web analytics
SIAMNEWSDAY

แค่โชว์เซ็กซี่ “ภูมิ” เจอเฆี่ยนเลือดอาบ

ถึงจะสวมบทเป็นคุณพ่อแล้ว แต่หุ่นก็ยังแน่นฟิตเหมือนเดิม แค่เห็นผิวขาว ๆ กล้ามแน่น ๆ ของหนุ่ม “ภูมิ-ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ที่ต้องถอดเสื้อรับไม้เรียวแบบเน้น  ๆ ในละคร ภูตรัตติกาล ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8  ก็อดที่จะชวนมอง เอ้ย! สงสารไม่ได้ โดยเป็นซีนที่ สาว “มิ้นท์-ณัฐวรา” มาเยาะเย้ย ภูมิ แถมยังร้ายถึงขั้นกร่างตบ “ปาย สิตางศุ์” และ “ต่าย-ชัชฎาภรณ์” จน “เบนซ์-ปุณยาพร” ต้องเข้ามาปราม ทำให้โมโหถึงขั้นตบเอาคืน เรียกได้ว่าซีนนี้รวมสาว ๆ ของหนุ่มภูมิไว้ในซีนเดียว เบื้องหลังจะเข้มข้นขนาดไหน มีภาพให้ดูกัน

            เป็นฉากที่ ขุนงาย(ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ถูกทหารจับถอดเสื้อแล้วก็มัดเข้ากับเสา ม่านฟ้า(มิ้นท์-ณัฐวรา) ยิ้มเยาะที่แผนการของขุนงายไม่สำเร็จและสั่งให้ทหารเฆี่ยนขุนงาย เกษแก้ว(ปาย สิตางศุ์) รีบเข้ามาขวาง ม่านฟ้าไม่พอใจตบเกษแก้วจน ศรีออนกับจันทน์ผารีบมาดูเหตุการณ์ จันทน์ผา(เบนซ์-ปุณยาพร) สั่งศรีออนให้ไปช่วย ขุนงานม่านฟ้าไม่ยอมด่ากราดจนจันทร์ผาเข้าไปตบหน้าม่านฟ้าเพื่อเรียกสติ

            เบื้องหลังฉากนี้ทีมงานยกกองไปถ่ายทำกันที่ กันตนา ศาลายา เป็นอีกหนึ่งซีนใหญ่ที่นักแสดงมาเข้าฉากกันแบบเนืองแน่น แต่ดูท่าวันนี้หน้าเซต จะดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะงานนี้หนุ่มภูมิ จะต้องถอดเสื้อโดนขึงด้วยเชือกเพื่อจะโดนเฆี่ยน งานนี้สาว ๆ ที่มาเข้าฉาก โดยเฉพาะสาวเบนซ์ แซวว่า หูยเห็นแล้วอยากจะเอาไม้มาเฆี่ยนเองเลยจริง ๆ ฮ่า ๆ ด้านภูมิพอรู้ว่าเป็นที่จับจ้อง ก็เลยแอบเขินไม่น้อย แต่เหนือการโฟกัสความขาวของหนุ่มภูมิ ก็คือบทที่ต้องใช้พูดกันในซีนนี้นี่แหละ เพราะบทแต่ละคนยาวมาก แถมยังต้องพูดภาษาเหนือกันด้วย แถมยังต้องมีดราม่า ตบตี แบบเชือดเฉือนกันอีก พูดเลยว่างานนี้ไม่มีหมู หลังจากผู้กำกับ วิชิต วัฒนานนท์

เรียกนักแสดงมาซักซ้อมคิดต่อบทกันแล้ว ถ่ายจริงเริ่มที่ ภูมิถูกมัดอยู่ที่เสา เตรียมโดนเฆี่ยน ปายร้องทรุดด้วยความเสียใจอยากจะช่วยคนที่รักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มิ้นท์เข้ามาพูดเยาะเย้ย ภูมิปายจะเข้าไปแก้มัดจึงโดนมิ้นท์ตบ ปายตัดสินใจไปฟ้อง เบนซ์และต่ายให้มาช่วย ต่ายเข้าไปจะแก้มัดภูมิแต่ก็ถูกมิ้นขวางทำท่าจะตบแต่เบนซ์เข้ามาห้ามมิ้นท์ยังไม่หยุดกำเริบ จึงโดนเบนซ์ตบสั่งสอน มิ้นท์มองด้วยสายตาแค้น เหตุการร์นี้จะลงเอยอย่างไร ขุนงายจะรอดจากความผิดนี้หรือไม่ ติดตามชมฉากนี้ได้ในละคร ภูตรัตติกาล วันอังคาร 6 ตุลาคมนี้  เวลา 20.20 น.  ทางช่อง8 กดเลข 27   

เปลือยหมดเปลือก “แตงโม นิดา” ครั้งแรกหลังสูญเสีย

เพิ่งสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักไปก่อนหน้านี้ สำหรับ นักแสดงสาวแตงโม นิดา ซึ่งในวันนี้เจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และตั๊กแตน ชลดา เป็นพิธีกร พร้อมเผยสถานะหัวใจตอนนี้มีคนคุยแล้ว

เป็นยังไงบ้าง?
แตงโม : ตอนนี้ทำใจได้เยอะแล้วนะคะ ตอนนี้คุณพ่อจากไปประมาณ 2 อาทิตย์ จริงๆ ก็เริ่มทำใจมาเรื่อยๆ ตั้งแต่คุณพ่อป่วย เพราะคุณหมอบอกไว้แล้วว่าจะอยู่ได้แค่ประมาณเดือนเดียว

ท่านรู้ไหม?
แตงโม : รู้ค่ะ เขาก็ทรุด เพราะว่าใจเขาจะแบบพอรู้ว่าตัวเองเป็นหนักใจเขาจะค่อนข้างอ่อนแอ เหมือนแบบท้อ

เราทำใจได้แล้ว แต่เราก็ยังอยู่คนเดียวไม่ได้?
แตงโม : ยังอยู่คนเดียวไม่ได้ค่ะ คือ อยู่คนเดียวแล้วคิดถึงพ่อมากเลย มันไม่มีที่ปรึกษาแล้ว มันไม่มีคนคุยด้วยแล้วในเรื่องราวต่างๆ ไม่มีคนแชร์ประสบการณ์ ก็มีเหงาคิดถึงพ่อ ทุกวันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่เวียนมาอยู่ด้วย

ซื้อบ้านติดกับคุณพ่อ แล้วเวลากลับไปเห็น?
แตงโม : ตอนนี้รู้สึกว่าบ้านสองหลังติดกัน เมื่อก่อนนี้มันเคยพอดี ตอนนี้พอคุณพ่อไม่อยู่ แฟนคุณพ่อก็ออกไปด้วย เหลือเราคนเดียวแล้วบ้าน 2 หลัง มันว้าเหว่มากเลย

แล้วตอนนี้อยากขายไหมสักหลัง?
แตงโม : จริงๆ รักบ้านหลังนี้มาก เป็นทาวน์โฮมติดกันแล้วก็เจาะทะลุ อาจจะทำเป็นสตูดิโอก็ได้ให้คนมาเช่าถ่ายรูป

คุณแม่เป็นยังไงบ้าง?
แตงโม : คุณแม่พอๆ กันค่ะ อาจจะทำใจไม่ค่อยได้เท่าโม คุณแม่ค่อยข้างอ่อนไหว เขาเหมือนยังคิดถึงอยู่ ยังทำใจไม่ได้ที่พ่อจากไปเร็ว

การที่เราสูญเสียคุณพ่อไป มันมีผลต่อโรคซึมเศร้าเราไหม?
แตงโม : ตอนแรกคิดว่ามันจะมีแบบเยอะๆ เลยนะ แต่มันไม่มี ตอนแรกโมคิดว่าโมต้องตายแน่เลย โมไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร แต่พอเอาเข้าจริงๆ คริสเตียนเราเชื่อว่าถ้าใครที่เสียชัวิตแล้ว จะได้อยู่พระสวรรค์ พอเรารู้อยู่แล้วว่าพ่อเราเสียแล้วไปอยู่กับพระเจ้า เราก็เลยไม่รู้จะเศร้าไปทำไม ไม่รู้จะเสียใจไปทำไมนานๆ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งเราจะกลับไปเจอกันที่นั่น

ตอนที่ท่านมารายการ ท่านยังดูแข็งแรงอยู่เลย?
แตงโม : ทรุดเร็วมาก โมก็ยังตกใจเหมือนกัน เขามีโรคแทรกซ้อน มีปอดรั่ว วันหลังๆ เริ่มปัสสาวะเป็นหนอง เริ่มหายใจไม่ออก เริ่มตัวร้อน เห็นท่าไม่ดีก็เลยส่งโรงพยาบาล แล้วอยู่ได้ 2 วันคุณพ่อก็ไป

มะเร็งลามไปถึงกระดูก?
แตงโม : ใช่ ช่วงสุดท้ายที่คุณพ่ออยู่บ้านเป็นเหมือนผู้ป่วยติดเตียงแล้ว ไม่สามารถขยับได้ เพราะเขาเจ็บกระดูกมากต้องใช้อุ้มกันเลย เขาบอกเขาเจ็บไปทั้งตัวเลย เขายอมแพ้แล้วไม่ไหว

หลังจากที่รู้ว่ามีโรคเข้ามาแทรกซ้อน พ่อได้พูดอะไรกับเราไหม?
แตงโม : ไม่ได้พูดค่ะ เขาจะเงียบๆ คือช่วงที่เขาป่วยติแเตียงเขาจะกึ่งความจริง กึ่งความฝัน เขาจะมีอาการเบลอแล้ว จะเล่าอะไรไม่ค่อยถูก

