web analytics
SIAMNEWSDAY

“โป๊ป-เบลล่า”กระแสแรง จับคู่แซ่บใน “ร้อยเล่ห์มารยา”

เตรียมออกอากาศให้ได้ชมกันแล้วสำหรับละครกระแสแรงที่มีคู่ฮอตอย่าง โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า-ราณี แคมเปน มาแสดงด้วยกันอีกครั้ง ในละครโรแมนติกดราม่า ร้อนแรงสะท้อนชีวิตคู่สามีภรรยาเรื่อง “ร้อยเล่ห์มารยา” จากบทประพันธ์ของ เบญจธารา บทโทรทัศน์โดย เบญจธารา และ วรรธนิน กำกับโดย แมน เมธี ดำเนินงานสร้างโดย จริยา แอนโฟเน บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

โป๊ป ธนวรรธน์ พูดถึงบทบาทในละครเรื่องนี้ว่า “เรื่องนี้จะเป็นทนายความที่รักความยุติธรรม ตั้งใจทำงาน เป็นคนอบอุ่น มองโลกในแง่ดี มีเหตุมีผล จะคอยช่วย คอยเป็นกำลังใจทุกอย่าง คอยเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับตัวเอม หรือ พิชชา ที่บางครั้งเค้าจะใจร้อนมาก เวลาโมโหก็จะปริ๊ดแตกเลย ไม่คิดหน้าคิดหลัง เราก็จะคอยช่วย คอยพูดให้เค้าได้คิด ให้เค้าได้ใจเย็นลง รามิลจะเป็นทนายที่พูดเก่ง พูดหว่านล้อมทุกคนเลย ทั้งภมร หลุยส์ ทั้งณัฐ ที่เพชรแสดง เจอผมพูดแล้วจะฟังหมด เหมือนจะเป็นทนายที่เข้าไปวุ่นกับทุกๆคน โดยเฉพาะพิชชา เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับ เบลล่า ก็ดีครับ เพราะรู้จังหวะกันแล้ว เล่นได้ แหย่ได้ ถือว่าเป็นละครที่ได้แสดงครบรสมากๆ ฝากให้ติดตามชมกันครับ มีแง่คิดดีดี เรื่องการใช้ชีวิตเยอะมากในละครเรื่องนี้”

เบลล่า ราณี พูดถึงบทพิชชาที่ได้รับว่า “เรื่องนี้รับบทเป็นเจ้าของบริษัทออแกไนเซอร์ ต้องบริหารคน บริหารบริษัท ก็จะมีความมั่นใจสูงนิดนึง  เชื่อมั่นในความคิดเห็นตัวเองมาก เป็นสาวแรง ค่อนข้างเอาแต่ใจ อารมณ์ร้อน โมโหง่าย ลุยมาก ไม่ยอมฟังใคร ก็จะมีพระเอกรามิลนี่แหละ ที่จะคอยว่า คอยทะเลาะ แล้วก็คอยสอนไปในตัว ร่วมงานกับพี่โป๊ป มาตั้งแต่บุพเพฯ มาเรื่องนี้ก็สนิทกันอยู่แล้ว แสดงละครด้วยกันก็สนุกค่ะ นอกฉากจะเฮฮากันมาก ส่วนในฉากก็จะดราม่า จะโรแมนติกตามบทกันไป ก็จะเห็นมุมน่ารักของรามิล กับ พิชชา สมัยป๊อปปี้เลิฟน่ารัก แล้วก็ในช่วงที่เค้าคอยรัก คอยช่วยเหลือ เป็นกำลังใจให้เรา เรื่องนี้เบลได้เล่นหลายอารมณ์มาก บทสนุก พลิกไปพลิกมา บทพี่หลุยส์ กับ วาววา ก็ดีมาก เชือดเฉือน ประชันกันเต็มที่เลยค่ะ นักแสดงเรื่องนี้เยอะมาก เล่นเก่งกันทุกคน ก็อยากให้ติดตามชมละครกันตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะ เข้มข้นทุกตอน น่าจะถูกใจคนดูค่ะ”ติดตามชมเรื่องราวและบทบาทของคู่ขวัญ โป๊ป-เบลล่า ในละครเรื่อง “ร้อยเล่ห์มารยา” ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น.ช่อง 3 กด 33 เริ่มวันแรกจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้

“ซานิ” เล่นแรงแกล้ง “จั๊กจั่น” หวิดเสาไฟล้มทับ

ถ้าไม่แกล้งดัดหลังกันก็ผิดคอนเซ็ปต์วงการบันเทิงไปหน่อย งานนี้ นางร้ายสายฮาอย่าง “ซานิ-นิภาภรณ์” เล่นแรงกะให้นักร้องน้องใหม่อย่างปลิวลม ที่รับบทโดย “จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ” เจ็บหนักโดยการให้เสาไฟในสตูดิโอล้มทับ แต่ความซวยดันไปตกที่พระเอก “ไนกี้-นิธิดล”  ที่ขี่ม้าขาวมารับเคราะห์อันนี้ไป เบื้องหลัง ในละคร “สะใภ้ไร้ศักดินา” ทางช่อง 8 สุดขำเพราะแต่ละคนปล่อยมุขไม่มีใครยอมใครโดยเฉพาะ  ซานิ ที่จัดท่าโพสชนิดที่เรียกว่าใหญ่ เกินเบอร์ จะเป็นอย่างไรมีภาพฮา ๆ มาให้ชมกันจ้า

            เป็นฉากที่ ปลิวลม(จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) มาถ่ายปกเพลงลูกทุ่งที่สตูดิโอ โดยมีทุกคนมาคอยให้กำลังใจ และมี เชอรี่(ซานิ-นิภาภรณ์) มาถ่ายด้วยในครั้งนี้ ในขณะที่เชอรี่กำลังโพสต์ท่าจัดเต็มถ่ายแบบรัว ๆ ปลิวลมก็เดินเข้ามาทุกคนเบี่ยงความสนใจไปที่ปลิวลมทันที ทำให้เชอรี่อิจฉาคิดแกล้งปลิวลมโดยการเอาถุงทรายออกจากขาไฟแล้วให้ล้มทับปลิวลมแต่ อาชา(ไนกี้-นิธิดล) เห็นจึงเข้าไปรับแทน ทำให้อาชาเจ็บหนัก

