web analytics
SIAMNEWSDAY

“แคทรียา อิงลิช” เปิดใจครั้งแรกและครั้งเดียว ถูกแฟนฝรั่งล่มงานหมั้น

“แคทรียา อิงลิช” วันนี้ขอเปิดใจเรื่องสุดแซด โดนแฟนเก่าบอกเลิกครั้งแรก ทั้งที่ซื้อแหวนหมั้นเตรียมหมั้นกันแล้ว พร้อมย้อนเล่ามรสุมข่าวฉาว โดนกล่าวหาเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งตอนนี้ก้าวสู่วัยทองแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

มีเหตุการณ์กำลังจะหมั้น แต่โดนเทเฉย มันเป็นยังไง?

แคท : “จริงๆ ไม่ค่อยชอบพูดเรื่องส่วนตัว มันมีความรู้สึกว่าเรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัวจริงๆ เป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่เรื่องของคนทั้งประเทศ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตคนสองคนก็อยู่ที่เราสองคน แต่ด้วยสมัยนี้ด้วยโซเชียลต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือเซเลบ หรือคนปกติทั่วไปก็เหมือนกัน มันเหมือนกับชีวิตเรามันขึ้นอยู่กับสังคม เลยรู้สึกว่าเราจะไม่เป็นทาสสังคม การตัดสินใจก็อยู่ที่ตัวตนของเรา หรืออีกคนนึง การตัดสินใจในชีวิตเราก็คือตัวเรา คนข้างนอกไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชม. บางคนก็ไม่ได้รู้จักเรา” 

ตอนนี้พร้อมเปิดใจกับเรื่องนี้?

แคท : “เป็นครั้งเดียวค่ะที่จะเปิดใจ (หัวเราะ) เขาเป็นคนนอกวงการ ชอบสายฝออยู่แล้ว ชอบฝรั่ง เจอในงานแล้วก็คลิกกัน ติ๊กถูกๆๆ ใช่ๆๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่เท่าไหร่ก็ตัดสินใจว่าเขาขอหมั้น ไม่ถึงปี ซึ่งก็ไม่นานนะ เร็วไป จริงๆ ต้องคบกันเป็นปีๆ ค่ะ (หัวเราะ) มันก็ลงล็อกในช่วงระยะสั้น แต่อย่าลืมว่าการคบใครกับเราสักคน สำหรับเราถ้าคบใครต้องคบนาน ถ้าใช่ก็ตลอดชีวิตไปเลย เราก็ตกใจตื่นเต้นมีคนขอหมั้นแล้ว ดีไซน์แหวนไปแล้วด้วย แต่ยังไม่ได้รับ” 

โมเมนต์เจอเขาครั้งแรก ความรู้สึกเป็นยังไง?

แคท : “ไม่ได้รู้สึกมาก แต่เออ คนนี้ดูดีนะ ดูผู้ดี เป็นฝรั่ง” 

 ติ๊กถูกมีอะไรบ้าง?

แคท : “จากแรกเห็น รู้สึกว่าคนนี้ดูดีนะ รูปร่างดี ดูสมาร์ทหน้าตาดี อายุมากกว่าเรา แต่ก็ดูดีสำหรับอายุ อายุมากกว่าเรา 5-6 ปี ไม่เยอะ ก็รู้สึกว่าเขาใช้ได้ เขาอยู่เมืองไทย”

 น่ากินมั้ย?

แคท : “(หัวเราะถูกใจ) ก็นิดนึง คนนี้เขาเป็นคนที่ดูแลตัวเอง พอได้คบกัน ก็มีความรู้สึกว่ามีอะไรหลายอย่างที่ใช่ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ด้วยความรวดเร็ว เขาก็ขอหมั้น เขาบอกอยากได้แหวนแบบไหน ดีไซน์มาเลย”

ระหว่างทางเกือบปี สวีตกี่เปอร์เซ็นต์?

แคท : “เขาเป็นคนเปิดประตูให้ ให้เราเดินเข้าประตูก่อน เป็นเจนเทิลแมนมาก เป็นผู้ดีเก่า (หัวเราะ) มีความรู้สึกว่าอุ้ย คนนี้มีมารยาท เป็นคนสุภาพมาก”

 เขาเคยแต่งงาน มีลูกมาก่อน?

แคท : “เขาเคยมีครอบครัวมาก่อนค่ะ ซึ่งก็ไม่ได้ติด ถือว่าเขาจบกับครอบครัวนานแล้ว ทุกอย่างรวดเร็วค่ะ”

 เขาขอหมั้น ดูบุก?

แคท : “เร็วมากนะ เขาไม่ได้คุกเข่าขอ แต่พูดว่าแต่งงานกันมั้ยเราก็บอกว่าได้ ก็คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ได้คุกเข่า ให้แหวน มันเหมือนมาคุยกันว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง จะมีครอบครัว จะอยู่ที่ไหน ตอนนั้นเราก็โอเค มันไม่ได้อยู่ดีๆ คุกเข่า แต่งงานกับผมมั้ย เหมือนคุยกันแล้วก็โอเคได้ ยูดีไซน์แหวนที่อยากได้ เราก็โอเค ตามนั้น ตอนนั้นก็ตกใจ แต่ก็โอเค คุยเรื่องอนาคต กลายเป็นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่”

 ตั้งแต่เจอเขา จนเขาขอหมั้น  อะไรทำให้เราตอบไปว่าเยส?

แคท : “เขาเหมือนทำให้เราเห็นถึงอนาคต ว่าจะอยู่กันยังไง คล้ายๆ ขายฝันหรือเปล่า (หัวเราะ) ประมาณนั้นแหละ เหมือนฝันเป็นจริง เวลามันสั้นมากๆ แต่คุยกันยาวนานมากๆ เขาก็อยากให้เราเบาเรื่องการทำงานลง เพื่อที่จะเป็นภรรยาที่ดูแลเขา”

ไม่บอกใครเลย ไม่บอกเพื่อนสนิท เก็บเงียบคนเดียว ทำไมไม่บอกใคร?

แคท : “กะว่าแต่งแล้วค่อยบอกค่ะ มันรู้สึกว่าถึงจะหมั้นก็มีโอกาสเลิกกันได้ มันเรียลลิสติก มันบอกไม่ถูก มันรวดเร็ว จริงเหรอเนี่ย จะบอกว่าไม่มั่นใจก็ไม่เชิง แต่รู้สึกว่าจริงเหรอเนี่ยพร้อมบอกทุกคนแล้วเหรอ เราก็มีความรู้สึกไม่มั่นใจเพราะมันรวดเร็วมาก เป็นคนที่ชอบศึกษา คบแฟนแต่ละคนที่เคยผ่านมา ที่ไม่เคยบอกใคร (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ไม่เคยต่ำกว่า 5 ปี บางทีคนก็ไม่รู้ซะด้วยซ้ำ”

 เป็นคนดัง เก็บยังไง?