คิดไหมตอนที่พ่อไปโรงพยาบาลนั่นจะเป็นครั้งสุดท้าย?
แตงโม : ไม่คิดค่ะ คิดว่าเดี๋ยวกลับมา โมคิดว่าพ่อน่าจะอยู่เป็นปีๆ เพราะบางวันพ่อก็สุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก วันที่ไปให้เลือดก็รู้สึกดีมาก

เขาเริ่มคุยกับเราไม่รู้เรื่องตอนไหน?
แตงโม : ช่วง 2 เดือนสุดท้าย เขาจะเอาความฝันเขามาเล่าละ มีคนตามฆ่าบ้าง มีอะไรอย่างนี้บ้าง มีคนปองร้ายเขา

เห็นว่าคุณโมได้เซ็นกับโรงพยาบาลไว้ด้วย ถ้าคุณพ่อไปไม่ต้องกระตุ้นด้วยยา?
แตงโม : ใช่ค่ะ เพราะว่าคุณพ่อทรมานหนักมากแล้ว ตอนหลังหลับไปแทบจะไม่รู้เรื่องแล้ว เหมือนยื้อให้เขาทรมานอยู่ด้วยเครื่องแล้ว โมก็เลยมีความรู้สึกว่าถ้าจะทรมานขนาดนี้ให้ไปอยู่กับพระเจ้าดีกว่า แล้วคุณพ่อเคยบอกนานแล้วว่าถ้าวันหนึ่งคุณพ่อถึงวัยชราแล้วป่วย คุณพ่อบอกไม่ต้องยื้อเขาไว้เลย ให้เขาไปดีๆ ดีกว่า แล้วเขาก็จากไปอย่างสงบ

ตอนที่เซ็นร้องไห้ไหม?
แตงโม : โห…ก็ไม่ยอมเซ็นอยู่รอบหนึ่ง คือโรงพยาบาลให้ไปเซ็นใช่ไหมคะ ครั้งแรกเนี่ยไม่ยอมเซ็น มันเหมือนในใจเราคิกว่าเราฆ่าพ่อหรือเปล่าวะ เราเป็นคนสั่งอนุญาตฆ่าพ่อหรือเปล่า รู้สึกอย่างนี้ก็เลยไม่เซ็น แต่พอตอนหลังไปเห็นสภาพเขานอนหายใจเหนื่อย ก็รู้สึกว่าคุณพ่อทรมานมากแล้ว พ่อมีไตวายเฉียบพลันด้วย แล้วก็คิดเชื้อในกระแสเลือดแล้วด้วย ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะด้วย ก็คือข้างในไปหมกแล้วก็เลยไม่รู้ว่าจะยื้อไว้ทำไม เหมือนคุณพ่อก็จะรอให้ทุกคนมาเยี่ยมพร้อมกันหมด เหมือนเขาจะลืมตา ไม่รู้ว่ารับรู้หรือเปล่า แต่ว่า 6 ชม.แล้วแกก็ยังไม่ไปสักที ขณะที่ถอดสายยา ไม่ได้ให้ยาช่วยแล้ว ก็ไม่ไปสักที เราก็เลยกลับบ้านกันมาประมาณ 5 ทุ่ม เพราะคุณหมอบอกว่าพ่อจะไปคืนนี้

พอคุณหมอบอกแบบนี้เราใจปิ้วไหม?
แตงโม : เห็นจากสภาพแลเวไม่ปิ้วนะคะ เพราะว่าคุณพ่ออาการหนักมากจริงๆ แต่ 6 ชม.แล้วยังไม่ไปเลยคะ เราก็เลย คุณพ่อสู้มากเลย กลับบ้านกันมาช่วง 5 ทุ่ม เพราะว่าคุณป้าเขาจะเหนื่อยละ พอนั่งลงปุ๊บโรงพยาบาลโทรมาว่าคุณพ่อเสียแล้ว ไปไม่ทัน

เสียดายไหม?
แตงโม : เสียดายคะ แป๊บเดียวเอง เหมือนท่านรอ ในรูปจะเห็นเลยว่าคนเยอะมากจริงๆ

เหมือนตั้งใจไม่ให้ใครเห็นตอนท่านไป?
แตงโม : ใช่ค่ะ เพราะโมเองก็ไม่ได้อยากเห็นเฮือกสุดท้ายของพ่อ โมกลัวว่าภาพจะติดตา เฮือกสุดท้ายที่หยุดหายใจ

เปิดประตูไปพ่อไม่หายใจแล้ว?
แตงโม : ใจหวิวค่ะ ก็ไม่มีแล้วเนอะพ่อเรา ณ โมเมนต์นั้นถามตัวเองว่าอยากย้อนเวลากลับไปทำอะไรให้พ่อไหม คำตอบคือไม่มี โมคิดว่าโมทำดีที่สุดแล้ว โมเลยรู้สึกว่าโมสบายใจ

ในช่วงเวลาที่ท่านสั่งเสียได้ ท่านบอกอะไรไหม?
แตงโม : ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการดูแลตัวเองมากกว่า เรื่องของการรักษาสุขภาพ แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่คุณพ่ออยากเห็นคือใบปริญญา เหลืออีกแค่ 2 เทอมก็จะจบแล้ว ไม่ทัน โชคดีที่ทันวันเกิด แต่ไม่ทันวันรับปริญญา เสียดายมากๆ

ตอนนี้ถ้าคุณพ่อรับรู้ได้เราอยากจะบอกอะไรคุณพ่อ?
แตงโม : คำเดียวสั้นๆ คิดถึงมากๆ คิดถึงพ่อ

คิดถึงขนาดเอากระดูกท่านแปะตู้เย็น ?
แตงโม : คือเอาส่วนหนึ่งที่จะเอาไปลอยอังคาร ต้องบอกก่อนว่าคริสเตียน ปกติเขาจะใช้ฝัง แต่ด้วยความที่บ้านเราสถานที่ฝังมันจะแพงหน่อย แล้วหายาก ทีนี้ก็จะมีการเผาเกิดขึ้นมาในยุคใหม่ แต่ว่ากระดูกเราจะเอาไปใส่คอนโดของคริสจักร ส่วนหนึ่งก็จะเอาไปฝังพร้อมอากง อาม่าที่ภูเก็ต คุณพ่อเขาอยากกลับไปอยู่กับอากง อาม่า เราก็แยกส่วนไป แล้วอันนี้โมก็ไปเปิดดูอันที่เขาจะเอาไปลอยอังคาร โมก็หยิบเฉพาะชิ้นที่ดีๆ มา แล้วมาแปะที่ตู้เย็นแล้วก็บอกรักนะทุกวัน คิดถึงนะทุกวัน

ทำไมต้องตู้เย็น?
แตงโม : มันเห็นชัดค่ะ เพราะว่าเวลาโมนั่งองศาโมมองตู้เย็น

ในงานศพของคุณพ่อคุณแต๊งค์ แฟนเก่าเขาไปร่วมงานด้วย?
แตงโม : ใช่ต้องขอบคุณ คุณแต๊งค์ แล้วก็ครอบครัวคุณแต๊งค์ด้วย มากันทั้งบ้านเลย ต้องขอบคุณตั้งแต่ช่วงที่คุณพ่อยังป่วยอยู่ ได้สนับสนุนเครื่องช่วยหายใจจากคุณแม่เจกับแต๊งค์นี่แหละคะ เขาซื้อให้ในฐานะของคนที่เคยสนิท แต่อนาคตจะสนิทหรือเปล่าไม่รู้นะ

เขาก็มีแฟนแบ้วใช่ไหม?
แตงโม : ตอนนี้โสดค่ะ ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน มีอะไรเขาก็ช่วยเหลือเราตลอด

อดีตแฟนเก่าคนอื่นๆ มีมาร่วมงานบ้างไหม?
แตงโม : ไม่มีค่ะ มีแต่ส่งดอกไม้มาเป็นพวงหรีดมา

เรื่องความรักปิดไหม?
แตงโม : ไม่ปิด ตอบได้

ตอนนี้ไม่คบเด็กแล้ว?
แตงโม : ไม่คบเด็กแล้ว เพราะว่าคุยกันคนละภาษา เรื่องความไม่เข้าใจกันมันจะมีเยอะ เหมือนประสบการณ์เขาก็ยังน้อยไม่ค่อยเข้าใจในโลกของเรา ในสิ่งที่เราทำ

คนใหม่นี่อายุน้อยไหม?
แตงโม : เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งรวบรัดว่าเป็นคนใหม่สิ

คนที่คุยอยู่ตอนนี้ประมาณเท่าไหร่?
แตงโม : รุ่นราวคราวเดียวกัน บวก ลบ สอง เอาจริงๆ แล้วเด็กกว่าก็ได้ แต่ขอให้เด็กคนนั้นเป็นคนที่มีวุฒิภาวะสูง เป็นคนที่เป็นผู้นำได้ดี มีระเบียบวินัย อย่างนี้โอเค แต่ไม่มี หาไม่เจอ

คนที่คุยอยู่ตอนนี้ในวงการหรือนอกวงการ?
แตงโม : นอกค่ะ

แสดงว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง?
แตงโม : ใช่ค่ะ เขาเป็นพ่อค้า

เขาน่ารักยังไง?
แตงโม : เขาเป็นห่วงเราโดยที่ไม่หวังอะไร เราจะรู้เลยว่าเขามาเพื่อเทคแคร์เรา ไม่หวังอะไรจากเราจริงๆ

เขาเข้ามาคุยกับเรายังไง?
แตงโม : ก็คือจริงๆ เราเคยเจอกันเมื่อ 8 ปีที่แล้วในห้าง ห้างหนึ่ง เพื่อนคนกลางก็มีการแลกไลน์กันให้เรา แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกับเขา หายไปเลย แล้วพอล่าสุดที่เราเลิกกับแฟน เขาก็เสิร์ชไอจีเรา ด้วยความมั่วของตัวเองเสิร์ชเจอ เพราะโมตั้งไพรเวทไว้ เสิร์ชเจอไลน์ของเราได้ยังไงไม่รู้ เขาบอกลองหลายทีแล้วมันไม่ได้ พอเจอเขาก็ถามว่าทำอะไรอยู่ จำเราได้หรือเปล่า เราก็บอกจำได้ ก็เขาบอกสถานที่ที่เคยเจอกันมา

