ สิ้นเสียงคัท ไอซ์ร้องไห้น้ำตาไหล รีบเข้าไปกอดขอโทษกวางทันที เพราะผิดคิวตบโดนจริงหน้าแดงไปครึ่งหน้า  เรียกว่าทั้งคู่สปีริชแรงมาก เพราะถึงจะเกิดเหตุการณ์ผิดคิวทั้งคู่ก็สามารถเล่นต่อได้จนจบซีน ปรบมือให้รัว ๆ เลยจ้า ติดตามฉากนี้ได้ในละคร “เพลิงภริยา” ในวันอังคารที่ 15 ธันวาคม  เวลา 20.20 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 

ไม้&พลอย เข้าพิธีวิวาห์ชื่นมื่น!!ขบวนขันหมากสุดฮา นักแสดงจัดเต็ม!!!ในละคร “หนี้เกียรติยศ”

และแล้วก็มาถึงตอนจบของละคร “หนี้เกียรติยศ” ละครน้ำดีของสองผู้จัดฯ ยุ้ย-จีรนันท์ และ ธันน์ ธนากร ค่ายสตาร์เฟรม ที่ดำเนินเรื่องมาถึงตอนสุดท้าย ตอนจบก็ต้องแฮปปี้เอ็นดิ้ง โดยเฉพาะคู่ของน้องสาวอย่าง “เดือนแรม” (พลอย รัญดภา) ที่เป็นไม้เบื้อไม้เมามาตั้งแต่แรกกับหนุ่มนิสัยดี “ทินกร” (ไม้ นนทพันธ์) สุดท้ายแล้วรักย่อมเข้าใจรัก และความรักก็ชนะทุกสิ่ง!!!

                ฉากนี้ทีมงานใช้ “วังวรา” ย่านสามโคก เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยฉากนี้เป็นฉากใหญ่อีกฉากของเรื่อง มีนักแสดงนำเข้าฉากครบทีม เพราะเป็นฉากขบวนขันหมากของ เดือนแรม กับ ทินกร ฉากนี้เรียกได้ว่าเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ และฮาสุดๆ เพราะนักแสดงเค้าจัดเต็มทุกกระบวนท่า ตั้งแต่ทางเข้าจนถึงบ้านบันดาลสินธุ์เลยล่ะ!!!

                ฉากนี้มีนักแสดงเข้าฉากเรียกได้ว่าจัดเต็ม ทั้ง ไม้ นนทพันธ์ เจ้าบ่าว พลอย รัญดภา เจ้าสาว พร้อมญาติและเพื่อนพ้องน้องพี่มากันพร้อมหน้า ยายจ๋า (น้ำเงิน บุญหนัก) เจ๊บอลลูน (เอี๊ยม วรรษพร) เจิน (ธัญญา  รัตนมาลากุล) น้าตาบ (ชูษี เชิญยิ้ม) โต (บอล ณัฐพล) จิมมี่ (โน่ ภูวเนตร) ยุภาวรรณ (โม อมีนา) จรัสศรี (นาตยา จันทร์รุ่ง) พนาพร (ตู่ จารุศิริ) ออย (ดวงกมล บุญเขียว) จี๊ด (โอ๋ อรวรา) พลพล (ดิว-ภัทรพงศ์) รวมทั้ง ปานตะวัน (แม็กกี้ อาภา) และ ยุคลเดช (โอ๊ต รัฐธีร์) ที่มาร่วมเฟรมด้วยนะ

                นักแสดงทุกคนมาในลุคส์เสื้อผ้า หน้า ผม แบบจัดเต็ม รวมทั้งแตรวง ผู้กำกับฯ เล็ก ชาญชัย สั่งตั้งขบวนตั้งแต่ทางเข้า และขอซักซ้อมทำความเข้าใจกับฉากแห่ขันหมาก ทั้งนักแสดงหลัก และนักแสดงร่วม เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็สั่งเคลื่อนกล้อง โดยเสียงของ น้าตาบ ส่งเสียงร้องเพลงดังมาแต่ไกล พร้อมแตรวงที่บรรเลงเพลงอย่างสนุกสนาน นักแสดงก็ไม่รอท่า จัดหนัก ทั้งท่าเต้น และท่ารำ ที่เรียกได้ว่า ฮากันตรึม!!! โดยเฉพาะ เจ้าบ่าว ลีลาไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว

                ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำอยู่พักใหญ่ เพราะต้องถ่ายทำถึง 2-3 รอบ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศแบบครบถ้วน เสร็จจากฉากนี้ทีมงานก็ย้ายเข้าด้านใน เพื่อถ่ายทำฉากต่อไป ซึ่งก็ขอบอกว่า…สนุกสนานไม่แพ้ขบวนขันหมากเลยล่ะ!!

ติดตามชมฉากสนุกๆ ฉากนี้ได้ในละคร “หนี้เกียรติยศ” วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2563 เวลา 19.00 น. เสนอเป็นตอนจบ ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“เมย์ บัณฑิตา” เคลียร์ดราม่า โดนปลดจากนางเอก เพราะศัลยกรรม!

เมย์ บัณฑิตา” นักแสดงสาวสุดแซ่บ ที่วันนี้จะมาเปิดเผยชีวิตในวงการบันเทิงกว่า 20 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร พร้อมทั้งขอโต้ดราม่าทำศัลยกรรมหนักจนถูกถอดจากนางเอก
อยู่ในวงการมา 20 ปีแล้วใช่ไหม?
เมย : จะ 20 แล้ว เข้ามา 19 ปี จะ 20 แล้วมันแป๊บๆ มากเลยนะ
ปี 64 จะคบ 20 ปี เข้าวงการมาได้ยังไง?
เมย์ : เข้ามาแบบงงๆ ก็ไปเดินๆ ตรง มศว. จนเจ้ามาเรียน มศว. คือเข้ามาเรียนได้ประมาณครึ่งปีเจอแมวมองอยู่หน้าห้องน้ำ ตอนนั้นเราก็ไม่กล้าคุย เพราะแม่บอกว่ากรุงเทพฯมีแต่คนน่ากลัว แต่เราก็ให้ดบอร์โทรศัพท์แบบงงๆ สุดท้ายไม่โดนหลอกเขาเป็นตัวจริง ตอนนั้นเขาเป็นผู้จัดการของ ยุ้ย จีรนันท์ ด้วย เขาก็ให้ไปแคสโฆษณา แคสหนัง
หนังเรื่องแรกในชีวิตได้เป็นนางเอกเลย ตอนนั้นเป็นเพราะโชคช่วยหรือความสามารถ?
เมย์ : ความสามารถไม่น่าจะใช่ น่าจะเป็นโชคมากกว่า
ไปเป็นนางเอกช่องมากสีได้ยังไง?