แคท : “เป็นคนไม่ชอบพูดเรื่องนี้ เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว จะแบ่งแยกเลย เราเป็นคนอยู่ในวงการ แต่งานก็คืองาน ส่วนตัวก็คือส่วนตัว เรื่องของคนสองคนไม่ใช่เรื่องของคนอื่น รู้สึกว่าคนอื่นที่อยู่นอกเหนือจากเราสองคน ไม่รู้จักเราสองคนมากเท่าเราสองคน ไม่งั้นเราจะรู้สึกว่าเราต้องฟังคนนั้น ฟังคนนี้หรือใครพูดอะไรก็มีผลกระทบกับคนสองคน มันเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วย คนข้างนอกเขาไม่ได้รู้จักเราจริงๆ”

เจอกันแล้วระยะสั้นๆ แต่รู้สึกว่าใช่ คิดว่าอาจเป็นแบบนั้นก็ได้ เขาเลยขอเราแต่งงาน?

แคท : “ก็เป็นไปได้ เวลานั้นก็คิดว่าเป็นไปได้ แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ นานา มันไม่ใช่ (หัวเราะ)”

จากที่ชัวร์แล้วจะหมั้น ทำไมมันถึงล่มได้?

แคท : “พอคบไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เขาเป็นคนไม่ดีนะ เขาก็เป็นคนดี แต่อาจจะไม่ใช่คนของเรา ด้วยไลฟ์สไตล์หรือนิสัย พอคบจริงๆ รู้สึกว่ามันเหมือนเราเป็นคนที่ชอบถาม ชอบเคลียร์ ถ้ามีอะไรอยู่ในใจ อยากคุยและเคลียร์ เป็นคนคิดมากอยู่แล้ว ยิ่งเราไม่ได้คุยกับเขา เราก็ไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ มันก็จะยิ่งพังไปใหญ่ เราก็จะเป็นคนที่ชอบสื่อสาร ฉันรู้สึกอย่างนี้ เป็นแบบนี้หรือเปล่า แต่กลายเป็นว่าพอเราพยายามคุยกับเขา เขาจะชัตดาวน์ทันที โอ้โน ไอฟังไม่ได้ กลายเป็นแพนิค ถ้าฉันมีปัญหาฉันคุยกับเธอไม่ได้แล้ว มีช่วงนึงเขาเดินทางไปต่างประเทศ พอไปแล้วเขาก็หายไปเลย (หัวเราะ) เขามีธุระต้องบินกลับไปต่างประเทศ แล้วติดต่อมาอาทิตย์ละครั้ง เราเปิดใจคุยกับเขาไม่ได้ เราบอกเขาว่าถ้ามีปัญหาอะไร หรือเครียดเรื่องอะไร ไอคือเซฟโซนของยูนะ ยูคุยกับไอได้ทุกเรื่อง พี่เป็นคนไม่จัสคน เพราะโดนมาเยอะแล้ว อยู่ในวงการมันถูกจัสโดยคนไม่รู้จักเราเยอะ มันก็เหมือนสอนเราเหมือนกันว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าคนนี้เป็นยังไง ถ้าเราไม่รู้จักหรือสัมผัสกับเขาจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าเราคือเซฟโซนของเขา คุยได้ทุกเรื่อง แต่กลายเป็นว่าเขาไม่เปิด เขาปิดกั้นทุกอย่าง เขาเครียดอะไรเขาก็ไม่เล่า”

 ตอนเขาบินกลับไปประเทศของเขา เป็นจุดเปลี่ยนทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง?

แคท : “แย่เลย เขาไม่สื่อสารอะไรเลย พอเขาหายไปหลายๆ วันก็จะถาม โทรแล้วเขาไม่รับ ต้องรอให้เขาโทรกลับมาเอง แมสเซสไปก็ไม่อ่านเป็นวันๆ เราเป็นโรคแพนิคเหมือนกัน ยิ่งเขาทำแบบนี้ก็จะรู้สึกว่าฉันทำอะไรผิด จะโทษตัวเองแล้ว ไม่ได้โทษเขา เป็นอะไร ทำไม แค่หายไปไม่กี่ชม. เราก็เริ่มแพนิคแล้ว แต่นี่หายไปเป็นวันๆ เราก็เอาแล้ว เป็นอะไร ก็พยายามคุยกับเขา เขาก็ไม่พูด บอกว่าไอเครียดอยู่ แค่นี้ก่อนนะ แล้วก็หายไป แล้วก็หายไปเลย กลับมาเมืองไทยก็ไม่บอก”

เขาหายไปกี่วัน กี่เดือน?

แคท : “ตอนแรกก็อาทิตย์นึงได้ข่าวเขาสองครั้ง อาทิตย์ถัดไปก็ครั้งเดียว จากนั้นก็สองอาทิตย์ได้ข่าว แล้วก็จางไปเรื่อยๆ จนไม่ได้ข่าวอะไรเลย ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้”

ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับเขา?

แคท : “ไม่ได้คุย เขาก็ถามว่านึกว่าเรามูฟออนไปแล้ว อ้าว ก็เรายังไม่ได้เลิก”

เขากลับไปประเทศเขากี่เดือน?

แคท : “6 เดือนค่ะ ติดต่อกันได้เพียง 4-5 ครั้ง แล้วเราก็รอ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 มารู้อีกทีว่าเขากลับมา?

แคท : “เขาส่งรูปมา เราก็เอ๊ะ รูปอะไร อยู่เมืองไทย กลับมาได้ 2 เดือนแล้ว ก็ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ) เขาก็ขอนัดเจออีก พอนัดเจอ เขาก็บอกว่า 6 เดือนที่ผ่านมาห่างกันนานมากแล้ว ความรู้สึกเปลี่ยนไป ก็เลยจบ เลิกไปอย่างนั้นเลย”

ช่วง 6 เดือน แคทยังสับสน?

แคท : “สับสน แพนิค ทุกสิ่งอย่างเลย เขาคงมีอะไรแหละ เขาถึงมีสเปซของตัวเอง พยายามคิดแง่บวก บางครั้งคิดแง่ลบก็พยายามคิดบวก และรอคำตอบว่าคืออะไร ได้คำตอบแล้วก็คือจบ” 

โทษตัวเองมั้ย?