            เบื้องหลังฉากนี้ ทีมงานยกกองไปถ่ายทำกันที่ สตูดิโอวันช็อต เป็นอีกซีนที่ได้เห็นความร้ายกาจของสาวซานิ เพราะต้องแกล้งนางเอกปลิวลมของเราอีกแล้ว โดยครั้งนี้กะเอาให้เจ็บหนักจนต้องระเห็ดระเหินกระเด็นออกนอกวงการไปเลยทีเดียว ซึ่งซานิมาในชุดสวยวิบวับ ส่วนนางเอกจั๊กจั่น มาในชุดสีขาวยาวกรุยกราย แหม ๆ คอสตูมเหมือนรู้เลยว่า สาวจั๊กจั่นเค้าจะเตรียมสละโสดแล้วเร็ว ๆ นี้เลยจัดชุดมาซะตรงธีมเลยเชียว  งานนี้คนที่รับบทหนักสุด ๆ คงเป็นพระเอกไนกี้ของเรา เพราะต้องมีซีนที่ต้องอุ้มจั๊กจั่น ด้วย แต่ดูจากหุ่มและกล้ามแน่น ๆ แล้ว ต่อให้อีกสิบเทคก็ยังไหวเนอะหนุ่มไนกี้ หลังจากที่ผู้กำกับ ภูมิภัทร สังวาลย์วรกุล เรียกนักแสดงมาซักซ้อมคิวกันแล้ว ถ่ายจริงเริ่มที่ ซานิ กำลังโพสท่า ซึ่งแต่ละท่า พูดเลยว่าใครจิตไม่แข็ง มีหลุดขำแน่ ๆ

แต่ทันทีที่จั๊กจั่นปรากฏตัวก็แทบจะดึงดูดสายตาเทไปให้ความออร่า ของเธอทำให้ซานิอิจฉาตาเป็นไฟ จึงคิดแผนร้ายแอบซุ่มหลังฉากไปเอาถุงทรายถ่วงน้ำหนักขาไฟออกหวังให้ล้มทับจั๊กจั่น ยิ่งช็อตสวีทของไนกี้และจั๊กจั่นหน้าเซทแล้วเพิ่มทวีความอิจฉาให้ซานิเข้าไปอีก ทันใดนั้นเสาไฟก็เอนและล้มลงมา ไนกี้เห็นจึงรีบเอาตัวไปขวางจนได้รับบาดเจ็บแทน ปลิวลมล้มลงและมองไนกี้ด้วยความเป็นห่วง เรื่องราววุ่น ๆ นี้จะจบลงอย่างไร ติดตามชมฉากนี้ได้ใน วันอังคาร 29 กันยายน เวลา 19.00 น.  ทางช่อง8 กดเลข 27   

ซีนน้ำตา “น้องอิงฟ้า ทำแฟนคลับน้ำตาตก

ตั้งแต่ละคร “ภูตรัตติกาล” ทางช่อง 8 ออกอากาศ ก็เรียกได้ว่าได้ฐานแฟนคลับขึ้นเป็นกองสำหรับ “น้องอิงฟ้า- ภูริชญา เอกวิธาพงษ์” ยิ่งมาในซีนนี้รับรองว่าแฟนคลับต้องน้ำตาตกใน เพราะน้องอิงฟ้าเจอคนใจร้ายอย่างสาว “มิ้นท์-ณัฐวรา วงศ์วาสนา” ที่ร่วมมือกับพี่ “ภูมิ-ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” จับตัวสาวตุ้ยนุ้ยของเราหวังเป็นเครื่องต่อรองกับ พระเอก “โอม-อัชชา นามปาน”  เบื้องหลัง ทำเอามิ้นท์น้ำตาแตกของจริงเพราะสงสารน้องอิงฟ้าจับใจ จะเป็นอย่างไรมีภาพให้ดูกัน

            เป็นฉากที่ ขวัญหล้า(อิงฟ้า) นั่งร้องไห้ด้วยความกลัว สบันงา(มิ้นท์-ณัฐวรา) เดินเข้ามาเห็นขวัญหล้าก็อึ้งไปและมองอินทร(ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) อย่างไม่พอใจทันที ขวัญหล้าได้ยินทั้งคู่คุยกันจึงรีบแย้งขึ้นมาว่า ไม่ยอมรับคนใจร้ายเป็นแม่ ทำให้สบันงาโกรธจัดลากขวัญหล้า ไปขัง พอรุ่งขึ้น สบันงาเอาอาหารมาให้ขวัญหล้า แต่ขวัญหล้าไม่ยอมกินปัดช้อนตกทำให้ สบันงาโกรธเขย่าตัวอิงฟ้าแล้วกรี๊ดใส่จนขวัญหล้าตกใจร้องไห้

            เบื้องหลังฉากนี้ทีมงานยกกองไปถ่ายทำกันที่บ้านกลางนา ปทุมธานี เรียกได้ว่าเป็นฉากที่สาวมิ้นท์ค่อนข้างลำบากใจที่สุดตั้งแต่เล่นละครเรื่องนี้มา  เพราะต้องทำให้น้องอิงฟ้า เด็กน้อยขวัญใจกองละครของเรา ร้องไห้ โดยเบื้องหลังทั้งน้องอิงฟ้าและมิ้นท์ค่อนข้างที่จะสนิทกัน แต่งานนี้เป็นฉากที่มิ้นท์ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้อิงฟ้าร้องไห้โฮที่สุด งานนี้นอกจากจะเป็นซีนที่ทำเอามิ้นท์ลำบากใจแล้ว ในขณะเดียวกันก็เป็นซีนที่ทำให้เห็นถึงพรสวรรค์ของน้องอิงฟ้าด้วย เพราะวัยเพียง 4 ขวบแต่สามารถจำบทได้แม่นยำมาก แถมยังเล่นได้ถึงอารมณ์เกินกว่าเด็กวัยนี้ทำได้ ด้านภูมิ ถึงกับพูดว่า เห็นแล้วแอบสงสาร และหนักใจแทนมิ้นท์ไม่ได้จริง ๆ  หลังจากที่ผู้กำกับ วิชิต วัฒนานนท์ ซักซ้อมคิวต่อบทกันเป๊ะ ถ่ายจริงเริ่มที่ อิงฟ้า นั่งหวาดผวากลัวภูมิอยู่มิ้นท์เข้ามาเห็นทีแรก ก็รู้สึกไม่พอใจว่าจับตัวเด็กมาทำไม แต่เพื่อเป็นเครื่องต่อรองกับโอมก็ต้องยอม อิงฟ้าพูดสวนขึ้นมาว่า ไม่ยอมรับคนใจร้ายเป็นแม่ ทำให้มิ้นท์โกรธจัดลากอิงฟ้าไปขัง รุ่งเช้ามิ้นท์