เมย์ : ตอนนั้นถ่ายหนังอยู่ประมาณ 3-4 เดือน ก็มีแคสนักแสดง ตอนนั้นหนังยังไม่ออนเลยนะ ก็ไปแคสละคร ไปถ่ายรูป แนะนำตัว แค่นั้น อีกอาทิตย์ช่องเรียกไปเซ็นสัญญา พอวันที่เซ็นสัญญาก็ถามคุณแดงว่าจะต้องไปเรียนการแสดงไหม เพราะว่าหนังก็อีกแบบนึง ละครก็อีกแบบนึง คุณแดงบอกไม่เป็นไร ไปถ่ายเลย
ละครเรื่องแรกชื่อเรื่องอะไร?
เมย์ : ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว
พ่อ แม่สั่ง ไม่ว่าจะดังขนาดไหนห้ามทิ้งการเรียนจริงไหม?
เมย์ : ใช่ เพราะมาจากครอบครัวที่คุณพ่อ คุณแม่เป็นอาจารย์ ทุกอย่างอยู่ในกรอบหมดเลย แล้วเรารู้สึกว่าถ้าลูกสาวอาจารย์ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องเรียนแล้วแม่จะไปสอนใครได้ ก็เป็นความกดดันอย่างนึง
ละครที่ดังมากๆ คือชะชะช่า ท้ารัก?
เมย์ : ดีใจมาก เป็นละครเพลงอีกหนึ่งเรื่องที่เรางงๆ กับตัวเองเหมือนกันที่อยู่ๆ ได้ลงละครเพลง
เป็นคนร้องได้ เต้นได้ตั้งแต่แรกเลยไหม?
เมย์ : ไม่ได้เลย เป็นคนดูการ์ตูนตั้งแต่เด็ก ไม่เคยร้องเพลง ไม่เคยเต้น ตอนนั้นก็มีฝึก ถามว่าทำได้ดีไหม ก็ถ้าย้อนกลับไปก็ทำได้ดีกว่า
แล้วชีวิตช่วงนั้นสัปดาห์นึงถ่ายกี่เรื่อง?

เมย์ : สัปดาห์นึงถ่าย 3 เรื่อง แล้วเป็น 3 เรื่องที่อยู่เต็มๆ เช้ายันเย็นๆ เพราะเป็นนางเอก
เหนื่อยไหม?
เมย์ : เหนื่อยมาก เพราะขับรถเองด้วย เรารู้สึกว่าถ้าเราจ้างคนขับรถมาเขาต้องไม่ได้กลับบ้านแน่เลย สงสารเขา
ดังๆ อยู่ เราเดินไปบอกผู้บริหารว่าไม่เอาแล้ว จะลาออก?
เมย์ : คือเรามีความฝันตั้งแต่เด็ก เรารู้สึกว่าเราอยากไปเรียนเมืองนอก อยากไปใช้ชีวิต เสร็จปุ๊บเรารู้สึกว่าการมาทำงานในวงการบันเทิงมันอาจจะไม่ใช่ที่ของเรา ถามว่าเราทำได้ไหม เราทำได้ ตอนนั้นละครถ่ายอยู่ปีละ 4-5 เรื่อง เราก็ไปบอกผู้บริหารว่าจออนุญาตไปเรียนต่อ เขาก็บอกว่าไม่ต้องไปหรอก อยู่นี่แหละ ทำงานก่อน แล้วหลัวจากนั้นละครมาเยอะมาก เห็นแก่เงินก็อยู่ต่อไป แต่ก็ยังค้างคาใจอยู่ว่าอยากไปใช้ชีวิตเมืองนอก แพลนไว้ว่าจะเล่นละครแค่ 4 ปี จริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะได้เล่นด้วย อยากจะอยู่แค่ 4 ปี เรียนจบแล้วเอาเงินที่เล่นละครไปต่อโท แล้วกลับมาทำงานแบบคนปกติเขาทำ
เป็นนางร้ายครั้งแรกคิดมากไหม?
เมย์ : คิดมาก แล้วรู้เลยว่าครั้งแรกเราทำไม่ดี ไม่เต็มที่ แต่เรื่องต่อไปคือนางทาส เราเล่นเป็นบุญมี
แต่ก็มีคนเม้าท์เราว่าช่วงนึงเราไปทำศัลยกรรมหรือเปล่าทำให้เปลี่ยนจากบทนางเอกเป็นนางร้าย?
เมย์ : ไม่จริง อันนี้ขอเถียงเลย ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ แต่แม่ไม่รู้ จริงๆ เรื่อวความสวย ความงามชอบตั้งแต่ตอนเป็นนางเอกแล้ว คนก็มาเขียน นู่น นี่นั่น เยอะ แต่จริงๆ ณ วันนั้นทำแค่อย่างเดียว คือทำคางแล้วเอาออกแล้ว
แบ้วหลังจากวันนั้นทำอะไรบ้าง?

