web analytics
SIAMNEWSDAY

OPPO เปิดตัว ColorOS 12 Global Version อย่างเป็นทางการ

ColorOS ใหม่บน Android 12 มอบ UI ที่เรียบง่ายและครอบคลุม พร้อมการใช้งานที่ราบรื่นมากขึ้น OPPO ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการ ColorOS 12 ใหม่สำหรับผู้ใช้ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อมุ่งให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้นบน Android 12 โดย ColorOS 12 มอบ inclusive UI แบบใหม่ทั้งหมดที่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ราบรื่นยิ่งขึ้นและมีฟีเจอร์ที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในชิวิตประจำวันของคุณ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ OPPO ได้เปิดตัว ColorOS 12 รุ่น public beta ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ถือเป็นหนึ่งใน OEM รายแรกๆ ที่ทำงานบน Android 12 ซึ่งเปิดตัวบน OPPO Find X3 Pro 5G เป็นครั้งแรกในอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย โดย OPPO วางแผนที่จะขยายการใช้งานไปยังรุ่นอื่นๆ ครอบคลุมประเทศและภูมิภาคมากยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ยึดแนวคิดแบบ inclusivity เป็นธีมหลัก

เพื่อการใช้งานทั่วทั้ง 68 ประเทศ ในผู้ใช้งานถึง 440 ล้านคนทั่วโลก OPPO จึงยึด Inclusivity เป็นธีมหลักในการสร้างสรรค์ ColorOS 12 ซึ่งเป็นการต่อยอดจากแนวคิด Infinite Design ของ OPPO ที่มีความเรียบง่าย สะอาดตา และสามารถปรับแต่งดีไซน์ได้เองหลากหลายแบบ โดยระบบปฏิบัติการใหม่นี้จะมามอบประสบการณ์การใช้งานที่ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมอัดแน่นไปด้วยเฟรมเวิร์กที่มีไอคอน แอนิเมชั่น และข้อมูลต่างๆ ที่มีความนุ่มนวลมากขึ้น เพื่อให้ใช้งานง่ายในภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมาพร้อมเฟรมเวิร์กที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบโทรศัพท์ที่แตกต่างกันอีกด้วย

ประสบการณ์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ไร้สะดุด เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การมอบประสบการณ์ที่ราบรื่น ไร้สะดุดให้กับผู้ใช้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัยและพัฒนา รวมถึงนวัตกรรมของ OPPO โดย ColorOS 12 ใหม่ มุ่งเน้นทั้งความสะดวกสบายและทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งจากความพยายามในการถอดรหัส long-term code ทำให้ ColorOS 12 สำเร็จในด้านการจัดการความล่าช้าและความหน่วงเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะด้าน anti-fragmentation และการจัดสรรทรัพยากรอย่างชาญฉลาด ทำให้อัตราการเสื่อมสภาพของระบบใน 3 ปีต่ำเพียง 2.75% รวมถึงสามารถลดการใช้หน่วยความจำลงถึง 30% และใช้พลังงานแบตเตอรี่ลดลง 20%

Quantum Animation Engine สร้างรูปลักษณ์เลียนแบบคุณด้วยการใช้แอนิเมชั่นที่พัฒนามากว่า 300 แบบเพื่อมอบเอฟเฟกต์แอนิเมชั่นเสมือนจริง นอกจากนี้ยังตอบสนองการสัมผัสด้วยแรงต้าน ความเฉื่อย และแรงดีดตัว เพื่อมอบประสบการณ์โดยรวมที่ราบรื่นยิ่งขึ้น รวมถึงเพื่อสอดคล้องกับการรับรู้และพฤติกรรรมของสมองมนุษย์ยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์ที่สมจริงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับการใช้งานอื่นๆ เช่น PC Connect, 3-Finger Translate ที่ขับเคลื่อนโดย Google Lens, FlexDrop และ Phone Manager ช่วยให้ผู้ใช้ ColorOS 12 ทำงานในหลากหลายสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดความสำคัญด้านความเป็นส่วนตัว: ลดลูกเล่นและโฟกัสไปที่พื้นฐานเบื้องต้น

OPPO เล็งเห็นถึงความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและฟีตแบคจากผู้ใช้งานบน ColorOS ทำให้ ColorOS 12 ไม่เพียงแต่มาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ได้รับการพัฒนาแล้วจาก Android 12 เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว, การแชร์ตำแหน่งใกล้เคียง และ การเข้าถึงไมโครโฟนและกล้อง มาช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมความเป็นส่วนตัวของตนเองได้ด้วยเมนูและปุ่มที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยที่ยังสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์อื่นๆ ที่ได้รับการพัฒนาจากทีม OPPO ได้เช่น Private System, Private Safe, App Lock และอื่นๆ

การตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ถือเป็นการรักษาความโปร่งใส โดย OPPO ทำการพัฒนาการจัดเก็บและกระบวนการตามข้อปฏิบัติด้านข้อมูล โดยเซิร์ฟเวอร์สำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่ตั้งในหลากหลายสถานที่ทั่วโลกนั้น OPPO รับประกันว่าข้อมูลของผู้ใช้จะถูกจัดเก็บอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ใกล้เคียง และจะถูกบันทึกในรูปแบบที่ไม่ใช่ข้อความทั่วไป รวมถึงจะถูกส่งโดยใช้โปรโตคอลที่เป็นกรรมสิทธิ์จาก OPPO อีกด้วย

โดย OPPO ได้รับการรับรองความเป็นส่วนตัวจากองค์กรมีอำนาจเช่น ePrivacy และ ISO27001 ซึ่งมีการใช้ third-party supervisor ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้การประมวลผลในทุกๆ วันตรงตามข้อปฏิบัติด้านข้อมูล

การเข้าถึง OS ของนักพัฒนา Android

การแบ่งปัน ถือเป็นคุณค่าหลักในการแลกเปลี่ยนระหว่างพาร์ทเนอร์ Android ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาของทั้งสองแพลตฟอร์ม โดย ColorOS ได้รวบรวมฟีเจอร์มากมายมาจาก Android ซึ่ง Android 12 ก็ได้รับแรงบันดาลใจด้านการปรับแต่งได้เองมาจาก ColorOS เช่นเดียวกัน เช่น ระบบการเปลี่ยนธีมโดยอิงจากวอลเปเปอร์ใน Material You ที่มีฟีเจอร์การปรับแต่งที่พัฒนาขึ้นเองซึ่งคล้ายกับ ColorOS รุ่นก่อนหน้า และอีกตัวอย่างที่ดีของการแลกเปลี่ยน คือ App Cloner จาก ColorOS ที่ตอนนี้มีอยู่ใน Android 12 อีกด้วย