แล้วมันสานต่อยังไง จนทีทุกวันนี้?
แตงโม : ก็มนต์รักน้ำเต้าหู้มั้งคะ เขาซื้อมาให้กินบ่อย

ก่อนหน้านี้เคยพาไปเจอคุณพ่อหรือยัง?
แตงโม : ไม่ทันค่ะ แต่เราเพิ่งคุยกัน ไม่เกิน 3 เดือน

แล้วจากเพื่อนคนสนิทจะเปลี่ยนให้เป็นแฟนจะทำยังไงบ้าง?
แตงโม : อย่าเพิ่งค่ะ ไม่รีบ ใจเย็นๆ รอไปจนกว่าโมจะดูแลเขาได้จริงๆ คือตอนนี้เขาดูแลโมฝ่ายเดียวเลย คือตอนนี้โมรู้สึกเข็ดกับความรัก โมเลยไมาโฟกัสความรักแล้ว แล้วโมก็ปล่อยให้เขาดูแลโมอยู่ฝ่ายเดียว โมขอบคุณเขาตลอดเวลา แต่ว่าโมแทบไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย แต่เขาคงเข้าใจว่าโมอยู่ในช่วงที่เพิ่งเสียคุณพ่อด้วย โมเลยไม่ได้โฟกัสเรื่องความรักเลย

สวยด้วย ตอนนี้เริ่มมีคนคุยแล้ว เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะมีเบบี๋ก็ไม่ใช่เรื่องยาก?
แตงโม : ก็ยากค่ะ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

“พิ้งค์พลอย” ทุ่มสุด บู๊แรกเต็มตัว กระแสปัง

เรตติ้งไต่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับละครบู๊สุดมัน “สิงห์สั่งป่า” ผลงานการผลิตจากค่าย สวัสดีวิชชั่น ยืนยันจากทั้งกระแสตอบรับทางโซเชียลที่ชื่นชมและเรตติ้ง 5.5(เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 63) โดยสาว  พิ้งค์พลอย-ปภาวดี หรือ ดาวพราย เผยว่า

ขอบคุณแฟนละครที่ติดตามชมและเป็นกำลังใจให้กับละคร สิงห์สั่งป่า มากนะคะ ต้องบอกว่าเลยว่า เรื่องนี้เป็นการเล่นละครบู๊เต็มตัวครั้งแรกของตัวเองจริง ๆ   อย่างที่ผ่านมาไม่ต้องบู๊ ไม่ต้องจับปืน วิ่งหนีระเบิดเองขนาดนี้มาก่อน  แต่ก็เป็นการเปิดประสบการณ์ตัวเองเลยค่ะ โชคดีที่ได้  พี่สโนวี่ (พลชย เมธา) ผู้กำกับ พี่ทีมงาน โดยเฉพาะพี่หลุยส์คอยช่วยประกบแนะนำเทคนิคต่าง ๆ ให้  เพราะเราเข้าฉากด้วยกันบ่อย พี่หลุยส์เขาเห็นเราค่อนข้างใหม่กับการบู๊ แต่ก็สนุกดีค่ะ ตอนนี้เรื่องราวกำลังเข้มข้นเพราะดาวพรายเองก็บาดเจ็บ สิงห์(หลุยส์เฮส) ก็ต้องเร่งจัดการกับพ่อเลี้ยงอนันต์ (ปู-อนุวัฒน์) เพื่อยุติแผนร้ายของพ่อเลี้ยงให้ได้ ซึ่งเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไรต่อ และสิงห์กับดาวพรายจะใช้วิธีไหนจัดการกับพ่อเลี้ยงอนันต์  แฟน ๆ เป็นกำลังใจให้กับ สิงห์สั่งป่า ด้วยนะคะ ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 รับรองว่าจัดเต็มทุกความมันแน่นอนค่ะ

“อ๋อม-พิม” ไลฟ์สด พบแฟน “เงาบุญ”

เรื่องราวในละคร “เงาบุญ” หลายตัวละครเริ่มกลายเป็นเปรตกันไปบ้างแล้ว  ซึ่งใครจะเป็นรายต่อไป และเพราะอะไรทำไมเขาต้องกลายเป็นเปรต ผู้จัดพร้อมนักแสดง  รวมตัวกันร่วมพูดคุย พบแฟนละครในกิจกรรม Exclusive Live พูดคุยแบบสด ๆ ทาง  Facebook Fanpage : Ch7HD บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกทีเดียว

นำทัพความคึกคักด้วยผู้จัดละครไฟแรง เวลล์-ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก  แห่งค่าย กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) ที่แท็กทีมเหล่านักแสดง อ๋อม-อรรคพันธ์, พิม-พิมประภา, แชป-วรากร, มิ้นท์-บารมิตา, โม-อมีนา, พลอย-รัญดภา และแอนดรูว์ กรเศก เปิดใจถึงเรื่องราวความเข้มข้นตอนต่อไป งานนี้ได้รับความสนใจจากแฟนละครที่ชมไลฟ์สดจำนวนมาก  ที่แฟน ๆ ถามกันเข้ามามากมายว่าใครจะเป็นเปรตบ้างและเปรตแต่ละตัวแตกต่างกันอย่างไร และคนที่มาในไลฟ์สดวันนี้ใครจะมีคนที่รอดหรือไม่  ซึ่งบรรยากาศไม่หลอนเหมือนในละคร เพราะนักแสดงเล่าไปขำไปอย่างอารมณ์ดี  โดยพระเอกหนุ่ม “อ๋อม-อรรคพันธ์” เผยถึงความรู้สึกว่า

“วันนี้บรรยากาศตอนไลฟ์สนุกมาก เพราะหลังจากที่ปิดกล้องกันไปเรายังไม่ได้เจอกันเลย  วันนี้ก็ได้มาเจอกันอีกครั้งก็สนุกดีครับ  ซึ่งมีแฟนละครถามกันเข้ามาหลายคำถามว่าใครจะเป็นเปรตบ้าง  อันนี้บอกเลยครับว่าต้องรอติดตาม  แต่อยากให้ทุกคนติดตามทุกตอนนะครับ  เพราะในแต่ละตอนก็จะมีเปรตที่แตกต่างกันไป  ซึ่งใครจะเป็นเปรตบ้างก็อยากให้ร่วมลุ้นไปด้วยกันนะครับ”

ติดตามชมละคร เงาบุญ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“จั๊กจั่น” หมดมั่น โดนคนดูไล่ลงเวที

พักความฮาเปลี่ยนโหมดเป็นความดราม่าซักคู่ สำหรับละคร “สะใภ้ไร้ศักดินา” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8  เมื่ออยู่ ๆ นางเอก “จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข” ดันรู้มาว่าคนรักตัวเองอย่าง “ไนกี้-นิธิดล ป้อมสุวรรณ” จะแต่งงาน จึงเกิดผิดใจกัน และเคลียร์กันไม่ลงรอย ซ้ำหนักพอจะขึ้นเวทีร้องเพลง แฟน ๆ กลับปาขวดน้ำไล่ลงจากเวที  เบื้องหลังจะดราม่าขนาดไหน มีภาพมาให้ชมกัน

            เป็นฉากที่ อาชา(ไนกี้-นิธิดล) กำลังเตรียมงานคอนเสิร์ตอย่างแข็งขันและกำลังจะเดินเข้าไปให้กำลังใจ ปลิวลม(จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) ที่กำลังแต่งตัวหลังเวทีแต่ปลิวลมกลับไล่อาชาให้ออกไปจากชีวิตเธอสักทีอาชาหน้าถอดสีกล้ำกลืนด้วยความเสียใจ และเดินหันหลังกลับไปด้วยน้ำตา ปลิวลมกัดฟันขึ้นร้องเพลงบนเวที แต่ยังไม่ถึงครึ่งเพลงก็โดนคนดูไล่ปาของ จนอาชาต้องขึ้นมาช่วย

            เบื้องหลังฉากนี้ทีมงานยกกองไปถ่ายทำที่วัดย่านปทุมธานี เป็นฉากที่พูดเลยว่าได้ฟังเพลงตำโป๊ก(รักน้องต้องหมั่นตำ)แบบทั้งน้ำตา เพราะซีนในวันนี้ดราม่าซะจนไม่เหลือคราบแม่สาวปลิวลมสุดก๋ากั่นไว้เลยสักนิด แถมซีนนี้ไนกี้ต้องเปลี่ยนโหมดหนุ่มขี้เล่นมาเป็นคนเจ้าน้ำตา ถึงเวลาผู้กำกับ ภูมิภัทร สังวาลย์วรกุล เรียกทั้งไนกี้ จั๊กจั่น มาซักซ้อมคิวต่อบทกัน แต่ถึงซีนในวันนี้จะดราม่าแค่ไหน แต่เบื้องหลังทั้งสองก็ยังคงหยอกล้อต่อมุขกัน สบายใจมาก ด้านจั๊กจั่นที่ซีนนี้ ต้องโดนปาของใส่บนเวที รีบไปเตี๊ยมกับทีมงาน ขวดน้ำได้ กระดาษได้ แต่อย่าถึงกับรองเท้าเลยนะคะ ฮ่า ๆ โถ ๆ ใครจะใจร้ายกับคนสวยได้ลงคอ ด้านไนกี้ที่ต้องรีบวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นไปช่วย แอบสังเกตเห็นถึงบันไดเวทีที่ทำท่าจะหลุด เลยบอกว่า ใครวางยาผมครับเนี่ย ดีนะที่เห็นซะก่อน มิเช่นนั้นมีหงายเงิบ ฮ่า ๆ หลังจากซักซ้อมคิวกันจนเป๊ะ ถ่ายจริงเริ่มที่ จั๊กจั่นกำลังเตรียมตัวก่อนขึ้นร้องเพลง ไนกี้เดินดิ่งยิ้มร่ามาให้กำลังใจแต่ถูกดักด้วยการไล่ให้ออกไปจากชีวิต ไนกี้จากหน้าเปื้อนรอยยิ้มเปลี่ยนเป็นรอยน้ำตา จั๊กจั่นตัดอารมณ์เปลี่ยนโหมดพร้อมขึ้นโชว์

