web analytics
SIAMNEWSDAY

เดี๋ยวนี้แมวเหมียว เค้าก็ขายของเป็น  เลี้ยงแมวยังไง.!ให้มีรายได้เป็นล้าน

ฉีกทุกกฎเกณฑ์ การ live stream  ที่สุดของมหกรรม เทศกาล live โดย “โซเฟีย เชน”เจ้าของฉายา  (เลดี้กาก้าไทยแลนด์ ) เปิดไอเดีย สุดเจ๋ง นำเหล่าเซเลบฯแมวเหมียว ทั่วฟ้าเมืองไทย   มารวมตัว live stream  เป็นครั้งแรก ทำเอาเหล่าบรรดาทาสแมวทั้งหลาย ต่างตื่นตาตื่นใจ ไปกับ เทศกาล live  “เจ้าแมวเหมียว live stream” ในครั้งนี้  โดยเหล่าบรรดา เซเลบฯแมวเหมียว ไม่ว่าจะเป็น ช่อง“ข้าวเหนียวแมวมีม,เสี่ยทรัฟเฟิล,มาเนียแก๊งมอณอ,คิ้วคือมงกุฎของแค,แบกแมวเที่ยว,โอลาฟแมวพูดได้,เรื่องแมวๆ ” มารวมตัว ร่วม live stream   กันอย่างสนุกสนาน ทำเอาเจ้าของ ไอเดีย“โซเฟีย เชน” เป็นปลื้ม

เพราะหลังจากเสร็จ ภารกิจ  “แมวเหมียว live stream” เมื่อค่ำคืนวันที่ 5 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะ ปิดยอดขายไปกว่า 2 ล้านบาท  “โซเฟีย เชน” ก็เตรียมจัดใหญ่ อีกรอบ แน่นอน ในวันที่ 11-11-68  

งานนี้  CEO แบรนด์ Panya Natural “เอมมี่ กมลรัตน์”  ผู้ปฏิวัติสวนพืชผักพื้นบ้าน และเป็นผู้บุกเบิก “น้ำมันมะรุม” เตรียมลัดฟ้า จากสเปนสู่เมืองไทย  มา live stream ในงานนี้โดยเฉพาะ และที่พิเศษ ไปกว่านั้น “โซเฟีย เชน” เตรียมเซอร์ไพรส์ ชุดใหญ่ เชิญอินฟูฯ คนดัง อีกมากมายหลายท่าน มาร่วมสร้างสีสัน ปรากฏการณ์ live stream BY Panya Natural ในครั้งหน้า อีกด้วย

tiktok: Panya natural Thailand

#PanyaNatural

JRBUBBLEGUM ปล่อยเดบิวต์ “BUBBLE (W)RAP”อัลบั้มแรกในชีวิต..พร้อมจุดไฟวงการฮิปฮอปไทย!

“นี่ไม่ใช่แค่อัลบั้ม แต่คือการปลดปล่อยตัวตน” — คำประกาศของ JRBUBBLEGUM ศิลปิน LGBTQ+ แรปเปอร์คนแรกของไทยที่มีอัลบั้มเต็มอย่างเป็นทางการ กับผลงานเดบิวต์ชุดแรก “BUBBLE (W)RAP” ที่รวมทั้งเสียง ความรู้สึก และพลังของการก้าวข้ามทุกกรอบทางเพศและสังคมไว้อย่างครบถ้วน

ชื่ออัลบั้ม “BUBBLE (W)RAP” เล่นคำจาก Bubble Wrap (สิ่งที่ใช้ห่อหุ้มปกป้อง) และ Rap (แนวเพลงหลักของ JR) สื่อถึงการ “แกะห่อ” ออกจากกรอบเดิม และเผยตัวตนที่แท้จริงของศิลปิน ผ่านบทเพลงที่หลากหลายทั้งอารมณ์และแนวทางดนตรี ตั้งแต่ Thai Hip-hop, Pop จนถึง EDM อัลบั้มนี้ยังถูกนิยามว่าเป็น time capsule ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตของ JRBUBBLEGUM และภาพสะท้อนสังคมไทยในปี 2025 ถ่ายทอดผ่าน 12 แทร็กที่ผสมผสานความจริง ความรัก ความเจ็บปวด และความฝันของคนรุ่นใหม่ออกมาอย่างสดและจริงใจ เปรียบเสมือน “หมากฝรั่งหลายรสชาติ” — หวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด — ที่บอกเล่ามิติชีวิตในแบบของ JR

