web analytics
SIAMNEWSDAY

JRBUBBLEGUM ปล่อยเดบิวต์ “BUBBLE (W)RAP”อัลบั้มแรกในชีวิต..พร้อมจุดไฟวงการฮิปฮอปไทย!

“นี่ไม่ใช่แค่อัลบั้ม แต่คือการปลดปล่อยตัวตน” — คำประกาศของ JRBUBBLEGUM ศิลปิน LGBTQ+ แรปเปอร์คนแรกของไทยที่มีอัลบั้มเต็มอย่างเป็นทางการ กับผลงานเดบิวต์ชุดแรก “BUBBLE (W)RAP” ที่รวมทั้งเสียง ความรู้สึก และพลังของการก้าวข้ามทุกกรอบทางเพศและสังคมไว้อย่างครบถ้วน

ชื่ออัลบั้ม “BUBBLE (W)RAP” เล่นคำจาก Bubble Wrap (สิ่งที่ใช้ห่อหุ้มปกป้อง) และ Rap (แนวเพลงหลักของ JR) สื่อถึงการ “แกะห่อ” ออกจากกรอบเดิม และเผยตัวตนที่แท้จริงของศิลปิน ผ่านบทเพลงที่หลากหลายทั้งอารมณ์และแนวทางดนตรี ตั้งแต่ Thai Hip-hop, Pop จนถึง EDM อัลบั้มนี้ยังถูกนิยามว่าเป็น time capsule ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตของ JRBUBBLEGUM และภาพสะท้อนสังคมไทยในปี 2025 ถ่ายทอดผ่าน 12 แทร็กที่ผสมผสานความจริง ความรัก ความเจ็บปวด และความฝันของคนรุ่นใหม่ออกมาอย่างสดและจริงใจ เปรียบเสมือน “หมากฝรั่งหลายรสชาติ” — หวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด — ที่บอกเล่ามิติชีวิตในแบบของ JR

อัลบั้มนี้ประกอบด้วย Tracklist ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและสีสันทางอารมณ์ — จากความหวานใสในเพลง DM, ความเปรี้ยวจัดจ้านใน เปรี้ยว, ความเผ็ดเร่าร้อนของ แฉะ (Wet) และ ฝน (Hot Rain) ไปจนถึงความขมปนซึ้งใน ใครอินก่อนแพ้ นอกจากนี้ยังมีเพลง CHEW / CHOKE ที่มาพร้อมพลังแรปดุดัน, แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม เพลงอารมณ์ขันที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างมีเสน่ห์, และ เดิน (Walk) ที่ได้สองศิลปินระดับท็อปอย่าง Ton Thanasit (ต้น ธนษิต) และ SILVY (ซิลวี่–ภาวิดา มอริจจิ) มาร่วมส่งต่อพลังการยืนหยัดผ่านดนตรีที่แหวกขนบของป๊อปและฮิปฮอปไทย

ยังมี สายฝอ ft. Tsunari เพลงลูกผสมไทย–ลอนดอนที่ตอกย้ำความเป็น global rap star ของ JR, บุ่มบ่าม ที่เล่าเรื่องการใช้ชีวิตแบบกล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวผิดพลาด และที่ขาดไม่ได้ แจว (Jeaw) ft. Bizcuitbeer & Gunner เพลงไวรัลแห่งสงกรานต์ที่สนุก สดใส เป็นสะพานเชื่อมคนไทยกับโลกอย่างแท้จริง ทุกเพลงคือส่วนหนึ่งของจักรวาลดนตรีที่ JR สร้างขึ้นภายใต้ชื่อ “BUBBLEGUM WORLD” ผลงานที่สะท้อนทั้งตัวตนและวิสัยทัศน์ทางดนตรีได้อย่างครบถ้วน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการเพลงไทย ที่ศิลปิน LGBTQ+ สามารถสร้างอัลบั้มเต็มได้อย่างสง่างาม พร้อมพลัง “break the barriers” ทั้งด้านเพศ วัฒนธรรม และเสียงดนตรี แสดงให้เห็นว่าศิลปินไทยพร้อมยืนบนเวทีโลกด้วยคุณภาพและตัวตนที่แท้จริง