นำอาหารมาให้อิงฟ้าพยายามจะป้อนข้าว อิงฟ้าปัดช้อนทิ้ง มิ้นท์บีบปากอิงฟ้าและบังคับให้กิน อิงฟ้าไม่กิน มิ้นท์ยิ่งเขย่าตัวจนอิงฟ้าร้องไห้โฮ ถึงขั้นเกือบลงไม้ลงมือ โชคดีที่ภูมิมาห้ามไว้ทัน สิ้นเสียงคัท มิ้นท์ถึงขั้นน้ำตาแตกรีบเข้าไปกอดอิงฟ้าเพราะสงสาร ส่วนอิงฟ้าก็ร้องไห้ไม่หยุดจนภูมิต้องอุ้มพาไปโอ๋กันยกใหญ่ ติดตามชมฉากบีบหัวใจนี้ได้ใน วันจันทร์ที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 20.20 น.  ทางช่อง8 กดเลข 27   

“มุก” จูบ “เก้า” ช่วยชีวิต

เปิดเรื่องมาก็ทำเอาฮาน้ำตาเล็ดกับความปั่นปวนของ เก้า – จิรายุ ละอองมณี และ มุก – วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ในละครคอมเมดี้อารมณ์ดี เรื่อง “บ้านสาวโสด” ทางช่อง GMM25  ซึ่งงานนี้ทั้งมุก-เก้า ต่างก็สาดความฮาใส่กันแบบไม่กั๊ก เรียกว่าเล่นเข้าขากันสุดๆ แม้ว่าจะเพิ่งโคจรมาเจอกันเรื่องแรกก็ตาม  

โดยฉากนี้เป็นตอนที่ ยอดชาย (เก้า) กำลังเช็ควงจรไฟที่ตู้แผงไฟในห้องใต้ดิน แต่จู่ๆ เกิดไฟดูด พอเฌอแตม (มุก) เห็นจึงพยายามช่วยปฐมพยาบาลด้วยการจูบจนชายรอดชีวิตได้อย่างหวุดหวิด 

            ผู้กำกับ ติ๊ก – วศินี คุณะนิติสาร ยกกองไปถ่ายทำกันที่อพาร์ทเม้นต์ ดี-เฮ้าส์ ย่านลาดพร้าว โดยพื้นที่ถ่ายทำวันนี้เป็นห้องใต้ดินซึ่งค่อนข้างแคบ แต่มุกกับเก้าก็สู้ไม่ถอย ซักซ้อมต่อบท วัดระยะในการถีบ ล้ม และการจูบกันอย่างขมักขะเม้นไม่หวั่นกับอากาศที่ร้อน โดยเฉพาะหนุ่มเก้าดีไซน์ท่าทางการชักกระตุกเป็นท่าเต้นเพลงโปรดของตัวเอง พร้อมทั้งชวนมุกร่วมโยกให้เข้าจังหวะดนตรีสดอย่างสนุกสนาน สักพักพอผู้กำกับเห็นว่านักแสดงพร้อมแล้วก็ถ่ายจริงทันที เริ่มที่เก้าพยายามซ่อมตรวจดูความผิดปกติของตู้แผงไฟ โดยมีมุกยืนส่องไฟฉายให้แสงสว่าง พร้อมทั้งคอยหยิบไขควง เครื่องมือช่างต่างๆ ช่วยเก้าจนซ่อมเสร็จ แต่จู่ๆ เก้าเกิดโดนไฟช็อต

ตัวสั่นชักกระตุก พอมุกเห็นก็ตกใจ รีบถีบเก้าออกจากตู้แผงไฟจนกระเด็นลงไปล้มนอนชักกระตุกต่ออยู่ที่พื้น มุกเห็นก็ยิ่งร้อนใจเป็นห่วงหนักเข้าไปอีก จึงหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเสิร์ชกูเกิ้ลหาวิธีช่วย แล้วเจอวิธีการเป่าปาก  มุกเลยตัดสินใจค่อยๆ จับบีบจมูกเก้า แล้วก้มลงประกบปากเป่า จังหวะนั้นเอง 3 สาวโสดเจ้าของอพาร์ทเม้นท์อย่าง  กิ๊ก สายป่าน ก้อย เข้ามาเห็นพอดี มุกตกใจผละออกจากเก้าทันที ฟากเก้าเองก็ฟื้นขึ้นมาแบบงง แล้วผู้กำกับก็สั่งคัท เรียกว่าเล่นไปขำไปทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังกับลีลาการชักกระตุกหนุ่มเก้าที่จัดใหญ่ไฟกระพริบสุดๆ

อีกฉากที่น่าจะทำให้แฟนๆ ได้หัวเราะและอมยิ้มไปกับความน่ารักของ เก้า-มุก ห้ามพลาดกับ ละครเรื่อง “บ้านสาวโสด” ติดตามชมกันได้คืนวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้ เวลา 20.10 น.  ทางช่อง GMM25 และ รับชมย้อนหลังทาง Viu

ผู้จัด “ต่าย” นำทีมบวงสรวง “เรือนร่มงิ้ว”

ดึง “พิงกี้-กอล์ฟ-อั๋น-ฝ้าย” ประชันดราม่า!!!…สมกับตำแหน่งยืนหนึ่งละครดราม่าเข้มข้น สำหรับสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่ล่าสุดถือฤกษ์ดี 10.09 น.บวงสรวงเปิดกล้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับละครแนวดราม่า อีโรติก เรื่อง “เรือนร่มงิ้ว” นำทีมโดย คุณเหน่ง-นงลักษณ์  งามโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บ.อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัดและ คุณณณิญา พรหมเงิน ผู้อำนวยการสายงานละครโทรทัศน์ ช่อง 8