แคท : “ช่วงที่เขาหายไป โทษตัวเอง แต่ก็คิดไปคิดมาจะโทษตัวเองทำไม เราไม่ได้ทำอะไรให้เขารู้สึกกังวลใจ หรือรู้สึกว่าคุยกับเราไม่ได้แต่ถือว่าเป็นบทเรียนที่ดี ถ้าคนนี้ไม่ใช่ เขาก็อาจเจอคนที่ใช่สำหรับเขา ส่วนตัวเราเองก็จะเจอคนที่ใช่สำหรับเราเหมือนกัน เหมือนเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ว่าดีแล้วแหละที่ไม่ได้ไปต่อ”

ได้ปรึกษาเพื่อนมั้ย?

แคท : “มีนิดๆ หน่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คุยกับใครเรื่องนี้”

ตอนโดนบอกเลิก แคทมีน้ำตาด้วย?

แคท : “ใช่ อาจด้วยเวลาที่ห่างกันไป มันเหมือนทำใจไว้บ้างแล้ว พอรู้ว่าเลิกแล้ว ก็ร้องไห้วันนั้น แล้วก็โอเค ฉันมูฟออนแล้วล่ะ ฉันจะใช้ชีวิตของฉันแล้ว”

 ร้องไห้ฟูมฟายเบอร์ไหน?

แคท : “จะปล่อยออกมาให้เต็มที่ แทบขาดใจ แต่ขอครั้งเดียว ร้องให้สุดเต็มที่เลย แล้วร้องไห้แค่นั้นจบ ไม่เอาแล้ว”

 ความรักครั้งนี้กับผู้ชายที่เทเราไป ได้บทเรียนอะไร?

แคท : “อย่ารีบด่วนตัดสินใจ (หัวเราะ) รู้สึกว่าระยะเวลาที่สั้นมาก แล้วหมั้นแล้ว มันก็เร็วไปจริงๆ เราไม่ทันได้ศึกษาจริงจัง ด้วยนิสัยเราเริ่มจะเห็นหลังๆ ก็เริ่มเอ๊ะแล้ว แต่สำหรับตัวแคทเอง แคทต้องศึกษานานๆ ถึงอายุขนาดนี้ก็ไม่รีบ ครั้งนี้มันรีบไปนิดนึง”

ณ จุดนี้เจอใครพร้อมเปิดใจ หรืออยู่ของเราได้?

แคท : “เปิดใจได้ แต่ก็อยู่ของเราได้เหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าชีวิตฉันต้องพึ่งผู้ชายคนนึงถึงอยู่ได้ เราอยู่ด้วยตัวเราเองได้เหมือนกัน แต่ถ้ามีเพื่อน มีคนอยู่ข้างเรา มันก็ไม่เหงาเนอะ”  

อะไรทำให้ความรักของเราหลายๆ ครั้ง ออกมาในรูปแบบไม่ประสบความสำเร็จ?

แคท : “ทุกๆ ครั้งเป็นบทเรียนแหละ ทำให้เราเป็นตัวเราในปัจจุบัน ตอนนั้นจะมีความรู้สึกว่าโอ้โห เสียใจ ร้องไห้ แต่พอมันผ่านไปแล้ว มันก็รู้สึกว่าเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับตัวเรา ที่เข้ามาในชีวิตของเรา และผ่านไป เขาไม่ใช่คนของเรา จะไปยึดติดกับเขา ถ้าเขาไม่ใช่ อนาคตเขาก็จะไม่ใช่ของเราอยู่ดี จะรั้งเอาไว้เพื่อเสียใจในวันข้างหน้าเพื่ออะไร”

โดนข่าวเป็นมือที่สามบ่อยมาก?

แคท : “เหมือนจังหวะ เราอาจเป็นที่ปรึกษาของเขาหรือเปล่าในช่วงตอนนั้น คืออยู่ในเหตุการณ์คนนี้หย่ากับภรรยา หรือเลิกกับแฟน”

โดนมากี่คู่?

แคท : “2-3 คู่ แล้วเป็นจังหวะถ่ายละครอยู่กับคนๆ นี้ ซึ่งขอโทษด้วยนะ ไม่ใช่แนวดิฉันเลย ไม่ใช่สเปกเราด้วย”

 ทำไมข่าวออกว่าเราเป็นมือที่สาม?

แคท : “เพราะไม่ค่อยได้พูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองว่ามีแฟนหรือคบใคร บางจังหวะก็มีคนคุย แต่เผอิญไม่มีใครรู้เรื่อง เราก็ไม่ได้พูดว่าเฮ้ย ฉันก็มีนะ”

หลังจากนี้ต้องเปลี่ยนแล้ว?

แคท : “ไม่ ฉันก็อยู่ในที่ของฉันเหมือนเดิม (หัวเราะ) ฉันไม่ใช่สไตล์นั้น เป็นจังหวะอยู่ตรงนั้นพอดี เราก็เอาอีกแล้วเหรอ ทั้งที่เราก็มีคนคุย แต่ก็ปล่อยไป ช่างมัน เป็นข่าวที่เราช่วยไม่ได้ แต่เราก็รู้อยู่แก่ใจ คนที่อยู่ใกล้ตัวเขาก็รู้ โดนด่าบ่อยจนชินแล้ว”

พอโดนข่าวมือที่สาม แอ็กชั่นยังไง?

แคท : “ก็ปล่อย คิดว่าเดี๋ยวข่าวก็เงียบไปเอง เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราใช้ชีวิตของเราตามปกติ คนที่ไม่รู้จักเรา ไม่รู้เรื่องชีวิตของเรา อยากพูดอะไรก็ปล่อยเขา”

ภาษาชาวบ้าน ข่าวต้องมีมูล ใช้กับแคทไม่ได้ แล้วไม่แก้ด้วย?

แคท : “บางทีออกมามันก็เหมือนร้อนตัว ก็เลยอยู่เฉยๆ นิ่งๆ เดี๋ยวมันก็เงียบไป เดี๋ยวก็มีข่าวอื่นๆ มากลบ”

สองสามคู่ที่ผ่านมา มีใครโทรมาขอโทษมั้ย ทั้งที่เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย?

แคท : “มี ไม่รู้เรื่องด้วยนะว่ามีข่าว เฮ้ย ขอโทษว่ะ เราก็ถามเรื่องไร เนี่ย มีเรื่องนี้ๆ เราก็อ้าว อีกแล้วเหรอ ช่างมัน ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย ไม่เป็นไร ก็ปล่อยไป อย่างที่บอกเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนแต่ถ้าคนๆ นั้น มาทำให้เราเดือดร้อน หรือทำให้เราเสียชื่อ เราก็ไม่ยอมเหมือนกันนะ การที่เราอยู่นิ่งๆ คือไม่ล้ำเส้น แต่คุณล้ำเส้นเมื่อไหร่ฉันก็ไม่ยอมนะ”

มีล้ำเส้นมั้ย?

