web analytics
SIAMNEWSDAY

“นิรันดร์” เพลงแทนคำสัญญา ซิงเกิ้ลสุดอบอุ่น จาก “ลิงรมย์”

หลังจากปล่อยเพลงเศร้าให้คนแอบรักได้ชอกช้ำกันไป… ล่าสุด 5 หนุ่ม พีท – วิชญ์พล(ร้องนำ) , โอโซน – สรวิชญ์(กีตาร์) , ตะวัน – ภูตะวัน(เบส) , เติ้ล – ศิรเวธน์(คีย์บอร์ด) , ไวน์ – เนติ(กลอง) วง LingRom (ลิงรมย์) จากโปรเจกต์ genie new folder ค่าย genie records ในเครือ gmm grammy ก็ขอพลิกมุมมองความรักส่งเพลงอารมณ์โรแมนติก “นิรันดร์” มาแทนใจของเราที่มีให้กับคนสำคัญในชีวิต ออกมาให้ได้มีน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของความคิดถึงช่วงเวลาที่มีความสุขกันบ้าง ซึ่งยังคงแนวเเพลงโมเดิร์นป๊อปตามแบบฉบับของลิงรมย์ ถูกบรรจงเขียนเนื้อและแต่งทำนองโดย เติ้ล มือคีย์บอร์ด ที่อยากเขียนเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อส่งต่อให้คนสำคัญ โดยมี ณัฐ มือกีต้าร์ วง KLEAR เป็นโปรดิวเซอร์ และ อ๊อฟ บิ๊กแอส ดูแลภาพรวมอีกที  ซึ่ง พีท นักร้องนำ เล่าการทำงานเพลงนี้ว่า…

“เพลง นิรันดร์ เติ้ลมือคีบอร์ดของวงเป็นคนเขียนครับ เพื่อเป็นของขวัญแทนใจให้คนสำคัญเป็นเหมือนดั่งคำสัญญาว่าฉันจะอยู่กับเธอเสมอ โดยเริ่มเขียนคู่กับเปียโนแล้วค่อยๆเติมเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆเข้าไปในช่วงท้ายเพลงให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้อารมณ์ของเพลงนี้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุด เพลงนี้พวกเราตั้งใจอยากให้เป็นมากกว่าเพลง แต่อยากให้เป็นเหมือนคำอธิฐานดีๆที่เราสามารถส่งต่อให้คนสำคัญของเราต่อๆไปได้ครับ การทำงานเพลงนี้ก็รู้สึกอุ่นใจ และ ก็มั่นใจมากขึ้นที่ได้ พี่อ๊อฟ มาช่วยดูแลรวมถึงยังคงมี พี่ณัฐ วงเคลียร์ มาช่วยแนะนำให้คำปรึกษาให้กับพวกเราเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 แล้ว พี่ณัฐยังคงใจดีเหมือนเดิม แถมยังเข้าใจความเป็นตัวตน ความเป็นสไตล์ของพวกเรามากขึ้น ส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ถูกดีไซน์ให้เป็นหนังโรแมนติกของความรักนิรันดร์ที่ผมเชื่อว่าใครหลายคนที่ดูต้องมีน้ำตาซึมครับ ก็เลยอยากให้ทุกคนติดตามเพลงนี้ที่เป็นอีกผลงานที่พวกเราลิงรมณ์ตั้งใจ และลองส่งเพลงนี้ให้คนที่คุณรักหรือคนที่เรารักได้ฟังกันครับ…”

“Rayong Design FOOD 2020” เปิดมิติท่องเที่ยวใหม่เมืองระยอง รวมร้านอาหารอร่อยเด็ดครบ จบในเส้นทางเดียว !

จังหวัดระยอง เปิดตัวเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ Rayong Design FOOD 2020 เอาใจนักเดินทางสายกิน เชิญชวนทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองระยองผ่าน 15 เมนูอาหารที่ร่วมรังสรรค์โดยเชฟระดับ MasterChef Thailand จากวัตถุดิบท้องถิ่น และ 21 ร้านอาหารที่การันตีคุณภาพที่คุณต้องห้ามพลาด พร้อมพาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอาหาร ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดระยองที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ทั้งอาหารและกิจกรรม ครบ จบในเส้นทางเดียว

  นายพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ผู้อำนวนการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากจุดเด่นของเมืองระยอง ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวในหลายมิติ โดยเฉพาะมิติแห่งอาหารที่เป็นแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นผลไม้อย่างมังคุด ทุเรียน เงาะ สับปะรด อาหารทะเลสด และพืชผักท้องถิ่นต่างๆ ทำให้อาหารพื้นถิ่นของเมืองระยองมีความพิเศษและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวให้ทุกคนได้ลิ้มลองเสน่ห์ของอาหารพื้นถิ่นระยองในแบบฉบับรสชาติที่รับประกันว่าคุณไม่เคยลองที่ไหนมาก่อน จึงเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางการท่องเที่ยว Rayong Design FOOD 2020 จังหวัดระยอง โดยร่วมกับเชฟบุ๊ค บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต และ เชฟจำลอง ศรีรักษา (TOP 4 of MasterChef Thailand) พร้อมด้วยทีมงานเชฟมากฝีมือ ได้รวบรวมและพัฒนา 10 เมนูอาหารพื้นถิ่น และ 5 เมนูอาหารและเครื่องดื่มไทย ที่จะมาแสดงให้เห็นถึงรสชาติที่แปลกใหม่แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเมืองระยอง ได้แก่ ไก่อบกระวาน, ผักกระชับสลัดแขก, น้ำพริกสละ, ยำมังคุดหอยนางรม, หรุ่มปูระยอง, แกงคั่วสับปะรดไข่เค็ม, แกงส้มทุเรียน, ลุยทะเลผักพื้นบ้าน, หมูอบใบชะมวง, บัวลอยทุเรียน, ข้าวคลุกพริกเกลือทรงเครื่อง, ตำทุเรียน, ทาร์ตสับปะรดกะทิสด, น้ำสมูทตี้ใบชะมวง และน้ำสมุนไพรใบขลู่ 4 สหาย และเพื่อให้การท่องเที่ยวง่ายขึ้นไปอีก เส้นทางนี้ยังได้รวบรวม 21 ร้านอาหารเด็ดที่การันตีคุณภาพ โดยผ่านการฝึกอบรมจากทีมเชฟทั้งสองมาไว้ให้ด้วย เรียกได้ว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

   “นอกจากนี้แล้วในเส้นทางยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอีก 9 วิสาหกิจชุมชนที่จะทำให้ทุกคนได้เปิดประสบการณ์การเดินทางที่จะได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกป่า, ชิมกาแฟกฤษณา, เรียนทำขนมนิ่มนวล, การสานเสื่อคล้า, การปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตชุมชน” นายพงษ์อนันต์กล่าว

  ทั้งนี้กิจกรรมทั้งหมดนี้รวมไว้ให้แล้วในเส้นทางเดียว บนเส้นทางการท่องเที่ยว Rayong Design FOOD 2020 ที่สามารถเปิดประสบการณ์กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/rayongPOTS หรือเว็บไซต์ https://rayong.mots.go.th/

มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดแถลงข่าวการจัดงาน   “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล  ได้รับเกียรติจากร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมด้วย คุณสมชาติ  สุภารี ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบกิจการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยการออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์งานฝีมือ  และสินค้าการเกษตรจาก​ศักยภาพของคนพิการ และการแสดงจากศิลปินเปิดหมวก วง “เพื่อน้อง”  ในวันจันทร์ที่  30 พฤศจิกายน  2563  ณ  ห้องประชุมชั้น 3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  แยกตึกชัย ถนนราชวิถี  กรุงเทพฯ

ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า ภายในงานมหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563 จะมีการนำผลิตภัณฑ์ และสินค้าจากฝีมือคนพิการมาวางจำหน่ายมากมาย เพื่อเป็นการร่วมสร้างกำลังใจ รอยยิ้ม และความหวังให้พวกเขาด้วยการอุดหนุนสินค้า ซึ่งในปัจจุบันมีคนพิการเป็นจำนวนมาก ที่มีความพยายาม และมีศักยภาพในการประกอบอาชีพ สามารถผลิตงานฝีมือต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แต่มีปัญหาเนื่องจากยังไม่มีช่องทาง หรือตลาดในการจัดจำหน่าย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงกำหนดจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีความสามารถ มีศักยภาพในการจัดทำผลิตภัณฑ์งานฝีมือ หรือผลิตภัณฑ์สินค้าด้านการเกษตร ตลอดจนคนพิการที่มีความสามารถทางอาชีพด้านต่าง ๆ ได้มีพื้นที่ในการแสดงสินค้า และจำหน่าย เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด และเกิดการรวมกลุ่มผู้ประกอบการคนพิการที่มีศักยภาพภายใต้กิจกรรมที่หลากหลาย และกระตุ้นการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนา และส่งเสริมด้านอาชีพ ให้คนพิการอย่างยั่งยืน และเป็นจุดศูนย์รวมให้คนพิการทั่วประเทศ ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในด้านการประกอบอาชีพซึ่งกันและกัน พร้อมแสดงทักษะด้านอาชีพให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้ และมีเจตคติที่ดีต่อคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม โดยงานในครั้งนี้มีคนพิการจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ ประจำปี 2563” กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่12 – 13 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี (ฮอลล์ 5 – 6) โดยมีกิจกรรมมากมายภายในงาน ประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร สินค้าหัตถกรรม งานประดิษฐ์ งานฝีมือต่างๆ จากฝีมือของคนพิการทั่วประเทศ พร้อมการแสดงจากศิลปิน และนักแสดงมากมาย อาทิ เกรท วรินทร , เจนิเฟอร์ คิ้ม , ว่าน ธนกฤต , ต่าย อรทัย , เนย – แจม , เอิงเอย ปภาวริญจ์ และ เตวิชญ์ ชัยธัช ฯลฯ มาร่วมกันสร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้พวกเขา  ในงาน”มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ “ สอบถามรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร 02 354 7533 – 37