อัลบั้มนี้ประกอบด้วย Tracklist ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและสีสันทางอารมณ์ — จากความหวานใสในเพลง DM, ความเปรี้ยวจัดจ้านใน เปรี้ยว, ความเผ็ดเร่าร้อนของ แฉะ (Wet) และ ฝน (Hot Rain) ไปจนถึงความขมปนซึ้งใน ใครอินก่อนแพ้ นอกจากนี้ยังมีเพลง CHEW / CHOKE ที่มาพร้อมพลังแรปดุดัน, แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม เพลงอารมณ์ขันที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างมีเสน่ห์, และ เดิน (Walk) ที่ได้สองศิลปินระดับท็อปอย่าง Ton Thanasit (ต้น ธนษิต) และ SILVY (ซิลวี่–ภาวิดา มอริจจิ) มาร่วมส่งต่อพลังการยืนหยัดผ่านดนตรีที่แหวกขนบของป๊อปและฮิปฮอปไทย

ยังมี สายฝอ ft. Tsunari เพลงลูกผสมไทย–ลอนดอนที่ตอกย้ำความเป็น global rap star ของ JR, บุ่มบ่าม ที่เล่าเรื่องการใช้ชีวิตแบบกล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวผิดพลาด และที่ขาดไม่ได้ แจว (Jeaw) ft. Bizcuitbeer & Gunner เพลงไวรัลแห่งสงกรานต์ที่สนุก สดใส เป็นสะพานเชื่อมคนไทยกับโลกอย่างแท้จริง ทุกเพลงคือส่วนหนึ่งของจักรวาลดนตรีที่ JR สร้างขึ้นภายใต้ชื่อ “BUBBLEGUM WORLD” ผลงานที่สะท้อนทั้งตัวตนและวิสัยทัศน์ทางดนตรีได้อย่างครบถ้วน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการเพลงไทย ที่ศิลปิน LGBTQ+ สามารถสร้างอัลบั้มเต็มได้อย่างสง่างาม พร้อมพลัง “break the barriers” ทั้งด้านเพศ วัฒนธรรม และเสียงดนตรี แสดงให้เห็นว่าศิลปินไทยพร้อมยืนบนเวทีโลกด้วยคุณภาพและตัวตนที่แท้จริง

“นิกกี้” ฟาด3มาสเตอร์ “นัท นิสา” ประกาศวอล์กเอาต์ ส่งไม้ต่อ

ฮือฮาชั่วข้ามคืน สัปดาห์ที่แล้วใน อีพี 3 ของรายการเรียลลิตี้ไวรัลแห่งปี The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” ทางช่อง 7HD ที่ผลิตโดย บริษัท จีเนียส มีเดีย ครีเอเตอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินรายการโดยคู่พิธีกรฝีปากกล้าอย่าง เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ และ ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ได้ฟาดดรามาไปแบบ ฉ่ำ ๆ ชนิดที่เรียกว่า หนึ่งอีพีพันเหตุการณ์