เพลงตำโป๊ก(รักน้องต้องหมั่นตำ)ดังขึ้น จักจั่นออกลีลาเต้นสุดมันส์แต่ยังไม่ทันถึงครึ่งเพลง ก็โดนคนดูโห่ไล่ จั๊กจั่นหน้าเสียไม่พอยังโดนปาของใส่อีกจนไนกี้ต้องรีบขึ้นมาช่วย เหตุการณ์ถาโถมโหมกระหน่ำในครั้งนี้จะมีบทสรุปอย่างไร ติดตามชมฉากนี้ได้ในละคร สะใภ้ไร้ศักดินา วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคมนี้  เวลา 19.00 น.  ทางช่อง8 กดเลข 27   

“มรกต มณีฉาย” รับตกเป็นเหยื่อแม่นางงามเบี้ยวเงินหลักแสน! ซ้ำร้ายโดนเพื่อนรักโกงเป็นล้าน!

เซ็กซี่สตาร์อกภูเขาไฟในตำนาน “แอน มรกต มณีฉาย” เปิดใจครั้งแรก!! ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร เหตุเป็นหนึ่งในเหยื่อถูกโกงคดีแม่นางงามเบี้ยวเงิน! ลั่นพร้อมเดินหน้าฟ้องหากคู่กรณีบ่ายเบี่ยงอีก พร้อมเผยอีกคดีใหญ่ต้องอั้ดอั้นทน 3 ปี เพราะถูกพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด โกงเงินไปอีกนับล้าน!!! วอนอยากได้เงินคืนเพื่อต่อสู้กับโรคร้าย

เห็นว่าตกเป็นเหยื่อเรื่องมันเป็นยังไง ?

แอน : เรารู้จักกันอยู่แล้วเป็นการส่วนตัว เคยเจอมาตั้งนานแล้ว เค้าก็ทักมาถามว่าเราทำอะไร เราก็ถามว่าเค้าทำอะไรอยู่ เค้าก็บอกว่าเค้าทำโมเดลลิ่งรับงานให้ดารา ศิลปิน เค้าก็ชวนว่าสนใจมาทำกับพี่มั้ย ชวนลงทุน ก็เลยนัดไปเจอกัน คุยรายละเอียดกัน พอเจอกันเค้าก็เล่าให้ฟังว่าตอนนี้ทำโมเดลลิ่งอยู่ซึ่งก็รับงานทั่วไป เค้าก็มาเล่าให้ฟังว่าช่วงโควิดการเงินเค้าแย่ บางจ๊อบเค้าอยากจะรับแต่รับไม่ได้เพราะตัวเค้าไม่มีเงินทุนพอ เค้าก็เลยถามว่าสนใจร่วมลงทุนเพื่อทำโมเดลลิ่งกับเค้ามั้ย เค้าบอกว่าถ้าเค้ามีอีก 3-4 จ๊อบเค้าจะฟื้นตัวได้เร็ว เราฟังก็สงสารเค้าแล้วเราก็อยากจะให้โอกาสเค้าด้วย ดูแล้วเค้าก็ขยันทำงาน 3-4 จ๊อบถ้าเค้าฟื้นได้ก็ดี ตัวเราเองก็อยากจะทำงานร่วมกับเค้า ก็อยากหาธุรกิจทำด้วย

เค้าชวนพี่แอนเป็นเงินเท่าไหร่ ?

แอน : ของแอนจะเป็นจ๊อบๆ รวมกันก็ 3-4 จ๊อบ จ๊อบแรกๆก็หลักหมื่น หลังๆพอรวมกันก็หลักแสน

จ๊อบแรกๆเค้าเอาไปมีการคืนทุน คืนผลกำไรให้มั้ย ?

แอน : จ๊อบแรกเป็นเงินจำนวนน้อย เค้าก็คืนมา เราก็รู้สึกว่ามันก็โอเคก็ไม่ได้เลวซักเท่าไหร่ เพราะงานด้านนี้เราก็เคยทำมาตั้งนานแล้ว ช่วงหลังเราก็ไม่ได้ทำ ตอนนี้เห็นเค้าทำแล้วเค้าก็เสนอมาก็อยากทำกับเค้า

เราเอาเงินไปลงกับเค้าแสดงว่าเราก็ต้องหวังได้ผลกำไรกลับคืน ?

แอน :  คือจริงๆประเด็นในการลงทุนครั้งนี้มีอยู่ 2 อย่าง หนึ่งเราอยากให้โอกาสเค้าอยากให้เค้าฟื้นตัว สองทำธุรกิจทุกคนก็หวังได้ทั้งทุนและกำไรคืนมา อีกอย่างเราก็อยากมีงานมีธุรกิจต่อยอดมากขึ้น

เริ่มส่อเค้ายังไง ?

แอน : แต่ละจ๊อบจะมีกำหนดวางบิล พอถึงวันครบดีลก็ไม่ได้รับเงินคืน เราก็ทวงเค้าตลอดว่าครบดีลแล้วจะโอนเงินให้ตอนไหน เคลียร์เงินเมื่อไหร่ ก็จะเป็นอย่างนี้ตลอดพอครบดีลแล้วก็จะไม่คืนเงิน

โดนไปเท่าไหร่ ?

แอน : เฉพาะแอนคนเดียวก็หลักแสน แสนกว่าบาท

นั่นหมายความว่ายังมีรายอื่นๆอีก ?

แอน : ก็มีรายอื่นๆเยอะมากแต่ว่าไม่ทราบรายละเอียดในเชิงลึก แต่ร่วมๆแล้วก็หลายล้าน

แล้วได้เซ็นต์สัญญามั้ย ?

แอน : ของแอนเซ็นต์แต่ของคนอื่นคงไม่ได้เซ็นต์ ของเราเซ็นต์เป็นจ๊อบต่อจ๊อบ ของแอนลงไป 3-4 จ๊อบ ก็เซ็นต์กันเป็นจ๊อบๆเลย มีสัญญาหมดทุกอย่าง

แล้วทุกครั้งที่งานมันจบแล้วไม่ได้ตังค์พี่ทวงเงินยังไง ?

แอน : ก็จะไลน์หาเค้าว่าจะเคลียร์เงินให้เมื่อไหร่ เค้าก็บอกว่าเคลียร์เสร็จเดี๋ยวจัดการให้ ก็จะผลัดแบบนี้ทุกวันเลย เค้าไม่ได้ให้แต่เค้าก็ไม่ได้ปิดโทรศัพท์นะ

เค้าบ่ายเบี่ยงยังไง ?

แอน : พรุ่งนี้จัดการให้ ตอนเย็นจัดการให้ ตอนเช้าจัดการให้ ทุกวันเลย แต่ละจ๊อบครบดีลไม่พร้อมกัน ดีลแรกไม่ได้ไม่เป็นไรแต่ดีลนี้จะครบดีลแล้วพี่ต้องจัดการให้แล้วนะ เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพี่จัดการให้ แต่ก็เงียบ

ได้มีนัดเจอหน้ากันมั้ย ?

แอน : เค้ายุ่งมาก เค้าบอกเค้าไม่มีเวลา เค้าทำงานตลอด ทีนี้ความจริงมาเปิดเผยที่ว่ามาเจอผู้เสียหายอีกหลายคน เราไม่ได้เจอแต่หมายถึงคุยกัน เราก็เริ่มติดต่อว่ามีใครบ้างที่ลงทุน

คุณแม่น้องนางงามออกมาสัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าไม่ได้โกง ไม่ได้หนี แต่ตอนนี้ยังไม่มีจ่าย ?

แอน : เท่าที่ทราบมาเอาเงินไปตั้งเยอะ แล้วเอาเงินไปทำอะไร แล้วจ๊อบที่เอามาคุยกับเราปรากฎว่ามันไม่ได้มีจริง คือจ๊อบที่เราตกลงกันคือจ๊อบนี้ไม่มี ไม่ได้ทำ

เอาเงินพี่ไปแต่ละจ๊อบ เค้าได้บอกมั้ยว่าเอาเงินไปทำอะไรในจ๊อบนี้บ้าง ?

แอน : บางจ๊อบเราจะจ่ายให้กับดารา นางแบบก่อน เสร็จแล้วเราก็ไปวางบิลกับลูกค้าทีหลัง รับเงินจากลูกค้าแล้วก็มาเคลียร์กัน เค้าเอาเงินเราไปซัพพอร์ตก่อนแต่เรามารู้ทีหลังว่าไม่มีงานจริงเพราะว่าเอาเงินไปตั้งเยอะแล้ว เพิ่งมาได้คุยกับอีกหลายๆคน

สรุปที่มีงานตรงนี้ อีเว้นท์ตรงนั้น ไม่เคยเกิดขึ้น ?

แอน : ก็คือเอางานเก่ามาวนขาย

ทางรายการติดต่อทางคุณแม่น้องนางงามเค้าบอกว่าเคลียร์ทุกอย่างหมดแล้ว ?

แอน : ยังไม่เคลียร์เลย แล้วก็ยังไม่มีใครได้เคลียร์ด้วย เพราะว่าที่ผ่านมาพูดผ่านสื่อว่าเคลียร์หมดแล้ว อันนี้สื่อก็เข้าใจแบบนั้นแต่จริงๆยังไม่จบ ถ้าเคีลยร์แล้วจะมานั่งทวงทำไม เสียเวลา

ตอนนี้ทวงถามถึงขั้นไหนแล้ว ?

