web analytics

“CPS Coffee” ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เอาใจเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์

“CPS Coffee” ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เอาใจเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์

ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง ในคอนเซ็ปต์ “Holiday Spirit” The Magic Moment Specials ที่จะทำให้ทุกเมนูน่าจดจำ และดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษ

เมื่อเทศกาลแห่งความสุข และการเฉลิมฉลองได้เดินทางมาถึงอีกครั้ง ปีนี้คอฟฟี่บาร์สุดเท่อย่าง CPS Coffee ก็ได้ชวนเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์มาร่วมเปิดประสบการณ์ในการลิ้มรสเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาล (Seasonal menu) ในคอนเซ็ปต์ “Holiday Spirit” The Magic Moment Specials ที่สร้างสรรค์หลากหลายเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ขึ้นมาใหม่อย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลคริสต์มาส ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขสนุกสนาน 

CPS Coffee คาเฟ่ไลฟ์สไตล์สุดเท่ในเครือ CPS CHAPS แบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้ถ่ายทอดความทันสมัย (Modern) และเหนือกาลเวลา (Timeless) สู่คาเฟ่ CPS Coffee ได้อย่างลงตัว โดยคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่จะเป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สร้างสรรค์ผ่านเมนูเครื่องดื่ม และการตกแต่งร้านที่มีกลิ่นอายของความเท่ ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ (Café Hopper) ได้ทุกรูปแบบ

คุณอภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ CPS CHAPS กล่าวถึงเมนูใหม่ล่าสุดจากร้าน CPS Coffee ว่า  “สำหรับเมนูประจำฤดูกาลในปีนี้ เราได้สร้างสรรค์ขึ้นมาในคอนเซ็ปต์ Magic Moments ที่อยากจะให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสุข ผ่านการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่อย่างพิถีพิถัน ด้วยรสชาติถูกปากอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เหล่าแฟนคลับแบรนด์ทุกคนจะต้องชื่นชอบในขณะที่ได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน โดยเมนูเครื่องดื่มนั้นจะมีทั้งหมด 5 เมนูด้วยกัน ซึ่งมีทั้งเมนูกาแฟ และเมนูที่ไม่มีส่วนผสมของกาแฟ โดยแต่ละเมนูเราได้ใช้ส่วนผสมที่หลากหลาย จากการนำจุดเด่นของแต่ละวัตถุดิบมาผสมผสานไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเหล่านักชิมได้ลิ้มลองในรสชาติที่แปลกใหม่มากขึ้น รวมถึงเมนูเบเกอรี่ที่ได้คิดค้นมาเป็นอย่างดีเช่นกัน จากการนำเอาเมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มารังสรรค์ขึ้นในรสชาติใหม่ ที่มีความหลากหลาย และลงตัวยิ่งกว่าเดิม”

โดยเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาล (Seasonal menu) จาก CPS Coffee ในครั้งนี้ นั้นประกอบไปด้วย ทอฟฟี่ นัท เช็คเกอร์ราโต้ (Toffee Nut Shakerato) เมนูที่ชูเอกลักษณ์ของ Toffee Nut ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยรสชาติหอมหวานของถั่ว และทอฟฟี่ ผสมกับช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้น พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยนมที่ใช้เทคนิคการปรุงแบบเช็คเกอร์ราโต้ (Shakerato) คือการนำนมและครีมมาเขย่ารวมกัน ด้วยเครื่องบอสตั้น เช็คเกอร์ (Boston Shaker) ที่ให้สัมผัสความนุ่มนวลได้เป็นอย่างดี และปิดท้ายด้วยการโรยเกล็ดน้ำตาล (Sprinkle) ท็อปปิ้งยอดฮิตที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน (Toffee Nut Shakerato ราคา 150 บาท) ถัดมาที่ ชู ชู ลาเต้ (Chou Chou Latte) แรงบันดาลใจจากถั่ว ชู ชู นัท (Chou Chou Nut) จากฝรั่งเศส ที่สื่อถึงเทศกาลเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมของแก้วนี้จึงประกอบไปด้วยไซรัปแมคคาเดเมีย (Macadamia Syrup) ที่ชูความหอมของถั่วได้อย่างลงตัว และไซรัปคาราเมล (Caramel Syrup) เพื่อเพิ่มความหอมหวาน ผสานกับช็อตกาแฟเอสเพรสโซ่ พร้อมตกแต่งด้วยโฟมนมที่นำไปตีจนนุ่ม เกลือชมพู ซอสคาราเมล และถั่วคาราเมลพีนัท ที่จะใช้เพิ่มให้รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนี้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น (Chou Chou Latte ราคา 150 บาท) ต่อมาที่กลุ่มเมนูเครื่องดื่ม Non- Coffee วัน มอร์ สลีป (One more sleep) เมนูเครื่องดื่มสุดกลมกล่อม ที่ผสมผสานบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเอาไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยสีแดงจากส่วนผสมหลักของน้ำทับทิม (Pomegranate Juice)

ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น และวอร์มสไปซ์ไซรัป (Warm Spices Syrup) สร้างรสสัมผัสที่แตกต่างมากขึ้นด้วยสปาร์คกลิ้ง (Sparkling Water) ตกแต่งด้านบนด้วยก้านซินนามอน และราสเบอรี่ พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองให้พิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้เทคนิคสโมคบับเบิ้ล (Smoked Bubble) สร้างฟองที่ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นของมิ้นท์ (One more sleep ราคา 140 บาท) ถัดมาคือ นอตี้ ลิสต์ (Naughty List) แรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปน่ารักๆ ของเด็กที่จะไม่ได้รับของขวัญหากพฤติกรรมไม่ดี จึงเกิดเป็นเครื่องดื่มสนุกๆ ที่มีรสชาติแปลกใหม่ ด้วยการผสมผสานรสชาติเปรี้ยวซ่าของขิง (Ginger Ale) ผสมกับความหอมของวอร์มสไปซ์ไซรัป (Warm Spices Syrup) ตกแต่งด้านบนด้วยน้ำชาเขียวที่ตีจนข้นเล็กน้อยเพื่อเป็นการไล่สี พร้อมโรยน้ําตาลไอซิ่ง (Icing) และประดับด้วยโรสแมรี่ (Rosemary) เป็นเครื่องดื่มที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมที่แปลกใหม่ และเป็นเอกลักษณ์ (Naughty List ราคา 150 บาท) และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ช็อกโกแลต สเตรนจ์ (Chocolate Strange) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างเปปเปอร์มิ้นท์ช็อกโกแลต (Peppermint Chocolate)ที่ทางแบรนด์ได้นำมาต่อยอดด้วยการเพิ่มความสนุกเข้าไป จากการรังสรรค์ไซรัปสูตรพิเศษที่จะเพิ่มความสดชื่นได้ดีกว่าเดิม ตกแต่งด้วยฟองนมผสมเกลือหิมาลายันที่ตีจนนุ่ม เพิ่มความเข้มข้นด้วยโกโก้นิบส์ (Cocoa Nibs) ที่จะช่วยชูรสชาติให้เครื่องดื่มแก้วนี้น่าจดจำยิ่งขึ้น (Chocolate Strange ราคา 140 บาท)

สำหรับเมนูเบเกอรี่นั้นประกอบไปด้วย ทอฟฟี่ นัท โครนัท (Toffee Nut Cronut) ที่ต่อยอดมาจากเมนูยอดนิยมอย่างโครนัท โดยการสร้างสรรค์เป็นรสชาติใหม่ ที่ให้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน หอมเนย จากส่วมผสมของตัวแป้ง และเนื้อครีมคอฟฟี่กานาช (Coffee Ganache) สุดเข้มข้น ตกแต่งด้วยทอฟฟี่นัท และซอสคาราเมลสุดกลมกล่อม ที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง (Toffee Nut Cronut ราคา 170 บาท) ถัดมาที่เมนูยอดนิยมอย่าง เค้กแครอท (Carrot Cake) ด้วยความเป็นเอกลักษณ์จากตัวเนื้อเค้กที่หอมนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ชูรสหวานด้วยเนื้อลูกเกด แต่เพิ่มความกลมกล่อมด้วยวอลนัต (Walnuts) แครอท และครีมชีสรสชาติเปรี้ยวมัน เมื่อรับประทานรวมกันแล้วจะให้รสชาติที่หลากหลายแต่ลงตัว (Carrot Cake ราคา 120 บาท) สำหรับสายคุกกี้ต้องไม่พลาดกับเมนูสุดพิเศษ คุกกี้ ช็อต (Cookie Shot) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการมอบของขวัญให้กับคนพิเศษ ที่คุกกี้มาในรูปทรงถ้วย ซึ่งสามารถเติมความสนุกระหว่างรับประทานด้วยการเทนมใส่ลงใน คุกกี้ ช็อต (Cookie Shot) และสามารถกัดคุกกี้ไปพร้อมกับนมได้เลย โดยตัวคุกกี้นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมดถึง 3 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ เนย, ช็อกโกแลต และจินเจอร์เบรด (Gingerbread) (Cookie Shot ราคา 120 บาท) และสุดท้ายกับเมนูสุดสร้างสรรค์ ช็อกโกแลต สเตอร์ (Chocolate Stirring Stick) หรือช็อกโกแลตแท่ง ที่ตกแต่งด้วยลวดลายที่ชวนให้นึกถึงเทศกาลคริสต์มาส โดยเมนูนี้จะต้องรับประทานคู่กับนมร้อน เพียงจุ่มลงไปและคนให้ช็อกโกแลตละลายเข้ากับนมก็จะได้นมช็อกโกแลตร้อน เมนูรับลมหนาวที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังให้ความสนุกในการรับประทานอีกด้วย โดยมีให้เลือก 2 รสชาติด้วยกัน คืออัลมอนด์ ช็อกโกแลต (Almond Chocolate) และจินเจอร์เบรด (Gingerbread) (Chocolate Stirring Stick ราคา 150 บาท)

ร่วมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุดจาก CPS Coffee ได้แล้ววันนี้ที่ CPS Coffee ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทอมินัล 21 ชั้น M, สาขาไอคอนสยาม ชั้น 1 และ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง วันที่ 31 มกราคม 2565

Share Button
admin

admin