ColorOS ของ OPPO มุ่งมั่นในการเป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นมิตรกับนักพัฒนา Android มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น free camera SDKs ที่ครอบคลุมความสามารถด้านกล้องที่โดดเด่นของ OPPO เช่น Ultra Steady Video Shooting, HDR, Super Wide-Angle และอื่นๆ อีกทั้ง OPPO ยังได้เปิดการเข้าถึง HyperBoost และ Color Vision Enhancement เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักพัฒนาแอป Android และเสริมสร้างอีโคซิสเต็มของ Android ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แผนการเปิดตัว ColorOS 12

OPPO จะเปิดตัว ColorOS 12 รุ่น public beta ในอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซียบน OPPO Find X3 Pro 5G จากนั้นจะเปิดตัวในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไปตามแผนการในปี 2564 และ 2565 โดย OPPO ตั้งเป้าในการนำ ColorOS 12 ให้ผู้ใช้งาน 150 ล้านคน บนกว่า 110 รุ่น

นโยบายการอัปเกรด เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ OPPO

ถือเป็นครั้งแรกที่ OPPO มีการประกาศนโยบายการอัปเกรดครั้งสำคัญ โดยเฉพาะรุ่นที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป โดย OPPO รับประกันการอัปเดต Android 3 รายการหลักบนซีรีส์แฟล็กชิพ OPPO Find X Series และ การอัปเดต Android 2 รายการบนซีรีส์ OPPO Reno และ A Series ในบางรุ่น รวมถึง การอัปเดต Android 1 รายการบน OPPO A Series ในรุ่นที่มีหน่วยความจำต่ำ นอกจากนี้จะยังมีการอัปเดตแพตช์ด้านความปลอดภัยทั่วไปบน OPPO Find X Series ในระยะเวลา 4 ปี และ OPPO Reno และ A Series ในระยะเวลา 3 ปีอีกด้วย

OPPO ประกาศการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Riot Gamesในการแข่งขัน League of Legends World Championship ปี 2021

– OPPO แบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก ประกาศการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Riot Games ในการสนับสนุนการแข่งขัน League of Legends World Championship 2021 (S11) โดยความร่วมมือนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระยะยาวร่วมกันกับ Riot Games ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Brand Awareness ให้กับ OPPO ในกลุ่มผู้เล่นอีสปอร์ตทั่วโลก

OPPO สนับสนุนการแข่งขัน LOL World Championship ปี 2021

โดยในปีนี้ OPPO จะมอบรางวัลด้านผู้เล่นที่ทรงคุณค่าที่สุด (The most valuable players awards) ให้แก่ Pro players ที่สามารถครองสมรภูมิ พร้อมต่อสู้ได้อย่างเหนือชั้นในรอบชิงชนะเลิศ นอกจากนี้ OPPO จะยังนำไฮไลท์ของเกม พร้อมบทสัมภาษณ์ของ Pro players และทีมที่แข่งขัน ให้ผู้ชมได้รับรู้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Pro players และการแข่งขันของเกมรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปีนี้เราได้สานต่อความเป็นพาร์ทเนอร์กันกับ Riot Games ซึ่ง League of Legends จะช่วยให้เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกรู้จักแบรนด์ OPPO ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญกว่านั้น คือ ความตั้งใจที่แน่วแน่และไม่ยอมแพ้ของ Pro players ที่มีส่วนคล้ายคลึงกับ OPPO ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเรามุ่งมั่นมอบสิ่งที่ยอดเยี่ยมและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้ใช้ของเรา” William Liu, Vice President และ President of Global Marketing ของ OPPO กล่าว

“จากความสำเร็จของการเป็นพาร์ทเนอร์ในปีที่ผ่านมา เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ OPPO เป็นผู้สนับสนุนในการเข้าแข่งขัน League of Legends World Championship 2021 โดย OPPO ถือเป็นพาร์ทเนอร์ด้านสมาร์ทโฟนระดับโลกรายแรก และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เทคโนโลยีที่น่าประทับใจที่สุดในกลุ่มผู้เล่นอีสปอร์ตระดับโลกซึ่งเราก็ตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นสิ่งที่ OPPO เตรียมมอบให้แก่ผู้ชมในรอบชิงชนะเลิศ” John Needham, Global Head of Esports ของ Riot Games กล่าว

รอบชิงชนะเลิศในปีนี้ใช้ธีม “Make/Break” แสดงถึงความกล้าหาญและจิตวิญญาณในการทลายสิ่งเป็นไปไม่ได้ เพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เช่นเดียวกันกับความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ OPPO Find X Series ที่ทำให้ OPPO Find X3 Pro 5G ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนสามารถถ่ายภาพและจัดเก็บโลกรอบตัวด้วยสีสันถึง 1 พันล้านสี (10-bit color) เท่านั้น แต่ยังมีหน้าจอที่มีสีสันถึง 1 พันล้านสีอีกด้วย นอกจากนี้ OPPO Find X3 Pro 5G ยังมาพร้อมกับ Color Vision Enhancement ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์หนึ่งใน ColorOS 11.2 ที่ช่วยปรับเทียบหน้าจอและแก้ไขสีให้เหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นสี ซึ่งประสิทธิภาพด้านสีสันและดีไซน์ที่ทันสมัยของ OPPO Find X3 Pro 5G นั้นถือเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ OPPO ได้ทลายขีดจำกัดของสีสันบนสมาร์ทโฟน พร้อมสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เช่นเดียวกัน

OPPO เป็นแบรนด์ที่เน้นผู้บริโภคเป็นหลัก เราจึงเข้าใจดีว่าความต้องการของเกมเมอร์ที่เล่นเกมบนมือถือนั้นคืออะไร ดังนั้น เราจึงมอบประสบการณ์การเล่นเกมแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Gaming Mode ใน ColorOS โดยเมื่อผู้เล่นเปิด Gaming Mode ผู้เล่นจะไม่ถูกรบกวนจากการแจ้งเตือน ข้อความ และสายโทรเข้าอีกต่อไป ทำให้ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมได้แบบไม่มีสะดุด