แคท : “ก็มี แต่เขาก็ไม่กล้ามากกว่านั้น อาจด้วยความที่เราไม่ยุ่ง เอาจริงๆ ถ้าเก็บมาคิดมากๆ หรือทำให้ซีเรียสมากเกินไป ชีวิตเราจะไม่มีความสุข เรารู้อยู่แก่ใจว่าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราก็มีความสุข” 

เรื่องคนที่ขอหมั้นจบไปนานหรือยัง?

แคท : “พักนึงแล้ว” 

ตอนนี้สถานะหัวใจเป็นยังไง?

แคท : “ไม่รู้” 

 แสดงว่ามี?

แคท : “(หัวเราะ) แหม ก็มีคนคุยแหละ”

 ถ้ามีแฟนแล้วอยากเปิดตัวแฟนตอนไหน?

แคท : “ถ้าแต่งงานแล้วอาจจะเปิด แต่คิดไปคิดมา แต่งแล้วก็อาจไม่เปิดด้วย อย่างที่บอก มันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้าเห็นเดินกับหนุ่มลูกครึ่งนี่คือน้องชายนะ (หัวเราะ)”

 ถ้ามีแฟนแล้วแต่งงาน ก็จะไม่จัดงานแต่งด้วยเหรอ?

แคท : “ไม่จัด ข้อแรกคือเปลืองตังค์ (หัวเราะ) จัดงานเพื่อใคร รู้สึกว่าปาร์ตี้กันสองคนก็พอแล้วนะ หรือกับเพื่อนๆ อาจจัดปาร์ตี้ขึ้นมาแล้วเพื่อนๆ อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คืองานแต่ง อยากให้เหมือนอยู่บ้านจัดปาร์ตี้ หรือไปทะเลจัดปาร์ตี้”

ไม่แต่งงานแล้วคนที่คบด้วยจะโอเคเหรอ?

แคท : “ก็ต้องคุยกันก่อนสิ” 

“นีโน่ เมทินี” มาเซอร์ไพรส์ในรายการ แคทเข้าไปจุ๊บ?

นีโน่ : “ธรรมดา เขาจุ๊บกันมาร่วม 40 ปีแล้ว ถ้าคบแต่งงาน แล้วไม่จัดงานแต่งงาน จัดทำไม เปลือง เคยจัดมาแล้ว โคตรเปลืองเลยครับ จัดครั้งเดียว ที่ไม่ได้จัดนับครั้งไม่ถ้วนครับ สนิทตั้งแต่แคท 17-18 เรา 20 กว่า เล่นละครด้วยกัน จริงๆ เป็นเรื่องแรกที่เล่นกับแคท เราเปลี่ยนจากพระเอกเป็นดาวตลก สกาวเดือน ก็เลยสนิทกัน เจอตามงานข้างนอก ทักทายเป็นยังไงบ้าง”

รู้สึกยังไงกับข่าวที่เขาโดนผู้ชายเท?

นีโน่ : “ไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ปัจจุบัน น้องไม่ต้องแต่งหรอก ใช้ชีวิตแบบนี้เขามีความสุขแล้ว เวลาเขารักเขาทุ่มเท เหมือนให้ทุกอย่าง จริงจังกับสิ่งที่เขารัก ฉะนั้นเวลาเขาผิดหวัง รู้เลยว่าผิดหวัง แต่ก็แป๊บเดียว ร้องไห้วันเดียว หลังจากนั้นจะกลับมาเข้มแข็งทำงานต่อ แต่คนแบบนี้ลึกๆ ก็จะนึกถึงเรื่องพวกนี้ ไม่มีทางหายหรอก ก็ไม่อยากให้ซีเรียสกับมันมาก ถึงตอนนี้แต่งไม่แต่งไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ มีคู่ใจหรือไม่มีคู่ใจไม่เกี่ยว ถ้าแต่งเพราะเดี๋ยวญาติพี่น้องจะมาแย่งสมบัติ ก็โอเค แต่ง หาคนแต่งให้เป็นทางกฎหมาย เหมือนมีสินสมรสไป แต่เก็บไว้ใช้เองดีกว่า”

เรื่องราววัยทอง เป็นยังไง?

แคท : “กำลังจะเข้า ผ่านหลัก 4 แล้ว กำลังจะเข้าพระราม 5 แล้ว ตอนแรกไม่รู้ตัวด้วย รู้ว่าร้อนวูบวาบ ร้อนระอุจากข้างใน มีพัดพกด้วยนะ อยู่ดีๆ จะร้อนแล้วเหงื่อจะท่วม ผ่านไปจะหนาว เป็นอย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน ตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่พอศึกษาเรื่อยๆ อ้าว มันเริ่มเข้าแล้ว เขาเรียกว่าเข้าก่อนวัยทอง ก่อนประจำเดือนจะเริ่มหมด ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง ไม่มาตามนัดแล้ว มาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น บางทีก็มาเดือนละสองสามครั้ง หรือสองสามเดือนมาที อย่างแรกเลยเหงื่อออกตอนกลางคืน เหงื่อท่วมตัว จากนั้นความวูบวาบจะมาทั้งวัน มาๆ หายๆ ทั้งวัน”

วัยทองจะอยู่กับเรากี่เดือน?

แคท : “แล้วแต่คน บางคน 30 กว่าๆ ก็เป็นได้ เป็นได้สิบปีเลย หรือบางคนก็ 40 กว่า 43 45 49 แต่จะเป็นหลายปีเลย”

รับมือยังไง?

แคท : “ก็อยู่ที่อาหารการกิน ซึ่งสำคัญมาก อาหารเสริมสำคัญมาก พวกโปรตีน เนื้อสัตว์ต้องกินมากขึ้น อาหารการกินเราต้องเปลี่ยนเลย”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow 

แซ่บสะท้านจอ “ต้นข้าว อาร์สยาม” เสิร์ฟความร้ายไม่พัก

 แฟนละครพร้อมหวีดให้สุด เมื่อ “ต้นข้าว อาร์สยาม” มารับบท พิมพ์รัก หนึ่งตัวละคร“ผีตาโขน” ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8  ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป ที่ฉีกจากการแสดงร้ายแบบเดิม ๆ  เพราะครั้งนี้เธอพัฒนาไปอีกขั้น โดยจะพาคนดูไปเจอกับความร้ายที่ โตขึ้น ดุขึ้นสุดขั้ว แบบที่ต้นข้าวเองก็ยอมรับว่าเป็นอีกโจทย์ที่ท้าทายไม่น้อยรวมทั้งกระแสละครที่ฟีดแบ็กแรงเกินต้าน