ร่วมด้วย ผู้จัดสุดหล่อ “ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช” และผู้กำกับ “ชัชวาล ศาสวัตกลูน”   พร้อมด้วยนักแสดงจากละครเรื่องนี้ นำทีมโดย พิงกี้-สาวิกา ที่มารับบท หญิงสาวอาภัพรัก เรียกว่าดราม่าชอกช้ำสุด ๆ แถมเรื่องนี้ยังได้เห็น อั๋น-วิทยา, กอล์ฟ-อนุวัฒน์ มาสวมบทบาทชายรักชายคู่กันเป็นครั้งแรก ที่สร้างกระแสฮือฮาตั้งแต่ปล่อยภาพฟิตติ้งละครออกไป ทำให้คนต่างจับจ้องและรอคอยที่จะชมละครเรื่องนี้ แถมยังได้นักแสดงมากฝีมือระดับแถวหน้าของวงการคับคั่ง อาทิ ฝ้าย-เวฬุรีย์, นน-ชานนท์, มาร์ค-อภิวิชญ์, เทียน-อัจฉรี, ดีเจแมน, นุ่น-รมิดา, พิมพ์-พิมพรรณ, เพชร-กรุณพล, เจี๊ยบ-ชมพูนุช, แอริน ยุกตะทัต ฯลฯ ที่ตบเท้าเข้ามาร่วมงานบวงสรวง ณ  ลานพระพรหม  อาร์เอส กรุ๊ป ถนนประเสริฐมนูกิจ

บรรยากาศในงานเรียกได้ว่าคึกคัก เปิดตัวด้วยเซ็ทนักแสดงนำอย่าง พิงกี้-สาวิกา, กอล์ฟ-อนุวัฒน์, อั๋น-วิทยา ที่มาในชุด พีเรียดเสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ สวยงาม สุด ๆ ตามมาติด ๆ กับสาว “ฝ้าย เวฬุรีย์” ที่ฟาดหน้า ด้วยสีลิปสติกแดงแปร๊ด ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้รับบทเป็นคนดีแน่นอน อิอิ ทำเอาสื่อมวลชนต่างรัวชัตเตอร์กันแทบไม่ทัน หลังจากเข้าพิธีบวงสรวงเสร็จ งานนี้นักแสดงต่างเข้าไปหยิบของไหว้ ติดไม้ติดมือกลับบ้านเพื่อความมงคล พูดเลยว่า มูขนาดนี้ แถมละครก็สนุกเข้มข้นครบรส เรตติ้งปังแน่นอน ติดตามความสนุกครบรสนี้ได้ ในละคร “เรือนร่มงิ้ว” เร็ว ๆ นี้ ทางหน้าจอช่อง 8  กดหมายเลข 27

น้องใหม่มาแรง! “นาเดีย-สุภาวดี” มือปราบเมียน้อย

เป็นกระแสให้ได้พูดถึงกันทุกตอน สำหรับความแซ่บเรียกพี่ของละครสุดปังแห่งปี “เพลิงนาง” ช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34  ผลิตโดย เช้นจ์2561 ที่ยืนหนึ่งความแรงของ “พลอย-เฌอมาลย์” กับบทบาท “พลับพลา2020” เป็นที่จดจำของแฟนละครอย่างแรง เพราะเล่นจริง สมบทบาทกับการเป็น “เมียน้อยตัวแม่” ทำครอบครัวคนอื่นร้าวฉานเป็นที่จดจำสุดๆ หลังจากตีท้ายครัวบ้าน ชุมสาย (แซม-ยุรนันท์) กับ ปรางทอง (ปูเป้-รามาวดี) จนบ้านแตกไปแล้ว ล่าสุดถึงคิวสะสางบัญชีคืนโดย เนม (นาเดีย-สุภาวดี) น้องใหม่เด็กเช้นจ์ รับบทบาท ลูกสาวตัวแสบ ที่เก็บกดจากการที่ครอบครัวไม่อบอุ่น ขอตามเช็คบิลแทนแม่ บุกเดี่ยวออฟฟิต พลับพลา (พลอย-เฌอมาลย์) หอบไข่เน่าไปปารถเมียน้อยพ่อ ถึงที่ทำงาน

            งานนี้น้องใหม่ทางการแสดงอย่าง “นาเดีย-สุภาวดี” ตื่นเต้นสุด ต้องปะทะคารมกับ นางเอกสายดราม่าตลอดกาลอย่าง “พลอย-เฌอมาลย์” ทำเอาเจ้าตัวออกอาการประหม่า ต้องให้ผู้กำกับคนเก่ง “ติ๊ก-วศินี” ติวเข้มประกบตัวต่อตัวที่หน้าเซ็ท ต่อด้วยการเล่นจริง ปาจริง อัดไข่เน่าใส่รถเบนซ์สุดหรูเข้าเป้าอย่างจัง พร้อมการเล่นฉากอารมณ์ฉุดกระชาก ลากแขน ฟาดอารมณ์ดราม่าใส่กันไม่หยั้ง

            ด้านนักแสดงน้องใหม่ไฟแรง “นาเดีย-สุภาวดี” ขอเปิดใจถึงฉากเด็ดฉากนี้ไว้ว่า

            เป็นฉากที่ตื่นเต้นมาก ต้องเล่นซีนอารมณ์กับพี่พลอย คือหนูก็กลัวว่าจะทำออกมาไม่ดี แต่ปรากฏว่าพี่พลอยช่วยหนูเยอะมาก สอนเทคนิคการเล่นให้ทำยังไงให้ไม่เจ็บตัว เหมือนเราตีกันเขย่าตัวกัน แต่ว่าไม่เจ็บเลย พี่พลอยเป็นนักแสดงที่น่ารักมาก ทำให้เราหายกดดันลงได้เยอะ ฝากติดตามฉากนี้ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะให้โอกาสนักแสดงน้องใหม่คนนี้ด้วย เรื่องนี้นาเดียเต็มที่มากๆเลยค่ะ