แต่ไฮไลต์ที่พีคที่สุดคือการประกาศผู้ที่ได้นั่ง Master Chair” ในอีพี 3 คือ “มาสเตอร์นิกกี้ ณฉัตร” ที่เจ้าตัวถึงขั้นบอกว่า “จำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกที่ดีใจขนาดนี้ตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงมาครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่” ก่อนจะฟาดประโยคเด็ดทิ้งรอยแผลสุดจี๊ดให้มาสเตอร์คนอื่น ๆ “ขอบคุณมาสเตอร์ทุกท่านนะครับที่ทำให้รู้ว่าไม่ได้เก่งอย่างที่คิด” ทำเอา มาสเตอร์ลูกเกด เมทินี และ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ ถึงกับอึ้ง ส่วน “มาสเตอร์นัท นิสามณี” นั้นต้านทานความไม่พอใจไม่ไหว ลุกออกจากรายการกลับบ้านทันที งานนี้การันตีได้เลยว่า อีพี 4 สงครามเดือดขึ้นทวีคูณ เพราะศึกแห่งสมรภูมิโซเชียลนี้ มี ศักดิ์ศรี เป็นเดิมพัน

สัปดาห์นี้เวิร์กช็อปว่าด้วยเรื่องของ “เทคนิค twist character” ได้ คุณฐิติมา จตุรงคเวทย์ ตำแหน่ง Department Manager บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) และนางแบบนักแสดงสาวหมวยอินเตอร์สุดฮอต “โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์” มาร่วม แจกโจทย์สุดหินให้เหล่า WARRIOR โชว์ สกิลเก็บคะแนนแบบปัง ๆ โดยทุกคนจะต้องสร้างคลิป Short VDO เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ ภายใต้ธีม “เปลี่ยนวันธรรมดา ให้หอมแพงในพริบตา” โดยแต่ละทีมต้อง Present ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มทีมละ 4 สี

ภายใต้เวลาและการตัดต่อที่จำกัด พร้อมเสิร์ฟต่อด้วย มิชชันจริง ได้ คุณประไพพรรณ มานะธัญญา Managing Director บริษัท รอยัล พรีเชียส อโกร จำกัด และบริษัท ซีเอ็มพรีเมี่ยมไรซ์ จำกัด มาแจกโจทย์มิชชันด้วยผลิตภัณฑ์ข้าว ด้วยการสร้างคลิป Short VDO พรีเซนต์ข้าวทั้ง 4 ชนิดให้ตอบโจทย์ทุกคีย์เวิร์ดของลูกค้า ภายใต้คอนเซปต์ Quality Rice for Quality Living เปลี่ยนมื้ออาหารวันธรรมดา ให้เป็นมื้อพิเศษ งานนี้คงจะไม่ใช่มิชชันที่ง่าย เพราะได้กูรูเรื่องอาหารระดับแชมป์ มาสเตอร์เชฟ อย่าง “เป่าเป้ อี้เหิน หวัง” มาคอย มอนิเตอร์ ทุกการพรีเซนต์ว่าทีมไหนทำถึงที่สุด

การช่วงชิง Master Chair” จะเป็นของผู้ใด และความสัมพันธ์ระหว่างมาสเตอร์จะบาดหมางไปถึงขั้นไหน เหล่า WARRIOR จะสู้กันด้วยวิธีใด  ติดตามชม “The Social Warrior สมรภูมิโซเชียล (ซีซั่น 2)” อีพี 4 วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 16.45 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook / IG / TikTok / YouTube : The Social Warrior Official และ X : @TheSocialWarrior #thesocialwarriorseason2 #สมรภูมิโซเชียล

MGI เปิดประวัติศาสตร์! การประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74ต้อนรับสาวงาม 120 ประเทศทั่วโลกอย่างเป็นทางการ

บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เปิดประวัติศาสตร์การได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 อย่างเป็นทางการ ที่ ประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Grand Universe : The Power of Love. The Power of Thailand ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe ซึ่งในครั้งนี้ MGI ตั้งเป้าสร้างมาตรฐานใหม่ของการจัดประกวดระดับเวิลด์คลาส เพื่อสะท้อนพลังแห่งความงาม ความรัก และวัฒนธรรมอันแป็นเอกลักษณ์อันงดงามของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