“อนันดา” ประกบ “มิน” พีชญา ครั้งแรกใน “ไสหัวไปนายส่วนเกิน”

“เบนเล่ย์ ฟิ ล์ม” ค่ายภาพยนตร์น้องใหม่ ทุ่มทุนสร้างภาพยนตร์รับวาเลนไทน์ ดึง “อนันดา” ประกบ “มิน” พีชญา ครั้งแรกใน “ไสหัวไปนายส่วนเกิน” แค่เปิดโปรเจ็กต์แรก

ค่ายภาพยนตร์น้องใหม่อย่าง เบนเล่ย์ ฟิล์ม ก็ได้พระ-นางซูเปอร์สตาร์อย่าง “อนันดา เอเวอริงแฮม” และ“มิน” พีชญา วัฒนามนตรี” แสดงนําในภาพยนตร์ดราม่าคอมเมดี้ ร่วมกันเป็นครั้งแรกใน “ไสหัว ไปนายส่วนเกิน” ผลงานการกํากับการโดย สมเกียรติวิทุรานิช โดยบรรยากาศงานบวงสรวงภาพยนตร์คับคั้งไปด้วย ทีมงาน รวมถึงผู้บริหาร พันธมิตรและสปอนเซอร์ นํา โดย เฉลิมพล สิริโชติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนเล่ย์ ฟิล์ม จํากัด พร้อมด้วยสปอนเซอร์อย่าง Jonson Wu Thisshop, คมสันต์ ลีFlash Express ,CEO ร่วมด้วยเหล่านักแสดงมากความสามารถอาทิ

“ซานิ” นิภาภรณ์ ฐิติธนการ, “หมอเจี๊ยบ- ลลนา ก้องธรนินทร์” ,“เมโกะ- ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย”, “ใต้ฝุ่น- กนกฉัตร มรรยาทอ่อน ฯลฯ ที่มาร่วมงานท่ามกลางแสงแดดยามเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ณ ศาลพระพิฆเนศ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด หลังพิธีบวงสรวงเหล่านักแสดงได้ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหาร ก่อนจะให้สัมภาษณ์ กับสื่อมวลชน “วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของพวกเราที่ได้บวงสรวงภาพยนตร์ “ไสหัวไปนายส่วนเกิน”

บอกตรงๆ ว่าตอน แรกได้ยินแค่ชื่อเรื่องเรายังนึกไม่ออกเลยว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร เราจึงอยากจะให้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเป็น เรื่องเกี่ยวกับความรัก และได้ทั้งน้ำตา ลและรอยยิ้มแถมเสียงหัวตามมาแน่นอน ก็อยากให้ติดตามภาพยนตร์ของพวกเรา 11 กุมภาพันธ์ปีหน้า เจอกันแน่อน” ภาพยนตร์เรื่อง “ไสหัวไปนายส่วนเกิน” พร้อมฉายต้อนรับวาเลนไทน์ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ในโรงภาพยนตร์

หวานแพ็คคู่!!! โอ๊ต&แม็กกี้ สวีทไม่ยั้ง!!! พลอย&ไม้ หวานตามมาติดๆ

ละคร “หนี้เกียรติยศ” กำลังสนุกสนาน ดราม่า เข้มข้นปนเศร้า เคล้าเฮฮา เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติของละครเย็นที่แฟนๆ ละครต่างเทใจให้ทุกเย็นวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ที่สองผู้จัดฯ อย่าง ยุ้ย จีรนันท์ และ ธันน์ ธนากร กำลังเป็นปลื้ม เพราะฟีดแบ็กของละครดีเกินคาดจริงๆ