เมย์ : ก็ทั่วไป ตอนนี้ที่มีก็ทำจมูก แต่ทุกคนชอบมาเถียงเมย์ตลอด ชอบบอกว่าเมย์ทำตา แต่จริงๆ เมย์ไม่ได้ทำ เราไม่รู้สึกว่าการไปทำสวยมันไม่ได้เสียหาย ถ้าคุณมีลิมิตในการทำ ถ้าคุณทำแล้วคิดว่าเหมาะสมโดยเฉพาะอาขีพที่มันใช้หน้าตา
เรียกว่าเราเสพติดศัลยกรรมได้ไหม?
เมย์ : ไม่คะ ทรีทเมนท์ นวดหน้า เลเซอร์ อันนี้ทำประจำ แต่ถ้าไม่ได้ทำงานตรงนี้จะไม่ทำเลย เพราะว่าขี้เกียจมาก เพราะมันเสียเวลา เสียเงิน
เมย์ยังมีนิสัยธรรมะ ธัมโม ชอบเข้าวัดเหรอ?
เมย์ : ชอบเข้าวัด ชอบคุยกับหลวงพ่อ ด้วยความที่เราอยู่กรุงเทพฯ แล้วเราอยู่ตัวคนเดียว พ่อแม่เราไม่ได้อยู่ด้วย เราก็อยากมีใครที่มาเตือนสติเรา เวลาเรามีปัญหามีความคิดอะไรอยู่ในใจ เราก็อยากให้หลวงพี่ช่วยเตือน
นอกเหนือจากการเข้าวัดแล้ว คุณยังมีความหลวไหลในเรื่องของผ้าถุงมาก?
เมย์ : ชอบมาก ผ้าซิ่นไทย เมื่อก่อนเราจะชอบแบรนด์เนม แต่พอวันนึง พอไปดูเกี่ยวกับเรื่องผ้าไทย ไปศึกษาเรื่องการทอผ้า เรารู้สึกว่าโคตรยากเลย จากนั้นก็จะเริ่มสะสม เริ่มใส่ ตอนนี้ที่บ้านมีเป็น 100 เลยคะ หมดไปเยอะมาก
2 ปีก่อน ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ไปไหน?
เมย์ : ใช่ๆ ไปค้นหาตัวเองที่อังกฤษ ด้วยความที่ทำงานเจอผู้คนเยอะมาก แล้วเมย์ก็รู้สึกว่าการอยู่ในสังคมทุกคนชอบคาดหวังให้เราทำอย่างนู่น อย่างนี้ แล้วก็ทำนู่น นี่ นั่น ให้เราตลอดเวลา แล้วเราไม่รู้ว่าปกติเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เราเป็นคนยังไง เพราะว่าทุกคนมาบอกเราตลอด จำได้เลยวันนั้นต้นเดือน วางแผนเลยว่าไม่อยู่แล้ว ซื้อตั๋วแล้วไปปลายเดือนนั้นเลย ทิ้งบ้าน ไปคนเดียวกับกระเป๋าลากใบนึง
ไปอยู่ 6 เดือนทำอะไร?

เมย์ : อ่านหนังสือ ลงเรียนภาษาบ้าง เดินดูศิลปะ แล้วไปช่วยงาน เป็นเด็กโบสถ์ที่นู่นก็มี
เราไปช่วยแบบนั้นไม่น่าได้เงิน แล้วเงินมาจากไหน?
เมย์ : เป็นเงินเก็บค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้เรียนเมืองนอกไง
ชีวิตที่อยู่ที่นู่นมีความสุขมากไหม?
เมย์ : มีความสุขมาก ไม่อยากกลับมาเลย ถ้าเป็นไปได้อยากอยู่ยาวๆ
6 เดือนกลับมาเมืองไทย?
เมย์ : ใช่ เพื่อนแต่งงานพอดี ตอนนั้น ต๊ะ แอน แต่งงาน เราสัญญาว่าเราจะมางานแต่งงานของเขา เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็เลยกลับมา แล้วกลับมาเป็นจังหวะ ละคร ก่อนตะวันแลง เขาดิวเรามาพอดี เราอ่านบทแล้วแบบโอเค พี่ๆ นักแสดง มันเป็นส่วนผสมที่เคมีลงตัว น่าสนใจ เราก็กลับมา
ย้อนอดีตไปสักนิด ความรักของคุณเมย์เป็นยังไงบ้าง?
เมย์ : แต่ก่อนจะเป็นความรักแบบลาเวนเดอร์กับม้าโพนี่ สวยงามมาก แม่เราก็จะพูดเสมอว่าเวลาเรามีความรัก หรือมีแฟน เราจะต้องดูที่เขาเป็นคนดี แล้วเราก็ต้องเป็นคนเข้าอก เข้าใจ ยิมรับอะไรอย่างนี้จะได้อยู่กันยาวๆ ทีนี้เขาไปเที่ยวเลาจ์ มีผู้หญิง ก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจ เพราะว่าเราจะรักกันที่ใจ แต่มันมีเรื่องผู้หญิงบ่อยมาก แต่เรารู้สึกว่าไม่เป็นไรหรอกเรารู้สึกว่าเราคิดไปเอง เราต้องเข้าใจ จนกระทั่งวันนึงเราจับได้ เราก็ให้อภัย 3 ครั้ง
แล้วเราเข็ดความรักไปเลยไหมกับการเจอคนเจ้าชู้แบบนี้?

เมย์ : เราก็เอาประสบการณ์มาเรียนรู้ไปเรื่อยๆ
แล้วคนไหนที่เพื่อนเรา แย่งเราไป?
เมย์ : ก็มีคนนึงคบนานประมาณ 4 ปี ก็เป็นคนที่ไปเที่ยวนี่แหละ จนมีวันนึงเกิดไม่ไว้ใจ ก็เปิดดูเอ๊ะ คุ้นๆ หน้าเพื่อน บ้านเขา หน้าเพื่อนอยู่ในบ้านเขา เราก็ถามเขานะ ถ้าเขายอมรับเราก็ให้อภัย แต่เขาไม่ยอมรับ เราก็เลยรู้สึกว่าต้องจบแล้ว เสียเวลา แล้วหลังจากนั้นคนก็เข้ามาจีบ  แต่เรารู้สึกว่าด้วยสังคมที่นี่ วัฒนธรรม ค่านิยม รู้สึกว่าการจีบซ้ำซ้อน กานคบซ้ำซ้อน มันเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า แล้วเราก็จับได้บ่อยมาก บางทีไปเดินสยามมากับผู้หญิง แล้วเขาก็เห็นเราพอดี
คนเดียวกัน?
เมย์ : คนอื่นๆ ที่มาจีบ
เพราะเจอคนแบบนี้บ่อยๆ เลยทำให้ไม่อยากแต่งงาน?
เมย์ : ไม่อยากแต่งงาน เพราะคุณแม่ชอบบอกว่า ถ้าเมย์แต่งงานแล้ว แม่จะต้องมีความอดทนนะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องให้อภัย แล้วต้องมีความเข้าใจ อยากจะบอกแม่ว่าบางอย่างยุคนี้จะเข้าใจตลอดไม่ได้ มันจะต้องมีการตัดจบเหมือนกัน ความอดทนมันจะต้องมีขอบเขต ทุกวันนี้ไม่กล้าแต่งงาน เพราะกลัวว่าถ้าแต่งงานแล้วต้องอดทน
แล้วคนไหนที่บอกว่าคุยกันมา 3 วันแล้วเลิก?