การแถลงข่าวเปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo Bkk พระราม 9ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักเต็มไปด้วยแฟนนางงามจากทั่วโลก สื่อมวลชนไทย และ อินเตอร์เนชั่นแนล ทั่วประเทศ โดยมี พลอย อมองดีน กลาสเซ่ต์ รองอันดับ 3 Miss Universe Thailand 2025 รับหน้าที่พิธีกร เปิดเวทีด้วยการแสดงสุดตระการตาของ กระแต อาร์สยาม (KT KRATAE) ถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านศิลปะ โขน ดนตรีไทย มวยไทยพร้อมแขกรับเชิญ บัวขาว บัญชาเมฆ  ผสานจังหวะร่วมสมัยในเพลง “Bangkok City” เนื้อร้องภาษาอังกฤษที่มีความหมาย ถ่ายทอดพลังไทยในแบบสากล ทรงพลังสุด ขนลุกทุกซีน ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ร่วมงานอย่างล้นหลาม

ต่อด้วยการเผยโฉมผู้เข้าประกวด  Miss Universe 2024 ทั้ง 120 ประเทศทั่วโลกในชุดราตรีสุดหรูหรา พร้อมการปรากฏตัวของ วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก (Victoria Kjaer Theilvig) เจ้าของมงกุฏ Miss Universe 2024 ที่เดินทางมาร่วมงานในฐานะ สร้างความประทับใจให้กับแฟนนางงามทุกคน

คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
รองประธานองค์กร Miss Universe Asianá และประธานคณะเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 ประเทศไทยกล่าวต้อนรับผู้เข้าประกวดและแขกผู้มีเกียรติ พร้อมยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการจัดการประกวดระดับโลกครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยจะไม่เพียงเป็นเจ้าภาพ แต่จะเป็นเวทีที่สะท้อนพลังแห่งความรัก ความงาม และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่สายตาชาวโลก เราจะทำให้ Miss Universe ครั้งที่ 74 เป็นการประกวดที่โลกต้องจดจำ เผยลงทุนไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท”

การประกวด Miss Universe 2025 ครั้งที่ 74 มีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่  21 พฤศจิกายน 2568 โดยมีกิจกรรมหลักกระจายอยู่ใน 3 หัวเมืองสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต และพัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีระดับโลก โดยรอบตัดสินจะจัดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี

สยามเซ็นเตอร์ นำเสนอเรื่องราวของ “ความรัก” ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น กับ Absolute Siam Store Presents ‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  นำเสนอเรื่องราวของ “ความรัก” ผ่านสัญลักษณ์ทางแฟชั่น กับ Absolute Siam Store Presents ‘ลงนวมบอยส์ x อนงค์ 2 สามสี่ชาติ‘ คอลแลบส์สุดพิเศษที่ผสานโลกของแฟชั่นและภาพยนตร์เข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนพลังความสนุกและเสน่ห์เฉพาะตัวในทุกรายละเอียด

            ‘ลงนวมบอยส์’ ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความโรแมนติกสุดอลวนจากภาพยนตร์ ‘อนงค์ 2 สามสี่ชาติ’ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวของความรักในทุกมิติ ผ่าน “เสื้อลิมิเต็ด 3 ลาย”ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉากสำคัญในภาพยนตร์ พร้อมด้วย  “The Spirit of Love Perfume Balm” — บาล์มน้ำหอม 4 กลิ่นพิเศษที่ปลุกเสน่ห์และพลังในตัวคุณ ภายใต้คอนเซ็ปต์แห่งความรักจากภาพยนตร์เรื่องนี้

            โดยในวันเปิดตัวคอลเล็กชั่น ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์, Absolute Siam Store และ ตัวแทนแบรนด์ลงนวมบอยส์ พร้อมด้วย ผู้บริหารจังก้าสตูดิโอ ผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง ‘อนงค์ 2 สามสี่ชาติ’ มาร่วมงานที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

ร่วมสัมผัสกลิ่นอายแห่งความรักที่มาพร้อมทั้งพลังและความป่วน ผ่านเสื้อลิมิเต็ด 3 ลาย และ บาล์มน้ำหอม 4 กลิ่นที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกโรแมนติกสุดอบอุ่นได้แล้ววันนี้ที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์!