OPPO หวังที่จะมีส่วนร่วมกับกลุ่มอีสปอร์ตระดับโลกมากขึ้น และยังเชื่อว่าสปิริตของ Pro players ในรอบชิงชนะเลิศจะเป็นแรงผลักดันให้กับผู้ชมในการเดินตามความฝันเพื่อสร้างฝันนั้นให้เป็นจริง

League of Legends World Championship 2021 (S11) จะเชิญทีมระดับต้นๆ จาก 11 ประเทศ ทั่วทั้งภูมิภาคเข้าร่วมการแข่งขันที่มีการเดิมพันสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยการแข่งขันเริ่มในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ และสิ้นสุดด้วยรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ที่ Engjavegur 8, 104 Reykjavik ประเทศไอซ์แลนด์

OPPO Reno6 Series 5G

รุ่นไหนเหมาะกับคุณ มัดรวม 3 รุ่นสมาร์ทโฟนแห่งปีเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอพอร์ตเทรต จะอารมณ์ไหนก็ใช่ ด้วย OPPO Reno6 Series 5G

ช่วงนี้เริ่มคลายล็อกดาวน์แล้ว หลายคนก็เริ่มออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน เสพบรรยากาศที่คิดถึง ไม่ว่าจะฮอปคาเฟ่ หรือเข้าร้านอาหารที่ไม่ได้ทานมานาน ได้ออกมาทั้งทีนอกจากจะต้องระมัดระวังตัวเองแล้ว ก็ต้องเอาสมาร์ทโฟนออกมาถ่ายภาพและวิดีโอลง Instagram อัป TikTok กันให้รัว บทความนี้พามาชวนส่องสมาร์ทโฟน 3 รุ่น 3 ราคา จากตระกูล OPPO Reno6 Series 5G อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต เก็บครบทุกความรู้สึก ที่ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สุดเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอพอร์ตเทรตตัวจริงแห่งปี 2021 ที่เหล่าครีเอเตอร์ต้องห้ามพลาด รุ่นไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบไหนบ้างมาดูกัน!

อย่าให้อะไรมากั้นความคิดสร้างสรรค์ เพราะ OPPO Reno6 Z 5Gสมาร์ทโฟนน้องเล็กในราคาเป็นมิตรไม่เกิน 13,000 บาท แต่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีกล้องที่ให้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้โดดเด่นและแตกต่างด้วยฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait เบลอแสงพื้นหลังให้เป็นโบเก้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงฟีเจอร์ Portrait Beautification Video เพื่อปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ในดีไซน์เปล่งประกายออร่าทุกมุมมอง ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์แบบ Reno Glow มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Aurora และสีดำ Stellar Black

ถ้าต้องการสมาร์ทโฟนคู่หูรุ่นท็อปที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบเต็มสตรีมทั้งการเล่นเกม การถ่ายภาพและวิดีโอ รวมถึงการใช้งานทั่วไปแบบเร็วแรงที่สุดในทุกจังหวะชีวิต แนะนำ OPPO Reno6 Pro 5G มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 50MP และเซ็นเซอร์ IMX766 ระดับแฟล็กชิพจาก OPPO และ Sony ถ่ายภาพและวิดีโอพอร์ตเทรตได้มาตรฐานระดับมืออาชีพและสวยงามทุกอารมณ์ด้วยฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait และ Portrait Beautification Video ประสิทธิภาพเร็วแรงเหนือกว่าด้วยขุมพลังระดับแฟลกชิพอย่าง Qualcomm Snapdragon 870 พร้อมด้วยแบตเตอรี่ 4,500mAh และเทคโนโลยีชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0 ชาร์จแบตเตอรี่ 100% ในเวลาเพียง 31 นาที มาในสีเทา Lunar Grey

ใครชอบแบบไหน จัดเลยอย่ารอช้า กับ 3 รุ่น 3 สไตล์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการกับสมาร์ทโฟนตระกูล OPPO Reno6 Series 5G ที่มีดีเอ็นเอเดียวกันคือการเป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอพอร์ตเทรตแห่งปี 2021 ในสโลแกน “อารมณ์ไหน ก็พอร์ตเทรต” สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่หลงใหลศิลปะของพอร์ตเทรตทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอห้ามพลาด เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

5 เหตุผลทำไมถึงควรหาแท็บเล็ตมาใช้สักเครื่อง!

ด้วยสถานการณ์และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป หลายคน Work From Home อย่างต่อเนื่อง เด็กๆ เปลี่ยนรูปแบบมาเรียนออนไลน์ และใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น ไลฟ์สไตล์แบบ Stay at Home จะคงอยู่กับชีวิตผู้บริโภคไปอีกนาน เพราะทุกคนต่างเคยชินกับวิถีชีวิตนี้ไปแล้วและต่างหาเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ มาทำให้ชีวิตที่บ้านสะดวกสบายยิ่งขึ้น[1] จึงไม่น่าแปลกใจที่แท็บเล็ตกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ทั้งการใช้เพื่อทำงาน เรียน หรือพักผ่อน เรียกได้ว่าแท็บเล็ตเครื่องเดียวตอบโจทย์วิถีชีวิตทุกอย่าง ไม่ว่าจะ Work หรือ Play และต่อไปนี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมจึงควรหาแท็บเล็ตดีๆ สักเครื่องมาไว้ในครอบครอง 

  • จอใหญ่ ถนอมสายตา ไม่ต้องเพ่งจอเล็ก

ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์หรือดูซีรีส์เรื่องโปรด ถ้าใช้จอเล็กๆ คงทำให้สายตาอ่อนล้าและไม่เต็มอรรถรส ล่าสุดเสียวหมี่เปิดตัว Xiaomi Pad 5 แท็บเล็ตที่ให้ทุกคนสนุกให้สุดและทำงานอย่างชาญฉลาด มีขนาดใหญ่ถึง 11” นิ้ว คมชัดระดับ WQHD+ แสดงผลได้ลื่นไหลด้วยรีเฟรชเรท 120Hz อีกทั้งเทคโนโลยี True Display สามารถมอบการแสดงผลภาพได้สว่างมากขึ้น สีสันสดใส พร้อมให้ได้รับประสบการณ์ภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น และยังถนอมสายตาเมื่อต้องใช้งานเป็นระยะเวลานานด้วยเทคโนโลยี Low Blue Light หมดปัญหาสายตาล้าเมื่อต้องนั่งประชุมวิดีโอคอล เรียนออนไลน์ ดูซีรีส์เล่นเกมทั้งวัน