ต้นข้าว อาร์สยาม เล่าถึงบทนี้ว่า “ตอนที่ผู้ใหญ่บอกว่าอยากให้ลองเล่นบท พิมพ์รัก ใน ผีตาโขน ก็รู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวลค่ะ เพราะเป็นอีกหนึ่งบทที่ไม่เหมือนจากที่เคยเล่น แต่ครั้งนี้ความร้ายมันโตขึ้น เป็นร้ายที่มีการวางแผน ไม่ได้เปิดเผยชัดเจนแต่แรก ซึ่งตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับต้นข้าวเลยค่ะ ว่าจะทำยังไงให้คนดูสัมผัสถึง โดยไม่ต้องพูดหรือแสดงออกแบบตรงไปตรงมาเกินไป ยอมรับว่าช่วงแรก ๆ กดดันค่ะ

เพราะเราเคยถูกคนดูจดจำในภาพร้ายแบบเด็ก ๆ เราต้องศึกษาวิธีการแสดงใหม่ ๆ หัดเก็บรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสายตา น้ำเสียง หรือท่าทาง ทำให้เราได้เรียนรู้เยอะมากค่ะ ส่วนฟีดแบ็กต้องบอกว่าแรงจริง ๆ (หัวเราะ) คือแฟน ๆ อินมาก ไลฟ์สดทีไรจะเห็นอีโมจิทุเรียนมาเต็มทุกครั้ง จนกลายเป็นเหมือนแฮชแท็กประจำตัวละครไปแล้ว ก็รู้สึกดีมาก เพราะแปลว่าคนดูอิน ต้นข้าวมองว่าการได้เล่นบทบาทที่หลากหลายขึ้น ถือเป็นโอกาสที่ดีมากในการเติบโตในฐานะนักแสดงค่ะ ทุกครั้งที่ได้เจอคาแรกเตอร์ใหม่ ๆ เราได้ใช้ประสบการณ์เดิมมาต่อยอด แล้วก็ได้ฝึกสิ่งใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน สำหรับบท พิมพ์รัก มันเป็นอีกก้าวที่ทำให้เราเข้าใจว่าความร้ายมันไม่ได้มีแบบเดียว แต่มีหลายมิติ ขึ้นอยู่กับพื้นหลังและแรงจูงใจของตัวละคร ซึ่งเราก็จะพยายามทำให้คนดูรู้สึกไปกับมันค่ะ สุดท้ายอยากฝากแฟน ๆ ให้ติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเข้มข้นของบท พิมพ์รัก อย่างเดียว แต่เนื้อหาละครยังมีความลึกลับ ชวนติดตาม และมีอะไรให้ลุ้นตลอด ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ตั้งใจมาก และอยากให้ทุกคนเปิดใจรับชมค่ะ”

สามารถ รับชมละคร ผีตาโขน ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี  เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชัน, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย  

 “น้ำผึ้ง” ดีใจฟีดแบ็กดี ชวนลุ้นบทสรุป 2 ตอนสุดท้าย

“น้ำผึ้ง ณัฐริกา” ชวนแฟนละครรอลุ้นบทสรุป “เมืองแก้ว” 2 ตอนสุดท้าย ความสนุกสุดพีค ที่สะท้อนความเป็นจริงของมนุษย์ ย้ำทุกคนไม่ควรพลาด

เดินทางมาถึง 2 ตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับ เมืองแก้ว ละครแนวดราม่าสะท้อนสังคม ทางช่อง 7HD ผลงานจากค่าย มีเดีย สตูดิโอ นำแสดงโดย เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ประกบคู่ พิ้งค์พลอย-ปภาวดี  ชาญสมอน ที่ตอนนี้แฟนละครต่างรอลุ้นบทสรุป ว่าท้ายที่สุดแล้ว เมืองรัตนบุรี จะมีความยุติธรรม กลับมาสดใสเป็นดั่งเมืองแก้วได้หรือไม่

งานนี้ ครูระตี รับบทโดยนักแสดงมากฝีมือ น้ำผึ้ง-ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ขอชวนทุกคนมาลุ้นบทสรุปไปพร้อมกัน เพราะ 2 ตอนสุดท้ายนี้ จะสะท้อนความจริงเบื้องลึกในใจของคนออกมาให้ได้เห็น

“พอละครเราเดินทางมาถึง 2 ตอนสุดท้ายแล้ว ก็แอบใจหายเหมือนกันค่ะ น้ำผึ้งชอบตัวละคร ครูระตีมาก ๆ ตัวละครนี้ท้าทายเราในด้านการแสดงมากนะ คือภาพข้างนอกดูแข็งแกร่ง แต่ข้างในเปราะบางมาก มันยาก ที่ต้องเล่นอะไร ที่การแสดงออกกับความรู้สึกภายในมันขัดแย้งกัน อย่างในใจเราร้องไห้ แต่ภายนอกเราต้องแสดงเหมือนกับว่าเราไม่มีอะไร เข้มแข็ง เป็นตัวละครที่ต้องใช้สายตาสื่อสารหนักมาก ๆ ค่ะ

อีกเรื่องที่น้ำผึ้งชอบในเมืองแก้ว คือเรื่องของความจริงในใจคน ที่แสดงออกมาผ่านแต่ละตัวละคร มันสะท้อนให้เห็นว่าคนเราสุดท้ายแล้วก็จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก่อน คนมีขาว ดำ บางทีก็เป็นเทา ๆ ความถูกต้องบางทีก็ซื้อใจคนไม่ได้ เขาก็ต้องเอาตัวเองรอดก่อน เป็นสัจธรรมให้รู้ว่าอย่ามองโลกสวยนัก คนที่ทุกคนมองว่าดี บางทีเขาก็ไม่ช่วย แต่กลับบางคนที่เขาอาจจะเคยร้าย คิดไม่ดี ทำไม่ดีมาก่อน เขาอาจจะกลับใจก็ได้

เมืองแก้วเป็นละครน้ำดี ที่มีคุณค่ามาก ๆ น้ำผึ้งมองว่าละครแนวนี้นาน ๆ ทีจะมีออกมาให้เห็น มันสะท้อนสังคมมาก ๆ อาจจะดูวิชาการนิดหนึ่ง เรื่องราวของเมืองแก้ว ทำให้เราเห็นว่า คนที่คิดดี ทำดีก็มี คนที่คิดได้แต่ยังไม่กล้าทำก็มี คนที่ร้ายแล้วกลับมาดีก็มี มันเป็นความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม น้ำผึ้งว่าถ้าเด็ก ๆ ได้ดูก็ดีนะคะ เขาจะได้เห็น จะรู้ว่าไม่ควรมองโลกสวยเกินไป และก็ไม่ควรมองโลกมืดเกินไป ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คนก็เปลี่ยนได้