เมย์ : ก็มีเหมือนกัน เป็นคนที่เทเก่งมากไม่เข้าใจเหมือนกัน คือเราจะเป็นคนแฟร์กับผู้ชายที่เข้ามาคุยกับเรา คือเราเป็นคนโอเพ่นนะ เราสามารถที่จะคุยได้ แต่ถ้าไม่ใช่ ต้องหยุด อย่ามางอแง มันไม่ใช่คือไม่ใช่ โตแล้ว อย่าโตแต่อายุ
เมย์โสดไหม?

เมย์ : มีคนคุย ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow

ลูกโลกสื่อรัก “โอห์ม-น้ำตาล” เจอกันครั้งแรก

แฟนๆเตรียมเฮ ยิ้มกันตั้งแต่ตอนแรก สำหรับ “โลกทั้งใบ ให้นายคนเดียว เดอะซีรีส์” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เพราะหนุ่ม “โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ” ได้เปิดฉากหวานแย่งชิงลูกโลก กับสาวหน้าสวย น้ำตาล-ทิพนารี วีรวัฒโนดมกลางร้านหนังสือ ทำเอาโอห์มต้องสตั๊นเพราะความสวยของน้ำตาล เบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ตามไปชมกัน

            เรื่องราว ไม้(โอห์ม)ไปเลือกซื้อลูกโลกจำลองให้เม่น(สิงโต)น้องชาย ส่วนป้อน(น้ำตาล)ระหว่างรอพ่อมารับบกลับบ้าน ก็เข้ามาซื้อของเหมือนกัน ไม้และป้อนตัดสินใจหยิบลูกโลกชิ้นเดียวกัน จนเกิดการแย่งชิง แต่สุดท้ายไม้ยอมทิ้งลูกโลก และยอมให้ป้อนได้ไป

            เบื้องหลังฉากนี้ถ่ายที่ร้านหนังสือ ย่านสะพานพระราม 8 โอห์มมาในชุดหล่อเท่ห์ลุคเสื้อช็อป หนุ่มสายช่าง ด้านน้ำตาลมาในชุดเครื่องแบบนักเรียนหญิง เมื่อทั้งคู่พร้อม ผู้กำกับ องอาจ สิงห์ลำพอง เลยเรียกทั้งสองมาซ้อมหน้าเซตกันก่อนที่จะถ่ายจริง หวังให้ทั้งคู่คุ้นชินกัน เพราะฉากนี้เป็นวันที่เปิดกองถ่ายกันวันแรกด้วย แถมโอห์มก็เหมือนจะดูเกร็งๆน้ำตาลไม่น้อย  จนทีมงานถึงขั้นแซวโอห์มว่า เจอสาวสวยทำตัวเกร็งเชียว น้ำตาลเลยรีบบอก ไม่ต้องเกร็ง ทำตัวตามสบายๆ พี่รู้ พี่สวย ฮ่าๆ พอทั้งคู่ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ก็เริ่มนัดแนะท่าทาง ด้วยความที่น้ำตาลเป็นรุ่นพี่ด้านการแสดงดราม่า ก็เลยแอบแนะนำหนุ่มโอห์ม พร้อมอธิบายสกิลให้หนุ่มโอห์มเข้าใจ โอห์มก็เริ่มหายใจลึก ซ้อมเป็นผู้ชายสายดราม่า แบบองค์ลงบทไม้เต็มตัว ส่วนน้ำตาลก็พร้อมเป็นนางเอกสายแบ๊วทันที เริ่มถ่ายจริง โอห์มด้วยแววตาที่แสนเศร้า ตั้งใจมาหาซื้อลูกโลก หวังว่าจะเป็นแรงผลักดันให้น้องชายหายป่วย ส่วนน้ำตาลที่กำลังเลือกหาซื้อของอยู่ในร้านพอดี ก็ต้องมาใจตรงกัน เพราะดันไปเห็นลูกโลกที่ลดราคา เหลือใบเดียว งานนี้ศึกแย่งชิงก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งสองจับลูกโลกพร้อมกัน แถมไม่มีใครยอมใคร ต่างก็จะเอาให้ได้ โอห์มเลยวางแผน ทำหน้าหล่อสุดคูล ขอน้ำตาลว่าอยากได้จริงๆ ด้านน้ำตาลถึงอ่อนหวานแต่ก็ไม่ยอม บอกชัดจัดเต็มว่าจะเอาลูกโลกชิ้นนี้ให้ได้ โอห์มเลยถอดใจ ยอมปล่อยให้น้ำตาล แต่ขอทิ้งท้ายประโยคเด็ด “คนอะไร ใจดำ” งานนี้น้ำตาลถึงขั้นโกรธ ผู้ชายอะไรปากเจ็บชะมัด

เตรียมเปิดรีโมทรอชมฉากเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่ได้ ในวันเสาร์ ที่ 12 ธันวาคม ตอนแรก เวลา 21.40 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 พร้อมสามารถรับชมพร้อมกันทั่วโลก แอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ iQ.com

“แพรว” ปลื้มปริ่มร่วมงาน “เกรท” ครั้งแรกเปิดมุมมองใหม่

เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆสำหรับนางเอกสาวสุดห้าวอย่าง “แพรว-เฌอมาวีร์  สุวรรณภาณุโชค” กับบทบาทของการเป็นคุณหมอ ที่ท้าทายความสามารถทางการแสดง รวมไปถึงการร่วมงานกันครั้งแรกกับพระเอกหนุ่มตี๋สุดฮอต “เกรท-สพล อัศวมั่นคง” ในละครดราม่าเข้มข้น “รหัสริษยา” ของค่าย “ดาราวิดีโอ”