  • ครอบคลุมทุกกิจกรรมความบันเทิง 

ไม่ว่าจะพักผ่อนในรูปแบบไหน แท็บเล็ตเครื่องเดียวตอบโจทย์ทุกความเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ท่องโลกโซเชียล ดูซีรีส์ เล่นเกม อ่านเว็บตูนหรือบทความต่างๆ หรือสวมอารมณ์ศิลปินวาดรูปก็สบายสายตา Xiaomi Pad 5 มีหน้าจอที่ใหญ่ถึง 11 นิ้ว ทำให้การอ่านสบายมาก และระบบเสียงแบบชัดใสรอบทิศทางด้วยลำโพงกระหึ่มสเตอริโอ 4 ตัวดื่มด่ำกับระบบเสียงจาก Dolby Atmos®  ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ทำให้ไม่พลาดทุกความเพลิดเพลินและสมจริง 

  • ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างอเนกประสงค์

Xiaomi Pad 5 ครบเครื่องด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่เป็นได้ทั้ง Work Station และ Entertainment Hub ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านหรือที่ทำงานและมีฟีเจอร์ที่เป็นมิตรและหลากหลายให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกการทำงาน สแกนเอกสารและแชร์กับเพื่อนร่วมงานหรือส่งงานในคลาสเรียนกลายเป็นเรื่องง่ายดายกว่าเคยด้วยกล้องหลัง 13MP และยังประชุมวิดีโอคอลหรือรายงานตัวในชั้นเรียนได้อย่างชัดเจนด้วยกล้องหน้า 8MP นอกจากนี้ ยังใช้งานได้ลื่นไหลในทุกกิจกรรม ด้วยพลังของหน่วยประมวลผล 7nm อันทรงประสิทธิภาพจากชิปเซ็ต Snapdragon™ 860 สมรรถนะสูงพร้อมช่วยยกระดับการเล่นเกมสุดยอดยิ่งกว่าเดิม 

  • วาดรูปอย่างโปร จดบันทึกอย่างสมาร์ท 

ไม่ว่าจะจดโน้ตในสไลด์งานต่างๆ หรือจดเล็กเชอร์ในห้องเรียนก็ทำได้สะดวกสบายด้วยแท็บเล็ต เพราะเดี๋ยวนี้แท็บเล็ตหลายๆ รุ่น รวมถึง Xiaomi Pad 5 รองรับการทำงานร่วมกับ Xiaomi Smart Pen ให้ผู้ใช้สะดวกสบาย และยังเพิ่มความแม่นยำในการวาดหรือจดบันทึกได้มากขึ้น ขีดเขียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ หรือจะสวมอารมณ์ศิลปินวาดรูปก็ทำได้ง่ายและสมาร์ทกว่าเคย 

  • พกง่าย ดีไซน์เก๋ไก๋ แบตอึด

Work From Home นานๆ อาจจะเบื่อ อยากจะไป Workcation หรือ Work from Café บ้าง แต่ถ้าต้องหอบคอมพิวเตอร์ไปคงหนัก ลองพกแท็บเล็ตแทนเพื่อความคล่องตัวและไม่กินที่เยอะ Xiaomi Pad 5 ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาและดีไซน์บาง จึงสามารถพกพาไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน หรือที่โรงเรียน แถมยังเด่นสะดุดตาสีสันสวยงามด้วย สีเทา Cosmic Grey และสีขาวเรืองแสง Pearl White เพื่อให้คุณเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังพร้อมเป็นเวิร์คสเตชั่นอเนกประสงค์ให้คุณสร้างสรรค์งานได้อย่างสมาร์ท แล้วคุณจะสัมผัสได้ว่า ชีวิตสะดวกสบายขึ้นเยอะ นอกจากนี้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง8,720 mAh อึดและใช้งานได้นานสบายหายห่วง แถมยังมาพร้อมกับการรองรับชาร์จเร็ว 22.5W ที่ต่อให้แบตใกล้หมด    ก็ไม่มีอุปสรรคใดๆ มาคั่นกลาง

สัมผัสประสบการณ์ Work Hard, Play Smart ไปกับ Xiaomi Pad 5 วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2564     

มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Cosmic Gray และสีขาว White Pearl

  • รุ่นความจุ 6GB+256GB: ราคา 12,990 บาท วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์
  • รุ่นความจุ 6GB+128GB: ราคา 10,990 บาท วางจำหน่ายผ่าน JD Central เท่านั้น

JD Central: https://bit.ly/3o77Ev0

OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB  เอาใจสายเอ็นเตอร์เทนเมนท์

OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำในไทย พร้อมวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนน้องเล็ก รุ่นอัปเกรด “OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB” พร้อมตอบโจทย์ทุกสายเอ็นเตอร์เทนเมนท์ด้วยความเร็วแรงที่มากยิ่งขึ้น โดยสามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาเพียง 5,699 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB สมาร์ทโฟนน้องเล็กที่ยังคงตอบโจทย์ความสนุก
ในทุกเอ็นเตอร์เทนเมนท์ตามแบบฉบับของ OPPO A Series โดยรุ่นนี้พร้อมมอบความเร็วแรงยิ่งขึ้นและเต็มอิ่มจุใจด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มามากถึง 5,000 mAh รวมถึงมอบความสนุกได้แบบไร้สะดุดด้วยเทคโนโลยีชาร์จไว
ที่มาพร้อม Optimized Night Charging ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จแบตเตอรี่ในเวลากลางคืน อีกทั้งยังมาพร้อมระบบปฎิบัติการ ColorOS 11.1 และ System Booster ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานครอบคลุมกว่า 10 ด้านด้วยกัน อาทิ การเพิ่มความรวดเร็วในการเปิดแอป, การจัดการหน่วยความจำให้ดียิ่งขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อมอบความรวดเร็วและไหลลื่นให้คุณสนุกได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากความเร็วแรงในการใช้งานแล้ว เรื่องกล้องและดีไซน์ก็ดีไม่แพ้กัน โดย OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB มาพร้อม AI 3 กล้องหลัง ประกอบด้วย กล้องหลัก 13MP , กล้อง depth 2MP และ กล้องมาโคร 2MP โดดเด่นด้วยลูกเล่นการปรับแต่งภาพถ่ายที่ให้มามากถึง 15 ฟิลเตอร์, Dazzling Mode เพิ่มสีสันของภาพให้คุณถ่ายสนุกแบบไม่มีเบื่อ และ Ultra Night Mode คมชัดทุกช็อตแม้ในที่แสงน้อย สำหรับกล้องหน้า
ความละเอียด 8MP พร้อมให้คุณเซลฟี่สนุกทุกช็อตด้วย AI Beautification ช่วยปรับแต่งใบหน้าให้สวย
เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB ยังมีดีไซน์บางเบาด้วย ตัวเครื่องโค้ง 3 มิติ พร้อมหน้าจอ HD+ ให้คุณสนุกได้ทั้งวันโดยที่ตาไม่ล้าด้วยหน้าจอถนอมสายตา (Eye-care Display) รวมถึงสนุกได้อย่าง
เต็มตาด้วยหน้าจอกว้างขนาด 6.52 นิ้ว ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ AI Smart Backlighting, Sunlight Screen และ Moonlight Screen ให้คุณใช้งานได้อย่างสบายตาในทุกสภาพแสง อีกทั้งยังใช้งานได้อย่างปลอดภัยด้วยการปลดล็อกหน้าจอได้ด้วยการสแกนลายนิ้วมือด้านข้างหรือใบหน้า พร้อมกันน้ำได้ในระดับ IPX4

พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ OPPO A16 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB สมาร์ทโฟนที่พร้อมให้คุณสนุกได้ในทุกสายเอ็นเตอร์เทนเมนท์ โดดเด่นด้วยความเร็วแรงและใช้งานได้อย่างเต็มอิ่มด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มา
อย่างจุใจ โดยมีให้เลือก 2 สี คือ สีฟ้า Pearl Blue และ สีเงิน Space Silver ในราคาเพียง 5,699 บาท ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

realme เปิดตัว realme C25s

สัมผัสชิปเซ็ต Helio G85 เต็มตากับกล้อง AI Triple 48MP  พร้อมแบตเตอรี่ 6,000 มิลลิแอมป์ในราคาเพียง 5,499 บาท

realme แบรนด์สมาร์ตโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เปิดตัว realme C25s สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมประสิทธิภาพจัดเต็มในราคาสุดคุ้มให้คุณเก็บทุกความประทับใจอย่างแจ่มชัดด้วย AI Triple Camera ความละเอียด 48MP พร้อมโหมด Super Nightscape จุใจกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6000 มิลลิแอมป์ และการแสดงผลระดับ HD+ mini-drop Fullscreen บนหน้าจอ 6.5 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Helio G85 12nm Octa-core ความเร็ว 2.0GHz ทำให้ realme C25s ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด

Helio G85 ชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงเพื่อเหล่าเกมเมอร์

realme C25s มาพร้อมชิปเซ็ตทรงพลังอย่าง Helio G85 พร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลผ่านการอัพเกรดประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์คอเกมทุกระดับ ด้วยพลังการทำงานระดับ 12nm Octa-core มอบความเร็วสูงสุด 2.0 GHz ผสานตัวโปรเซสเซอร์ Arm Cortex-A75 CPU ทรงพลังร่วมกันถึงสองตัวสามารถทำงานที่ความเร็วสูงสุด 2GHz และโปรเซสเซอร์ Cortex-A55 อีกหกตัวที่ทำงานความเร็วสูงสุด 1.8GHz ด้วยระบบการประมวลผลขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ทำให้ realme C25s ทำคะแนนความเร็วสูงกว่าได้อย่างชัดเจน

AI Triple Camera ความละเอียด 48MP เก็บทุกความทรงจำให้คมชัดในทุกสีสันและรายละเอียด

ด้วยความละเอียดกล้องสูงสุด 48MP จึงเก็บภาพความละเอียดสูงสุดถึง 6000×8000 พิกเซล โดยสามารถซูมดูรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างเต็มตา  ฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพใน realme C25s ยังมีโหมด Super Nightscape ช่วยให้การถ่ายภาพยามค่ำคืนหรือในที่แสงน้อยได้อย่างสว่างสดใส เก็บทั้งรายละเอียดและสีสันของภาพได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเลนส์มาโครเพื่อการเก็บภาพวัตถุระยะใกล้ให้เห็นทุกรายละเอียดที่ต้องการได้อย่างชัดเจน realme C25s มีกล้องหน้าความละเอียด 8MP พร้อมโหมด AI Beauty, HDR และโหมดแนวตั้ง ช่วยให้การถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสวยสมบูรณ์แบบ

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 มิลลิแอมป์ เพื่อการใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน พร้อมระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์

realme C25s สามารถคุยโทรศัพท์ได้ต่อเนื่องถึง 43.17 ชั่วโมง หรือเล่นเกม MLBB ได้ถึง 9.78 รอบ ให้คุณดู YouTube อย่างจุใจนานต่อเนื่อง 25 ชม. หรือฟัง Spotify ได้นาน 115 ชม. คุณจึงสนุกสนานกับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทตัลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่อีกต่อไป นอกจากนี้ ยังติดตั้งซอฟต์แวร์ App Quick Freeze เพื่อตรวจจับและปิดการทำงานแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยแบบอัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

ทางด้านระบบชาร์จอัจฉริยะ Smart Night Charge Guardian ของ realme C25s จะลดอัตราการชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่ใกล้เต็มในตอนกลางคืน ช่วยปกป้องแบตเตอรี่ในระยะยาวและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