แอน : ที่ผ่านมายังไม่ได้ดำเนินการอะไรเพราะถือว่าคนรู้จักกัน เราคิดว่าเราให้โอกาสในการที่เข้ามาเคลียร์กับเรา เค้าบอกว่าไม่มีเงิน คำว่าไม่มีเงินเป็นข้ออ้างของคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีเงินก็ต้องหามาเคลียร์ ถึงเวลาก็ไม่ได้เคลียร์อะไรให้เลย ที่ผ่านมาเราพูดกับเค้าอาจจะเสียงเบาไป เพราะฉะนั้นเราอยากจะพูดให้ประชาชนเข้าใจและฟังด้วยว่าความจริงเป็นยังไงกับสิ่งที่เค้าพูดกับสื่อทั่วไปกับประชาชนทั่วไปเค้าเข้าใจว่าเคลียร์และรับผิดชอบแล้ว แต่คำว่ารับผิดชอบตอนนี้มันยังไม่ได้เกิดขึ้น ยังไม่ได้มีการเคลียร์เงินเกิดขึ้น หลังจากนี้จะดูว่าเค้าจะเข้ามาเคลียร์มั้ย ถ้าไม่เคลียร์ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

อยากให้จบยังไง มองหน้ากันติดมั้ย หรือคือขอเงินแล้วเลิกคุยกัน ?

แอน : ไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้ ถ้ามาเคลียร์เงินทุกอย่างก็จบ เราก็ยังเป็นคนที่รู้จักกันเจอหน้ากันก็พูดคุยกัน แต่เรื่องเงินเราไม่ยุ่งกันเท่านั้นเอง

อีกเท่าไหร่ถึงจะเริ่มกำเนินการตามกฎหมาย ?

แอน : คิดว่าภายในหนึ่งอาทิตย์ก็ให้เวลาเยอะแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ให้เวลาเยอะแล้ว

ทราบมั้ยว่าเงินที่ยืมจากเราจากคนรอบข้างทั้งหมดประมาณเท่าไหร่ ?

แอน : หลายล้านค่ะ พี่เอาเงินไปทำอะไรหมด เงินมันเยอะมาก พอมาถึงวันนี้พี่บอกไม่มีเงินเคลียร์ พี่บอกขอเวลา ไม่รู้ต้องขอเวลาถึงเมื่อไหร่ คือตอนนี้กำไรแอนไม่เอา ขอแค่ต้นทุนคืน

สมมติถ้าอาทิตย์หน้าเค้าบินออกนอกประเทศ ไม่อยู่แล้ว จะทำยังไง ปล่อย กัดฟัน ?

แอน : จะปล่อยได้ยังไง ตอนนี้เค้าทำผิดกับคนอื่นไว้เยอะ เค้าไม่ควรจะทำผิดอีกเลย เค้าควรจะได้รับเป็นบทเรียนว่าต้องมีความรับผิดชอบ เอาเงินมาก็ต้องคืน จะมาด้วยวิธีไหนก็ตามยังไงก็ต้องคืน ทุกคนหาเงินมาด้วยความยากลำบาก เค้าอยากได้เงินคืนทุกคน เห็นใจหลายๆคนเลย

ถ้าเค้าดูอยู่อยากจะบอกอะไรเค้า ?

แอน : อยากจะบอกพี่ว่า ขอให้พี่มีความรับผิดชอบคืนเงินให้น้อง น้องก็รอมาตั้งนานแล้ว คนที่เดือดร้อนมีเยอะ เงินทุกคนมีค่าอยากได้เงินคืนไม่ได้อยากได้กำไร อยากให้พี่เห็นใจตรงนี้ด้วย

อยากได้เงินนั้นมารักษาตัวเอง ?

แอน : ก็ส่วนนึง จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ไม่สบายมาปีนึงแล้ว ต้องทานยาทุกวัน สาเหตุมาจากเราใช้สเตียรอยด์โอเวอร์โดส สเตียรอยด์เป็นพวกยาที่ฉีดสิว ฉีดแผลเป็น แผลนูน ตอนนั้นมันอยู่ที่โดสที่จะใช้ด้วย พี่ใช้รักษาพวกแผลเป็น ยาตัวนี้ค่อนข้างแรงมากส่งผลให้ต่อมหมวกไตไม่ทำงานส่งผลในระบบฮอร์โมนทั้งหมดของร่างกายเรา ผมร่วง ประจำเดือนหาย หน้าอกเหี่ยวหายไปเลย หน้าบวม ระบบข้างในรวนหมดเลย เราต้องมานั่งเริ่มต้นรักษาใหม่ ทานยาควบคุมระบบฮอร์โมนและที่ตัดผมสั้นเพราะผมร่วงเยอะ

เงินที่ใช้รักษาไปทั้งหมด ?

แอน : หลายแสนเลย รักษาต่อมหมวกไต ฮอร์โมน ทุกอย่างเลย ต้องทานยาเพื่อกระตุ้นต่อมหมวกไตกลับมาทำงานได้ตามปกติ ต้องตรวจระบบฮอาร์โฒนทุกเดือนว่าสมดุลหรือยัง ถ้าไม่สมดุลก็ยังต้องทานอยู่ทุกเดือนเราใช้เงินรักษามาเฉพาะปีนี้ก็ 4-5 แสน

โดนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดโกงเงินไปเท่าไหร่ ?

แอน : ก็หลักล้าน ล้านกว่าบาท เพื่อนคนนี้สนิทกันมากร่วม 20 กว่าปี เหตุที่เป็นหนี้กันตรงนี้เป็นเพราะว่าเค้าชวนเราลงทุนทำธุรกิจ บังเอิญธุรกิจเค้าลงทุนแล้วขาดสภาพคล่อง เค้าก็ชวนเรามาหุ้นเพื่อที่จะเอาเงินตรงนี้ไปสั่งอุปกรณ์เพราะว่าธุรกิจจะเปิดแล้วแต่เปิดไม่ได้ขาดเงินตรงนี้อยู่ เราก็เห็นใจเพื่อนกำลังต้องการเงิน

ตอนนั้นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?

แอน : เป็นธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ

เงินที่เค้าเอาไปจากเราไปซื้ออะไร ? ฟิตเนส ?

แอน : ใช่ค่ะ แต่เราเห็นใจเค้าถ้าไม่มีเงินตรงนี้ก็เปิดไม่ได้ แล้วเค้าต้องการเงินด่วนด้วย จัดเตรียมสัญญาไม่ทันเลยไม่เป็นไรเอาเงินไปก่อนเดี๋ยวสัญญาค่อยมาคุยกัน พอเราลงทุนไปแล้วเพิ่งมาเซ็นต์สัญญาร่วมหุ้นกันทีหลัง ทีนี้ในเนื้อหาสัญญานั้นกำหนดว่าเดือนแรกเค้าขอไม่แจงยอดบัญชีขอไปแจงในเดือนที่ 3 เค้าบอกว่าเดือนแรกๆไม่ได้กำไรอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องแจง เค้าขอไปแจงเดือนที่ 3 เราคิดว่าเป็นเพื่อนกัน เหตุผลหลักๆที่ลงเพราะเราก็สงสารเพื่อนอยากช่วยเพราะเค้าขาดสภาพคล่องตรงนี้จริงๆ ต้องมีเงินมาหมุน การลงทุนตรงนี้เราก็สนใจที่อยากร่วมลงทุนกับเพื่อนเพราะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก รักกันช่วยเหลือกันมาตั้งนานแล้ว เราก็เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ก็เราก็อยากทำอะไรร่วมกับเพื่อนด้วย เอาเงินไปก่อนแล้วสัญญาค่อยมาว่ากัน

แล้วพอ 3 เดือนผ่านไป ?

แอน : ก็ไม่ได้แจงบัญชี เราก็รอ เดือนที่ 4 ก็ยังไม่แจงบัญชี  เราก็เลยบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ขอถอนหุ้นดีกว่า เพราะเราเริ่มอึดอัดแล้ว แต่ไม่พูดเหตุผลเรื่องแจงบัญชีไม่ได้พูดเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราเลือกที่จะไม่พูดดีกว่า แต่เราพูดว่าเราอยากถอนหุ้น ตัวเค้าแฮปปี้ที่จะถอน เพราะเค้าบอกว่าก็ดีแล้วจะได้ไม่เสียเพื่อน ก็ถอนหุ้นแต่ยังไม่ได้เงินคืน

เพื่อนคนนี้อยู่ในวงการบันเทิงด้วย ?

แอน : ใช่ค่ะ ทุกคนรู้จักหมดมีชื่อเสียง ตอนนี้ยังติดอยู่ล้านกว่าบาท

ตอนนี้เค้ามีใช้มาบ้างหรือยัง ?

แอน : ก็มีให้บ้าง เรารอเงินตรงนี้มาปีนี้ปีที่  3 แล้ว เพิ่งจะมาให้ก็ทยอยให้บ้าง ไม่ให้บ้าง

ทยอยให้นี่คือให้หลักแสน ?

แอน : หลักหมื่นค่ะ ครั้งนึงที่เค้าให้มาเค้าให้เป็นหลักหมื่นแต่ถ้ารวมๆแล้วเป็นแสนแล้ว

รวมแล้วได้กี่เปอร์เซ็นต์ ?

แอน : น่าจะสิบกว่าเปอร์เซ็นต์

ตอนนี้ชีวิตเค้าลำบากแค่ไหน ?

แอน : ไม่น่าจะลำบาก เพราะว่าอยู่บ้านหลังใหญ่ ซื้อรถยุโรปราคาแพงๆตั้งหลายล้าน สามารถเที่ยวต่างประเทศได้ หรูหราฟู่ฟ่าทีเดียว

ถือว่าเค้ายังเป็นเพื่อนอยู่มั้ย ?