                        แพรว เล่าว่า “เรื่องนี้ถือเป็นการเปิดประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆให้กับแพรวเลย เพราะเป็นการพลิกบทบาทคาแรกเตอร์ที่แพรวไม่เคยได้แสดงมาก่อน กับการเป็น “หมอ” แรกๆก็กังวล เพราะคาแรกเตอร์ของความเป็นหมอต้องดูนิ่งๆ จริงจัง แต่พอได้มาพูดคุยคาแรกเตอร์กับพี่ฬอน ผู้กำกับ แล้วก็เลยทำให้คลายความกังวลไปได้เยอะ เพราะตัวละครตัวนี้ที่พี่ฬอนมอง คืออยากให้เอาความเป็นตัวเองของเราที่บ้าๆบอๆ อยากรู้อยากเห็น ช่างจุ้น ไม่อยู่นิ่ง มาใช้ในตัวละครตัวนี้ เพราะหมอนิชาดา จะเป็นคนเดียวของเรื่องที่มีพาสคอมเมดี้ คอยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในละคร ยิ่งทำให้เราใจชื้นขึ้นเป็นกอง นอกจากนี้มีอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้แพรวรู้สึกดีใจไม่ต่างกันก็คือการได้ร่วมงานกับนักแสดงใหม่ๆที่เราไม่เคยได้ร่วมงานด้วย มันเหมือนเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆของเราด้วย โดยเฉพาะเกรท เกรทเป็นคนที่น่ารักมาก ตั้งใจและเต็มที่กับงาน เขาทำการบ้านในตัวละครของเขาที่ได้รับมาอย่างดี จนบางทีเราเองก็ไม่กล้าที่จะไปแหย่หรือหยอกเขาเลย กลัวว่าจะไปรบกวนหรือทำลายสมาธิของเขา แต่เขาก็บอกเราเสมอว่าไม่เป็นไรครับ ดีซะอีกจะได้เป็นการละลายพฤติกรรมกันด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเกรทถึงเป็นที่รักของทุกคน เพราะเขาเป็นคนนุ่มนวล สุภาพมากๆเวลาพูดก็จะมีลงท้ายด้วยคำว่า ครับ ทุกคำ แพรวเลยรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนน่ารักๆแบบนี้ การทำงานของเราทั้งคู่เลยค่อนข้างลงตัว ถือว่าเป็นเคมีใหม่ๆที่น่าจับตามองนะคะ”

โลกทั้งใบให้นายคนเดียว เดอะซีรีส์ “โอห์ม-สิงโต-น้ำตาล” ร่วมถ่ายทอดตำนานความรักอีกครั้ง

สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 จับมือแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์อันดับ 1 จากประเทศจีน iQIYI (อ้ายฉีอี้)  เตรียมชวนแฟนๆ ฟินส่งท้ายปี 2020 พร้อมชม “โลกทั้งใบให้นายคนเดียว เดอะซีรีส์” ในเวอร์ชั่น 2020 อีกครั้ง โดยขนทัพนักแสดงวัยรุ่นเลือดใหม่  “โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ” “สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์” และ “น้ำตาล-ทิพนารี วีรวัฒโนดม” มารับบท “ไม้-เม่น-ป้อน” ปะกบนักแสดงดังจากยุค 90  ที่เคยฝากผลงานในเวอร์ชั่นเดิม อย่าง “เต๋า-สมชาย เข็มกลัด” “นุ๊ก-สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา” และ“โมทย์-ปราโมทย์ แสงศร” มาคัมแบ็คร่วมสร้างความสนุกสนาน พร้อมนักแสดง กฤษฎี  พวงประยงค์, ทนงศักดิ์    ศุภการ, ปริญญ์  วิกรานต์, ราตรี  จันเทวี, แพรพลอย เลิศฐิติวีรกานต์ ผ่านผลงานกำกับการแสดงโดย ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง  พร้อมนั่งแท่นเขียนบทโทรทัศน์ด้วยตนเอง เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย สอดคล้องกับเรื่องราวในยุคปัจจุบัน ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เรื่องราว  ละคร ไม้ (โอห์ม-ฐิติวัฒน์) และ เม่น(สิงโต-ปราชญา) สองพี่น้องที่หลงรักผู้หญิงคนเดียวกันอย่าง ป้อน (น้ำตาล-ทิพนารี) แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวที่กำลังย่ำแย่ ทำให้สองพี่น้องต้องก้าวขาเข้าสู่โลกสีเทา ด้วยการเข้าร่วมแก๊งขโมยรถตามคำแนะนำของ โบ้ (ปราโมทย์ แสงศร) โดยมีโต (สมชาย เข็มกลัด) เป็นหัวโจกของแก๊ง แต่หลังจากนั้นไม้ก็ต้องสูญเสียพ่อศร (ทนงศักดิ์ ) และเม่นก็รับรู้ความจริงถึงความสัมพันธ์ของไม้กับป้อน จนไม้ต้องเจอปัญหาต่างๆ เข้ามามากมาย รวมถึงการถูกตามล่าของโต  ไม้จึงต้องสะสางปัญหาต่างๆของเขา รวมถึงความรักระหว่างคนรอบข้างเขา ความรักของไม้และป้อนจะเป็นอย่างไรต่อไป………

สามารถติดตามชมซีรีส์โรแมนติก ดราม่า ‘โลกทั้งใบให้นายคนเดียว เดอะซีรีส์’ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.40 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2563 นี้ โดยสามารถรับชมพร้อมกันทั่วโลก ผ่านทางหน้าจอช่อง 8 และแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ iQ.com ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตได้ใน App Store และ Google Play ไม่มีค่าใช้จ่าย

“เมญ่า นนธวรรณ” เผยเรื่องราวชีวิตตลอด 6 เดือนในบ้านสามี

ก่อนหน้านี้ เมญ่า นนธวรรณ บินลัดฟ้าไปอยู่บ้านสามีที่ประเทศสเปนเกือบ 6 เดือน ล่าสุดเจ้าตัวควงคู่ลูกน้อยน้องเบฬิน มาเปิดเรื่องราวชีวิตสุดอบอุ่น หลังไปอยู่สเปนกับพ่อ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร พร้อมเผยเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกชายไหปลาร้าหัก แถมยังโดนหมากัดอีกด้วย ส่วนเรื่องความรักของคุณแม่ คุณพ่อนั้น ไม่รู้กลับมาหวานฉ่ำเหมือนเดิมแล้วหรือยัง
เพิ่งกลับจากสเปนใช่ไหม ทุกอย่างเป็นยังไงบ้าง?
เมญ่า : กักตัวแล้วนะ ก็ปกติค่ะ ก็รักษาครอบครัวเหมือนเดิม
ทำไมถึงตัดสินใจที่กลับมาอยู่เมืองไทย?