สยามเซ็นเตอร์ นำเสนอเรื่องราวของ “ความรัก” ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น กับ Absolute Siam Store Presents ‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  นำเสนอเรื่องราวของ “ความรัก” ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น กับ Absolute Siam Store Presents ‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘ คอลแลบส์สุดพิเศษที่ผสานโลกของแฟชั่นและภาพยนตร์เข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนพลังความสนุกและเสน่ห์เฉพาะตัวในทุกรายละเอียด

            ‘ลงนวมบอยส์’ ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความโรแมนติกสุดอลวนจากภาพยนตร์ ‘อนงค์ 2 สามสี่ชาติ’ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวของความรักในทุกมิติ ผ่าน “เสื้อลิมิเต็ด 3 ลาย”ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉากสำคัญในภาพยนตร์ พร้อมด้วย  “The Spirit of Love Perfume Balm” — บาล์มน้ำหอม 4 กลิ่นพิเศษที่ปลุกเสน่ห์และพลังในตัวคุณ ภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งความรักจากภาพยนตร์เรื่องนี้

            โดยในวันเปิดตัวคอลเล็กชั่น ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์, Absolute Siam Store และ ตัวแทนแบรนด์ลงนวมบอยส์ พร้อมด้วย ผู้บริหารจังก้าสตูดิโอ ผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง ‘อนงค์ 2 สามสี่ชาติ’ มาร่วมงานที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

ร่วมสัมผัสกลิ่นอายแห่งความรักที่มาพร้อมทั้งพลังและความป่วน ผ่านเสื้อลิมิเต็ด 3 ลาย และ บาล์มน้ำหอม 4 กลิ่นที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกโรแมนติกสุดอบอุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์!

“เลิกกันมั้ย” เพลงใหม่ของ RachYO ที่ส่งต่อความรู้สึกที่ ‘ยังรักอยู่… แต่ต้องยอมปล่อย’

ตัวแทนของคนที่รักหมดใจโดยไม่เผื่อใคร แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่ายิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ

“เลิกกันมั้ย…อยู่ต่อไปก็ตายเปล่า” เนื้อเพลงสุดเรียบง่าย แต่แทงลึกเข้าไปในหัวใจของใครหลาย ๆ คน จาก “เลิกกันมั้ย” เพลงใหม่จาก RachYO แรปเปอร์หนุ่มเลือดอีสาน ดาวรุ่งแห่งวงการเพลงฮิปฮอปไทย ที่เป็นตัวแทนของคนที่มอบความรักให้กับใครสักคนหมดทั้งหัวใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ากับความจริงที่เจ็บที่สุด ว่าความรักที่พยายามรักษาไว้ อาจไม่ใช่ทางออกของความสุขอีกต่อไป

“เลิกกันมั้ย” จากปลายปากกาของ RachYO เผยให้เห็นถึงมุมมองของความรักที่ไม่ได้จบลงด้วยความหวานชื่นและสุขสมหวังเสมอไป เพราะในบางครั้ง ต่อให้เราทุ่มเทให้กับความรักในครั้งนี้จนหมดหัวใจ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และการยอมปล่อยอีกฝ่ายไปพบกับคนใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แม้ว่าตัวเราเองจะต้องทนกับความเจ็บปวดเพียงลำพังก็ตาม เป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่เคยมีความรักRachYO ตั้งใจถ่ายทอดความรู้สึกนี้ผ่านเนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมา พร้อมกับน้ำเสียง และสไตล์การร้องที่ผสมผสานสไตล์ฮิปฮอปเข้าไว้ด้วยกันกับจังหวะการร้อง และดนตรีสไตล์ไทยอีสาน ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ RachYO จึงทำให้เพลงนี้ไม่ได้ส่งต่อแค่ความรู้สึกเศร้าและเจ็บปวด แต่ยังมอบความอบอุ่นที่