“ม่อน” เล่าเบื้องหลังกอง “พรหมพยศ”

“ม่อน สุรศักดิ์” เผยการทำงานละคร “พรหมพยศ” สนุก ดีใจฟีดแบ็กดี ชมคาแรกเตอร์ตัวละคร “พงษ์” ใครได้เป็นเพื่อนถือเป็นความโชคดีสุด ๆ

กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับละคร พรหมพยศ ผลงานจากค่าย มีเดีย สตูดิโอ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า และเจนนี่-ชยิสรา วัฒนะนาวิน ซึ่งอีกหนึ่งตัวละครที่มีบทบาทสำคัญ คือ “พงษ์” รับบทโดย ม่อน-สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์ เพื่อนสนิทของ ก้าน (มิกค์ ทองระย้า)

โดย “ม่อน”  เผยว่า “ฟีดแบ็กพรหมพยศกับผมดีเลยครับ อย่างเวลาที่ผมอัปเดตโซเชียลก็จะมีแฟน ๆ ทักเข้ามาแซวว่าเห็นผมเล่นในพรหมพยศด้วย ดีใจครับที่ทุกคนติดตาม สำหรับบท พงษ์ เขาเป็นคนจิตใจดี รักเพื่อน พร้อมจะเสียสละเพื่อเพื่อนได้ จริง ๆ ก็คือพงษ์ชอบ แป้งร่ำ (เจนนี่ ชยิสรา) แต่เราก็พอจะรู้บ้างแล้วว่าแป้งร่ำเขาไม่ได้ชอบเรา อยากแอบสปอยล์นิดหนึ่งว่าหลังจากนี้ตัวละครของผมจะเจอกับจุดพีคนะ เพราะตอนนี้พงษ์ได้ไปรู้ความลับของน้ำอบ (วินนี่ ผิวทอง) แฟนของก้านเข้าพอดี ว่าเขาแอบไปมีสัมพันธ์กับปลัดขจร (แอมป์-พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์)  ดังนั้นหลังจากนี้ พงษ์จะทำอย่างไร ต้องมาติดตามนะครับ

ซึ่งการมาเล่นละครพรหมพยศ เป็นละครหลังข่าวเรื่องแรกของผมด้วย ตอนแรกแอบตื่นเต้นนะครับ เพราะส่วนใหญ่ผมจะเล่นละครจักรวงศ์ ซึ่งเวลาที่เราพูดบทจะออกเสียงจะช้า ๆ เนิบ ๆ กว่าการพูดปกติ ก็ต้องปรับเรื่องการพูดให้ดูธรรมชาติขึ้น กระชับขึ้น ซึ่งทางพี่ต่อ (ศุภฌา ครุฑนาค) ผู้กำกับ ก็จะคอยให้คำแนะนำตลอด คือไม่ปล่อยผ่านแม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ซึ่งดีกับผมมาก ๆ ครับ อย่างฉากที่เพิ่งผ่านมา ผมต้องทะเลาะกับพี่แอมป์ (พีรวัศ) ถามว่าเกร็งไหม เพราะต้องต่อยพี่แอมป์ด้วย ตอนแรกก็กังวลนิดหนึ่งครับ แต่พี่แอมป์บอกว่าใส่ได้เต็มที่เลยนะ ทำให้เราคลายกังวล ทั้งผมและพี่แอมป์ก็เต็มที่ครับ