แอน : ต้องถามว่าเค้ายังถือว่าแอนเป็นเพื่อนอยู่มั้ย สิ่เพราะสิ่งนี้ทำให้เค้าไม่คุยกับเรา ก่อนหน้านี้โทรไปก็ไม่รับสาย ไลน์ไปก็ไม่ค่อยอ่านเพราะเค้ารู้ว่าเราต้องทวงเงิน

อยากจะบอกอะไรเค้า ?

แอน : ความสัมพันธ์ที่ดีที่ผ่านมามันเป็นสิ่งที่เราประทับใจเพราะว่าเราเป็นเพื่อนรักกัน แต่ตอนนี้ขอให้นึกถึงสิ่งดีๆที่เคยร่วมกันมา ตอนนี้เค้าไม่พูดไม่คุยกับแอนแค่เงินแค่ล้านกว่าบาท มันทำให้เค้าตัดความเป็นเพื่อน แค่เงินแค่นี้ มันทำให้เรารู้ว่าเค้ามองค่าเรากับเงินแค่ล้านกว่าบาท มันต่ำมาก ตรงนี้อยากให้เค้าเห็นใจว่าคนอื่นลำบากแล้วก็ให้หันกลับมามองความลำบากของคนอื่นด้วย เงินที่คุณเอาไม่ใช่เงินของคุณ มันคือเงินคนอื่น แล้วทุกวันนี้ที่คุณอยู่สุขสบายคุณเอาเงินตรงนี้ไปซื้อความสุขให้กับตัวเอง เงินตรงนั้นคือเงินของแอน การที่เอาของใครมาของสิ่งนั้นคุณต้องคืนเค้าค่ะ อยากให้เห็นใจในเมื่อกิจการขายไปแล้วคุณได้เงินก้อนแล้ว หันกลับมามองความเดือดร้อนของเพื่อนด้วย ให้จำไว้ในวันที่คุณเดือดร้อนแล้วเราให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันขอให้เห็นใจตรงนั้น

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.40-1430 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

“กิ๊ก มยุริญ” ถูกใจ บทสาวโสด สายธรรมะ ใน “บ้านสาวโสด”

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถ เล่นบทไหนคนดูก็อินเชื่อสนิทใจสำหรับ กิ๊ก – มยุริญผ่องผุดพันธ์ ล่าสุดกับผลงานละครเรื่อง “บ้านสาวโสด” ที่กำลังออกอากาศทางช่องGMM25 กับบทสาวโสด “ประเทืองทิพย์ หรือ ทิพย์” ซึ่งเรียกว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่ใกล้เคียงกิ๊กสุดๆ แถมยังได้ปลดปล่อยพลังในแบบที่ไม่เคยเล่นเรื่องไหนมาก่อน และยังเป็นบทที่กิ๊กปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตของการเป็นนักแสดงเลยก็ว่าได้

กิ๊ก เผยว่า “ตอนนี้ก็จะบอกทุกคนว่าเราได้เล่นเป็นนางเอกนะ บทนี้หายากก็ไม่รู้จะมีบทแบบนี้มาอีกไหม ใกล้เคียงตัวเราเองด้วย ดีใจมากที่ได้เล่นบทนี้ เหมือนได้สะท้อนภาพของหญิงแก่ที่อยากจะมีสามี เป็นบทที่สนุกมาก ได้สอดแทรกธรรมะ ขอบคุณที่ให้กิ๊กเล่นเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน เพราะกิ๊กรู้สึกว่าสุดท้ายทุกคนต้องโสด เพียงแต่มันจะมาเร็วหรือช้า ก็อยู่ที่แต่ละคนเลือกเอง สำหรับกิ๊กมองว่าสถานะโสดมันเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมของเรา ซึ่งกิ๊กรู้สึกว่าคานทองของเราอุดมไปด้วยประโยชน์นะ การกระโดดลงมาจากคานไม่เห็นมีอะไรสนุกเลย มีแต่ภาระ กิ๊กรู้สึกแบบนั้น แต่กิ๊กเคารพและเข้าใจการตัดสินใจของคนทุกคน เพราะทุกคนก็ต้องเลือกวิถีของตัวเอง

ส่วนการเข้าฉากกับน้องๆ สายป่าน ก้อย ถือว่าคลิ๊กง่ายมาก เราก็มีพี่มีน้องกันทุกคน แล้วยังได้ไปเวิร์คช็อปกันมาก่อนด้วย เพราะฉะนั้นเวลามาเล่นปุ๊บเครื่องก็ติดเลย เราได้รู้ปมของแต่ละคนที่มีกับพี่ กับน้องของตัวเองจริงๆ ซึ่งทุกคนก็รักพี่รักน้องตัวเองกันมากๆ ส่วนกิ๊กเองในชีวิตจริงก็เป็นพี่สาวคนโต เพราะฉะนั้นก็จะง่าย เราเข้าใจตำแหน่งนี้ดีค่ะ และความสุขอีกอย่างหนึ่งที่เราได้มาเล่นเรื่องนี้ก็คือได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มๆ สาวๆ ก็ชุ่มชื่นหัวใจป้าแก่เป็นธรรมดา (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นบางเวลาก็จะเป็นที่ปรึกษาของน้องๆ บ้าง ถ้าเขาเข้ามาปรึกษานะ เพราะเราก็เข้าใจความต่างระหว่างวัย มันคุยกันคนละเรื่อง แต่ถ้าเราอยากจะคุยกับเขาก็ต้องหาเรื่องเด็กๆ ไปคุยกับเขาได้ อยู่กองสนุกสนานมากค่ะได้ปล่อยพลังหลายๆ อย่างก็อยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้ค่ะรับรองว่าครบรสโดยเฉพาะเรื่องของครอบครัวสำคัญมาก กิ๊กเองยังได้ธรรมะหลายอย่างจากเรื่องนี้เลยว่าจริงๆ แล้วการมีญาติพี่น้องที่ดีก็เป็นทรัพย์ใหญ่อย่างหนึ่งที่ควรมี”

บอกเลยว่าเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่จะทำให้แฟน หลงรัก  “กิ๊ก มยุริญ” เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนกับละครเรื่อง “บ้านสาวโสด” ทุกคืนวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.10 ทางช่อง GMM25 และ รับชมย้อนหลังทาง Viu

“มิ้นท์” ปลื้ม กระแส ปังร้ายจนคนดูอิน นัดท้าตบ !!

เรียกได้ว่าตีบทแตกกระจุย สำหรับนางร้ายหน้าสวย “มิ้นท์-ณัฐวรา วงศ์วาสนา” กับบท สบันงา ในละคร “ภูตรัตติกาล” ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ที่นอกจากจะต้องมารับบทผีดิบ ครั้งแรกแล้ว แต่สำหรับบทร้ายนั้นคงไม่ใช่ครั้งแรกของเธอ ในเมื่อชั่วโมงบินสูงขนาดนี้ แน่นอนว่าความร้ายก็ดันแผลงฤทธิ์ ไปเตะตาให้กับแฟนละครเข้าอย่างจัง จนคนดูอินถึงขั้นนัดท้าตบ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปฟังจากปากสาวมิ้นท์ กันเลยดีกว่าจ้า

            มิ้นท์ กล่าวว่า “ต้องขอบคุณทุกกระแสตอบรับจากแฟนละครมาก ๆ เลยค่ะ ตัวมิ้นท์เองนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมงานกับช่อง 8 เราเองก็หายเหนื่อยที่กระแสตอบรับดีขนาดนี้ เพราะคนดูอินมาก ๆ ในเรื่องเราเล่นร้ายมาก ถ้าคนดูอยากตบ ก็คงไม่แปลกใจ บางคนก็เม้นหรือแซวกันขำ ๆ ว่าถ้าจะร้ายขนาดนี้ มาตบกันเลยดีกว่า (หัวเราะ)  เพราะเราอ่านบทเราก็ยังรู้สึกวีนตัวละครสบันงาเองเลยในบางครั้ง ยิ่งล่าสุดฉากที่ผ่านมา ที่มิ้นท์ต้องร้ายใส่น้องอิงฟ้า โอ้โห พูดเลยว่าเละ ฮ่า ๆ

เพราะคิดดูว่าขนาดเราเล่นเองฉากนั้น เรายังร้องไห้สงสารน้องเลย แล้วแฟนคลับน้องอิงฟ้าเยอะมาก แต่ซีนนั้นยอมรับว่ารู้สึกผิดเลยจริง ๆ เพราะในฉากเราต้องไปเขย่าตัว ตะคอกใส่น้องจนน้องร้องไห้  จนพอคัทเราร้องไห้เลยเพราะเราสงสารน้องมาก แต่นอกจากซีนร้าย ๆ ที่คนพูดถึงก็จะมีซีนดราม่า ที่คนชอบเวลาเราต้องดราม่ากับครอบครัวที่มีพี่อร พี่ภูมิ เข้าฉากด้วยกัน คนชมว่าบางทีก็เกลียดไม่ลง พอมาเจอซีนดราม่าของพวกเรา ต้องขอบคุณทุก ๆ กระแส เพราะเรื่องนี้ทุกคนตั้งใจมาก ขั้นตอนการถ่ายทำก็ค่อนข้างยาก ซีจี ผีดิบต่าง ๆ พิถีพิถันมาก  อยากจะให้คนดูติดตามต่อไปจนจบเลยกับตัวละครสบันงา ว่าท้ายที่สุดจะลงเอยอย่างไร รับรองว่า มีเซอร์ไพรส์ให้คนได้ว้าวแน่นอนค่ะ  สามารถติดตามชมละคร ภูตรัตติกาล ได้ ทุกวันจันทร์ -พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 8 นะคะ”

“เฌอเอม” เปิดใจหลังฟังคำแถลงจากกองประกวด น้อมรับคำตัดสิน

ยังเป็นดราม่าที่ทุกคนจับตามอง สำหรับกรณีกองประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่มีหารแฉว่า มีพี่เลี้ยงนางงามแฝงตัวเข้ามาในกอง ซึ่งไม่แฟร์กับผู้เข้าแข่งขันท่านอื่น ซึ่งทางด้านคุณ ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand ในนามของ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN) ได้ตัดสิทธิ์การประกวดของเฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ ออกจากการแข่งขัน ล่าสุด เฌอเอมได้มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ผ่านรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร

ทำไมถึงไม่ไปร่วมแถลงข่าวกับกองประกวด ?