ปลอบประโลมจิตใจคนฟัง ที่สามารถรับรู้ได้ว่า ต่อให้ต้องเจ็บปวดแค่ไหน ก็ยังมีบทเพลงดี ๆ ที่คอยฮีลใจให้อยู่เสมอ และชีวิตยังคงต้องก้าวเดินต่อไป เพื่อเจอกับความรักที่ดีกว่าในอนาคต

“เลิกกันมั้ย…อยู่ต่อไปก็ตายเปล่า

อย่าอยู่กับคนไม่เอาอ่าว

อย่างฉันมันไม่มีอะไรดีพอ

เลิกแล้วเนาะเลิกแล้วทุกอย่าง

เลิกทะเลาะเลิกความลำบาก

ให้เธอกลับคืนไป

ไปเสียไปซะเธอ

เลิกกันไปแล้วคงดีเสียกว่า…”

ครั้งแรกของวงการเพลง วง Drink ทำเซอร์ไพร์ส!!

เรียกว่าเซอร์ไพร์สแบบสุดๆ สำหรับ “วง Drink” วงดนตรีร็อคแห่งเมืองเหนือ โดยค่าย Khaosan Lab  ที่ได้ปล่อยมิวสิควีดีโอเพลงใหม่อย่างเพลง “เหตุผล” นำโดย “ยิ๊กกี้ นักร้องนำ, บอส มือกีตาร์และ “อุ๋ย  มือเบส” สำหรับเพลง “เหตุผล” ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกลึกซึ้ง นำเสนอเรื่องราวของความรักและการจากลาที่สะท้อนมุมมองของความรักที่จบลงโดยไม่รู้เหตุผลชัดเจน นำมาซึ่งความเจ็บปวดและการยอมรับความจริงอย่างไม่เต็มใจ!!

และความพิเศษของเอ็มวีเพลงนี้ คือทางค่าย Khaosan Lab ได้นำเอาเทคโนโลยีของนวัตกรรม AI มาใช้ในการเล่าเรื่องมิวสิควีดีโอและถ่ายทอด อารมณ์ที่อยู่ในเนื้อเพลงผ่านภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีเพื่อสื่อสารความรู้สึกลึกซึ้งของบทเพลง พร้อมยังเป็นการนำเสนอที่ “มากกว่าการเล่าเรื่องด้วยเสียง” แต่ยังรวมถึง “การสื่อสารด้วยภาพ” จากมุมมองของเทคโนโลยี AI นับเป็นความพิเศษและเป็นอะไรใหม่ๆในวงการเพลงของประเทศไทย

“THX RE:VIBES” ปิดโปรเจกต์สุดปัง!

ส่ง 2 Special Track “Honey Honey” & “Magic Hour”ฟินพร้อมกันทั้งสตรีมมิ่งและ Live Session Visualizer

โปรเจกต์ THX RE:VIBES  จากค่าย  E29 Music Identities   ปิดฉากบทโซโล่อย่างสวยงาม ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในโมเมนต์สุดพิเศษของปี หลังจากสร้างปรากฏการณ์ด้วยการรีไวป์เพลงฮิตในตำนานของ MONO Music จนแฟนเพลงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่  อินไปกับเพลงโซโล่ของสมาชิก THX ที่สะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน  เสิร์ฟความพิเศษต่อเนื่อง เปิดตัว 2 Special Track ได้แก่ “Honey Honey” (ต้นฉบับ Candy Mafia) และ “Magic Hour” (ต้นฉบับ G-Twenty) ให้แฟน ๆ ได้ฟังพร้อมกันทั้งบนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และชมในรูปแบบ Live Session Visualizer บน YouTube ได้แล้ววันนี้

ความพิเศษของ 2 เพลงนี้   คือการหยิบเพลงเกิร์ลกรุ๊ปป๊อปยุคก่อนกลับมา Re-Vibe ใหม่ ให้เป็นดนตรี T-POP ที่ร่วมสมัยเรียกได้ว่าเป็น Special Track ที่ “REVIBES” ของจริง เปลี่ยน Vibes เดิม ๆ ของอดีต ให้กลายเป็น Vibes ของปัจจุบัน  นอกจากนี้ Live Session Visualizer ทั้งสองเพลงยังถ่ายทำในบรรยากาศเรียบง่าย  แต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ของความสดและความเป็นธรรมชาติ  THX ที่ถ่ายทอดเคมีน่ารักๆ แบบไม่ปรุงแต่ง จนแฟนๆ ต้องยอมใจว่า “สวยมาก!!!”