ส่วนการทำงาน ดีสุด ๆ เลยครับ สำหรับบรรยากาศเบื้องหลัง ผมได้เล่นเป็นเพื่อนสนิทพี่มิกค์ บอกเลยตัวจริงพี่มิกค์น่ารักมาก ๆ ครับ ช่วยซัปพอร์ตเราทุกอย่าง รวมถึงนักแสดงทีมงานทุกคนเลย ทุกคนน่ารักมาก เป็นกันเอง แล้วก็ทำให้บรรยากาศในการทำงานสนุก อยากฝากทุกคนให้กำลังใจพงษ์ด้วยนะครับ เขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลย เป็นคนที่ถ้าใครได้เป็นเพื่อนจะโชคดีมาก ๆ เพราะเขาพร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่น รักเพื่อนโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ผมเชื่อว่ามีคนแบบพงษ์ในสังคมของเราครับ ตอนนี้ละครก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว อยากให้ทุกคนติดตามชมบทสรุปของละครไปด้วยกันนะครับ” ติดตามความสนุกของละคร  “พรหมพยศ” ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.40 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35

พานาโซนิค จัดกิจกรรม “ฮีโร่ รัน ครั้งที่ 5” รวมพลังวิ่งเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี สร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน

พานาโซนิคในประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศลครั้งที่ 5 “Panasonic Hero Run Green Impact For Charity 2025” ภายใต้โครงการ “Panasonic Cares” เพื่อร่วมสร้างระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและยั่งยืน มอบเงินสมทบทุน เพื่อสร้างอาคารและจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ให้แก่โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมรณรงค์ให้พนักงานและประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วยการเปลี่ยนระยะทางที่วิ่งทั้งหมดเป็นต้นไม้เพื่อนำไปปลูกคืนพื้นที่สีเขียวให้แก่สังคม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย นำทีมพนักงานพานาโซนิค ครอบครัว และคู่ค้า พร้อมด้วยนักเรียนทุนพานาโซนิคฯ กว่า 1,400 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Panasonic Hero Run Green Impact For Charity 2025” กิจกรรมปีนี้จัดขึ้นด้วยเป้าหมายสำคัญในการ “รวมพลังแห่งการให้” เพื่อร่วมสร้างระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการบริจาคเงินสมทบทุนแก่มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 174,184 บาท เพื่อสร้างอาคารและจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชวิถี โดยมี นายแพทย์ไพโรจน์ เครือกาญจนา รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เป็นตัวแทนรับมอบ

กิจกรรม “Panasonic Hero Run Green Impact For Charity 2025” สอดคล้องกับแนวคิด Panasonic Green Impact ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกของพานาโซนิคกรุ๊ป ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พานาโซนิคในประเทศไทยได้ริเริ่มแนวคิด “วิ่งเพื่อปลูกต้นไม้” โดยทุก ๆ 10 กิโลเมตรของระยะทางวิ่ง จะเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้ปลูกต้นไม้คืนสู่ธรรมชาติแล้วกว่า 1,895 ต้น ในจังหวัดขอนแก่น (570 ต้น) และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (1,325 ต้น)

อีกทั้งกิจกรรมดังกล่าวยังได้น้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่องานด้านสาธารณสุข ทรงสนับสนุนโรงพยาบาลและมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่าน “โครงการป่ารักน้ำ” ทรงส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ และปลูกฝังแนวคิด “ปลูกป่าในใจคน” เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต มาปรับใช้เพื่อสร้างสังคมไทยให้เกิดความยั่งยืน

สำหรับปีนี้ พานาโซนิคได้เชิญชวนพนักงานทั่วประเทศมาร่วมวิ่งเพื่อสะสมระยะทางเพิ่มเติม โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การวิ่งแบบ Virtual Run โดยเก็บระยะวิ่งกันในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และการวิ่งในสนามจริง ซึ่งสามารถสะสมระยะทางรวมทั้งหมดได้กว่า 10,917 กิโลเมตร คิดเป็นต้นไม้จำนวน 1,092 ต้น ที่จะถูกนำไปปลูกคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมมอบ เหรียญรางวัลรุ่นพิเศษ ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ภายในฝังเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ อาทิ เบญจมาศ ทานตะวัน และโคลฟเวอร์ ให้แก่นักวิ่งทุกท่านเพื่อนำไปปลูกต่อหลังจบกิจกรรม

