web analytics
SIAMNEWSDAY

อมรพันธ์วิลล่า เปิดตัวโครงการระดับประเทศ “Creator & Marketplace Resort”

แห่งแรกในไทย เชิญเหล่า Creator ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนประวัติศาสตร์รีสอร์ทไทย!

อมรพันธ์วิลล่า รีสอร์ทริมทะเลชื่อดัง จังหวัดระยอง อายุยาวนานกว่า 46 ปี ประกาศก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สู่โมเดลใหม่ “Creator & Marketplace Resort แห่งแรกในประเทศไทย” รีสอร์ทต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับครีเอเตอร์ นักรีวิว นักไลฟ์สด และเจ้าของสินค้าโดยเฉพาะ

โครงการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–2 ธันวาคม 2568 เปิดโอกาสให้เหล่า Creator / KOL / Influencer / TikTok Shop Owner เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ฟรีที่พัก 1 คืน, ฟรีอาหารครบทุกมื้อ และพื้นที่ถ่ายคอนเทนต์กว่า 30 มุมทั่วรีสอร์ท เพื่อสนับสนุนผู้สร้างคอนเทนต์ในทุกสายอาชีพให้เติบโตในยุคเศรษฐกิจ Creator Economy

ภายในงานพบกิจกรรมสำคัญ ได้แก่

  • อัปเดตเทรนด์ TikTok ปี 2026 โดย คุณแอ๊ม ช่องการตลาดการเตลิด ในหัวข้อ #อยู่รอดได้ถ้าไม่ดื้อกับTikTok เจาะลึกแนวโน้มคอนเทนต์และกลยุทธ์การขายออนไลน์
  • Workshop & Content Shooting เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมสร้างคอนเทนต์จริงในบรรยากาศทะเล สวน สระน้ำ และห้องพัก
  • Social Networking Party รวมตัวครีเอเตอร์หลายสายอาชีพเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย
  • เสริมพลังใจเซอร์ไพรส์จาก Creator ดังใน TikTok ในหัวข้อ “Inspire to Impact: เปลี่ยนไฟในใจ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่มีพลัง”

โครงการนี้ริเริ่มโดย “เอมมี่” ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของอมรพันธ์วิลล่า ซึ่งตั้งใจเปลี่ยนบทบาทรีสอร์ทไทยจาก “ที่พัก” ให้กลายเป็น “ศูนย์กลางของการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการตลาดยุคใหม่”

เอมมี่เผยว่า “ถึงเวลาแล้วที่รีสอร์ทไทยจะไม่ได้เป็นแค่สถานที่พัก แต่เป็นพื้นที่ที่สร้างผลงาน สร้างรายได้ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมาร่วมเปลี่ยนโฉมรีสอร์ทไทย…สู่ยุคใหม่ของ Creator ไปด้วยกัน”โครงการเปิดรับเพียง 50 ทีมเท่านั้น และผู้เข้าร่วมจำเป็นต้องเผยแพร่คลิปลง TikTok ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 พร้อมติดแท็กสถานที่ อมรพันธ์วิลล่า ระยอง ระยอง และแฮชแท็กโครงการ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่: https://forms.gle/pnfGdZDxmBkeBEPY6 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LINE: https://line.me/ti/p/mWFCrwxj7S หรือโทร: 061–536–9444

The First Creator Resort by the Sea ก้าวแรกของประเทศไทยสู่ยุคใหม่ของรีสอร์ทที่ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์และความคิดสร้างสรรค์

“เอมมี่ กมลรัตน์”  ลัดฟ้ามาประกอบ “ป้าตือ” ร่วมสร้างปรากฏการณ์ live stream 

หลังจบ Mission เทศกาล แมวเหมียว  live stream ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ปิดยอดขายไปกว่า 2 ล้านบาท  ล่าสุด  CEO แบรนด์ Panya Natural “เอมมี่ กมลรัตน์”  ผู้ปฏิวัติสวนพืชผักพื้นบ้าน และเป็นผู้บุกเบิก “น้ำมันมะรุม” ลัดฟ้าจากสเปนสู่เมืองไทย  มา live stream ตามคำเรียกร้อง แถมชวน เหล่าอินฟูฯ แมวเหมียว ไม่ว่าจะเป็น เพจ “แบกแมวเที่ยว-แม่นิวและน้องมณี ” ,มาดามแพม, คุณวิชญ,และ “ป้าตือ สมบัษร ถิระสาโรช” เจ้าแม่อีเว้นท์ชื่อดัง ของเมืองไทย มาร่วมสร้างสีสัน และที่ขาดไม่ได้ “โซเฟีย เชน”เจ้าของฉายา  (เลดี้กาก้าไทยแลนด์ ) มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ live stream BY Panya Natural งานนี้  “เอมมี่ กมลรัตน์”   ปิดยอดขายไปเบาๆกว่า..1.5 ล้าน เธอกล่าวว่า