แป้ง ณัฐณิชา ทิพยมณฑล ผู้บริหาร E29 Music Identities กล่าวว่า  “Honey Honey และ  Magic Hour   คือการเฉลิมฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์ RE:VIBES และเป็นของขวัญที่เราตั้งใจมอบให้แฟนๆ หลังจากทุกคนให้การสนับสนุนเพลงโซโล่อย่างอบอุ่น เราอยากให้ทั้งสองเพลงนี้เป็นโมเมนต์พิเศษที่แฟนๆ เก็บไว้ในใจ”

THX กล่าวร่วมกันว่า  “โปรเจกต์ RE:VIBES เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพวกเราค่ะ เพราะนอกจากจะได้ถ่ายทอดเพลงฮิตในตำนานในแบบของ THX แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่แต่ละคนได้มีเพลงโซโล่เป็นของตัวเองด้วย ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เราได้แสดงความสามารถในมุมใหม่ๆ และได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้น  พวกเราตั้งใจเต็มที่จริงๆ และอยากให้ทุกคนอินไปด้วยกันค่ะ”

ปิดฉาก PUN ‘Bandage’ The 1st Concert คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตได้อย่างสวยงาม

ถ่ายทอดหลากหลายอารมณ์ได้อย่าง Perfect โปรดักชั่นจัดเต็มทุกช่วง สมการรอคอยทุกวินาที

ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ท่ามกลางความประทับใจของแฟนเพลงนับหมื่น กับ PUN ‘Bandage’ The 1st Concert คอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตของ PUN หรือ ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงวัย 22 ปี ภายใต้สังกัด Universal Music Thailand ที่บัตร sold out ทั้งสองรอบ ในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 ที่ UOB Live, Emsphere

PUN ‘Bandage’ The 1st Concert เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่มอบประสบการณ์ในการชมโชว์ที่ดีที่สุดโชว์หนึ่งในประเทศไทยเลยทีเดียว เริ่มด้วยเซ็ตลิสต์ของเพลงที่จัดแบ่งมาเป็นอย่างดี ไล่ไปตามแต่ละอารมณ์ที่มีทั้ง ‘Pain’ ดำดิ่งสู่ความเจ็บปวด, ‘Heal’ การเยียวยาหัวใจของตัวเองอย่างช้า ๆ, ‘Relapse’ ความเจ็บแบบซ้ำ ๆ ที่ย้อนคืนหวนกลับมาอีกครั้ง ไปจนถึง ‘Acceptance’ การยินยอมรับความเจ็บปวดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่นำไปสู่การให้กำลังใจตัวเอง ให้ยังคงก้าวเดินตามความฝันของตัวเองต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จนกว่าจะถึงวันที่ตัวเองยิ้มออก และภาคภูมิใจกับตัวเองได้อย่างเต็มที่

การเรียงร้อยเพลงในแต่ละส่วนก็ทำออกมาได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การเปิดตัวด้วย “Stay”, “Lonely In The City” และ “Living Death” ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดออกมาได้อย่างชัดเจน ก่อนจะเข้าสู่เพลงที่มีสีสันมากขึ้นอีกนิดกับ “คำถาม”, “COLD BEER”, “ที่เดิม”, “Obsessed” และ “เค้าว่า” ที่ได้ JAONAAY (เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน) มาร่วมเวทีด้วย ก่อนจะจบช่วงแรกไปสวย ๆ ด้วย “KRYPTONITE” ที่แฟน ๆ ชาว ALWAYS ต่างพากันทำแฟนโปรเจกต์ให้อย่างสวยงาม