เมญ่า : ที่กลับมารอบนี้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว มางานแต่งของเพื่อน งานแก้วกับพี่โทนี่ ตั้งใจว่าถ้าแก้วยังไม่แต่งช่วงนี้ก็จะอยู่คริสต์มาสกับพ่อเขาก่อน ให้พ่อ ลูกเขาอยู่ด้วยกัน
ถ้าเสร็จงานแต่งเรียบร้อยแล้ว เมญ่าจะกลับไหมหรืออยู่ต่อ?
เมญ่า : กักตัวค่อนข้างนานนิดนึง เราก็อยู่ให้คุ้มนิดนึง คิดว่าน่าจะอยู่เมืองไทยสัก 3 เดือน
อยู่ที่นู่น ลูกกับพ่อเป็นยังไงบ้าง?
เมญ่า : ดีมาก แล้วพ่อเขาติดลูกมาก ตอนกลับมาขอโทรคุยทุกวัน ขอวีดิโอคอล บางทีลูกก็หลับแล้ว บางทีลูกก็ยังไม่หลับ อย่างน้อยก็ขอดู
ตอนอยู่เมืองนอกเห็นว่ามีกิจกรรมกับเขาเยอะมาก?
เมญ่า : เดินขึ้นเขากัน แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ให้เขาถือกิ่งไม้ หรือถืออะไรก็ได้  เขาก็จะวิ่งไปเลย ก่อนหน้านี้เมญ่ากังวลมากทำยังไงให้เขาไม่งอแง เพราะเด็กส่วนใหญ่เดินไปได้นิดเดียวก็ให้อุ้มหน่อย แล้วก็จะมีไปทะเล ไปว่ายน้ำ แต่ว่าพยายามหลีกเลี่ยงคนเยอะๆ
เห็นว่าพอไปถึงที่นั้นไม่มีใครใส่หน้ากากเลยหรอ?

เมญ่า : น้อยมาก เมญ่าลงซูริคก่อน สัก 40 เปอร์เซ็นต์ใส่ พี่ลองนึกสภาพดูของเราใส่ ร้อยเปอร์เซ็นต์ พอไปถึงเดินนี่คือขนลุกเลย พอไปถึงสเปน เราก็ดูข้างทางตายแล้วเอาไงดี มีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์  จะออกไปข้างนอกก็คงลำบาก ก็ต้องวางแผนใหม่ โอเคถ้าคนยังใช้ชีวิตแบบนี้เราก็อยู่ในความเสี่ยงเกินไป ถึงแม้เราจะอยู่บนเกาะก็จริง แล้วบ้านเราก็ไม่ได้อยู่ใกล้ใคร เราก็ต้องวางแผนว่าวันนี้เราต้องไปแถวนี้ เพื่อนหนูมีชวนเราขึ้นเรือไปเที่ยวกันอะไรอย่างนี้ เราก็ถามเลยไปกี่คน เขาบอกไม่กี่คน พอหนูดูในคลิป โอ้โห…เป็น 10 คนอัพ หนูก็เลยหนูไม่ได้แบบนั้นนะ หนูกลัว เขาบอกว่ากลัวอะไร โควิดฟรีอยู่ข้างนอกอากาศโล่งไม่โดนหรอก พอหลังจากนั้นไม่เกิน 1 อาทิตย์โทรศัพท์มาบอกว่าไอติดโควิด
กลับมาเมืองไทยแล้วลูกไม่เป็นไร แต่สิ่งที่เป็นคือไหปลาร้าหัก?
เมญ่า : ใช่ ไหปลาร้าหักคือช่วงแรกๆ ที่ไปถึงที่ยนู่น สองอาทิตย์หลังจากที่โดนหมากัดแล้ว
มีหมากัดด้วย?
เมญ่า : มีหมากัดด้วย หมาที่คุณพ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นตัวที่เราไม่คิดว่าจะกัดน้อง เมญ่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เมญ่าทำกับข้าวให้ลูกกินอยู่ พ่อเขาอยู่กับลูก ได้ยินเสียงอีกทีคือโดนกัดแล้ว หนูก็แพนิกที่สุด สิ่งที่กลัวที่สุดที่จะเกิดกับลูกก็คือเรื่องนี้ พอเกิดเรื่องนี้มันกระทบสภาพจิตใจแม่กับพ่อ ช่วงนั้นก็จะหายไปจากจากติ๊กต๊อก คือต้องเย็บ 6 เข็ม พอเห็นแผลลูกแม่กรี๊ดแตกเลย หมอก็บอกว่าเดี๋ยวก็หาย
แล้วแผลที่หน้าจะหายไหม?
เมญ่า : คุณหมอบอกว่าหายคะ
แล้วไหปลาร้าหักละ?