งานนี้ห้ามพลาดการปะทะกันของน้องใหม่ “นาเดีย-สุภาวดี” และ นางเอกตัวแม่ “มัมพลอย”

 ได้ในละคร “เพลิงนาง” คืนวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 22.00 น.ทางช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 (หลังรายการทุบโต๊ะข่าว) หรือรับ ชมละคร “เพลิงนาง” ย้อนหลังได้ทันที ผ่าน 2 ช่องทาง ที่ www.amarintv.com/เพลิงนาง และ YouTube Channel AMARIN TV

“เก้า จิรายุ” ดาราเด็ก สู่ พระเอกแถวหน้า พร้อมอัปเดตความรักแฟนสาว “วี วิโอเลต”

เผยชีวิตในวงการบันเทิงกว่า 20 ปี ของ “เก้า จิรายุ”  จากดาราเด็กสู่พระเอกแถวหน้าของเมืองไทย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีธัญญาท ธัญญาเรศ, ชมพู่ ก่อนบ่าย และตั๊กแตน ชลดา เป็นพิธีกร พร้อมเผยความผูกพันธ์แม่ลูก ที่เจ้าตัวพาคุณแม่ก้อย ไปสักแขนครั้งแรก อีกทั้งยังอัปเดตความรักกับแฟนสาว วีโอเลต

20 ปีแล้วในวงการบันเทิง?
เก้า : ใช่ครับ ตอนแรกผมเริ่มจากการถ่ายโฆษณา ก็คือฟลุคๆ ไม่ได้ตั้งใจ พารุ่นพี่ของผมไปแคสติ้ง ผมอาสาขับรถไปให้ โมเดลลิ้งก็ถ่ายรูปผมไว้ ผมก็ได้งานแบบฟลุคๆ มาเรื่อยๆ

ตอนนั้นอายุเท่าไหร่?
เก้า : โฆษณาอันแรกประมาณ 2 ขวบ ตอนนั้นมันไม่ต้องทำอะไรเยอะ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แม่ก็เล่าให้ฟัง

พอเราเริ่มโตมาเห็นว่าเราเป็นเด็กอัจฉริยะมาก จำบทได้เป็นหน้าๆ?
เก้า : อันนั้นก็โตขึ้นมาหน่อย ที่เราเล่นละครจริงๆ จังๆ ประมาณ 6 ขวบ ชื่อเรื่องผีขี้เหงา ตอนนั้นมันเริ่มมีบทเยอะ ต้องใช้ผู้ช่วย ก็แม่ผมนี่แหละอ่านให้ฟัง เราก็ฟังจำไป

ตอนที่เราไปถ่ายเรางอแงหรือน้อยใจคุณแม่บ้างไหม ทำไมให้เราเล่นละครตั้งแต่เด็ก?
เก้า : ผมไม่ได้น้อยใจ งอแงอาจจะมีบ้างเวลาง่วงแค่นั่นเอง

บางคำพูดที่บอกว่าแม่เอาเรามาหากิน เรารู้สึกยังไงกับประโยคเหล่านี้?
เก้า : จริงๆ ก็ไม่ใช่ มันคือโอกาส ถ้าให้ผมมอง ถ้าผมไม่ได้ทำ ทุกวันนี้ผมไม่ได้มีอาชีพ ไม่ได้มีเงิน ไม่ได้มีทุนชีวิตที่พิเศษขึ้นมา ผมก็ไม่ได้สบายแบบทุกวันนี้ จริงๆ ต้องขอบคุณเขาด้วย ผมพูดในมุมเด็กทุกคน เด็กทุกคนไม่เหมือนกัน ผมอาจจะโชคดีที่ผมมีโอกาส แล้วผมเองก็ไม่ได้ต่อต้าน ถ้าฝากถึงคุณพ่อ คุณแม่ท่านอื่นๆ ก็ดูลูกคุณ ถ้าเขาไม่อยากทำก็ไม่ต้องไปฝืน

ที่บอกว่าเหนื่อย แล้วหายไป ตอนนั้นอาวุเท่าไหร่?
เก้า : ประมาณ 7-8 ขวบ

แล้วอะไรที่ทำให้เรากลับมาวงการอีกครั้ง?
เก้า : ผมโชคดี แล้วที่ผมอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ดวงก็เป็นเหตุผลหลักเหมือนกัน เพราะว่าการที่คนหายไปปีนึงมันก็นานพอสมควร ถ้าเกิดว่าเขาจะลืมไม่ได้เอาเรามาทำงานคงเป็นเรื่องปกติ แต่ผมโชคดีปีนึงมีงานติดต่อเข้ามาพอดี แล้วแม่ก็ถามว่าอยากทำไหม ถ้าไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร

ช่วงปีนึงที่หยุดไปเหนื่อยหรอ?
เก้า : ไม่ใช่ มันเหมือนจากที่เราไปโรงเรียนอย่างเดียวไม่ต้องทำอะไร บางวันอาจจะมีโฆษณานิดหน่อย แต่ว่างานละครมันจะยาว เรื่องแรกผีขี้เหงา ละครผีถ่ายกลางคืน เด็กมันไม่ใช่เวลาที่มานั่งทำงาน มันต้องนอน เหนื่อยมาก พอพักปีนึงมันก็หายเหนื่อย แล้วห็น่าจะสนุกดี จริงๆ ประสบการณ์ถ้าไม่นับว่าเหนื่อย มันก็ดีนะอยู่ในกองถ่าย มันมีคนมาเอ็นเตอร์เทนเรา มีเพื่อน มีผู้ใหญ่

เคยรู้สึกไหมว่าชีวิตวัยเด็ก วัยรุ่นของเรามันหายไป?
เก้า : มันก็มีส่วนนึงที่หายไป ยอมรับพูดตรงๆ มันมีสิ่งที่เราได้ไปแล้วก็เสียก็แลกกัน ที่ผมมารู้สึกมากๆ หน่อยเป็นช่วงมัธยม เราอยากทำกิจกรรม ผมเล่นกีฬาด้วย บางทีถ้าไม่ได้ไปโรงเรียน 3-4 วัน มันขาดตอน ไม่รู้เรื่อง มันก็มีฟิวที่เซ็งเหมือนกัน เราก็ทำไป แม่ผมพยายามไม่รับงานมากเกินไป ถ้าเป็นไปได้เขาอยากให้เราไปเรียนมากกว่า เมื่อมันมีโอกาสมาใจนึงก็อยากทำ ใจนึงเราก็อยากพัก ก็ยังดีว่าเราฝืนทำไปก่อน อาจจะไม่ได้ 100% เหมือนคนอื่น แต่ว่าก็เท่าที่เราทำไหว ทีนี้มันรู้สึกว่าคุ้มค่ามากเลยที่เราไม่เลิกไปก่อน ถือว่าโชคดีครับ