ช่วงที่สองมาแบบเท่ ๆ กับ “Therapist”, “เท่ไป (TAEPAI)”, “Baby u my queen”, “MUSE”, “I Just Wanna Know” และ “ฉบับปรับปรุง” เวอร์ชั่นศิลปิน 3 คน PUN, ZENTYARB และ LAZYLOXY ที่แฟน ๆ คิดถึงและยากที่จะได้เห็น ก่อนจะส่งมอบเวทีให้ ZENTYARB โซโล่เพลง “ฆาตกรความจำเสื่อม” และ PUN กลับมาพร้อมแขกรับเชิญพิเศษอีกคนคือ SARAN ที่มาในเพลง “ฝันกลางวัน” ก่อนจะปิดช่วงนี้ด้วย “(Skit)” และ “Perfect” อีกเพลงฮิตที่ได้ 1MILL มาร่วมแจม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของคอนเสิร์ตนี้คงหนีไม่พ้นช่วงการแสดงบนเวทีรอง ที่ PUN ได้เล่นเครื่องดนตรีเองทั้งกีตาร์และเปียโน พากันดำดิ่งสู่ช่วงอารมณ์เศร้าที่เป็นซิกเนเจอร์ของ PUN กับเพลง “After the party’s over”, “หล่น (Faded)” และ “Goodbye” ที่เผยให้เห็น PUN บนเวทีที่คลุมด้วยผ้าขาวโปร่ง ฉายโปรเจกเตอร์ให้เห็นทั้ง PUN และกราฟิกตัวอักษรสวย ๆ ในเพลง “หล่น (Faded)” ที่ยกให้เป็นซีนที่สวยที่สุดซีนหนึ่งของคอนเสิร์ตนี้เลยทีเดียว

จากนั้น PUN กลับเข้าสู่เวทีใหญ่ ดึงอารมณ์ทุกคนให้มาเยียวยาหัวใจตัวเอง ด้วยการส่งกำลังใจให้กับตัวเองและทุกคน ผ่านเพลง “Life” ก่อนจะชวน THE TOYS มาร้องเพลง “ลาลาลอย (100%)” ในรอบวันเสาร์ และ URBOYTJ มาแจมในเพลง “CHEMICAL” ในรอบวันอาทิตย์ รวมถึงเพลงสนุก ๆ อย่าง “BF” ที่ทุกคนพร้อมใจกันตะโกนว่าไม่เอา ‘Best Friend’ กันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ 10/10 ด้วย “รอที่เส้นขอบฟ้า”, “DAY ONE” และ “นิทานในฝัน 2024” ในช่วงอังกอร์ จบคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิตของ PUN ได้อย่างสวยงามสมการรอคอย จนทุกคนชื่นชมว่า PUN เก่งมาก กันอื้ออึงไปทั่วทั้งฮอลล์

ผู้ชมได้เห็นถึงความเป็นศิลปินของ PUN ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงออกมาได้อย่างจริงใจ และเข้าถึงหัวใจคนฟังได้อย่างจัง บวกกับทุกองค์ประกอบบนเวทีล้วนส่งเสริมให้โชว์ครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งแสง สีเสียง โปรดักชั่นที่จัดเต็มและสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นพร็อพอย่าง เก้าอี้ลอย หลอดไฟ หรือตู้โทรศัพท์ รวมถึงเวทีไฮดรอลิกที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างอิสระ และจอ LED ขนาดใหญ่สีสันคมชัดที่ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินในทุกช่วงการโชว์ นอกจากนี้ ดนตรีที่ถูกดีไซน์ขึ้นใหม่เฉพาะคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะ ยังสร้างความสดใหม่และน่าตื่นเต้นให้กับทุกเพลง เสริมด้วยเหล่าแดนเซอร์ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีได้อย่างลงตัว พร้อมซีนจบคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและน่าประทับใจ เมื่อครอบครัว เพื่อนสนิท และทีมงานของ PUN มายืนให้กำลังใจอยู่หลังเวที เป็นซีนจบที่ตราตรึงใจทั้งกับศิลปินเองและผู้ชมในฮอลล์ รวมถึงแฟนเพลงที่ต่างรู้สึกภูมิใจและขอบคุณตัวเองที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานี้ ได้พิสูจน์กับตาว่าศิลปินที่พวกเขาชื่นชมประสบความสำเร็จได้อย่างงดงามเพียงใด

นับว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตจากศิลปินชาวไทยวัยเพียง 22 ปี ที่เผยให้เห็นถึงพัฒนาการที่ไม่สิ้นสุด และเป็นเพียงก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของ PUN บนเส้นทางศิลปิน ที่จะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังสู่ความฝัน ซึ่งทุกคนต่างเชื่อว่าเขาจะเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน!