สมาร์ตโฟนที่ได้รับการรับรองความน่าเชื่อถือระดับสูงจาก TÜV Rheinland

การรับรองความน่าเชื่อถือระดับสูงจาก TÜV Rheinland คือการกำหนดมาตรฐานขั้นสูงสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการจัดจำหน่ายในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลก สมาร์ตโฟนทุกรุ่นของ realme ผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดและตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดย realme ได้พัฒนาคุณภาพสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่องและได้รับการรับรองความน่าเชื่อถือในระดับสูงจาก TÜV Rheinland

realme UI 2.0 ทำงานบน Android 11 ทำงานอย่างรวดเร็ว ลื่นไหล และปลอดภัยยิ่งขึ้น

realme C25s มาพร้อมกับ realme UI 2.0 ที่ทำงานบน Android 11 ให้คุณสามารถออกแบบ UI ได้ตามสไตล์ของตัวเอง โดย realme UI 2.0 ยังสามารถปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไม่ให้รั่วไหลไปยังแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้ด้วยการระบุเลข ID เปล่าในแอปนั้น ๆ

จอแสดงผลระดับ HD+ mini-drop ขนาด 6.5 นิ้ว รองรับการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

realme C25s มาพร้อมกับจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงราคาเดียวกัน โดยใช้จอระดับ HD+ ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 89.5% นอกจากนี้ ยังมีช่องเสียบการ์ดแบบสามช่อง รองรับช่องใส่ซิมคู่และการ์ด SD ความจุสูงสุด 256GB ทั้งยังสามารถปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้รวดเร็วเป็นพิเศษ พร้อมระบบตรวจจับใบหน้าเพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณได้อย่างมั่นใจ

realme C25s แรม 4GB และหน่วยความจำ 64GB มาด้วยกัน 2 โทนสี ได้แก่ Water Blue และ Water Grey ในราคา 5,499 บาท โดยสามารถดูสินค้าได้ที่ realme Official Store บนช่องทางออนไลน์ ดังนี้

คิทตี้ – ชิชา อวดไลฟ์สไตล์สุดชิค

ในงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน Xiaomi 11 Series ในเมืองไทย พร้อมผลิตภัณฑ์ AIoT ให้ไลฟ์สไตล์เก๋ล้ำกว่าใครไม่ว๊าวตรงไหนเอาปากกามาวง!

เสียวหมี่ ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เอาใจสายครีเอเตอร์ เปิดตัว Xiaomi 11T Pro, Xiaomi 11T สมาร์ทโฟนเพื่อการสร้างคอนเทนต์คูลๆ และสัมผัสประสบการณ์สมาร์ทโฟนอันบางเบาจากเสียวหมี่ Xiaomi 11 Lite 5G NE ไปพร้อมๆ กับ คิทตี้ – ชิชา อมาตยกุล หรือ “แนนโน๊ะ” ในตำนาน เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมจัดเต็มผลิตภัณฑ์ AIoT มากมาย นำโดย Xiaomi Pad 5, Xiaomi FlipBuds Pro, Mi Smart Standing Fan 2 พร้อมด้วย Mi Wireless Outdoor Security Camera 1080p และอื่นๆ อีกมากมาย ให้เทคโนโลยีมอบความสะดวกสบายให้ชีวิตผู้บริโภคแบบครบวงจรตามแนวทางกลยุทธ์ Smartphone X AIoT พร้อมมอบโปรโมชั่นจัดเต็มสุดพิเศษเมื่อซื้อในช่วงเวลาและช่องทางที่ร่วมรายการ

Xiaomi 11T Pro และ Xiaomi 11T: สองคู่หูสมาร์ทโฟน เนรมิตคอนเทนต์วิดีโอระดับ “Cinemagic” ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว

สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือกว่าในทุกมิติภายใต้คอนเซ็ปต์​ “Cinemagic” กับสมาร์ทโฟนระดับแฟล็กชิปเพื่อสายครีเอเตอร์ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพอันเยี่ยมยอด Xiaomi 11T Series ด้วยกล้องระดับเทพถึงสามตัวเทียบชั้นกล้องโปร ประกอบด้วย กล้องหลักเลนส์ไวด์ 108 MP, เลนส์อัลตราไวด์ 120 องศา 8 MP, เลนส์ Telemacro 5MP พร้อมโหมด        One-Click AI Cinema มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว เพลิดเพลินกับคอนเทนต์ที่สีสันสดคมชัด สว่างไหวและเก็บได้ครบทุกรายละเอียด และยังรองรับระบบเสียง Dolby Atmos® ด้วยลำโพงคู่ให้เสียงทุ่มนุ่มนวล  มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh อีกด้วย 

Xiaomi 11T Pro และ Xiaomi 11T มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทา Meteorite Gray, สีขาว Moonlight White และ     สีน้ำเงิน Celestial Blue พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่ 23 กันยายน – 8 ตุลาคม 2564 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมเป็นต้นไป 

Xiaomi 11 Lite 5G NE: สมาร์ทโฟนดีไซน์เพรียวบาง สีสันสวยหรูน่าครอบครอง

มอบสัมผัสอันบางเบาไปกับสมาร์ทโฟน 5G ที่บางและเบาที่สุดจากเสียวหมี่1 ในดีไซน์สวยงามอย่าง Xiaomi 11 Lite 5G NE ใช้หน้าจอ AMOLED DotDisplay 6.55” รองรับ Dolby Vision® และ TrueColor ที่มอบประสบการณ์การรับชมความบันเทิงได้อย่างเสมือนจริงที่สุด มาพร้อมกล้องหลัก 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 64MP เลนส์อัลตราไวด์ 8MP และเลนส์เทเลมาโคร 5MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4250mAh อีกด้วย

เพื่อเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นและดีไซน์ที่สวยงามของ Xiaomi 11 Lite 5G NE คิทตี้ – ชิชา อมาตยกุล นักแสดงชื่อดังเจ้าของบทบาท ‘แนนโน๊ะ’ ในตำนาน ร่วมถ่ายทอดความประทับใจในการใช้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ โดยคิทตี้ กล่าวว่า “Xiaomi 11 Lite 5G NE ถูกใจคิทมาก เพราะมีดีไซน์ที่เก๋ เพรียวบางและเบามาก สามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย เรื่องแบตเตอรี่ก็หายห่วง ใช้ได้ทั้งวันไม่ต้องกังวลเลยค่ะ และยังตอบโจทย์คิทที่ชอบเซลฟี่ในกองถ่าย หลายโอกาสที่ในกองไม่ค่อยมีแสงเท่าไหร่แต่อยากเซลฟี่เก็บไว้ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถทำได้ดีมากค่ะ ที่สำคัญตัวเครื่องมีสีสันที่พิเศษ ดูดีมีสไตล์ แมตช์เข้ากับแฟชั่นที่หลากหลายของคิทได้ลงตัวแบบสุดๆ ค่ะ”