และที่สำคัญ ภายในงานยังให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ ภาชนะที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล ติดตั้ง จุดแยกขยะอย่างชัดเจน และมี เครื่องย่อยสลายเศษอาหาร เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการปลูกต้นไม้ต่อไป กิจกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพานาโซนิคในการส่งต่อแนวคิด “วิ่งเพื่อสุขภาพ รักษ์โลกเพื่ออนาคต” เพื่อร่วมสร้างโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกันอย่างแท้จริง

เปลี่ยนกาแฟทุกแก้วให้มีคุณค่า เพื่อชุมชนและความยั่งยืน

เบื้องหลังเส้นทางแคปซูลกาแฟใช้แล้วจากเนสเพรสโซ

เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ร่วมเดินทางสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนของแคปซูลกาแฟเนสเพรสโซ ​ณ วงษ์พาณิชย์ จังหวัดพิษณุโลก

 Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนผ่านแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ ชวนผู้บริโภคเปิดมุมมองใหม่สู่เบื้องหลังของระบบหมุนเวียนและกระบวนการรีไซเคิลที่แบรนด์ลงมือทำอย่างจริงจัง โดยครั้งนี้ได้ร่วมเดินทางไปกับ เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ในฐานะ Friend of Nespresso เพื่อสัมผัสการเดินทางของแคปซูลกาแฟใช้แล้ว และเรียนรู้ว่าทุกแคปซูลสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้อย่างไรในประเทศไทย

เปลี่ยนแคปซูลให้เกิดคุณค่าใหม่

หัวใจสำคัญของการสร้างระบบหมุนเวียนที่ยั่งยืนของเนสเพรสโซ คือความร่วมมือกับวงษ์พาณิชย์ ผู้นำด้านการจัดการขยะของไทย ซึ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนกระบวนการรีไซเคิลแคปซูลของเนสเพรสโซ และทำให้มั่นใจว่ากาแฟแคปซูลทุกชิ้นที่ถูกรวบรวมจะถูกรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ จับต้องได้และมีคุณค่า ซึ่งลูกค้ามีส่วนร่วมในการคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา, พนักงานส่งสินค้าเมื่อ สั่งซื้อออนไลน์ และไปรษณีย์ไทย เมื่อแคปซูลกาแฟใช้แล้วมาถึงโรงงานหลักของวงษ์พาณิชย์ในจังหวัดพิษณุโลก กระบวนรีไซเคิลอย่างมืออาชีพก็เริ่มต้นขึ้น ขั้นตอนแรกคือการนำแคปซูลไปตากแห้งด้วยแสงธรรมชาติ ตามด้วยนำเข้าสู่เครื่องบดและคัดแยก เพื่อคัดกรองเศษอะลูมิเนียมและกากกาแฟออกจากกันอย่างละเอียด อะลูมิเนียมที่แยกออกมาจะถูกหลอมใหม่เป็นแท่งโลหะ (ingot) ซึ่งจะนำไปหลอมเป็นสิ่งใหม่ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ส่วนประกอบรถยนต์ และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น กระบวนการเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า การกระทำที่เล็กน้อยอย่างการคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้ว ก็สามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้ในระดับท้องถิ่น

ทั้งนี้ ความตั้งใจในการพัฒนาโครงการรีไซเคิลของเนสเพรสโซระดับโลก ก็ยังเห็นได้จาก ‘Second Life Project’ ซึ่งเป็นความร่วมมือของเนสเพรสโซและแบรนด์ระดับโลกชั้นนำที่มีหัวใจรักความยั่งยืนเหมือนกัน มาร่วมมอบชีวิตใหม่ให้กับอะลูมิเนียมแคปซูลใช้แล้ว ได้แก่ ปากกา Caran d’Ache, มีดพกพา Victorinox และจักรยาน RE:CYCLE จาก Vélosophy โดยในแคมเปญสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ลูกค้าของเนสเพรสโซจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตอย่างยั่งยืนเหล่านี้เป็นของขวัญพิเศษ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นในระบบหมุนเวียนของเนสเพรสโซ