“เอมมี่”  ตั้งใจมางานนี้ โดยเฉพาะ เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องมามาก ให้นำผลิตภัณฑ์ มาทำโปรโมชั่นพิเศษหน่อย เราก็จัดให้ ไม่มีปัญหา ก็ชื่นใจ นะคะ ได้เสียงตอบรับดีมาก ครั้งแรก เป็น เทศกาล แมวเหมียว  live stream ปิดยอดขายไปกว่า 2 ล้านบาท  ครั้งนี้ “เอมมี่” มาลอง live stream ดูบ้าง เอมมี่ ต้องกราบขอบพระคุณ”ป้าตือ สมบัษร” เจ้าแม่อีเว้นท์เมืองไทย ที่ให้เกียรติ มาร่วม live stream อีกทั้งยังมี “น้องนิว แม่น้องมณี จากเพจ แบกแมวเที่ยว” ก็มาอีกครั้ง พร้อมด้วย มาดามแพม, คุณวิชญ สนุกมาก ค่ะ ครั้งนี้ ก็ปิดยอดไปเบาๆ ..1.5 ล้าน

หลังจบ Mission นี้ “เอมมี่” เตรียมขึ้นไปโคราช ไปดูโรงงานสกัดเย็น “น้ำมันมะรุม” ที่แรกของประเทศไทย ที่ “เอมี่” สร้างไว้ สำหรับรองรับ พี่น้อง กลุ่มเกษตรกร Panya Family  ซึ่งเป็นกลุ่ม ที่เอมี่ และ พี่ๆ น้องๆ คุณลุงคุณป้า คุณน้า คุณอา ร่วมกันก่อตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริม การปลูกมะรุมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเอมมี่ ก็เตรียมไปเยี่ยมเยือน ด้วยเช่นกัน แอบกระซิบ นิดนึงว่า สิ้นเดือนนี้ เอมี่ เตรียมขยับ ให้ใกล้ชิด แฟนๆ MIRACLE OIL ให้มากขึ้น เร็วๆนี้ ค่ะ” คุณเอมี่กล่าว ทิ้งท้าย

“FACE of THAILAND” พา ‘ริว – วนาพร’ คว้าอันดับ 1 สุดยอดนางแบบแห่งเอเชีย

ชู Soft Power สวมใส่ชุดไทยพระราชนิยมอวดสายตาชาวอาเซียน พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี ‘Asia Model Festival’

ทีมไทยทำถึง! จัดเต็ม 3 รางวัลสำคัญบนเวที ‘FACE of ASIA 2025’ เวทีการประกวดโมเดลและแฟชั่นโชว์ระดับภูมิภาคเอเชียของประเทศเกาหลีใต้ พร้อมฉลองครบรอบ 20 ปีการจัดงาน Asia Model Festival’ โดยการนำของ ‘พิมพ์ – พิมพ์ลักษณ์’ National Director FACE of THAILAND ผลักดันทีมไทยพิสูจน์ความเป็นเรียลโมเดลตัวจริง ด้วยการพาเรียลโมเดลสาวสุดมั่น ริว – วนาพร เอาชนะใจกรรมการคว้าอันดับ 1 Prize Winner (Female) สวมใส่ชุดไทยดุสิตโชว์พลัง ‘Soft Power’ ประกาศศักดาต่อสายตาชาวอาเซียน ด้านพระเอกหนุ่มสุดสมาร์ท ริว-วชิรวิชญ์ ร่วมเดินทางรับรางวัล ‘Model Star Award 2025’ นอกจากนี้ เวที FACE of THAILAND ยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ด้วยการคว้ารางวัล ‘Best Partner Award 2025’ ภายในงานเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 25  – 30 ต.ค. 2568 ณ High1 Resort Hotel จังหวัดคังวอน ประเทศเกาหลีใต้