วันนี้เรามีฉากเบื้องหลังที่เรียกได้ว่า หวานซ้า…น้ำตาลเรียกพี่…เลยล่ะ!! โดยเป็นฉากที่ ยุคลเดช  (โอ๊ต รัฐธีร์) พา ปานตะวัน (แม็กกี้ อาภา) ไปเที่ยวทะเล โดยมีคนในครอบครัวอย่าง จรัสศรี (นาตยา จันทร์รุ่ง) พนาพร (ตู่ จารุศิริ) เดือนแรม (พลอย รัญดภา) ที่ชักชวน 4 หนุ่ม ทินกร (ไม้ นนทพันธ์) น้าตาบ (ชูษี เชิญยิ้ม) โต (บอล ณัฐพล) และ จิมมี่ (โน่ ภูวเนตร) ไปเที่ยวทะเลเพื่อพักผ่อน โดย ยุคลเดช ถือโอกาสพา ปานตะวัน มาฮันนีมูนซะเลย

ฉากนี้ทีมงานใช้พื้นที่ริมทะเลย่านบางแสน จ.ชลบุรี เป็นสถานที่ถ่ายทำ เป็นฉากที่มีนักแสดงเข้าฉากครบทีม จากนั้นจึงแบ่งถ่ายฉากออกเป็น 2 ฉาก โดยฉากแรกเป็นฉากที่ ยุคลเดช สวีทกับ ปานตะวัน ส่วนอีกฉากเป็นฉากที่ เดือนแรม กับหนุ่มๆ เล่นลิงชิงบอลกันริมทะเล โดยมีสองสาวรุ่นใหญ่อย่าง จรัสศรี และ พนาพร นั่งมองทุกคนอย่างมีความสุข

ผู้กำกับฯ เล็ก ชาญชัย ขอถ่ายทำฉากสวีทของคู่พระนางซะก่อน โดยให้ หนุ่มโอ๊ต และ สาวแม็กกี้ ต่อบทกันให้คล่องปาก จากนั้นก็ถึงคิวเก็บภาพหวานๆ สวีทๆ ของสองคน ทำเอาทะเลที่ว่าเค็มกลายเป็นหวานไปเลยจ้า….โดยฉากนี้ทั้งหนุ่มโอ๊ต และสาวแม็กกี้ก็ทำการแสดงกันได้อย่างละมุนมาก

จากนั้นก็ถึงคิว สาวพลอย กับ 4 หนุ่มที่ต้องเล่นลิงชิงบอลกันริมหาด ฉากนี้ผู้กำกับฯ ให้นักแสดงทำการแสดงอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วให้ทีมกล้องเก็บภาพแบบระยะสั้น และภาพกว้าง รวมทั้งเจาะซีนที่หน้านักแสดงแต่ละคนที่แสดงให้เห็นถึงความสุข จนกระทั่งถึงซีนของ หนุ่มไม้ กับ สาวพลอย ที่ดูเหมือนจะหวานตามมาติดๆ กับคู่ของ โอ๊ต และ แม็กกี้ คู่นี้ก็หวานไม่แพ้กัน ดูจากรูปเบื้องหลังแล้ว ไปเอาหมอนมาจิกเบาๆ ฟินๆ กันไปพลางๆ ก่อนได้เลยจ้า…!!!!                

                ติดตามชมฉากน่ารักๆ เหล่านี้ได้ในละคร “หนี้เกียรติยศ” วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 และทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

“อั้ม-บิ๊ก” สองนักแสดงหนุ่มจากช่อง 7HD รับรางวัล “พระกินรี” ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๖๓

สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) และสมาชิกสื่อมวลชนเครือข่าย องค์กร สมาคม ชมรมทั่วประเทศ โดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ตระหนักถึงคุณค่าแห่งการทำความดี คิดดี ปฏิบัติดีตามหลักคุณธรรม จริยธรรมตามรอยพระยุคลบาท ตามพระราชดำรัส แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน โดยเฉพาะสมัชชาฯ ได้เกิดแนวคิดในการจัดโครงการยกย่องเพื่อสรรค์สร้าง “คนดี คิดดี สังคมดี” รางวัล พระกินรี (คนดีของแผ่นดิน) ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๔ ได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือก บุคคลจากหลายสาขา เพื่อยกย่องกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้เป็นแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทำความดีคิดดี ปฏิบัติดีในสังคมไทยแก่ประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานงานประกาศรางวัลเกียรติคุณเพื่อส่งเสริมคนดีของแผ่นดินโดยการคัดเลือกพิจารณาประกาศเกียรติคุณและมอบโล่รางวัล “พระกินรี” (คนดีของแผ่นดิน) ครั้งที่ ๑๐ ประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการยกย่องให้กำลังใจแก่บุคคลทั่วไปที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ตลอดจนชีวิตครอบครัว เป็นแบบอย่างคุณค่าของคนดี โดยได้รับเกียรติจาก นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ ๙ เป็นประธานมอบรางวัล และมีผู้เข้ารับรางวัลตามสาขาดังต่อไปนี้