ในส่วนของกากกาแฟจากแคปซูลใช้แล้ว จะถูกส่งต่อไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เพื่อแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในงานวิจัยทางการเกษตรและกิจกรรมการเรียนรู้ของนักศึกษา อีกทั้งยังกระจายกากกาแฟนี้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อนำไปใช้บำรุงดินและเพาะปลูกพืชผักสวนครัวที่สดใหม่ ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของชุมชน และในที่สุดผลผลิตเหล่านี้ก็จะกลับมาสู่โต๊ะอาหารของผู้บริโภคอีกครั้ง
“วันนี้เน๋งดีใจมากที่ได้มาร่วมทริปนี้ และเห็นทุกขั้นตอนของโปรแกรมรีไซเคิลของเนสเพรสโซด้วยตาตัวเอง น่าทึ่งมากที่ได้รู้ว่าแคปซูลกาแฟใช้แล้วสามารถกลายเป็นสิ่งของใหม่ที่จับต้องได้จริง ไม่เพียงแต่ช่วยสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเราสามารถทำให้การส่งคืนแคปซูลกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ได้ง่าย ๆ ไปกับเนสเพรสโซ”เน๋ง – ศรัณย์ นราประเสริฐกุล บอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้เห็นกระบวนการและสถานที่จริงในการรีไซเคิลแคปซูลของเนสเพรสโซ พร้อมชวนลูกค้าทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกผ่านการส่งคืนแคปซูลใช้แล้ว ภายใต้แคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เนสเพรสโซเชิญทุกท่านร่วม ‘เปลี่ยนกาแฟทุกแก้วให้มีคุณค่า’ ด้วยการนำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเพียงแค่ร่วมส่งคืนแคปซูลใช้แล้วหลังจากดื่มกาแฟแก้วโปรด ก็สามารถกลายเป็นจุดเล็กที่สร้างคุณค่า สนับสนุนสิ่งแวดล้อมและมอบชีวิตใหม่ให้ทุกแคปซูลได้เดินทางต่อ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่ยั่งยืน ทั้งนี้ยังมีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลแคปซูล (Recycling Rate) ในประเทศไทยให้สูงขึ้นภายในปี 2568 และปีต่อ ๆ ไปอีกด้วย

ซีพีแรม (ลาดกระบัง) เดินหน้าฟื้นฟูป่าชายเลน สร้างสมดุลธรรมชาติ

นายปิยโชค ปิยางสุ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงานจิตสาธารณะ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลาดกระบัง) ร่วมกับ กรมพลาธิการทหารบก สำนักทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 และชุมชนรอบนิคมลาดกระบัง จัดโครงการ CPRAM Forest best for life #ปลูกเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ปีที่ 6 ประจำปี 2568 ภายใต้โครงการ CPRAM Green Life #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ในการนี้ นายดิเรก ส่งเสริม ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมด้วยนางเกสนีย์ ทรัพย์โชคอนันต์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ

สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและร่วมเปิดงาน โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ร่วมปลูกต้นไม้ 10,000 ต้น เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งป่าชายเลนถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และเป็นกำแพงธรรมชาติในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องและยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park: AHP) และช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้มีความยั่งยืนต่อไป ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบกฯ (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ ซีพีแรม ยังคงดำเนินโครงการปลูกต้นไม้และแจกกล้าไม้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “CPRAM Green Life” #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ได้แก่ เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, เป้าหมายที่ 14 การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และเป้าหมายที่ 15 การปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน

#CPRAM #ซีพีแรม #CPRAMGreenLife #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน #ซีพีร้อยเรียงความดี

Scroll To Top