Xiaomi 11 Lite 5G NE พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2564 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ                วางจำหน่ายตั้งแต่ 2 ตุลาคม เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ White Truffle Black, สีฟ้า Bubblegum Blue และสีชมพู Peach Pink และสีใหม่ล่าสุด สีขาว Snowflake White

Xiaomi Pad 5: สนุกให้สุดและทำงานอย่างชาญฉลาด

Xiaomi Pad 5 ตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะ Work from Home หรือเรียนออนไลน์ และยังสามารถเป็นอุปกรณ์สร้างความบันเทิงขนาดพกพาระดับพรีเมียมได้อีกด้วย Xiaomi Pad 5 มอบสีสันคมชัดด้วยหน้าจอ WQHD+ ขนาด      11 นิ้ว มาพร้อมกับลำโพงกระหึ่มระดับสเตอริโอ 4 ตัวและรองรับระบบเสียงDolby Atmos® แสกนเอกสารและวีดิโอคอลได้อย่างคมชัดด้วยกล้องหน้า 8MP และกล้องหลัง 13MP แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงขนาด 8720mAh นอกจากนี้ Xiaomi เพลิดเพลินไปกับการเขียนอย่างเป็นธรรมชาติด้วย Xiaomi Smart Pen ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย

Xiaomi Pad 5 พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2564 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ วางจำหน่ายตั้งแต่   2 ตุลาคม เป็นต้นไป มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Cosmic Gray และสีขาว White Pearl

สุดยอดผลิตภัณฑ์ AIoT โฉมใหม่จากเสียวหมี่ เนรมิตสไลฟ์สไตล์ให้ชิคกว่าเคย

ผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงแบบไร้การรบกวนด้วย Xiaomi FlipBuds Pro หูฟังไร้สายระดับพรีเมียมจากเสียวหมี่ ยกระดับทุกการฟังให้กระหึ่มและลื่นไหลกว่าเดิม Xiaomi FlipBuds Pro มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ทำให้ผู้ใช้งานใช้งานได้อย่างราบรื่น ไม่ถูกรบกวน Xiaomi FlipBuds Pro วางจำหน่ายวันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ราคา 5,699 บาท แต่สำหรับผู้ที่ซื้อในระหว่าง 23 – 26 กันยายน 2564 สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษเพียง 5,199 บาท

Mi Smart Standing Fan 2 พัดลมอัจฉริยะ ดีไซน์เรียบหรูมินิมัล ด้วยการทำงานที่แรงกว่า น้ำหนักที่เบากว่า และประหยัดพลังงานมากกว่า มาพร้อมกับใบพัดสองชั้นสามารถปรับระดับความสูงได้ตั้งแต่ 62.5 เซนติเมตร – 1 เมตร  หมุนด้านข้างได้ 140 องศา และแหงนเอียงได้ถึง 39 องศาเพื่อกระจายลมได้อย่างทั่วถึง Mi Smart Standing Fan ราคา 2,199 บาท แต่สำหรับผู้ที่ซื้อในระหว่าง 23 – 26 กันยายน 2564 สามารถซื้อได้ในราคาพิเศษเพียง 2,099 บาท

Mi Wireless Outdoor Security Camera 1080p กล้องวงจรปิดนอกอาคารแบบไร้สายที่จะมาเสริมสร้าง   ความปลอดภัยให้กับพื้นที่ของคุณ ความละเอียดสูงถึง 1080p ให้รายละเอียดคมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย บันทึกครอบคลุมด้วยมุมกว้างถึง 130 องศา ติดตั้งง่ายด้วยระบบไร้สาย และยังมีระบบ Human Detection เมื่อกล้องถูกนำออกจากฐานอีกด้วย  มีแบตเตอรี่ขนาด 5700mAh ชาร์จ 1 ครั้งสามารถทำงานได้นานถึง    90 วัน Mi Wireless Outdoor Security Camera 1080p พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ราคา 2,999 บาท และ     Mi Wireless Outdoor Security Camera 1080p   ราคา 2,199 บาท แต่สำหรับผู้ที่ซื้อในระหว่าง 23 – 26 กันยายน 2564 สามารถซื้อได้ในราคาเพียง 2,699 บาทและ 1,999 บาทตามลำดับ

นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมายมากที่จะทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย Mi Desktop Monitor 27” จอเดสก์ท็อป ราคา 5,990 บาท และ Mi  WiFi Range Extender AC1200 อุปกรณ์กระจายสัญญาณ WiFi ราคา 599 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2564 เป็นต้นไป และสำหรับ Mi Door and Window Sensor 2 เซ็นเซอร์นิรภัยบริเวณประตูและหน้าต่าง ราคา 390 บาท, Mi Smart Projector 2 จอโปรเจ็กเตอร์อัจฉริยะ ราคา 16,990 บาท, Redmi Buds 3 Pro หูฟังไร้สาย ราคา 1,799 บาท และ Redmi Buds 3 หูฟังไร้สาย ราคา 999 บาทวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป 

OPPO A16 พร้อมแล้ว

OPPO A16 รุ่น RAM 3GB + ROM 32GB พร้อมวางจำหน่ายบนทุกช่องทางออนไลน์! เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 4,799 บาท

OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำในไทย พร้อมวางจำหน่าย OPPO A16 รุ่น RAM 3GB + ROM 32GB บนทุกช่องทางออนไลน์เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้ใช้ OPPO ให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเป็นเจ้าของ OPPO A16 รุ่น RAM 3GB + ROM 32GB ได้แล้ววันนี้ ในราคา 4,799 บาท ที่ OPPO Official Store บน Lazada, Shopee, JD Central และ Thisshop