สาขาส่งเสริมศาสนาดีเด่น ได้แก่ อาจารย์ศุภณัฎฐ์ อัฎฐวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์พ่อแก่ และประธานกรรมการมูลนิธิแสงธรรม ในพระสังฆราชูปถัมภ์ สาขาผู้บริหารธุรกิจดีเด่น ได้แก่ คุณนฬาพร ไชยนิน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานลูกค้า บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด และ คุณเพ็ชร-อิชย์ภูมิ ธนัทโชค CEO บริษัท คราวน์ รอยัล ออฟ สกินแคร์ จำกัด Sunshine International และ Foxes International Restaurant Sky Bar and Lounge  สาขาวิทยุโทรทัศน์ประเภทรายการหรือบุคคล ดารานักแสดง ได้แก่ อั้ม-ถิร ชุติกุล จากละครเรื่อง “เงาบุญ” ช่อง 7HD, บิ๊ก-กฤษฎา สุภาพพร้อม จากละครเรื่อง “ฟ้ามีตะวัน” ช่อง 7HD, แอปเปิ้ล-กิรษา หอมเสียง จากละครเรื่อง “หนี้เกียรติยศ” ช่อง 7HD และ มาลินี แอดเดอเลด โคทส์ จากละครเรื่อง “สะใภ้ไร้ศักดินา” ช่อง 8

ในงานนี้ยังมีพิธีมอบรางวัลในโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน “ร้อยดวงใจถวายพ่อของแผ่นดิน ตามรอยพระยุคลบาท” ครั้งที่ ๙ ประจำปี ๒๕๖๓ หรือรางวัล “บัวทอง” สาขา พ่อดีเด่นแห่งปี ได้แก่ คุณสมชาย เผ่าบัณฑูร คุณพ่อของดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการบริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด และ คุณวีรศักดิ์ อินทะปา นายสถานีวิทยุคลื่น 103.50 วังมัจฉา พญาชมพู คุณพ่อของนุ่น-พชรมนต์ อินทะปา ดารานักแสดงและเจ้าของผลิตภัณฑ์ โอปอ จิลเวอรี่  โดยทั้งสองรางวัลมีพิธีมอบ ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

หอการค้าไทย-จีน เผยดัชนีเชื่อมั่นศก.ไทยปี ’64 โต แน่

หอการค้าไทย-จีน เปิดผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยปี 2564 กว่า 41.% คาดว่าเศรษฐกิจไทยโต 2.5-3.5 % โดยเศรษฐกิจจีนจะกลับมาฟื้นตัวสูงและมีส่วนขับเคลื่อน ศก.ไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน พร้อมกลับมามากขึ้นขณะที่สถานการณ์การค้าโลกผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯได้ประธานาธิบดีคนใหม่ สอดรับ IMF ที่ประเมินศก.จีน และไทยโต 8.2% และ 4% ตามลำดับ ปูพรมเปิดความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) สร้างเครือข่ายอำนวยความสะดวกสร้างเส้นทางการค้า-ลงทุนในอนาคต

      นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า หอการค้าได้จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ไตรมาส 1/2564 ซึ่งสำรวจจากความเห็นของคณะกรรมการหอการค้าไทย-จีนเครือข่ายสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน สมาคมธุรกิจต่างๆของจีน กว่า 60 สมาคมฯ รวมทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และ ขนาดใหญ่ และชาวจีนโพ้นทะเล ผ่านการประมวลผลข้อมูล Google Survey From โดยแบบสอบถาม ประกอบดว้ ย 4 ส่วน คือ 1) ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจไทย-จีน 2) ตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจไทย 3) ตัวชี้วัดปัจจัยเกื้อ หนุน และ/4) ประเด็นเฉพาะกิจ หรือเหตุการณ์ โดยพบว่า 61.5 % ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตสูงขึ้นสอดคล้องกับสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศจีน เนื่องจากจีนสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี

         ขณะที่ 50 % ของผู้ถูกสำรวจต่างคาดการณ์ จะมีนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น และ แนวโน้มนักท่องเที่ยวจากจีนน่าจะเริ่มกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง และกล่าวได้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนนั้น น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นได้ ในไตรมาสท่ีหนึ่งปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับการประเมิน ของกองทนุการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ที่คาดการณ์ว่าปี 2564 เศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวราว5.2%ส่วนเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.2% และเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวที่ 4.0%

         สำหรับมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจไทย พบว่าผลสำรวจ 44.1 % คาดการณ์ว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะโตน้อยกว่า 2.5 % และ 41.3 % คาดว่าเศรษฐกิจ ไทยจะโตอยู่ระหว่าง 2.5-3.5 % เนื่องจากผลสำรวจ สัดส่วน 43.3 % มองว่าเศรษฐกิจการค้าการลงทุนของไทยโดยรวมในไตรมาสแรกของปี 2564 โดยเฉพาะในภาคธุรกิจพาณิชย์ อิเล็กทอนิกส์ สินค้าเกษตร บริการโลจิสติกส์ บริการสุขภาพ และ สินค้าเกษตรแปรรูป จะเป็นแรงขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย ขณะที่อุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ได้แก่ อตุสาหกรรมการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และ อุตสาหกรรมการผลิตเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีมาตรการการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้เกิดการกระตุ้นการขับเคลื่อนของธุรกิจดังกล่าว

      ทั้งนี้ในความเคลื่อนไหวทางด้านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ 46.7% คาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 1 ปี 2564 มีแนวโน้ม ปรับตัวดีขึ้นในส่วนอัตราแลกเปลี่ยน กลุ่มสำรวจ 70 % มองว่าผู้ค้ากับต่างประเทศต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงของค่าเงินบาท ที่อาจจะมีทิศทางแข็งค่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส4/2563 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยอาจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6เดือน ในการฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น แม้ว่าจะมีการค้นพบวัคซีนก็ตาม

         นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ที่ได้ นายโจ ไบเดน เป็น ประธานาธิบดีคนใหม่ เชื่อว่าจะทำให้ความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐและจีนผ่อนคลายลง ซึ่ง กลุ่มสำรวจใน 70 %  เห็นว่าความชัดเจนดังกล่าว จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของระหว่างสองประเทศทำให้การค้าโลกผ่อนคลายมากขึ้นที่จะมีส่วนทำให้ไทยได้รับผลดีตามไปด้วย ในช่วงครึ่งปีแรกของปี2564 อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใก้ลชิดของนักลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองไทย และมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

          มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน ในรอบ 10 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-ต.ค. 2563) มีมูลค่า รวมทั้งสิ้น 64,763 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ คิดเป็น17.89%ของมูลค่าการค้า รวมของไทยโดยมีการส่งออกไปยังประเทศจีนมูลค่า 24,542 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.7% คิดเป็น12.76% ของการส่งออกของไทย นอกจากนี้  เพื่อส่งเสริม และอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับสมาชิก หอการค้าไทย-จีนได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างหอการค้าไทยจีน กับ ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่ง จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ และ โอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการเข้าถึงการบริการของธนาคารแห่งประเทศจีนทั่วโลก

“นิกกี้” ดี๊ด๊า! “ก้อย” ใจอ่อนยอมเป็นแฟน

แม้ในชีวิตไม่สมหวังยังต้องลุ้นกันต่อไปสำหรับคู่ของ นิกกี้ – ณฉัตร จันทพันธ์ กับ ก้อย – อรัชพร  โภคินภากร แต่ในละคร เรื่อง “บ้านสาวโสด” ทางช่อง GMM25 บอกเลยว่าแฟนๆ ไม่ต้องลุ้นแล้วจ้า เพราะงานนี้หนุ่มนิกกี้เอาจริงเล่นใหญ่สารภาพรักขอสาวก้อยเป็นแฟนแบบปฏิเสธไม่ได้กันเลยทีเดียว เรียกว่าเล่นไปเขินไปทั้งนักแสดงและทีมงาน เพราะทั้งก้อยและนิกกี้อินเนอร์มาเต็มพ้รอมเสิร์ฟโมเม้นต์หวานสมจริงสุดๆ