เคยมีช่วงที่เรามีชื่อเสียง หลงตังเอง เราเคยเป็นบ้างไหม?
เก้า : ผมไม่แน่ใจว่าผมหลงตัวเองหรือเปล่า ผมก็มีข่วงที่หลุดไปเหมือนกัน เราโฟกัสผิดจุด เหมือนเราเหนื่อย ผมจะเป็นคนที่เหมือนคนที่ทำงานตั้งแต่เด็กๆ ก็จะมีช่วงเวลาที่ผมว่าง ช่วงเวลาที่ผมพัก ผมรู้สึกว่าผมต้องพักจริงๆ ต้องแบบไม่มีใครมายุ่งกับผม มันก็จะมีช่วงเวลาพวกนั้นเหมือนกัน บางทีเมื่อเวลามันพักไม่พอ เราก็กลายเป็นคนนิสัยไม่ดีเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเรานิสัยไม่ดีกับหลายๆ คน โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ บางทีเราอาจจะเป็นคนที่นิสัยดีกว่านั้นได้ ตอนที่คนมาคุยกับเรา มาถ่ายรูปกับเรา เราสามารถเฮฮากับเขาได้มากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดนะ ผมมองว่ามันไม่ใช่หลงตัวเองหรอก มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่มันเหนื่อยมากๆ แล้วช่วงเวลาที่เราทำได้ดีกว่านั้น ถ้าเรามองมุมกว้าง

มีช่วงนึงติสท์แบบไม่รับงานเลย?
เก้า : ก็รับยาก มีตอนเด็ก แล้วก็ช่วงวัยรุ่นนี่รับอยู่ แค่แบบกว่าจะรับอะไรสักอย่างได้ก็ยาก แต่จริงๆ ก็ยังเป็นมาถึงทุกวันนี้ แต่เรื่องรับงานถ้าเรารู้สึกว่าเราทำแล้วมันไม่ดี หมายถึงใจเราไม่อยากทำ แล้วเราจะไม่ค่อยทำการบ้านกับมัน เราไม่เตผ่มที่ ผมรู้สึกว่าผมไม่รับดีกว่า รับเฉพาะสิ่งที่ผมคิดว่าคนดูเขารู้สึกว่ามันเต็มที่ คนที่ทำงานกับเรา จ้างงานเรามันคุ้มค่าด้วย

ช่วงที่บอกว่าเราอาจจะไม่น่ารักสำหรับทุกคน มีคนคอยเตือนเราไหม?
เก้า : ก็จริงๆ มีครับ ครอบครัวนี่ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก มันอยู่ที่คนรอบตัว ถ้าคนรอบตัวเราบอกว่าคุณดังแล้วจะไปทำตัวเหมือนคนปกติไม่ได้ ถ้าคนรอบตัวคุณพูดแบบนั้นคุณก็เป็นแบบนั้นแน่นอน ไม่มีใครคอยดึง ครอบครัวผมบอกว่าไม่ดีแล้วนะ คนไม่อยากทำงานด้วย ประกอบกับผมไม่ชอบให้คนมองว่าเราเหนือกว่าคนอื่น เพราะผมรู้สึกว่าผมไม่ชอบสายตาที่มองแบบนั้น ทุกคนจะรู้ว่าเวลาที่ผมอยู่กับเพื่อนห ผมก็เป็นคนปกติคนนึง เรารู้สึกสบายใจเราได้เป็นคนธรรมดาจริงๆ เวลาอยู่กับเพื่อน

เห็นน้องเก้าบอกว่าคุณแม่เป็นกำลังหลักสำคัญเลยในการเตือน?
แม่ก้อย : ก็เตือนค่ะ คุณเป็นยังไงเราก็รักคุณ แต่ว่าคนอื่นเวลาที่เขาไม่รักเรา เราเป็นนักแสดง เราคือลูกจ้าง เราต้องทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเรามีคุณค่า ก็จะต้องบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้นะ ทำแบบนี้ใันจะเป็นแบบนี้นะ เขาก็หังนะคะ บางครั้งเขาดื้อแต่ว่าเขาฟังเสมอ

คุณแม่กับคุณลูกสนิทกันแค่ไหน?
เก้า : สนิทๆ แต่อาจจะไม่ถึงขั้นบอกทุกเรื่อง ผมอยู่บ้านเดียวกับแม่ เหมือนคนที่อยู่ด้วยกันก็สนิทกันอยู่แล้ว เห็นกันอยู่ทุกวัน

เห็นว่าสนิทกันแต่ก็มีบางเรื่องไม่บอกกันตรงๆ นะ ใช้เวทีสารภาพกับแม่?
เก้า : เรื่องสัก แท่ผมไม่เคยห้าม แต่ว่ามันเป็นฟิวที่เราคิดไปเอง เขาจะว่าอะไรหรือเปล่า คือไม่ได้บอกแม่ บอกพ่อ

วันนั้นแม่โกรธไหม?
แม่ก้อย : ไม่โกรธค่ะ เขาอยากทำอะไร ขอแค่บอกเรา แค่เขาอาจจะบอกเซอร์ไพรส์หน่อย พอดีมันมาพร้อมสุพรรณหงส์ แต่ก็ถามว่าสักว่าอะไร เขาก็ให้ดูนิดนึง คือเป็นคำว่าครอบครัว เป็นลายมือเขา

ล่าสุดเพิ่งพาคุณแม่ไปสักมา?
แม่ก้อย : เหตุการณ์คือมันถึงเวลาแล้ว
เก้า : เขาอยากสักมาตั้งนานแล้ว
แม่ก้อย : ตอนแรกอยากสักมังกรเต็มหลัง ซึ่งที่ไปสักมามันภูมิใจมากๆ ที่สัก เพราะเรารู้สึกว่าอยู่มาอายุเรา 52 ปี เรารู้สึกว่าอันนี้จะไม่ตายไปจากเรา