สร้างแรงกระเพื่อมเสริมพลัง Soft Power’ จนกลายเป็นกระแสชื่นชมความงดงามเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย หลัง ริว – วนาพร เชื้ออินทร์ หนึ่งในเรียลโมเดลตัวแทนประเทศไทย บินลัดฟ้าไปโชว์ศักยภาพและรากเหง้าของชาวไทยบนเวที ‘FACE of ASIA 2025’ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี สามารถคว้ารางวัลอันดับ 1 Prize Winner (Female) มาครองได้สำเร็จ โดยเฉพาะช่วงไฮไลต์ในการเดินแบบชุดประจำชาติ ริว เผยโฉมออกมาอย่างสง่างามท่ามกลางการสวมใส่ ‘ชุดไทยดุสิต’ (Thai Dusit Dress) หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ซึ่งเป็นแบบสากลกึ่งพิธีการ เต็มเปี่ยมเอกลักษณ์อันเรียบหรู ไม่มีสไบเฉียง แต่ใช้ผ้าไหม หรือผ้ายกทองตัดเป็นชุดกระโปรงเข้ารูป นิยมสวมในงานพิธีค่ำที่เป็นทางการ เช่น งานเลี้ยงรับรอง หรืองานพระราชพิธี สะท้อนภาพหญิงไทยที่สง่างาม สุภาพ และมีความร่วมสมัย

ส่วนเรียลโมเดลตัวแทนประเทศไทยอีก 2 คน คือ ‘เรนนี่ – กัญณัฏฐ์ พงศ์จิราธเนศ เธอสวมใส่ชุดไทยศิวาลัย (Thai Siwalai Dress)ผ้านุ่งยกทอง และสไบเฉียงทาบทับพระอังสา ใช้ผ้าไหมทออย่างประณีตและเครื่องประดับทองอ่อนช้อย ในขณะที่เปา – พสธร วิบูลย์วัฒนกิจ สวมใส่ชุดไทยพระราชทาน (Thai Royal Ceremonial Suit) ตัดเย็บด้วยรูปทรงร่วมสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ ‘ราชปะแตน’ และ ‘โจงกระเบน’ รวมทั้งพวกเขายังสวมใส่ชุดจากดีไซน์เนอร์ไทยแบรนด์ CHER’Z, NICHp และPMITH เดินโชว์บนเวทีอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้สามผู้ชนะการประกวด ‘FACE of THAILAND 2025’ เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปเข้าค่ายเก็บตัวยังประเทศเกาหลีใต้ร่วมกับผู้เข้าแข่งขันจากอีก 25 ประเทศ เป็นระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ก่อนจะร่วมเผยแพร่ความงดงามผ่านวัฒนธรรมการแต่งกายชุดไทยรอบไฟนอล จนทำให้ ‘ริว – วนาพร’ คว้ารางวัลอันดับ 1 Prize Winner (Female)

สำหรับรูปแบบการจัดงาน Asia Model Festival 2025’ แบ่งออกเป็น 3 เวทีหลัก ประกอบด้วย ‘Asia Open collection’ แฟชั่นโชว์ผลงานจากเหล่าดีไซเนอร์, Face of Asia’ เวทีไฮไลท์กับการประกวดเรียลโมเดลจาก 25 ประเทศในระดับภูมิภาคเอเชีย เพื่อเข้าชิงรางวัล Winner (Male) Winner (Female) และรางวัล Grand Prize ส่วนวันสุดท้ายกับเวที Asia Model Awards 2025 งานมอบรางวัลให้กับนางแบบ ศิลปิน ดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ทั่วเอเชีย อย่าง BAE YOONYOUNG นางแบบสาวที่โด่งดังระดับโลก ส่วนนักแสดงหนุ่มฝีมือดี ‘ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล’ เป็นตัวแทนคนบันเทิงไทยที่สามารถคว้ารางวัล ‘Model Star Awards 2025’ และได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการตัดสิน FACE of ASIA 2025’ พร้อมส่งท้ายเฟสติวัลระดับเอเชียด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินเกาหลีเจนใหม่เจ้าของรางวัล Rising Star Award’ อาทิ วง NouerA, BURVEY, KIM NAMHEE และBANG HYORIN

ในโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปี ‘Asia Model Festival’ ทางเวทีได้จัดอีเว้นท์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ ภายใต้ชื่อ ’20 Years Asia Model Festival’ งานกาล่าดินเนอร์ที่มีเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการของเกาหลีและเอเชีย รวมทั้ง National Director จาก 25 ประเทศ เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบรางวัลอีกหลายสาขา หนึ่งในนั้นคือ รางวัล Best Partner Award 2025 ที่ประเทศไทยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในฐานะผู้จัดงาน FACE of THAILAND 2025ออกมาได้อย่างสง่างาม โดดเด่น และยังคงรักษามาตรฐานตรงตามแนวทางเวทีหลักไว้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน พร้อมกันนี้ ‘พิมพ์ – พิมพ์ลักษณ์’ National Director FACE of THAILAND ร่วมเชิดชูเอกลักษณ์ไทย ด้วยการสวมใส่เดรสจากแบรนด์ THEATRE ขึ้นรับรางวัลได้อย่างน่าภาคภูมิ

“รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้รับรางวัล Best Partner Award 2025 เป็นรางวัลที่มีเกียรติและไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะการจัดงาน FACE of THAILAND 2025 เราทำจากความตั้งใจจริงที่ต้องการเปิดโอกาส ส่งเสริมวงการโมเดลและแฟชั่นในประเทศไทย ให้ก้าวไปสู่ระดับเอเชียและระดับโลก โดยปีหน้าเราจะขยายขอบข่ายในการมอบโอกาสให้ถึงมือผู้ที่มีความฝันและมีความสนใจในการเป็นโมเดลจริงๆ พร้อมเฟ้นหาเรียลโมเดลที่มีความเหมาะสมและมีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน เราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอนค่ะ” พิมพ์ลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจ

ทั้งนี้ Asia Model Festival’ เป็นเวทีการประกวดโมเดลและแฟชั่นโชว์ระดับภูมิภาคเอเชีย ของประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้ดำเนินงานมาแล้วเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยรวมผู้ได้รับคัดเลือกจากแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้งหมด 25 ประเทศ มาร่วมประกวด เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านแฟชั่น ตามแนวทาง ‘Asian Model Road’

‘FACE of THAILAND’ ในฐานะผู้จัดการประกวดยังพร้อมเดินหน้าเฟ้นหาสุดยอดโมเดลตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวดบนเวที Face of Asia รันวงการแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้การจัดงาน Asia Model Festival’ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนทรัพยากรบุคคลด้านแฟชั่นของประเทศไทย ให้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพมาตรฐานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีหมุดหมายในการขยายขอบข่ายการเฟ้นหาเรียลโมเดลไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย แล้วพบกันปีหน้ากับ FACE of THAILAND 2026 โดยทุกท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย FACE of THAILAND

AMFC

Facebook: Face of Thailand AMFC

Instagram: faceofthailand.amfc

TikTok: @face.of.thailand

#FACEofTHAILAND #FACEofTHAILAND2025

#FOT2025 #ThailandtoKoreaRunway #faceofasia #Asiamodelfestival

เปลี่ยนกาแฟทุกแก้วให้มีคุณค่า เพื่อชุมชนและความยั่งยืน

เบื้องหลังเส้นทางแคปซูลกาแฟใช้แล้วจากเนสเพรสโซ

เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ร่วมเดินทางสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนของแคปซูลกาแฟเนสเพรสโซ ​ณ วงษ์พาณิชย์ จังหวัดพิษณุโลก

 Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ชวนผู้บริโภคเปิดมุมมองใหม่สู่เบื้องหลังของระบบหมุนเวียนและกระบวนการรีไซเคิลที่แบรนด์ลงมือทำอย่างจริงจัง โดยครั้งนี้ได้ร่วมเดินทางไปกับ เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ในฐานะ Friend of Nespresso เพื่อสัมผัสการเดินทางของแคปซูลกาแฟใช้แล้ว และเรียนรู้ว่าทุกแคปซูลสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้อย่างไรในประเทศไทย

เปลี่ยนแคปซูลให้เกิดคุณค่าใหม่

หัวใจสำคัญของการสร้างระบบหมุนเวียนที่ยั่งยืนของเนสเพรสโซ คือความร่วมมือกับวงษ์พาณิชย์ ผู้นำด้านการจัดการขยะของไทย ซึ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนกระบวนการรีไซเคิลแคปซูลของเนสเพรสโซ และทำให้มั่นใจว่ากาแฟแคปซูลทุกชิ้นที่ถูกรวบรวมจะถูกรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ จับต้องได้และมีคุณค่า ซึ่งลูกค้ามีส่วนร่วมในการคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา, พนักงานส่งสินค้าเมื่อ สั่งซื้อออนไลน์ และไปรษณีย์ไทย เมื่อแคปซูลกาแฟใช้แล้วมาถึงโรงงานหลักของวงษ์พาณิชย์ในจังหวัดพิษณุโลก กระบวนรีไซเคิลอย่างมืออาชีพก็เริ่มต้นขึ้น ขั้นตอนแรกคือการนำแคปซูลไปตากแห้งด้วยแสงธรรมชาติ ตามด้วยนำเข้าสู่เครื่องบดและคัดแยก เพื่อคัดกรองเศษอะลูมิเนียมและกากกาแฟออกจากกันอย่างละเอียด อะลูมิเนียมที่แยกออกมาจะถูกหลอมใหม่เป็นแท่งโลหะ (ingot) ซึ่งจะนำไปหลอมเป็นสิ่งใหม่ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ส่วนประกอบรถยนต์ และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น กระบวนการเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า การกระทำที่เล็กน้อยอย่างการคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้ว ก็สามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้ในระดับท้องถิ่น