เมญ่า : ค่ะ ทุกคนจะถามว่าเลี้ยงลูกยังไง คือเราเลี้ยงอยู่ตลอด เราทุ่มเทตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่แค่เสี้ยววินาทีเดียวมันเกิดขึ้นได้ตลอด วันนั้นเราอยู่ด้้วยกันกับพี่เลี้ยงข้างบน เราขอให้พี่เลี้ยงมาช่วยต่อเตียง แล้วเมญ่ากับลูกก็อยู่ด้วยกันข้างบน หนูก็เลยบอกว่าฝากลูกแป๊บนะ หนูต้องลงไปเอาของ ลงไปไม่ถึง 10 วิ หนูกำลังเดินจะขึ้นบันได เห็นลูกกลิ้งลงมา แล้วประเด็นมันเกิดเพราะว่าเขาถือกิ่งไม้อยู่ สิ่งที่เห็นคือลูกหัวโน แต่ตอนนั้นฟิลิปไม่อยู่ งั้นโอเค หนูจะต้องเข้มแข็ง ไม่ร้อง เพราะหนูจะต้องพาลูกไปโรงพยาบาล
แบบนี้ต้องใส่เฝือกไหม?
เมญ่า : หมอที่สเปนงงมาก เขาให้ที่หิ้ว แล้วประเด็นเป็นของผู้ใหญ่ พอฟิลิปกลับมาเขาพาไปหาหมอเยอรมันอีกที เขาก็เลยให้เหมือนแบบแบ็คแพ็ค ดามไว้ พอหลังจากนั้นเดือนนึงก็เสมอคะ
ถ้าเวลาคุยกับเขา เขาต้องรับฟังถึง 4 ภาษา การพัฒนาความรู้ในเรื่องของการพูด หรือการใช้ภาษาเนี่ย มันช้ากว่าคนอื่นไหม?
เมญ่า : ใช่ค่ะ ช้า ลูกคนอื่นเขาพูดกันเยอะแยะแล้ว ลูกหนูยังไม่ค่อยพูด เหมือนเราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติ เราก็เลยพยายามไม่เอาลูกเราไปเปรียบกับคนอื่น เพื่อให้เขาเองไม่รู้สึกกดดัน เราเองก็ไม่รู้สึกกดดัน เพราะสุดท้ายแล้วเด็กที่เด็กที่พูดได้หลายภาษาเนี่ย พอถึงเวลาที่เขาพร้อม เขาก็มาได้เลย เขาจะแยกประสาทได้เร็วกว่า แต่ตอนนี้มันยาก
ลูกน่ารักตรงไหน?

เมญ่า : เวลาเขาหลับค่ะ หนูรู้สึกว่าเวลาเขาหลับ เขาเหมือนเทพบุตร รู้สึกว่าลูกเราเหรอวะ แล้วเวลาที่เขาฟังเราเขาจะน่ารัก  แต่เวลาที่เขาดื้อก็ลูกพ่อ
เขาซนขนาดจะต้องส่งไปสเปนเลยเหรอ?
เมญ่า : ซนมากเลย รักไดด้นะ แต่ก็อยากจะหายใจด้วย พ่อเขาก็เลยบอกว่าซนมากใช่ไหม เอากลับมาไหม แต่จริงๆ ก็ไม่ส่งหรอก
ความซนของเขาก็เป็นประโยชน์์ให้กับเรา ทำเพจตเลี้ยงลูก?
เมญ่า : คือมันทำได้หลายแบบ เมญ่าเดินทางรอบนี้เจอเหตุการณ์เยอะมาก ไหนจะตกเครื่อง ก็เลยรีวิวเรื่องการกักตัวให้ว่าต้องเตรียมเอกสารยังไง ล่าสุดเป็นเหมือนสิราณี เราก็ให้คำแนะนำตามความคิดเรา
คิดว่าคนจะตามเยอะขนาดนี้ไหม?
เมญ่า : จริงๆ ก็ไม่ได้คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ปีที่แล้วยังอยู่ที่หมื่นเอง แล้วช่วงติ๊กต๊อกด้วยก็ตามกันต่อไป
ตอนนี้กลับมาดีกับสามีแล้วจริงไหม?
เมญ่า : ก็จริงคะ คือมันเป็นช่วงเวลา ช่วงเวลานั้นเรารู้สึกว่าต้องทำแบบนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับทั้งสองคน ได้มองตัวเองใหม่ว่าจริงๆ เรายังต้องการกันอยู่ไหม หรือว่าต้องการอะไร ช่วงนี้พอกลับไปทุกอย่างมันก็ดีขึ้น

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เพื่อลูก.! โอ๊ต-รัฐธีร์ เอาใจ แม็กกี้-อาภา สุดๆ

ละคร “หนี้เกียรติยศ”  เดินทางมาถึงเกือบอาทิตย์สุดท้ายแล้ว เรื่องราวยังคงเข้มข้นสนุกสนานทุกเย็นวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ที่สองผู้จัดฯ อย่าง ยุ้ย จีรนันท์ และ ธันน์ ธนากร แห่งค่ายสตาร์เฟรม จัดเสิร์ฟความสนุกครบรสให้แฟนๆ ละครได้ชมกันอย่างจุใจ

หลังจาก ปานตะวัน (แม็กกี้ อาภา) เปลี่ยนลุคส์กลายเป็นสาวเปรี้ยว พร้อมปมความแก้แค้นที่ต้องเอาคืนอย่างสาสม แม้กระทั่งผู้เป็นสามี ยุคลเดช (โอ๊ต รัฐธีร์) เธอก็ไม่เว้น ยังคงสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับผู้เป็นสามีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อทุกอย่างเปิดเผยว่า ปานตะวัน ต้องร้าย เพราะต้องการแก้แค้น และเอาทรัพย์สินคืนทั้งหมดจากผู้เป็นพ่อ บรรพต (ทนงศักดิ์ ศุภการ)  แต่ดูเหมือน ยุคลเดช ก็ยังคงทำหน้าที่รักและดูแล ปานตะวัน อย่างดี แม้จะโดนขับไสไล่ส่งก็ตาม!!!

ล่าสุด หนุ่มโอ๊ต ในคราบ ยุคลเดช ก็ทำหน้าที่ “สามี” ให้ ปานตะวัน อย่างที่สุด ทั้งตุ๋นซุปไก่มาบำรุงร่างกาย เพราะ ปานตะวัน กำลังตั้งท้องลูกของยุคลเดช แต่เจ้าตัวก็เททิ้งต่อหน้าต่อตาแบบไม่สนใจ หรือจะกลายเป็นตัวโจ๊ก ทำท่าทางให้สนุกครึกครื้นในท่าแจวเรือ เพื่อให้ ปานตะวัน อารมณ์ดี และยิ้มได้บ้าง ยุคลเดช ก็ยอมทุกอย่าง และเป็นทุกอย่างให้ ปานตะวัน แล้ว

ฉากนี้ทีมงานใช้ “วังวรา” ย่านสามโคก จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยจัดเป็น “บ้านบันดาลสินธุ์” และให้สองนักแสดง โอ๊ต และ แม็กกี้ เข้าฉากร่วมกัน โดยผู้กำกับฯ เล็ก-ชาญชัย ขอซักซ้อมบทนักแสดงเสียก่อน จากนั้นก็ให้ หนุ่มโอ๊ต ซ้อมท่าแจวเรือ “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว” งานนี้หนุ่มโอ๊ต ทั้งร้อง ทั้งแจวอย่างสนุกสนาน ทำเอาสาวแม็กกี้ เผลออมยิ้มอยู่หลายครั้ง!!!