น้ำผึ้งขอบคุณแฟนละครมาก ๆ นะคะ ที่ติดตาม เมืองแก้วเป็นละครที่เล่นยากมาก น้ำผึ้งตั้งใจเล่นจนเครียดมาก แต่ก็เชื่อว่าคนดูจะได้รับประโยชน์ ได้คุณค่าในการดูละครเรื่องนี้ ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้น้ำผึ้งด้วย เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนเรียกครู ละครประสบความสำเร็จแฮปปี้มาก ๆ ค่ะ และผลักดันให้น้ำผึ้งรู้สึกว่าเรื่องต่อ ๆ ไปเราก็จะทุ่มเทแบบนี้ เป็นละครหนึ่งเรื่องที่น้ำผึ้งประทับใจ ให้คุณค่าแก่สังคม หวังว่าละครเรื่องนี้จะทำให้หลาย ๆ คนได้ตระหนัก ช่วยเปิดมุมมองให้เขามองได้กว้างขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของละครเรื่องนี้ ที่อยากส่งให้กับคนดู ดังนั้นใน  2  ตอนสุดท้าย ที่จะเป็นบทสรุปของทุกเรื่องราว น้ำผึ้งไม่อยากให้ทุกคนพลาด มาติดตามไปด้วยกันนะคะ” ติดตามชมความสนุก ละคร  “เมืองแก้ว” 2 ตอนสุดท้ายได้ในวันพุธที่ 1 ตุลาคม และติดตามตอนจบ ในวันพฤหัสบดี 2 ตุลาคม เวลา 20.40 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35

“เจมี่ บูเฮอร์” เผยสั่งเสียก่อนตาย หลังพบก้อนเนื้อที่หน้าอก ขอธีมงานศพใช้สีชมพู

กลายเป็นที่ฮือฮาในแอป ตต ที่ไลฟ์สดในทุกวัน จนมีแฟนๆ เข้าไปถามไถ่ กับแม่หมอ ”เจมี่ บูเฮอร์“ เพราะนอกจากให้คำปรึกษาในการใช้ชีวิตแล้ว ยังมีการดูดวงให้กับผู้ที่สนใจ เจ้าตัวยืนยันผ่านการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องOne 31 ว่าตนเองไม่ใช่ผู้พิเศษ ด้วยเงินที่หลายคนฝากมา เจ้าตัวได้เป็นสะพานบุญเอาไปต่อยอดบริจาคในสถานที่ต่างๆ พร้อมอัพเดทอาการล่าสุดหลังจากพบก้อนเนื้อที่บริเวณหน้าอก จนเจ้าตัวได้สั่งเสียกับญาติว่า ถ้าจะต้องมีงานศพ ขอเป็นธีมสีชมพู

เริ่มเรื่องแรกเลย เห็นว่าเจอเหตุการณ์ระทึก?

“คือเราคลำที่หน้าอก แล้วมันเหมือนมีก้อน ซึ่งทั้งสองข้างมันไม่เหมือนกัน รับรู้ได้จากการคลำ ตอนแรกก็ปลอบใจตัวเองว่ามันคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่สักพักมันเริ่มไม่สบายใจ แต่รู้สึกว่ามันไม่มีก้อน ที่หน้าอกข้างขวา ตัดสินใจว่าจะไปหาคุณหมอ ซึ่งพอเราไปพบคุณหมอ สีหน้าคุณหมอไม่ค่อยดี ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นก้อนเนื้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซ็น ซึ่งพอเราได้ยินขนาดนี้ คิดอย่างเดียวว่าคือมะเร็ง และระหว่างที่รอผลจากซีทีสแกน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าชีวิตเราดิ่งสุด แต่ผลมันยังไม่ออกนะ และใน 4 วันที่รอผล คือเราก็สั่งเสียที่บ้าน ว่าถ้ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ งานศพเราจะเป็นแบบไหน ห้ามใส่สีดำ เพราะมันจะดูเศร้า ให้ใส่สีชมพู อย่าแห่เหมือนงานศพทั่วไป อยากให้มีกลองยาว สนุกสนาน แต่กลับกันเราก็เศร้า เราก็กลัวเหมือนกัน แต่พอผลออกมา ไม่ใช่ซีส์ ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นผลจากซิลิโคลนรั่ว”

การที่ซิลิโคลนรั่ว มันอันตรายในระดับไหน?

“คือในร่างกายของเรา มันไม่ควรมีอะไรแปลกปลอมเข้าไป มันจะทำให้ร่างกายเรามีพังผืด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยไว้เลย ถ้าเรารู้ปุ๊บ เราควรจะผ่าตัดออกไปทันที ซึ่งคุณหมอบอกว่ามันเริ่มรั่วมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว ใหญ่เท่าฝ่ามือ แล้วปกติซิลิโคนมันหนามาก แต่มันอาจจะมีรูรั่วเล็กๆ ซึ่งเกิดหนึ่งในร้อย มันเป็นการซึมออกมาทีละนิด แต่ถ้าปล่อยไว้นานพังผืดมันก็จะกลายเป็นเนื้อหน้าอก มันอาจจะยากขึ้นในการผ่าตัดออก การผ่าตัดเอาอันเก่าออก แล้วเอาอันใหม่เข้ามา ซึ่งมันขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของหมอ”

แต่เห็นว่าการผ่าตัดครั้งนี้ เราก็จัดใหญ่จัดเต็ม?

“ก็คือเอาเราเสียขวัญแล้ว ก็เลยให้รางวัลตัวเองตัวเอง นอกจากการเปลี่ยนหน้าอกแล้ว จัดเซ็ตใหญ่เลย ดูดไขมัน ทำมินิเฟซลิฟ ดึงหน้าฉบับเล็กขึ้น พอทำเสร็จแล้วเราก็รู้สึกว่าเราสวยขึ้น เราก็ชื่นใจ”

ขอย้อนกลับไปตอนเข้าวงการแรกๆ เริ่มจากการที่เราฝันอยากจะเป็นดาราตั้งแต่เด็ก?

“ตั้งแต่จำความได้เลยว่า ฉันจะเป็นดารา ตอนเด็กๆ เราจะบอกคนรอบข้างว่าหนูจะเป็นดารา อย่างเวลาเราไปไหว้พระ เราก็อธิษฐานจิตอย่างเดียวว่าขอให้หนูเป็นดารา พ่ออายุ 12 เราไปเจอโมเดลลิ่งที่สยาม เริ่มจากการแคสโฆษณา และแคสหนัง พอได้เล่นหนังแล้ว เราก็มาเล่นละครที่กันตนา คือในยุคเนี่ยมันต้องเป็นกระแสถึงจะมีงาน แต่ในยุคนั้นมันคือชิ้นงานจริงๆ พิสูจน์ด้วยผลงาน ถ้าเรื่องนี้ยูเล่นไม่ดี เรื่องหน้ายูไม่ได้เล่นแล้ว ในยุคนั้นวัดฝีมือกันด้วยงาน“

และผลงานชิ้นไหนที่ทำให้ ถนนโล่ง เพื่อไปดู?