#PUN #PUN_Bandagethe1stconcert #PUN_BandageD1 #PUN_BandageD2 #UniversalMusicTH

“มีนตรา อินทิรา” คว้ารางวัลงาน Joox Top Music Night 2025

“มีนตรา อินทิรา” ศิลปินสาวชื่อดังจากแกรมมี่โกลด์ ขึ้นรับรางวัลในงาน Joox Top Music Night 2025 กับรางวัล JOOX Editor’s Choice Artist of the Year ท่ามกลางเสียงปรบมือจากคนทั้งฮอลล์ พร้อมสร้างความประทับใจด้วยโชว์เปิดเวทีสุดแซ่บถึงเครื่อง ร่วมกับ “เต๋า ทัศนัย” อีกหนึ่งศิลปินมากความสามารถ ที่ทั้งคู่ระเบิดพลังในฐานะตัวแทนจากค่ายแกรมมี่โกลด์อย่างเต็มภาคภูมิ สะท้อนเสน่ห์ของเพลงลูกทุ่งไทยร่วมสมัยสู่สายตาแฟนเพลงทั่วโลกอย่างน่าชื่นชม

นอกจากเสียงร้องและพลังการแสดงที่สะกดคนดูแล้ว ทั้งคู่ยังจัดเต็มเรื่องแฟชั่น! โดยสาว “มีนตรา” ได้เปลี่ยนถึง 3 ลุค กับชุดสุดแซ่บ เรียกได้ว่า ชีเสิร์ฟตั้งแต่ชุดเดินพรม, ชุดโชว์, ไปจนถึงชุดรับรางวัล เล่นเอาแฟนๆ ตาค้างไปตามๆ กัน ด้าน “เต๋า ทัศนัย” ก็ไม่น้อยหน้า เปลี่ยนถึง 2 ลุค แบบสับแบบใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของศิลปินไทยที่กำลังเฉิดฉายในเวทีระดับสากลได้อย่างสมศักดิ์ศรี!

The Young Wolf ปล่อยเดือด! ซิงเกิลใหม่ “The Jack (rider)” ร็อกดิบ พุ่งทะยานกับชีวิตอิสระไร้ขีดจำกัด!!

The Young Wolf (เดอะ ยังวูฟ) วงร็อกแอนด์โรลฝีมือจัดจ้าน โชว์เดือด! ค่าย MACROWAVE (มาโครเวฟ) สังกัด TERO MUSIC  นำโดย  โจนาธาน-วสันต์ สิทธิสา (ร้องนำ),  จิมมี่เพชร -พชร รุ่งเรืองสมบัติ (มือกีต้าร์), นนท์ – วริทธิ์ วิถุนัด (มือกีต้าร์), สองสอง-ณณฐ พัฒน์ช่วย (มือเบส) และ ลิตเติ้ล-เศรษฐวงศ์ เวชประสิทธิ์ (มือกลอง) ใส่เกียร์เดินหน้าปล่อยซิงเกิลล่าสุด “The Jack (rider)” เพลงร็อกมันสะใจที่พุ่งทะยานแบบ “เบรกไม่อยู่”  ถ่ายทอดพลังของอิสรภาพ ดิบ เดือด และดุดันในแบบฉบับของหมาป่าหนุ่มที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด  เพลงนี้ถูกเขียนขึ้นโดย “โจนาธาน นักร้องนำ” พูดถึงคนที่ใช้ชีวิตแบบไม่กลัวอะไรเลย เหมือนคาวบอยหรือไบค์เกอร์ที่ออกเดินทางไปยังที่ที่ไม่รู้จัก ใช้ชีวิตในแบบตัวเองเต็มที่ และไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