ทั้งนี้ ความตั้งใจในการพัฒนาโครงการรีไซเคิลของเนสเพรสโซระดับโลก ก็ยังเห็นได้จาก ‘Second Life Project’ ซึ่งเป็นความร่วมมือของเนสเพรสโซและแบรนด์ระดับโลกชั้นนำที่มีหัวใจรักความยั่งยืนเหมือนกัน มาร่วมมอบชีวิตใหม่ให้กับอะลูมิเนียมแคปซูลใช้แล้ว ได้แก่ ปากกา Caran d’Ache, มีดพกพา Victorinox และจักรยาน RE:CYCLE จาก Vélosophy โดยในแคมเปญสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ลูกค้าของเนสเพรสโซจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอย่างยั่งยืนเหล่านี้เป็นของขวัญพิเศษ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในระบบหมุนเวียนของเนสเพรสโซ

ในส่วนของกากกาแฟจากแคปซูลใช้แล้ว จะถูกส่งต่อไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เพื่อแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในงานวิจัยทางการเกษตรและกิจกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษา อีกทั้งยังกระจายกากกาแฟนี้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อนำไปใช้บำรุงดินและเพาะปลูกพืชผักสวนครัวที่สดใหม่ ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของชุมชน และในที่สุดผลผลิตเหล่านี้ก็จะกลับมาสู่โต๊ะอาหารของผู้บริโภคอีกครั้ง
“วันนี้เน๋งดีใจมากที่ได้มาร่วมทริปนี้ และเห็นทุกขั้นตอนของโปรแกรมรีไซเคิลของเนสเพรสโซด้วยตาตัวเอง น่าทึ่งมากที่ได้รู้ว่าแคปซูลกาแฟใช้แล้วสามารถกลายเป็นสิ่งของใหม่ที่จับต้องได้จริง ไม่เพียงแต่ช่วยสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเราสามารถทำให้การส่งคืนแคปซูลกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้ง่าย ๆ ไปกับเนสเพรสโซ”เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล บอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้เห็นกระบวนการและสถานที่จริงในการรีไซเคิลแคปซูลของเนสเพรสโซ พร้อมชวนลูกค้าทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกผ่านการส่งคืนแคปซูลใช้แล้ว ภายใต้แคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เนสเพรสโซเชิญทุกท่านร่วม ‘เปลี่ยนกาแฟทุกแก้วให้มีคุณค่า’ ด้วยการนำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเพียงแค่ร่วมส่งคืนแคปซูลใช้แล้วหลังจากดื่มกาแฟแก้วโปรด ก็สามารถกลายเป็นจุดเล็กที่สร้างคุณค่า สนับสนุนสิ่งแวดล้อมและมอบชีวิตใหม่ให้ทุกแคปซูลได้เดินทางต่อ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่ยั่งยืน ทั้งนี้ยังมีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลแคปซูล (Recycling Rate) ในประเทศไทยให้สูงขึ้นภายในปี 2568 และปีต่อ ๆ ไปอีกด้วย

ซีพีแรม (ลาดกระบัง) เดินหน้าฟื้นฟูป่าชายเลน สร้างสมดุลธรรมชาติ

นายปิยโชค ปิยางสุ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงานจิตสาธารณะ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลาดกระบัง) ร่วมกับ กรมพลาธิการทหารบก สำนักทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 และชุมชนรอบนิคมลาดกระบัง จัดโครงการ CPRAM Forest best for life #ปลูกเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ปีที่ 6 ประจำปี 2568 ภายใต้โครงการ CPRAM Green Life #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ในการนี้ นายดิเรก ส่งเสริม ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมด้วยนางเกสนีย์ ทรัพย์โชคอนันต์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ

สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและร่วมเปิดงาน โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ร่วมปลูกต้นไม้ 10,000 ต้น เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งป่าชายเลนถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และเป็นกำแพงธรรมชาติในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องและยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park: AHP) และช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้มีความยั่งยืนต่อไป ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ ซีพีแรม ยังคงดำเนินโครงการปลูกต้นไม้และแจกกล้าไม้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “CPRAM Green Life” #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ได้แก่ เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, เป้าหมายที่ 14 การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และเป้าหมายที่ 15 การปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน

#CPRAM #ซีพีแรม #CPRAMGreenLife #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน #ซีพีร้อยเรียงความดี