 เมื่อทุกอย่างพร้อม ผู้กำกับฯ ก็สั่งเคลื่อนกล้อง เริ่มจากที่ หนุ่มโอ๊ต ยกจานของเปรี้ยว ของดอง มาให้ แต่ สาวแม็กกี้ ทำท่าไม่สนใจ ทั้งๆ ที่เปรี้ยวปากสุดๆ จากนั้นก็เป็นซีนที่ หนุ่มโอ๊ต ผลุบไปข้างหลัง แล้วทำท่าทางตลกๆ ให้ สาวแม็กกี้ ได้ยิ้ม แต่เจ้าตัวก็ยังไว้ท่า ตีหน้าเฉย ทำเป็นไม่สนใจ แต่พอ หนุ่มโอ๊ต ทั้งร้อง ทั้งแจวเรือ ก็ทำให้ สาวแม็กกี้ หัวเราะออกมาได้!!!

 ฉากนี้น่ารัก แฟนๆ ละครต้องห้ามพลาด ติดตามชมฉากเหล่านี้ได้ในละคร “หนี้เกียรติยศ” วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 และทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“เกรซ กาญจน์เกล้า”จริตกะเทยนางโชว์มาเต็ม!

เรียกว่าถูกจริตโดนใจชี “เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” มากๆ กับบทบาทใหม่ในละครเรื่อง “นางฟ้าคาบาเร่ต์” เพราะงานนี้ชีได้เล่นเป็นสาวประเภทสองสมใจอยาก แถมยังได้ประกบคู่กับพระเอกรุ่นน้องขวัญใจสาวแท้สาวเทียม “จอส เวอาห์ แสงเงิน” ซึ่งชีเกรซก็บอกว่าพร้อมปล่อยของเต็มที่ โดยเรียกน้ำย่อยกันเบาๆ ก่อนในงานแถลงข่าวเปิดตัวละครกับลุคผมม่วงสุดเปรี้ยว แซ่บจี๊ด เห็นแล้วต้องพูดว่าสวยเป๊ะปัง อลังเวอร์ ไหนจะจริตจกร้านความเป็นสาวประเภทสองที่ถอดแบบกะเทยจริงมาเป๊ะๆ ผสมรวมกับความรั่วๆ ฮาๆ ของชี ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนสุดๆ บอกเลยว่าครบเครื่องตั้งแต่วันแรกกันเลยเดียว

โดย เกรซ เผยอย่างอารมณ์ดีว่า “แฮปปี้มีความสุขมากที่ได้เล่นบทอะไรใหม่ๆ ท้าทายตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่างบทนี้ก็เป็นบทที่เราอยากเล่นมากๆ เพราะนิสัยเกรซเองก็รั่วๆ ฮาๆ ไม่ได้เรียบร้อย เราเป็นแบบนี้ (หัวเราะร่วน) มันเลยเหมือนเป็นแรงบันดาลใจว่าเราต้องทำละครเรื่องนี้ให้ออกมาให้ดี เพราะเพศนี้เป็นเพศที่สำคัญต่อประเทศของเรามากๆ นะคะ เพราะฉะนั้นเราเลยรู้สึกว่าเราต้องทำละครเรื่องนี้ให้ออกมาให้ดี เราต้องถ่ายทอดบทบาทและความรู้สึกของเพศนี้ออกมาให้ได้อย่างดีที่สุด ซึ่งเกรซอาจจะต้องหลวมไปเป็นสาวประเภทสองจริงๆ เลย แล้วนอกจากนี้เกรซก็มีไปศึกษาในคาบาเร่ต์โชว์ต่างๆ ทำการบ้านเยอะอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ว่าจริตเราได้อย่างเดียวแล้วเล่นได้เลยนะ เพราะมันจะเป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่มีจริตของสาวประเภทสองเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราก็อยากจะแสดงออกถึงความรู้สึกอินเนอร์ หัวใจของคนที่เป็น LGBTQ เขารู้สึกอะไร เขาคิดอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นเกรซจึงพยายามซึมซับและเข้าใจความเป็นสาวประเภททสองให้ได้มากที่สุด แล้วก็ตามหาเพื่อนสาวประเภทสองในสต๊อก เพื่อศึกษาเรียนรู้เขาว่าชีวิตปัจจุบันเขาทำอะไรคิดอะไร ไม่ใช่แค่จะทำไปตามบท มันต้องรู้สิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัวด้วย บวกกับบทนี้มันจะเป็นสาวประเภทสองที่มีจริตของความเป็นนางโชว์อยู่ด้วยการแสดงก็เลยจะต้องมีการแสดงออกมาทางสีหน้า แววตา คิ้ว ปาก ที่ต้องมีจริตจร้านเยอะหน่อย
คือเครื่องหน้าก็ต้องเล่นเยอะเล่นใหญ่ค่ะ อย่างเช่นวันนี้ก็จัดเต็มค่ะ เสื้อผ้าหน้าผมม่วงทั้งตัว (หัวเราะร่วน)”

พูดเลยงานนี้ชีเกรซน่าจะกลายเป็นขวัญใจเหล่าเพศที่สามแน่นอน ซึ่งแฟนๆ ก็ต้องรอติดตามว่าในละครจริงๆ อินเนอร์ชีจะมาแบบครบเครื่องเกินเบอร์ขนาดไหน ห้ามพลาดกับละครเรื่อง “นางฟ้าคาบาเร่ต์” ทางช่อง GMM25 ปีหน้า 2021 มาแน่  

Scroll To Top