เฌอเอม : ต้องยอมรับก่อนว่าช่วงแรกๆไม่ได้ออกมาพูดอะไร เราไม่แน่ใจว่าพูดได้มั้ย พอเรารู้ว่าอาจจะไม่มีโอกาส เราก็ตัดสินใจที่จะรับรายการก่อน แต่เมื่อทางกองยืนยันว่าแถลงได้ เราก็รีบจัดแถลง ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะไม่รับผิดชอบสัญญาที่ตกลงไว้ด้วยได้ เมื่อวานไม่สามารถตอบกองได้ทันจริงๆว่าสามารถไปได้ หรือไม่ได้ เพราะเกิดขึ้นกะทันหันมาก ยังไงก็ขอบคุณกองที่เชิญเอม ขออภัยจริงๆที่ไม่ได้ไป ยังไงก็ได้พบกันใหม่อยู่แล้ว

ณ ตอนนี้เค้าแถลงข่าวอยู่ แล้วรายการเป็นรายการสด ทำไมถึงเลือกที่จะมานั่งคุยในรายการคุยแซ่บShow  ?

เฌอเอม : เอมคิดว่าใครก็ตามที่โอกาสกับเราหรือแม้แต่สนใจเราในช่วงที่เรามืดมนที่สุด เราก็ต้องรักษาสัญญากับเค้าก่อน อีกอย่างก็คือทางกองเอมตั้งใจจะเข้าไปพูดคุยด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพียงแค่คิดว่าไม่ได้จะเป็นวันนี้ค่ะ 

เราได้มีการพูดคุยกับทางกองมั้ยว่าเราต้องมาตรงนี้ก่อน แล้วเวลาอาจจะชนกัน มรการขอขยับเวลาเพื่อที่เราจะได้ไปร่วมแถลงข่าว ?

เฌอเอม : เอมก็แจ้งเค้ากลับไปค่ะว่าเอมไปไม่ได้จริงๆ เรื่องการเลื่อนเวลาคือเอมตัวคนเดียวแต่คนอื่นในกองที่จะแถลงมันมีเยอะมาก เลยอาจเลื่อนไม่ได้ทั้งทีมงาน สถานที่และหลายๆอย่าง

เมื่อวานเราแถลงข่าวไปหลังจากนั้นเราได้ดูมั้ยว่ากระแสตอบรับของเราเป็นอย่างไรบ้าง ?

เฌอเอม : ที่จริงไม่ได้ดู กลับบ้านไปก็นอน เมื่อวานเป็นวันที่เหนื่อยมากและอยากจะคิดอะไรหลายๆอย่างกับตัวเองมากกว่า

ความรู้สึกเมื่อวานที่ร้องไห้ออกมาสิ่งที่มันอึดอัดใจที่สุดในการแถลงข่าวมันคือเรื่องอะไร ?

เฌอเอม : คงเป็นเพราะว่าเราไม่เคยนั่งอยู่หน้ากล้องที่เยอะขนาดนั้น อันนี้มันต่างจากการออดิชั่นแล้วเพราะสุดท้ายเรารู้ว่าเราผ่าน ไม่ผ่าน แต่อันนี้คือการตัดสินใจของสังคมและที่สำคัญก็คือเราจะดูจริง ไม่จริง ไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา มันเหมือนกับว่าเรามาสู้มาเข้าสงครามโดยที่เรามีมีดเล่มเดียว

กดดันอะไรเมื่อวานนี้ ?

เฌอเอม : มันกดดันตรงที่ต้องยอมรับว่าสังคมได้ตัดสินเราไปก่อนแล้วหรือแม้ว่าเค้าจะลด เลิกการตัดสินหรืออคติออกไปแต่มันคือความประทับใจแรกที่ลงไปในใจเค้าแล้ว มันอยู่ในจิตใต้สำนึก เราก็เลยรู้สึกว่าเรากำลังสู้กับกระแสลมที่มันแรงเกินไปและเหมือนจะปลิวออกไป 

มีประเด็นที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่เกิดเป็นแฮชแท็คกันขึ้นมาจนโด่งดังว่า #ผู้จัดการผีผลัก ก็คือคุณเคน ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเฌอเอมกับคุณเคนเป็นอะไรกัน ?

เฌอเอม : เอมรู้จักพี่เคนมา 2 ปีก่อน อยู่ในฐานะคนรู้จักแล้วก็เป็นโบรคเกอร์ในฐานะคนหางานให้ก็คือไม่ได้ดูแลเราทั้งหมด เพราะเอมมีเอเจนซี่ของเอมอยู่แล้วแต่ในไทย แต่ในไทยเอมสามารถหางานได้อย่างอิสระ พอเค้าหางานให้ไม่ได้หมายความว่าเราเซ็นต์สัญญาหรือมีความเกี่ยวข้องกับเค้าที่เป็นทางการ

แต่ประเด็นมันอยู่ตรงอินสตาแกรมว่าเฌอเอมใส่ชื่อคุณเคนเป็นผู้จัดการส่วนตัว ?

เฌอเอม : เอมไม่ได้เขียนว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวเลย เอมเขียนว่าแบงคอก คอนแท็ค 

ตอนกรอกใบสมัครเฌอเอมกรอกชื่อคุณณัฐพลในช่องของพี่เลี้ยงใส่ตำแหน่งว่าเลขาฯ คุณณัฐพลคือใคร ?

เฌอเอม : คุณณัฐพลถ้าใครเคยเห็น IG เอมเมื่อก่อนก็จะเป็นไลน์ของคนนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่าโบรกเกอร์ไม่ได้ดีลให้ทั้งหมดมันอยู่กับจ๊อบที่หามาเอมก็ดีลเองได้ เอมให้คุณณัฐพลมาทำงานในส่วนของเลขาฯ ก้คือติดต่อดีลแต่ด้วยงานที่มันเกินกำลังหรือว่าอาจจะไม่ได้เหมาะกับเค้า เค้าก็ขอถอนตัวไป แล้วตอนนั้นเราดีลเองไม่ไหว ก็คือว่าจะมีใครที่สามารถดีลงานให้ได้บ้างก็ลงเป็นเบอร์ของพี่เคนไป

วันที่เอมตัดสินใจประกวดคุณเคนได้รู้มั้ยว่าเอมจะสมัครลงประกวด ?

เฌอเอม : อันนี้ต้องถามพี่เคนด้วย เพราะมันเป็นคำถามว่าเค้ารู้หรือเค้าไม่รู้

พี่เคนได้ทราบมั้ยว่าเฌอเอมตัดสินใจลงประกวด ?

เคน : วันที่เค้าตัดสินใจลงประกวดตอนแรกพูดกันที่เล่นทีจริงว่าลงได้หรอ ไม่เหมาะมั้ง จนกระทั่งเห็นวันที่เค้าไปยื่นใบสมัคร ก็รู้จริงๆคือวันนั้น

ทำไมเราถึงคิดว่ามันไม่เหมาะ ?

เคน : ด้วยความที่เราชอบดูนางงาม เค้าจะมีความเป็นเฟมินีน แต่ด้วยความที่เค้าเป็นนางแบบมีความสู้คนไม่เฟมินีนเลย เลยคิดว่าไม่เหมาะมั้งเลยสกัดดาวรุ่งน้องตั้งแต่ตอนนั้น

ณ วันนี้มีแชทหลุด 70 กว่าหน้า พี่เคนเห็นหรือยัง ?

เคน : เห็นแล้วครับ 

ในแชทมีระบุเดือน มีการแชทตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ?

เคน : ต้องขอบคุณแชทหลัดอันนั้นว่าเราไม่ได้เป็นคนส่งเค้าจริงๆ  มันจะมีแชทในหน้าแรกที่บอกว่า สวัสดีค่ะ หนูชื่อ…เป็นพี่เลี้ยงมือใหม่ แล้วถ้ามองดูรวมๆในแชททั้งหมดนั้น ในช่วงเวลานั้นถ้าจะทำต้องทำยังไง เราพูดถึงเรื่องการวางตัวยังไง ทั้งหมดเป็นการคุยทั่วไปไม่มีอะไรที่เป็นความลับของกองในแชทนั้นเลย 

กฎของกองประกวดเค้าจะไม่ให้คนที่ส่งนางงามเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง แต่วันที่คุณเคนตัดสินใจเข้าไปทำงานในกองประกวด พี่เคนต้องรู้อยู่แล้วว่าเฌอเอมเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวด ทำไมคุณเคนยังตัดสินใจเข้าทำงานในกองประกวดนั้น ?

เคน : ก่อนหน้านี้มันมีโควิดก็ขายอะไรไม่ได้เลย จนเปิดโควิดเราก็เห็นว่ายังมีการจัดการประกวดอยู่แต่เราไม่สามารถขายอะไรได้เลย เราก็เข้าใจว่าเราเป็นฟรีแลนซ์คงไม่ได้เข้าไปแล้วมั้ง จนกระทั่งหลังจากวันแถลงข่าวไปแล้ว ได้มีการติดต่อมาว่าอยากได้สปอนเซอร์ในเรื่องการดูแลความสวยความงาม เรื่องของแฮร์โปรดัก เราก็ได้ติดต่อไปหลังจากที่จัดงานแถลงข่าวแล้วประมาณเกือบอาทิตย์เราก็เป้นคนติดต่อให้ แล้วระหว่างนั้นได้มีการพูดคุยกับลูกค้าว่าเราจะดีลแบบนั้น เราก็คิดว่าถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเป็นคนในกอง ในหน้าแชทสุดท้ายเราออกมาจากกรุ๊ปแชทก่อนที่จะเข้าทำงานในกอง

ได้มีการแจ้งกับกองประกวดเพื่อความบริสุทธิ์ใจมั้ย ?