แม่เลือกสักรูปลูก?
แม่ก้อย : รูปเก้าเล่นกีตาร์จากมิวสิควีดิโอล่าสุดของเขา

น้องเก้ารู้สึกยังไงแม่มาสักแบบนี้?
เก้า : ผมก็ตอนแรกทีเล่น ทีจริง ไม่รู้เขาจะสักจริงๆ หรือเปล่า ผมทำช่องยูทูบอยู่ ผมก็ทำคลิปพาแม่ไปสัก คนดูเยอะเลย ประกอบกับแม่พูดเล่นมาหลายครั้งแล้วว่าแม่จะสัก ผมก็ไม่คิดว่าแม่จะสัก แม่ผมก็ฉาเหมือนกัน

แม่สักเป็นรูปเรา เรารู้สึกยังไง?
เก้า : มันอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ผมนั่งขำกับเพื่อนอยู่ ไม่รู้ว่าซึ้งหรือเปล่า ผมก็แบบ แม่สัก แม่มึงไม่เห็นสักรูปมึงเลย แม่รักกูมากกว่า แม่มึงรักมึงอีก ผมก็แกล้งเพื่อน

เห็นว่ามีหนึ่งรอยสักที่แม่ก้อยงอนน้องเก้า?
เก้า : ไม่แน่ใจ
แม่ก้อย : รอบขา
เก้า : อ้อ ผมคิดออกแล้ว ปกติผมสักแม่ไม่ว่าอะไร มีครั้งนึงที่ผมไปสักแม่ก็ไปด้วยก็ไม่ได้อะไร แต่มันมีอยู่วันนึงที่ผมรู้สึกว่ามันจะใหญ่ รอบขา คือผมตั้งใจไว้แล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะว่ายังไง แต่ไปเองก่อนเลย อันนี้ใช้แผนการที่ว่าสักเสร็จค่อยบอก พอกลับมาบ้านก็กะว่าให้แผลหายก่อนค่อยบอก แต่ว่าเขามารู้วันที่ผมหม่อยู่บ้าน เขาเข้ามาในห้องเห็นผ้าปูที่นอนเป็นสีดำ เขาก็เลยรู้ว่าสักมา ผมก็ให้ดู เขาก็บอกว่า บอกก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไร
แม่ก้อย : จริงๆ ตกใจ เพราะรอยมันใหญ่มากๆ จริงๆ เราถูกเลี้ยงดูมาในรุ่นที่ว่าใครมีรอยสักมีตำหนิ แล้วเหมือนขาคนละท่อน เราก็ตกใจ เพราะอาชีพเขา เขาต้องใช้ร่างกายกายของเขา แล้วถ้าเกิดมันมีตำหนิเรารู้สึกว่าเราเลี้ยงมายุงไม่ให้กัด ไรไม่ให้ตอม แล้วนี่อะไร ตอนแรกก็น้อยใจร้องไห้ แต่ก็เข้าใจเขา เก้าจะเป็นยังไงแม่ก็รัก

แล้วตอนแม่อ้อนลูกขอซื้อบ้านแม่ร้องไห้ด้วยไหม?
แม่ก้อย : ไม่ร้องค่ะ เขาก็ถามเรา คือผ่านไป 1 เดือนหลังจากที่บอกเขา เขาก็กลับมาถามเราว่ายังอยากได้อยู่หรือเปล่า

เก้าเล่าเหตุการณ์นี้สิ แม่มาขอซื้อบ้านที่เชียงใหม่ใช่ไหม?
เก้า : ใช่ครับ เขาไปเที่ยวเหมือนชอบ เขาก็ไปดูบ้านเล่นๆ รอบแรกที่เขาไปดู ผมไม่ได้ไป เขาก็ส่งรูปมาให้ดู เขาอยากให้เราลองไปสักรอบ เราก็ไปดู ผมก็โอเคมันสวย มันเยี่ยมเลย แต่เราคิดว่าเราคงไม่มาบ่อย ก็เลยบอกเขาว่าไม่ต้องซื้อหรอก เอาเงินซื้อบ้านไปเช่าโรงแรมอยู่มันได้ทั้งชีวิต ซื้อทำไมอยู่ที่เดียว เราไปหลายจังหวัดก็ได้ ไปๆ มาๆ เหมือนคุยกัน

เลยซื้อสดเลย 5 ล้านกว่า?
เก้า : ผมจำไม่ได้เหมือนกัน
แม่ก้อย : ประมาณครึ่งไร่ ในระยะยาวมันจะเป็นมูลค่า เพราะมันจะเป็นทรัพย์สินของเขา

กับน้องวีกี่เดือนแล้ว?
เก้า : เกือบๆ ปีแล้วครับ ก็โอเค ปกติดี

คบกันได้ยังไง?
เก้า : ก็รู้จักกันเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว จากการถ่ายซีรีส์ จนมาวันนึงมันก็เป็นไปของมันเอง แค่นั้นไม่มีอะไรเลย

ชอบอะไรในตัววี?
เก้า : เขาเป็นคนคล้ายๆ ผม มองอะไรคล้ายกัน ทำงานเยอะเหมือนกันก็เลยเข้าใจ

เห็นว่าวีอายุเยอะกว่าด้วย?
เก้า : ใช่ครับ ประมาณ 2 ปี  ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีสเปคนะครับ แต่ผมชอบคนที่โต เป็นผู้ใหญ่ อายุมันไม่ได้บอกความโต เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่ามันไม่สำคัญ

แม่เห็นว่าตอนแรกๆ ที่เก้าคบกับวี รู้ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหม?
แม่ก้อย : เหมือนเขาคบกันระยะนึง แล้วก็เราถามเขาเรื่อยๆ เป็นไงมั้ง เขาก็บอกมีคุยๆ อยู่ แล้วเราก็พูดชื่อออกไป เขาก็บอกว่ารู้ได้ยังไง ก็บอกว่าเซ้นส์มันบอก