ซีพีแรม เผยความสำเร็จ “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12

ปลูกป่ากว่า 65,000 ต้น เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผนึกกำลังกับ ชาวบ้าน และส่วนราชการ ในอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เดินหน้าโครงการ “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ณ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ร่วมกันปลูกต้นไม้ยืนต้น ภายใต้โครงการ “ปลูกเพื่อโลกยัง่ยืน” และแจกพันธุ์กล้าไม้ ภายใต้โครงการ “แสนกล้าสู่แสนต้น” รวมกว่า 1,000 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9,600 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ภาคใต้ ประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากนายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้เกียรติร่วมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ พร้อมสะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาจังหวัดกระบี่อย่างยั่งยืน

โครงการ “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ “การปลูกต้นไม้” แต่เป็น “การปลูกอนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติในหลายข้อ ทั้ง SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, SDG 15 การอนุรักษ์ระบบนิเวศบนบก, และ SDG 17 การสร้างความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยซีพีแรมให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการวัดผลที่ชัดเจน

เพื่อให้การปลูกป่าเกิดประโยชน์จริงในการสร้างคาร์บอนซิงก์ (Carbon Sink) ส่งเสริมทั้งระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของชุมชน “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา โครงการ “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 65,000 ต้น และแจกต้นกล้าไม้สะสมมากกว่า 87,000 ต้น โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ 120,000 ต้น ภายในเวลา 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2564 – 2573 สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือการสร้างคาร์บอนซิงก์หรือพื้นที่สีเขียวที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฟื้นฟูป่าไม้ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ เราเชื่อว่าต้นไม้ที่ปลูกในวันนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งต่อสู่สังคมและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

เชียร์ ฑิฆัมพร ชวนสาวรุ่นใหม่เปิดใจตรวจเต้านมตั้งแต่เนิ่นๆถือคติ “การป้องกันดีกว่ารักษา”

เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ นับเป็นตัวแม่ตัวมัมตัวแทนสาวรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพแบบสุดๆ พอได้รับเชิญจากศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย จำกัด ให้มาร่วมงาน Find your Personal PINK ค้นหาวิธีป้องกันและรักษามะเร็งเต้านมที่ใช่ในแบบคุณ” เนื่องในเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยโรคมะเร็งเต้านม ที่เปิดแนวคิดให้ผู้หญิงไทยค้นหาวิธีป้องกันและรักษามะเร็งเต้านมที่ใช่ในแบบตัวเอง สาวเชียร์ ฑิฆัมพร เลยยืดอกเข้าร่วมทันที เพราะมั่นใจว่าต้องเป็นประโยชน์สำหรับผู้หญิงทุกคนแน่นอน แถมยังชวนให้สาวไทยไม่ต้องเขินอายกับการเข้าตรวจเต้านมตั้งแต่เนิ่นๆ อีกด้วย

เชียร์ ฑิฆัมพร กล่าวว่า “เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนคงรู้สึกไม่สะดวกใจ เขิน หรือทำตัวไม่ถูก ที่ต้องเริ่มตรวจเต้านม ซึ่งจากการศึกษาพบว่ายิ่งเราไปตรวจคัดกรองเต้านมเป็นประจำ จะช่วยให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที
มีโอกาสหายสูงขึ้น เพราะมะเร็งเต้านมถือเป็นมะเร็งสุดฮิตที่ผู้หญิงไทยเป็นเยอะสุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แถมยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตอีกด้วย เอาจริงๆ คือจะมีผู้หญิงตรวจพบว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 49 คนต่อวัน หรือปีละประมาณ 18,000 คน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร ก็มีโอกาสเป็นได้เหมือนกัน ก็เลยอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญในการตรวจคัดกรองเป็นประจำ และเข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปก็ควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังหมดประจำเดือน และควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์หรือเครื่องเอกซเรย์เต้านม (แมมโมแกรม) ตามเกณฑ์อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพื่อการป้องกันและรักษาให้ทันท่วงที”