”เรื่องเงาอโศก ถือว่าเป็นผลงานแจ้งเกิดของเจมี่ เป็นเรื่องที่เรตติ้งสูงอันดับ 6 ตลอดกาล ซึ่งยุคนั้นมันไม่มีโซเชียลมีเดีย แต่พอในยุคนี้ทุกคนมีมือถือในมือ ก็สามารถดูผ่านทางมือถือได้เลย และสิ่งที่คุณจำเราได้คือเสียงกรี้ด แต่ตอนนั้นที่เราเล่นคือต้องร้ายลึก ร้ายแบบมีอินเนอร์ เพราะมันต้องกรี๊ดแบบมีอารมณ์“

แม้ตอนนั้นเราดังมาก  แต่เราก็มีกฎว่ารับละครทีละหนึ่งเรื่อง?

”ยุคนั้นกับยุคนี้ไม่เหมือนกัน  ยุคนั้นมันต้องโฟกัสที่ตัวผลงาน นักแสดงที่เป็นเซียนๆ ในสมัยนั้น เค้าจะต้องโฟกัสละครทีละเรื่อง อยู่กับคาแรกเตอร์นั้น 7 วันเลย“

แต่อยู่ดีก็อิ่มตัวกับการเล่นละคร ? 

”มันเริ่มจากที่เราเล่นเรื่องปริศนา เราคิดว่านี่จะเป็นเรื่องสุดท้ายของเรา มันเป็นการเล่นแบบสุดตัว คือเราชอบเรื่องนี้มาก เราทุ่มเทกับมันมาก พอสุดกับเรื่องนี้ เราก็เลยถามตัวเองว่าหรือว่าเราจะเลิกเล่นละครดีไหม หนูก็ไปบอกพี่โอ๋ฐาปกรณ์ ว่าหนูจะไม่เล่นละครแล้วนะ หนูจะไปขายไก่ทอด ตอนนั้นอายุ 18 ซึ่งตอนนั้น เราชอบกินไก่กับข้าวเหนียวมาก อีกอย่างตอนนั้น บทที่เราได้รับมันก็เป็นไดอะล็อคเดิมๆ เพราะเราคิดว่าเราอยากจะมีชีวิตด้านอื่นด้วย ซึ่งเพื่อนเรามีชีวิตปกติ แต่เราไม่มีอะไรเลย ชีวิตอยู่แค่กองถ่าย จากนั้นเราก็เดินสายไปทำบุญ หาเงินทำผ้าป่า มันก็เป็นความสุขอีกแบบนึง มันทำให้เรามีความสุขจากการทำบุญ“

ชีวิตมันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ? 

”มันเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนเคยฝันว่าอยากตื่นสายๆ กินกาแฟสวยๆ อยู่บ้าน แล้วตอนนั้นทุกอย่างที่เราเคยคิดมันก็จะเกิดขึ้นจริง มันทำให้รู้สึกว่าการที่เราใช้ชีวิตอยู่ มันไม่จำเป็นที่เราต้องมีเงินมากมาย“

นอกจากเราทำบุญแล้ว  เรายังไปเรียนศาสตร์ การเป็นหมอดูเพิ่มเติม? 

”เราเดินสายทำบุญแล้ว มันก็มีค่าใช้จ่าย เราก็ต้องหาอาชีพ เพื่อหารายได้ คือเราสามารถดูไพ่ยิปซีได้ เราเริ่มดูตั้งแต่อายุ 14 เริ่มจากตอนเราไปแคสงาน แล้วเราเจอคนที่เขามาดูดวงให้เรา ซึ่งเขาดูแล้วมันแม่น เราก็ไปเริ่มศึกษา เราก็ดูเป็น เราก็เอาไพ่ไปอยู่ในกองถ่าย มันเคยมีเหตุการณ์ที่เราดูคนในกองถ่าย เรื่องครอบครัวเขา อีกอาทิตย์นึงถัดมาเค้าก็มาถามเราว่าเอาไพ่มาไหม เราก็คิดว่า ไม่อยากดูให้เขาแล้ว เพราะกลัวมันจะเกิดดราม่า ตั้งแต่นั้นมาเราก็เลยหยุดดู จากนั้นอายุ 18 ก็มาดูไพ่ยิปซี แต่พอมาทำอาชีพจริงๆ จำไม่ได้ว่าอายุ 25 หรือ 26 ไปดูให้คนไทยที่เมืองนอก คนมาดูเยอะมาก ค่าดูไม่ถึง 1000 บาท สามารถเก็บเงินได้ภายใน 2-3 แสนบาทภายในสองอาทิตย์ ซึ่งใครอยากอยู่กับเราให้ไปตามที่ช่อง TikTok สวีทไลฟ์เลม่อน ของเราได้ ซึ่งการที่บางคนเค้าฝากเงินเรามาทำบุญ เราก็เป็นสะพานบุญต่อยอดไปให้เขา เจมี่ไม่ใช่ผู้วิเศษนะคะ เรียกไอ้ เรียกอี ได้เหมือนเดิมนะคะ(ยิ้ม)“

และเห็นว่าไปเจอเรื่องราวลี้ลับ ไปเจอตอนอายุเท่าไหร่?

”เรียกว่าเป็นการเจอผี ครั้งแรกตอนอายุ 12 เราไปซัมเมอร์ที่ประเทศอังกฤษ ที่ต่างประเทศถ้าเราไม่มีรถ เราต้องเดิน เราต้องเดินผ่านสุสานซึ่งเป็นถนนยาวๆ สุสานบ้านเขาจะเป็นแบบสวยๆ จะตกแต่งเหมือนปราสาท เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มันยังไม่เจริญเท่านี้ บรรยากาศมันดูน่าเที่ยว เราก็เลยแวะเดินเข้าไปดู เราก็อ่านคำจารึกที่ป้ายหลุมศพ เรากำลังเดินอยู่ แต่เรารู้สึกว่ามีคนกระชากเราไปข้างหลัง  คือตอนนั้นบรรยากาศท้องฟ้ายังเหมือนเดิม แต่เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันดูหดหู่ เรามีความรู้สึกว่ามีผู้หญิงสองคนอยู่ข้างหลัง เหมือนเราโดนกระชากไปอยู่ในมิติอีกมิติหนึ่ง มันเทามาก แม้อากาศจะเย็น แต่เหงื่อเราไหลมาเป็นเม็ดๆ ในใจเราคิดว่าเราต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะออกประตูหน้า จากนั้นเราก็ไม่เคยเข้าไปอีกเลย ซึ่งถามว่าเรามีเซ้นไหม มันก็มีบ้าง แต่เค้าครอบครัวของเราไม่อินกับเรื่องพวกนี้เลย อย่างตอนเด็กๆ เราอยู่กลางบ้าน เราก็ชี้ไปหน้าบ้านว่ามีผู้ชายอยู่ตรง ซึ่งถามว่าเราเห็นตั้งแต่เด็กไหมก็น่าจะใช่ ยังอีกเรื่องนึง เราเจอคุณยายหลังค่อม มาในรูปแบบของฝัน คือเรากำลังเดินขึ้นไปบนบันได แล้วเรากำลังเข้าห้อง กำลังจะเข้าถึงขั้นสุดท้าย มีคุณยายคนนึงมาจับแขน เราหันไปมอง แม้จะเป็นบ้านเรา แต่มันจะดูเป็นโทรมๆ เราก็กระชากมือกลับแล้วก็เดินเข้าห้องไป แล้วเราก็ตื่น“