โจนาธาน เล่าว่า“The Jack (rider)” เพลงพูดถึงคนๆ นึง ที่ใช้ชีวิตย่างก้าวเข้าไปในที่ที่ไม่รู้จัก ที่รู้ว่ามันมีอันตราย แต่ก็ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ใช้ชีวิตแบบอิสระเสรี ดนตรีมีกลิ่นอายของความเป็น Western Rock ผสมผสานกับ Funk และ Soul ยุค 60s-70s ผ่านจังหวะ Shuffle แบบรถไฟที่พาให้รู้สึกเหมือนกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าลมในเส้นทางบนไฮเวย์ ชีวิตมันก็ไหลไปเรื่อยๆ เหมือนเนื้อเพลง ที่ว่า Life is just a river, running down into the hills

 ชีวิตเรามันก็ใช้ไปเรื่อยๆ เต็มที่กับมัน พอสุดท้ายแล้วมันก็เหมือนกับน้ำที่ไหลลงไปสู่น้ำตก เปรียบชีวิตคนเรา สุดท้ายก็ต้องตาย อย่างเนื้อเพลงที่ว่า Marching to the undertaker, death is chasing me เราต้องเดินหน้าหาสัปเหร่อและความตายเข้าซักวัน ชีวิตเป็นของคุณ คุณใช้ยังไงก็ได้ เหมือน The Jack พร้อมช่วงท้ายคอรัสที่โชว์ฝีมือของวงในจังหวะ Unison และ Syncopate ที่ต้องการความแม่นยำสูงและการซ้อมอย่างเข้มข้น  ในส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลงนี้เน้นPerformance Video ที่โชว์ความดิบของสมาชิกแต่ละคนในลุค Biker หลากสไตล์ ทั้งหนัง ยีนส์ หรือคาวบอย เพื่อสื่อถึงแนวคิด “Nomad” ที่แต่ละคนต่างมีเส้นทางอิสระของตนเอง แต่กลับมาพบกันบนถนนสายดนตรีเดียวกัน ที่พิเศษกว่านั้น เพลงนี้ยังถูกมิกซ์และมาสเตอร์ โดย Dan Turner  มือมิกซ์ที่เคยร่วมงานกับศิลปินดังระดับโลก อย่าง Bullet for my valentine, Elvis Costello, Pet Shop Boys และ The Cardigans  ในซาวด์ที่สดใหม่ หนักแน่น  ในแบบของเรา The Young Wolf

 “สุดท้ายพวกเราขอบคุณทุกคนที่ติดตาม ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงเราหรือเพิ่งรู้จักกัน เพลงนี้อยากให้คุณฟังแล้วรู้สึกว่า คุณเองก็เป็น The Jack ในแบบของคุณ ใช้ชีวิตเต็มที่ไปเลย แล้วเราจะเจอกันตรงทางแยกของชีวิต”

#TheJackrider #TheYoungWolf  #MACROWAVE #Teromusic

COPTER ฝากคำขอบคุณถึงแฟน ๆ ผ่านเพลงบัลลาดสุดหวาน “ใบพัด”ยืนหนึ่งด้านโวคอลสมตำแหน่ง Prine of T-Pop แห่ง TAKHLI GANG

หลังจากส่งเพลงแรปสุดแซ่บ “หมอนทอง” ของ PITTA P. เพลงสำหรับสายมูสุดโจ๊ะ “เทพท้อ” จาก LAILA ให้ติดลมบนทั่วฟ้าเมืองไทยกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาของน้องคนเล็กสุดของ TAKHLI GANG อย่าง COPTER ที่มาพิสูจน์ความสามารถด้านโวคอลกับ “ใบพัด” เพลงบัลลาดหวานซึ้ง ที่เขาตั้งใจแต่งเพลงนี้เพื่อขอบคุณเหล่าใบพัด (COPTARR) หรือกลุ่มแฟนคลับของเขาที่คอยติดตามเขามาอย่างเหนียวแน่น คอยให้การสนับสนุนเขาในทุก ๆ อย่างที่เขาทำมาโดยตลอด เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ Price of T-Pop คนนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

Scroll To Top