โดยฉากนี้เป็นตอนที่ ก้อนเมฆ (นิคกี้) ไม่อยากให้ พร (ก้อย) เสียชื่อเสียงเพราะเขาเป็นต้นเหตุ เขาจึงนัดนักข่าวมาที่บ้านเพื่อชี้แจ้ง แต่ด้วยความรักที่มีต่อพรเขาจึงตัดสินใจสารภาพรักและขอพรเป็นแฟนต่อหนักข่าวทันที งานนี้ทำเอาพรปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว

                ก่อนถ่ายทำจริง ผู้กำกับ ติ๊ก – วศินี คุณะนิติสาร ก็ให้ก้อยกับนิกกี้ได้ซักซ้อมกันก่อนว่าจะต้องเล่น กันประมาณไหน ซึ่งเรียกว่าแค่ซ้อมหนุ่มนิกกี้ก็เขินหน้าแดง ทำตัวไม่ค่อยถูก จนโดนทีมงานและเพื่อนนักแสดงแกล้งแซวตลอด  เรียกว่าพอนักแสดงซักซ้อมกันจนเข้าใจกันดี ผู้กำกับก็เริ่มถ่ายจริงทันที นิกกี้เดินนำหน้าพี่ๆ นักข่าวเข้ามาในบ้านของสามสาวโสดแล้วประกาศต่อหน้าสามสาวอย่าง กิ๊ก สายป่าน และ ก้อย ว่าเรื่องราววุ่นๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดก้อย ทุกอย่างเป็นเพราะตน และตอนนี้ตนก็ได้ตกหลุมรักก้อยจริงๆ ไม่อยากเป็นแฟนหลอกๆ แล้ว ขอเป็นแฟนกันจริงเลยได้ไหม ซึ่งพอทุกคนได้ยินก็ตกใจมาก โดยเฉพาะก้อยรีบเข้าไปเจรจาทำข้อตกลงกับนิกกี้ พอนักข่าวได้ยินก็เห็นใจนิกกี้ ตะโกนส่งเสียเชียร์ให้ก้อยยอมเป็นแฟนกับนิกกี้ทันที ฟากก้อยเริ่มลังเลทำตัวไม่ถูก เลิ่กลั่กๆ หันหน้าไปมองพี่สาวอย่างกิ๊กกับสายป่าน ก่อนจะตัดสินใจ ตกลงเป็นแฟนกับนิกกี้ เท่านั้นแหละนิกกี้รีบโผเข้ากอดก้อยด้วยความดีใจสุดชีวิต พร้อมรวบตัวก้อยอุ้มหมุน 360 องศา ต่างคนต่างหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ด้านนักข่าวก็กดซัดเตอร์กันรัวๆ  ผู้กำกับเก็บภาพโมเม้นต์หวานซึ้งจนพอใจก็สั่งคัท งานนี้บอกเลยว่าก้อยกับนิกกี้เล่นได้สมจริงมีเขินอายหน้าแดงกันทั้งคู่

ติดตามชมโมเม้นท์น่ารักของ นิกกี้-ก้อย กับฉากนี้กันได้ในละครเรื่อง “บ้านสาวโสด”  คืนวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.10 น.  ทางช่อง GMM25 และ รับชมย้อนหลังทาง Viu

“มาช่า-วิลลี่” ดุ..เผ็ช..ซี๊ด ในรอบ 15 ปี

เวลคัมคู่บัดดี้ที่กลับคืนจอโทรทัศน์ในรอบเกือบ 15 ปี ไม่ทำให้แฟนละครผิดหวังแน่นอน  เพราะ มาช่า-วิลลี่ จะมาแผลงฤทธิ์พิชิตใจแฟนคลับ ช่อง GMM 25  ในละครเรื่อง “คุณแม่มาเฟีย” ออกอากาศทุกคืน วันจันทร์-พฤหัสบดี  เวลา 20.10 น.  เริ่มตอนแรก!! วันพุธที่ 2 ธ.ค.นี้   เรื่องนี้ มาช่า วัฒนพานิช รับบท “พิณ” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกหนึ่ง ประกบกับ วิลลี่ แมคอินทอช ในบท “พยัคฆ์” ลูกชายคนเดียวของมาเฟียข้ามชาติ    เป็นผลงานการกำกับของ ปลา-พีรพล เธียรเจริญ ผู้ถนัดทางกุ๊กกิ๊กคอเมดี้มีดีที่แอ็คชั่น