เคน : ไม่ได้แจ้งครับ ในส่วนของเราขายสปอนเซอร์ได้เราก็เข้าไปดูแลเทคแคร์ลูกค้า เราไม่มีสิทธิ์ไปเกี่ยวข้องกับตัวนางงามเลย

แชทมีการเริ่มต้น 11 กค ไปจนถึงสิ้นสุด 23 สค วันที่พี่เคนออกจากกรุ๊ปไป การประกวดมีการเปิดรับตั้งแต่วันที่ 4 กค – 20 สค. เท่ากับว่าแชทนี้สร้างมาก่อนกองประกวดจะเปิดรับสมัคร 1 เดือน พี่เคนได้เข้าไปทำงานในกองประกวดหรือยัง 1 เดือนก่อนที่แชทนี้จะสร้างขึ้นมา?

เคน : พอเป็นฟรีแลนซ์แล้วมันจะผุดๆ โผล่ๆ เราขายงานอะไรไม่ได้ เราไม่ได้ทำงานละ เราไม่ได้อยู่ในกองละ พอแถลงข่าวเสร็จปุ๊บก็มีการติดต่อมาให้เราหาสปอนเซอร์ให้ เราก็หาให้ หลังจากนั้นเราได้รับการติดต่อให้เข้าไปในกองหลังจากที่เรารู้ว่าน้องยื่นใบสมัคร เพราะก่อนหน้านี้เราไม่รู้ตัว

ทางกองแถลงว่าคุณเคนมีการเข้าประชุมมากกว่า 5 ครั้งแน่นอน?

เคน : เข้าไม่ถึง 5 ครั้งแน่นอน เพราะว่าทุกครั้งที่เข้าไปพูดในเรื่องของวันนี้ขายอะไรได้บ้าง พอหลังๆ เรารู้สึกว่าถ้าเราเข้าไปแล้วเรารายงานในเรื่องของอัปเดตว่าขายอะไรได้บ้าง เราก็ขออัปเดตในไลน์ดีกว่า 

ในวันที่ทราบว่าต่างฝ่ายต่างเข้ามาอยู่ในกอง เราได้คุยกันไหมว่าทำแบบนี้มันเสี่ยงที่จะผิดกฎ?

เฌอเอม : อันดับหนึ่งเอมไม่เห็นกฎข้อไหนที่บอกว่าห้ามมีความสัมพันธ์กับคนในกอง แต่การที่มีชัวร์ได้เอมจะต้องมี MOU คู่สัญญาฉบับนั้นในตัว ซึ่งมันมีความยาว 3-4 หน้า แต่มีเวลาพิจารณน่าจะไม่เกิน 1 ชม. เอมต้องเซ็นแล้วส่งคืนเลย ทำให้เอมไม่รู้ว่ากฎนั้นมีอะไรบ้าง แล้วถ่ายรูปไว้ก็ไม่ได้ แล้วเอมค่อรจ้างมั่นใจว่ามันไม่มี เพราะถ้าจะพูดถึงความสัมพันธ์ในกอง เพียงแค่รู้จักกันมาก่อน พูดคุยฉันพี่น้อง เพื่อน มันก็นับแล้ว แล้วอีกอย่างเอมไม่เคยเอาเบอร์พี่เคนลง ถ้าจะปิดบัง หรือคิดว่าเรื่องนี้ร้ายแรงมากตั้งแต่ต้นเอมก็คงไม่เอาเบอร์ไว้ตรงนั้น เอมข้อแก้ข้อนึงก่อน คนชื่อมุกไม่เคยเป็นพี่เลี้ยงเขาแค่มาช่วย เขาเป็นเพื่อนเอม เป็นผู้ช่วย เอมส่งตัวเองมาตลอด ขอให้ทิ้งประเด็นนี้ไป 

ได้ฟังสัมภาษณ์มีอะไรอยากจะแย้งไหม ในเรื่องของการเซ็นสัญญา?

เคน : วันนั้นทุกคนเข้าประชุม ทุกคนได้เซ็น แล้วทำไมผมไม่ได้เอกสาร ไม่ได้เซ็น

เขายืนยันว่าคุณเคนได้รับเอกสารแล้ว?

เคน : ผมไม่เห็นหน้าตาเอกสารเลยครับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นการคาดเคลื่อนของการพูดคุย สื่อสาร เพราะเอาเข้าจริงๆ ถ้าผมได้รับเอกสารจริงๆ ถ้าทุกคนได้เซ็นเอกสาร ผมก็น่าจะต้องรู้ ผ่านตา และเห็นบ้าง แต่วันนั้นผมไม่ได้ไปประชุมแน่นอน

ณ วันนั้น เพื่อน AE เราได้เซ็นเอกสารไหม?

เคน : ไม่มีได้พูดคุยเลย หลักๆ เราจะคุยกันว่าขายอะได้บ้างยัง แค่นี้มากกว่า

ในมุมของเรา เรารู้สึกผิดกฎกองประกวดไหม?

เคน : เอาเข้าจริงๆ ด้วยตัวเอกสารเราก็ไม่เห็น เรื่องของกฎเราก็ไม่ได้ศึกษาก่อนว่ามันมีรายละเอียดปลีกย่อยยังไงบ้าง 

ตอนนี้เขาตัดสิทธิ์ประกวดเรา ความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

เฌอเอม : เอมก็ขอน้อมรับการพิจารณาของกองประกวด จริงๆ รู้อยู่แล้วว่าอาจจะเกิดขึ้น แต่ว่าพอมันเกิดขึ้นจริงๆ เราก็เสียดาย เพราะเรารู้สึกเหมือนว่าเรายังทำอะไรบางอย่างไม่เสร็จ เหมือนเราถูกทำให้ยุติก่อนที่เราจะรู้ว่าผลลัพธ์มันเป็นยังไง ก็เลยมีความรู้สึกเสียดายที่เราอาจจะกังขากับความสามารถตัวเองในอนาคต

เสียใจขนาดไหน?

เฌอเอม : เอมเสียใจที่สุดที่เรื่องมันเลยเถิดมาเป็นแบบนี้ เพราะมันเกิดจากความเข้าใจผิดเล็กน้อยจริงๆ  แล้วเอมคิดเสมอว่าถ้าเราสื่อสารกันดีกว่านี้ ไม่มีการโพสต์เกิดขึ้น ตอนนี้เรายังทำกิจกรรมอยู่ไหม หรือว่าเราจะเป็นยังไง

เอมคิดว่าเราผิดกฎของกองประกวดไหม?

เฌอเอม : เอมต้องการ MOU คู่สัญญา แล้วเอมต้องการเวลาที่จะอ่านมันแล้วปรุกษากับทนาย เพราะหากว่าสัญญารักษาความลับ ความลับไม่เคยแพร่ออกไปที่ไหน หากบอกว่าห้ามมีพี่เลี้ยงเป็นคนในกอง วันที่เอมอยู่ในกอง พี่เคนก็ไม่ได้เป็นพี่เลี้ยง วันที่พบพี่ปุ้ยกับพี่นะ เอมและพี่เคนไม่ได้เข้ากอง

หลังจากนี้เราจะเดินหน้ากับอนาคตเรายังไง?

เฌอเอม : อันที่จริงเอมยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ แล้วก็ตอนนี้คงจะพักไปก่อน เพราะเราอยากเคลียร์หลายๆ อย่างให้จบ แล้วที่สำคัญก็คือเอมคิดว่าโดยเฉพาะจ้อกล่าวหาของเรา ไม่ใช่ข้อกล่าวหาทางกฎหมายนะคะ แต่เป็นสิ่งที่คนคิดว่าเราเป็น บางทีมันต้องใช้เวลา เรื่องมันยังสดใหม่ มันอาจจะมีอะไรย้อนแย้ง หรือไม่ลงล็อก อาจจะเป็นความรู้สึกในใจของผู้ดูก็อยากจะบอกว่าเอมตั้งใจใช้ชีวิตต่อไปแบบปกติ สุจริต และไม่ว่าเอมจะอยู่ในวงการ อยู่ในตำแหน่งอะไรหรือไม่เอมอยากจะขอบคุณเวทีที่ให้โอกาสเป็นช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตของเอม เราอยากให้คนจำแค่สิ่งที่เราทำให้สังคมจริงๆ 

เอมอยากบอกอะไรกองประกวดไหม?

เฌอเอม : ขอขอบพระคุณทางกองประกวดจากใจจริง ที่ทำให้เอมมีโอกาสมาพูดหลายๆ เรื่องที่เอมรู้สึกว่ามันสำคัญ แล้วมีโอกาสให้เราพิสูจน์ว่าหลายๆ เรื่องในชีวิตที่เราประสบมามันเกิดขึ้นมาก้วยเหตุผลบางประการ แล้วเราได้ใช้ความรู้สึกในอดีตเหล่านั้นเพื่อทำให้ผู้คนในปัจจุบันมีแรงบันดาลใจ มีความสุข แม้เอมจะทำให้หลายคนผิดหวัง ทำให้ความฝันของหลายคนที่ฝากไว้กับเอมมันพังลงในความผิดพลาดในคืนนั้น เอมอยากบอกทุกคนว่า มันควรจะดีกว่าถ้า ทุกคนมีความฝันเป็นของตัวเอง แล้วรู้จักลุกขึ้นมา แม้ว่าเอมอาจจะไม่ดีดร้อมในสายตาของใคร แต่เก็บสิ่งที่ดีไว้ก็พอ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.40-1430 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Scroll To Top