“เชียร์ เห็นด้วยกับธีมของงานในวันนี้ Find your Personal PINK ค้นหาวิธีป้องกันและรักษามะเร็งเต้านมที่ใช่ในแบบคุณ เพราะสีชมพูก็มักถูกใช้แทนผู้หญิง แถมยังเป็นสีที่สื่อถึงเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยของมะเร็งเต้านมในสากล สีชมพูมีหลายเฉดสี โรคมะเร็งเต้านมก็มีหลายชนิดและมีการรักษาที่แตกต่างไปในแต่ละบุคคล การวินิจฉัยโรคที่เฉพาะเจาะจงจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย และไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงแบบใดหรือเป็นสีชมพูเฉดไหน สิ่งสำคัญคือการใส่ใจสุขภาพของตนเอง ด้วยการตรวจ คัดกรอง และรักษามะเร็งเต้านม ที่ใช่ในแบบของคุณ เชียร์ อยากแนะนำให้ผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง มีประจำเดือนมาเร็วและหมดช้า ควรมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม หากเจออะไรผิดปกติกับตัวเอง ต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องอายเชียร์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับงาน “Find your Personal PINK ค้นหาวิธีป้องกันและรักษามะเร็งเต้านมที่ใช่ในแบบคุณ” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จัดโดยศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับพันธมิตรสำคัญ ประกอบด้วย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด โครงการ Art for Cancer, ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช, ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช, สถานวิทยามะเร็งศิริราช (SiCA), ลา โรซ-โพเซย์, เพอเซ็ปทรา,   ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีเสวนาภาคประชาชนและออกบูทกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม เพื่อสร้างความเข้าใจและแบ่งปันนวัตกรรมสุขภาพสู้มะเร็งเต้านมตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การป้องกัน แนวทางการรักษา คำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม รวมถึงไอเดียในการเตรียมความพร้อมด้านการเงิน และเคล็ดลับการดูแลผิวเพื่อลดผลข้างเคียงและยกระดับคุณภาพชีวิต ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี โรงพยาบาลศิริราช

“CeraVe The 20th Anniversary of Healthy Skin”ขอบคุณที่ร่วมปลดล็อกผิวสุขภาพดีไปด้วยกัน

#CeraVeThailand #CeraVe20TH

ได้เวลาส่งต่อผิวสุขภาพดี! เมื่อ CeraVe (เซราวี) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่แพทย์ผิวหนังแนะนำเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จัดงาน “CeraVe The 20th Anniversary of Healthy Skin” ระหว่าง 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ พาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อขอบคุณและส่งต่อความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ภายในงานวันที่ 31 ตุลาคม สุดพิเศษนี้ สองหัวหน้าด้อมเซรามาย “นุนิว–ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” และ “โฟร์ท–ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล” นำทัพแฟนด้อมร่วมส่งต่อโมเมนต์ปลดล็อกผิวชุ่มชื้น ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นพาร์คพารากอน นอกจากนี้ผู้ร่วมงานยังได้สัมผัสประสบการณ์เพื่อผิวแข็งแรงผ่านกิจกรรมมากมาย พร้อมเรียนรู้เบื้องหลังนวัตกรรมของ CeraVe ที่พัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2548 ด้วยส่วนผสมหลักอย่าง Ceramides 1, 3, 6-II และเทคโนโลยีเฉพาะอย่าง MVE Technology ที่ช่วย ปลดล็อก การบำรุงอย่างต่อเนื่อง เสริมปราการผิวให้แข็งแรงและชุ่มชื้นยาวนาน

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา CeraVe เติบโตอย่างรวดเร็วจากการมุ่งมั่นสร้างผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย (Body) ผิวหน้า (Face) และ ทำความสะอาดผิว (Cleanser) โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

และอีก 2 วัน 3 หนุ่มสุดฮอต “จูเนียร์–ปณชัย ศรีอาริยะรุ่งเรือง” “วินนี่–ธนวินท์ ผลเจริญรัตน์” และ “สตางค์–กิตติภพ เสรีวิชยสวัสดิ์” ยังได้มาร่วมงาน พร้อมแชร์เคล็ดลับผิวชุ่มชื้นสุขภาพดีอีกด้วย

สำหรับการจัดงาน “CeraVe The 20th Anniversary of Healthy Skin” ก็เพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริโภค
ที่ไว้วางใจแบรนด์มาตั้งแต่ที่เข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2561 พร้อมประกาศพันธกิจในการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อผิวสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพบกับนวัตกรรมใหม่จาก CeraVe เร็ว ๆ นี้

CeraVe (เซราวี) แบรนด์เวชสำอางอันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังในสหรัฐอเมริกาแนะนำ มีจำหน่ายที่ Watson, Boots, Eve and Boy, Beautrium, Lazada, Shopee, Konvy, TikTok Shop, ร้านขายยา และโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ

“ชีวจิต” จัดงานมอบรางวัล “ชีวจิต Awards 2025”