เปิดฉากมาตอนแรกก็ร้องว้าว กับฉากย้อนอดีตป๊อปปี้เลิฟรักสุกงอมของ  พยัคฆ์ (วิลลี่) กับ พิณ (มาช่า) ที่พากันไปสาบานรักต่อหน้าสิ่งศักดิ์ดสิทธิ์ว่าจะดูแลและเสียสละเพื่อกันและกันตลอดกาล  และฉากบู๊แอ็คชั่นสุดมันเมื่อพยัคฆ์กับพิณหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง  ทำให้ได้ลุ้นว่าใครจะอยู่ใครจะไป 

            ฉากย้อนอดีตรักของ มาช่า-วิลลี่ ต้องไปถ่ายกันหน้าต้นไทรใหญ่ งานนี้ วิลลี่ แอบเสียววาบบอก “แค่เห็นบรรยากาศผมก็ขนลุกซู่แล้วเนี่ย”  แต่ทั้งคู่ก็ทำได้ดีมากเรียกว่าเต็ม 10 ไม่หักซักแต้ม  ขนาด ผู้กำกับปลา และทีมงานยังซึ้งตรึงใจเผลอยิ้มทั้งน้ำตากับสัญญารักครั้งนี้กันเป็นแถว  แหม..ก็ขนาดนางเอกมาช่ายังอดเขินจนหลุดขำกับมุกพระเอกจอมหยอกแทบจะลืมบท  มาช่า บอกทั้งเสียงหัวเราะ “ช่าทำงานกับพี่ลี่ทีไร..ขำท้องแข็งทุกที ไม่ว่าจะกี่ปีก็มุกเยอะเหมือนเดิม”  จากนั้นก็จัดหนักกับแอ็ชชั่นขั้นสุดเมื่อวิลลี่จะมาเคลียร์ใจกับมาช่าแต่ถูกนักฆ่าไล่ล่าจนต้องพากันหนีตาย  โอ้โห!  หวานเยิ้มกันมาแหม็บๆ พีคในพีคอีกแล้วท่านผู้ชมงานคืนนี้ตั้งหลักดูกันให้เหมาะ  แค่ซ้อมคิวบู๊ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งวันเพราะผู้กำกับอยากให้ทุกอย่างออกมาสมจริง..สุดมันส์แต่ต้องปลอดภัย  ด้วยโลเกชั่นโกดังร้างทั้งร้อน และฝุ่นก็กลัวนางเอกจะลำบาก 

แต่ที่ไหนได้มาช่าขาลุยสุดพลังซ้อมทั้งร้อนอบอ้าวแถมบอก “ที่ช่ารับเล่นละครเรื่องนี้เพราะฉากแอ็คชั่น และพี่วิลลี่เนี่ยแหละ” ได้ยินแบบนี้ทุกคนก็ใจชื้นช่วยกันซ้อมต่อจนทุกฝ่ายพร้อมก็จัดฉากปะทะโลด  โดยมี นักฆ่า รับเชิญในบท “ฉีฟง” คือ เจเจ-จักรกฤษณ์ กนกพจนานนท์ ตามล่าวิลลี่ขณะมาพบพิณ  ทั้งคู่เลยพากันหนีตายมา  แต่ไม่ใช่จะวิ่งหนีอย่างเดียวนะจ๊ะ  วันนี้ยังได้เห็นฝีมือคุณพ่อวิลลี่ได้ออกแรงแอ็คชั่นขั้นเทพสู้กับเจเจอย่างสูสีจน ผู้กำกับปลา ออกปากชม “นี่ถ้าย้อนเวลากลับไปอีกนิด – – หาตัวจับคิวบู๊ยากเลยพระเอกคนนี้”  แต่สุดท้ายวิลลี่ก็พลาดท่า นักฆ่าหันมาลั่นกระสุนใส่มาช่า  วิลลี่เลยรีบเอาตัวเองมาบังมาช่าแล้วรับกระสุนแทน  โอ๊ยๆๆ อยากให้ทุกคนได้ดูเร็วๆ คือเป็นคิวบู๊เดือดที่โรแมนติกขีดสุดกระชากหัวใจเค้าไปเลย  เพราะมาช่า-วิลลี่กอดกันส่งอารมณ์ห่วงหาอาทรตั้งแต่ภาษากายยันแววตาที่เปี่ยมด้วยรัก  เนี่ยแหละน๊า..คนเราเค้าบอกจะแสดงความรู้สึกแท้จริงก็ตอนใกล้ตาย  แต่ว่าเรื่องราวจะลงเอยแบบไหนอย่าเดาเลย..ไปดูกันต่อใน “คุณแม่มาเฟีย” ตอนแรก!! คืนวันพุธที่ 2 ธ.ค.นี้  เวลา 20.10 น. ช่อง GMM25 ดูสด..สนุกสุด                

Scroll To Top