OPPO A16 รุ่น RAM 3GB + ROM 32GB สมาร์ทโฟนน้องเล็กจาก OPPO A Series ให้คุณใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ที่มีมากถึง 5,000 mAh พร้อมฟีเจอร์ Optimized Night Charge ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิของตัวเครื่องเมื่อชาร์จแบตเตอรี่ในตอนกลางคืน และ System Booster เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอ HD+ พร้อม Eye-care Display หน้าจอถนอมสายตาที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ AI Smart Backlighting, Sunlight Screen และ Moonlight Screen ให้คุณใช้งานได้อย่างสบายตาในทุกสภาพแสง รวมถึงมีดีไซน์บางเบาแบบ 3 มิติ สามารถกันน้ำได้ในระดับ IPX4 และมาพร้อม AI 3 กล้องหลัง ให้คุณถ่ายภาพได้อย่างโดดเด่นในทุกช็อต พร้อมกล้องหน้า 8MP เซลฟี่สวยเนียนเป็นธรรมชาติ

โดย OPPO A16 รุ่น RAM 3GB + ROM 32GB มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงิน Space Silver และ สีดำ Crystal Black มาในราคาเบาๆ เพียง 4,799 บาท พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้แล้วที่ OPPO Official Store บน Lazada, Shopee, JD Central และ Thisshop

หรือช้อปเลยที่

Lazada: https://bit.ly/3Ae4kBT

Shopee: https://bit.ly/391UAyh

JD Central: https://bit.ly/3twviSl

Thisshop: https://bit.ly/3hiDEse

เสียวหมี่เปิดตัว Redmi 10 พลิกโฉมประสบการณ์เอนทรีสมาร์ทโฟน

เสียวหมี่เปิดตัว Redmi 10 สมาร์ทโฟนที่ยกระดับในทุกองค์ประกอบเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนตระกูลเดียวกันในรุ่นก่อนหน้า ทั้งกล้องความละเอียด 50 ล้านพิกเซลเป็นครั้งแรกในตระกูลผลิตภัณฑ์เดียวกัน หน้าจอ FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแบบ AdaptiveSync  และรีเฟรชเรท 90Hz  ชิปเซตที่ทรงพลัง และรูปลักษณ์เพรียวบาง ให้ทุกคนเข้าถึงประสิทธิภาพอันเยี่ยมยอดในราคาที่เป็นมิตร วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 9 กันยายนเป็นต้นไปที่ Xiaomi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,999 บาท

Redmi 10 เอนทรีสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับคุณสมบัติระดับแฟล็กชิป เพื่อมอบประสิทธิภาพในการใช้งานที่เหนือกว่าทุกความคาดหมาย Redmi 10 อัดแน่นด้วยคุณสมบัติมากมาย ทั้งกล้องความละเอียด 50MP สำหรับการถ่ายภาพความละเอียดสูง ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในสมาร์ทโฟนกลุ่มเอนทรี ให้ผู้ใช้ทุกคนถ่ายภาพได้ดั่งใจ รวมไปถึงหน้าจอที่มาพร้อมรีเฟรชเรท 90Hz และฮาร์ดแวร์อันทรงประสิทธิภาพ Redmi 10 จึงถือเป็นสมาร์ทโฟนแถวหน้าเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกันในท้องตลาด

พลิกประสบการณ์เอนทรีสมาร์ทโฟนด้วยกล้องและหน้าจอชั้นเลิศ 

Redmi 10 ให้ผู้ใช้เก็บภาพได้ครบทุกรายละเอียดด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 50 MP นอกจากนี้ยังมี  เลนส์อัลตราไวด์ความละเอียด 8MP เลนส์มาโครความละเอียด 2MP และเซนเซอร์วัดระยะชัดลึกความละเอียด 2MP ยังช่วยให้ผู้ใช้บันทึกได้ทุกสถานการณ์ Redmi 10 ยังมีฟิลเตอร์เก๋หลากสไตล์เพื่อการแต่งภาพ อีกทั้งยังรองรับการถ่ายภาพตัวเองแบบ   พาโนรามาสำหรับการถ่ายภาพหมู่ที่เก็บรายละเอียดได้มากกว่าที่เคย 

Redmi 10 ใช้หน้าจอ FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมด้วยรีเฟรชเรท 90Hz ให้การเลื่อนและปัดหน้าจอที่เนียนตายิ่งกว่าเดิม หน้าจอของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี AdaptiveSync เพื่อปรับอัตราการแสดงผลตามเนื้อหาบนหน้าจอ ช่วยจัดการพลังงานและมอบรีเฟรชเรทที่เหมาะสมกับเนื้อหาทุกประเภทโดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากนี้ Redmi 10 ยังมีโหมด Reading Mode 3.0 เพื่อช่วยถนอมดวงตาขณะอ่านเนื้อหาต่างๆ  

ประสบการณ์อีกขั้นในรูปลักษณ์เพรียวบาง มีสไตล์ 

Redmi 10 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2.0GHz octa-core MediaTek Helio G88 ถือเป็นการยกระดับการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่หมดจดเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น Redmi 10 ยกระดับประสบการณ์การใช้งานไปอีกขั้น ทั้งจากฮาร์ดแวร์อันทรงพลังและฟีเจอร์ขั้นสูงมากมาย นอกจากนี้ ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5000mAh ที่รองรับฟาสชาร์จ 18W ในกล่องผลิตภัณฑ์มาพร้อมกับพร้อมอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ 22.5W ช่วยให้ผู้ใช้ทำทุกสิ่งได้โดยไร้กังวล

Redmi 10 มีรูปลักษณ์เพรียวบาง มีสไตล์ ให้สัมผัสเรียบลื่น รู้สึกดีขณะจับถือ มาพร้อม 3 เฉดสีสวยงาม ได่แก้ สีดำแมตต์ Carbon Gray, สีขาว Pebble White เท็กซ์เจอร์เรียบเนียนป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ และสีฟ้า Sea Blue เทกซ์เจอร์กลอสซี่สดใส   แวววาว นอกจากนี้ Redmi 10 ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5 และยังมอบประสบการณ์การดื่มด่ำไปกับความบันเทิงทั้งหลายด้วยลำโพงคู่ (Dual Speaker) คุณภาพสูงที่ให้มาอีกด้วย

Redmi 10 มีให้เลือกความจุ 2 ขนาด ได้แก่ 6GB+128GB ราคา 5,999 บาท และ 4GB+64GB ราคา 4,999 บาท วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปที่ Xiaomi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ

Scroll To Top