“ชีวจิต” นิตยสารและสื่อออนไลน์เพื่อคนรักสุขภาพในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ผู้นำเทรนด์ด้านการดูแลสุขภาพของคนไทย จัดงานมอบรางวัล “ชีวจิต Awards 2025” งานประกาศรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ประจำปี เพื่อเชิดชูเกียรติแก่บุคคล องค์กร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการบริการที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น เป็นสังคมสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ ภายในงานได้รับเกียรติจากตัวแทนจากแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้านสุขภาพและแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับรางวัล รวมถึงเหล่าคณะกรรมการ ได้แก่ คุณวาสนา พลายเล็ก บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานชมรมโภชนวิทยา มหิดล คุณวนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสุขภาพ  นายแพทย์สุรชา  ลีลายุทธการ  แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน คุณผกา เส็งพานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชีวจิต มาร่วมงานแล้ว ยังมีมุมจัดแสดงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัล ในรูปแบบของ Hall of Fame ที่บริเวณโซน “อยู่ดีกินดี by ชีวจิต” มุมที่คัดสรรมาเพื่อคนรักสุขภาพในงานบ้านและสวนแฟร์ Living Festival 2025 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยปีนี้ “ชีวจิต Awards 2025” จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sustainable Wellbeing” กินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)  ข้อ 3 คือ Good Health & Wellbeing หรือการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนทั่วโลก คณะกรรมการทั้ง 5 ท่านจึงออกแบบรังสรรค์เมนู 5 Sustainable Menu เพื่อเสิร์ฟแก่ผู้ร่วมงาน ได้แก่ สลัดอะโวคาโดน้ำสลัดกะเพรา โรลน้ำพริกปลาทูผักพื้นบ้าน เมี่ยงกลีบบัว ขนมฟักทองงาขี้ม่อน และ มัตจะจิงจูฉ่าย เพื่อบอกเล่าวิถีการกินดีอยู่ดีและมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

วาสนา พลายเล็ก บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต กล่าวว่า “สำหรับการจัดงานมอบรางวัล ชีวจิต Awards 2025 ทางนิตยสารชีวจิตได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล ผลิตภัณฑ์ องค์กรและการบริการที่ได้รับรางวัล ซึ่งผ่านการโหวตจากผู้บริโภคและตัดสินโดยคณะกรรมการจากชีวจิต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่เน้นการดูแลเรื่องสุขภาพ ซึ่งชีวจิตต้องการส่งต่อไลฟ์สไตล์หลักสุขภาพ 5 อย่าง คือ กิน นอน พักผ่อน         ออกกำลังกาย และทำงาน อย่างสมดุล เพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีของคนไทย รวมถึงการสร้างสังคมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน เป็นแนวทางที่ชีวจิตส่งต่อแก่ผู้ติดตามแบรนด์ในทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง นิตยสารชีวจิต ชีวจิตออนไลน์ อีเวนต์และกิจกรรมพิเศษภายใต้แบรนด์ ชีวจิต เสมอมา

ไม่เพียงเท่านี้ทาง ชีวจิต ได้มีการออกบูธที่งานบ้านและสวนแฟร์ กับโซน “กินดี อยู่ดี by ชีวจิต” อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ผู้ที่สนใจในการดูแลสุขภาพได้พบปะสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ  เคล็ดลับดีๆ ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ โดยในโซนนี้จะมีการออกร้านอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มุมผ่อนคลายกายและใจในแบบของชีวจิต ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถพบกับ “กินดี อยู่ดี by ชีวจิต” ปีละ 3 ครั้ง ในงาน งานบ้านและสวน Select, งานบ้านและสวน Midyear และ งานบ้านและสวน Living Festival ภายในงาน “ชีวจิต Awards 2025” ได้มีการมอบรางวัลให้แก่บุคลากรและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 50 รางวัล แบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท ได้แก่

Cheewajit’s Choice รางวัลที่มอบให้แก่เกษตรกร เจ้าของผลิตภัณฑ์ องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำรงชีวิตเพื่อสร้างสุขภาพแข็งแรงของคนในสังคม ที่ได้รับการยกย่องและคัดเลือกโดยผู้บริหารและทีมบรรณาธิการชีวจิต แบ่งเป็น 4 สาขา ได้แก่ บุคคล Influencer, องค์กร Organization, ฟาร์ม Farm และความยั่งยืน Sustainability

Guru’s Pick ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ Organic ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรองจากหน่วยงานในประเทศและระดับสากล และ Natural ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ   

Reader’s Vote การโหวตผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โดนใจโดยผู้ติดตามของแบรนด์ชีวจิต ผ่าน    www.cheewajit.com มี 4 สาขา ได้แก่ Organic ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรองจากหน่วยงานในประเทศและระดับสากล, Natural ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ, Innovation ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และWellness คลินิกดูแลฟื้นฟูสุขภาพ  

สามารถติดตามภาพบรรยากาศการมอบรางวัล “ชีวจิต Awards 2025” หรือติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพได้ที่ Website : www.cheewajit.com, Facebook : นิตยสารชีวจิต, IG : Cheewajitmedia, TikTok : Cheewajitmediaofficial

#ชีวจิตAwards2025 #ชีวจิต

Scroll To Top