ในสายตาแม่ แม่ว่าน้องเขาน่ารักไหม?
แม่ก้อย : อันนี้เราไม่แสดงความคิดเห็น เพราะว่าเราให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ ก็น่ารัก

ลูกรักใครแม่รักด้วย?
แม่ก้อย : เรารู้สึกว่าความสุขของเขาก็คือความสุขของเรา

แพลนระยะยาวคิดไปไกลขนาดไหนแล้ว?
เก้า : ก็บอกตรงๆ เราอยู่แค่ตอนนี้ก่อน มีความสุขดีก็ไปเรื่อยๆ
 
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ได้ฤกษ์บวงสรวง Voice In The Rain เสียงรักในสายฝน

ซีรีส์ออริจินัลเรื่องล่าสุดจาก Viu (วิว) และ AIS PLAY (เอไอเอส เพลย์)……สิ้นสุดการรอคอยสำหรับคอซีรีส์แนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี เมื่อ Viu (วิว) จับมือกับ AIS PLAY (เอไอเอส เพลย์) ผลิตผลงานซีรีส์ Viu Original (วิว ออริจินัล) ของประเทศไทยในเรื่องล่าสุดอย่าง Voice In The Rain เสียงรักในสายฝน หลังจากประสบความสำเร็จกับซีรีส์ที่ครองใจคนดูพร้อมเสียงตอบรับจากเหล่าแฟนคลับอย่างท่วมท้นในเรื่อง My Bubble Tea หวานน้อย รัก100% โดยล่าสุดได้ฤกษ์จัดพิธีบวงสรวงการถ่ายทำซีรีส์เรื่องใหม่นี้ที่ร้าน The Gardens of Dinsor Palace เมื่อบ่ายวันก่อน

                Viu Original (วิว ออริจินัล) เป็นซีรีส์ที่ผลิตโดย Viu (วิว) จากแนวความคิดการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพเป็นของตัวเองผ่านความนิยมจากผู้ชมของ Viu (วิว) ในคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ รวมถึงการนำคอนเทนต์ที่เคยได้รับรางวัลระดับโลกมาผลิตใหม่ให้เหมาะสมกับผู้ชมในแต่ละภูมิภาค

                โดยซีรีส์ Voice In The Rain เสียงรักในสายฝน เป็นผลงานการกำกับของ เกมส์–กฤษณ์มงคล เพียรทอง ผู้กำกับ รุ่นใหม่ฝีมือเฉียบที่เคยสร้างสรรค์ผลงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์ไทยเรื่องตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราช และกระสือสยาม อีกทั้งยังเคยร่วมเป็นนักเขียนให้กับซีรีส์ยอดนิยม U-Prince The Series อีกด้วย รวมถึงเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอเพลง Start Again และ Ghost World ของเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังวง FEVER

                ด้านฝั่งนักแสดงก็ไม่น้อยหน้าขนทัพกันมาทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ซึ่งนำแสดงโดย หลิน-มชณต สุวรรณมาศ, กันต์ กันตถาวร และนักแสดงเลือดใหม่น่าจับตามอง ณ-ณภัทร วิกัยรุ่งโรจน์ ร่วมถึง เชอรีน-ณัฐจารี หรเวชกุล, มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ, ชา-ชณิฌา บุญภาณุวิจิตร, เจี๊ยบ-กาญจนาพร ปลอดภัย, อ้น-นพพันธ์ บุญใหญ่ และอีกมากมาย ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกให้กับแฟนซีรีส์ทุกคนได้ติดตาม

                สำหรับ Voice In The Rain เสียงรักในสายฝน เป็นเรื่องราวของลลิน ดีไซน์เนอร์สาวชื่อดังที่มักจะได้ยินเสียงความคิดของผู้ชายคนหนึ่งในทุกครั้งที่ฝนตก โดยเสียงนั้นมักจะเป็นแรงบันดาลใจให้เธอได้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ได้เสมอ แต่ทว่าเมื่อเธอได้พบกับเจ้าของเสียงปริศนานั้น ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด

                สามารถติดตามซีรีส์เรื่อง Voice In The Rain เสียงรักในสายฝน ได้ทางช่อง Workpoint ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.30 น. – 23.30 น. โดยเริ่มออนแอร์ตอนแรกในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Viu (วิว) และ AIS PLAY (เอไอเอส เพลย์)

ตามติดชีวิต 1วันเต็ม “นาว ทิสานาฏ”

ช่อง 7HD ยังคงเดินหน้าดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “7สี ปันรักให้โลก” เสิร์ฟคลิปสุดพิเศษ Save World No Plastic ตามติดชีวิตการทำงาน 1 วัน ของนางเอกสาว นาว-ทิสานาฏ ศรศึก ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในการณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก โดยนาวเริ่มต้นด้วยการพาทุกคนไปกองละคร “แม่เบี้ย” ที่ตลาดสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งระหว่างทำงานจะเห็นนาวใช้แก้วน้ำคู่ใจที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน นางเอกคนสวยยังหอบกล่องข้าวน่ารัก ๆ มาเอง  เท่านั้นไม่พอ ยังหิ้วถุงผ้ารักษ์โลก ชวนไปเดินช้อปปิ้งในตลาดระหว่างรอเข้าฉากอีกด้วย รับรองว่าแฟน ๆ ต้องอมยิ้มไปกับความน่ารักในคลิปสุดพิเศษนี้อย่างแน่นอน ติดตามชมคลิปเต็มได้แล้ววันนี้ ทาง Facebook และ Youtube : Ch7HD

โดย นาว เผยว่า “นาวอยากชวนให้ทุกคนลดการใช้ถุงพลาสติกให้น้อยลง เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ใกล้ตัว เช่น นาวจะพกแก้วน้ำ, กล่องข้าว และถุงผ้าส่วนตัว มาใช้ในกองถ่ายเป็นประจำ เพราะนอกจากจะช่วยลดขยะพลาสติกแล้ว เรายังมั่นใจในเรื่องของความสะอาดได้อีกด้วย ฝากติดตามชมคลิปสนุก ๆ Save World No Plastic ตามติดชีวิต การทำงานของนาว ในกองถ่าย 1 วันเต็ม ๆ ด้วยนะคะ”

Scroll To Top