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow

“จา – เต้” นำทีม “The Love Never Sets ฉากนั้น…ยังเป็นเธอ”บุกพรมแดง FEED X KHAOSOD AWARDS 2025

ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์วายไทยแห่งปีที่แฟน ๆ ต่างรอคอย สำหรับซีรีส์วายโรแมนติก – ดรามา iQIYI Original “The Love Never Sets ฉากนั้น…ยังเป็นเธอ” ที่เตรียมพร้อมออกอากาศสู่สายตาแฟนๆ กว่า 190 พื้นที่ทั่วโลกให้ได้รับชมเร็ว ๆ นี้ ล่าสุดทัพนักแสดง iQIYI Original “The Love Never Sets ฉากนั้น…ยังเป็นเธอ” บุกพรมแดงงานประกาศรางวัล FEED X KHAOSOD AWARDS 2025 ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลระดับประเทศครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความหลากหลาย พร้อมมอบรางวัลให้คนทำงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังในอุตสาหกรรมบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์ ณ Paragon Hall เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางทัพสื่อมวลชนและแฟน ๆ ที่ต่างมาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ซึ่งทันทีที่พิธีกรได้ประกาศเชิญทีมนักแสดงจากซีรีส์ iQIYI Original “The Love Never Sets ฉากนั้น…ยังเป็นเธอ” ได้ปรากฏตัว ก็ได้รับเสียงกรี๊ดลั่นสนั่นฮอลล์ นำทีมโดย จา พชร และ เต้ วีรภัทร สองนักแสดงนำ พร้อมด้วยทัพนักแสดงดาวรุ่ง โบนัส ณัฐวัฒน์, นิกิต้า พาร์คิน, จ๊ะจ๋า จุฑารัตน์, โดม่อน กฤษณ์มงคล และ อะตอม ปิยวัฒน์ ที่เรียกว่าแต่ละคนต่างจัดเต็มกับลุคที่พร้อมสะกดทุกสายตา เสิร์ฟความฮอต ความร้อนแรงจนทำเอาทั้งฮอลล์ต่างลุกเป็นไฟ

งานนี้สองหนุ่ม จา เต้ ขอนำทีมนักแสดงเปิดเผยถึงความรู้สึกว่า “วันนี้ตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ครับที่ได้มาพบกับแฟน ๆ ถือเป็นงานแรกของพวกเรา สำหรับซีรีส์ iQIYI Original “The Love Never Sets ฉากนั้น…ยังเป็นเธอ” ปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อย พร้อมที่จะออกอากาศให้แฟน ๆ ได้รับชมเร็ว ๆ นี้ครับ ผลงานเรื่องนี้พวกเราทุกคนต่างตั้งใจทำกันมาก ๆ เตรียมรับชมซีรีส์ได้บนแอป iQIYI และ เว็บไซต์ www.iQ.com เร็ว ๆ นี้นะครับ ฝากด้วยครับ”

iQIYI Original “The Love Never Sets ฉากนั้น…ยังเป็นเธอ” บอกเล่าเรื่องราว ไอซ์ (รับบทโดย เต้ วีรภัทร) ชายหนุ่มที่มีอดีตฝั่งใจจากการถูกบังคับให้ถ่ายสื่อลามกเพื่อใช้หนี้แทนพ่อ จนต้องพักการเรียนมหาวิทยาลัยไปหนึ่งปี เมื่อกลับมาอีกครั้งเขาได้พบกับ เซนท์ (รับบทโดย จา พชร) รุ่นพี่ปี 2 ที่อาจารย์ได้มอบหมายให้ดูแลเขา โดยที่ทั้งคู่เคยมีปัญหากันมาก่อน และยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองคนต้องมาร่วมแสดงหนังสั้นด้วยกันทำให้ต้องไกล้ชิดกันมากขึ้น และความสัมพันธ์ที่เริ่มจาก หน้าที่ก็แปรเปลี่ยน เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งคู่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้จะพยายามเก็บซ่อน…แต่หัวใจกลับเรียกร้องกันและกันอย่างห้ามไม่อยู่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามรับชม

แซ่บสะเทือนโซเชียล!ดีเจมะตูม ชีวิตดราม่าในไอจีอีกระลอก

หลังถูกเพจดัง วงในกระซิบเมาท์แรงว่า… ความจริงเจ้าตัวถูกรายการดังถอดชื่อฟ้าผ่า!

Screenshot

เรื่องมันไม่จบแค่นั้น เพราะหลังจาก เจ๊มอย 108 v1 ยังออกมาโยนหินถามทาง ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร ถูกปลด หรือลาออกเองจากรายการ The Social Warrior ซีซัน 2 จนแฟนๆ สงสัยหนักว่าเบื้องหลังมีอะไรลึกกว่านั้น?! ล่าสุด ตาดีแอบเห็นโพสต์ในไอจีของ ดีเจมะตูม เตชินท์ ที่เขียนทิ้งปริศนาไว้ว่า “ถ้าเราสำคัญจริงๆ เราไม่ต้องร้องขออะไรเลย เขาจะเห็นเราเอง”พร้อมอิโมจิ ดาบ+หัวใจแตก ก่อนจะตอกย้ำด้วยสตอรี่ว่า “อย่างน้อยครั้งหนึ่งก็ได้ทำมันเต็มที่แล้ว จากนี้ฝากด้วยนะครับ”

Screenshot

งานนี้ทำเอาชาวเผือกเดือดทันที! หลายคนโยงไปว่า… หรือจริงๆ แล้ว ฝีมือการเป็นพิธีกรซีซันแรกไม่เป๊ะ จน พิม ซอนย่า ต้องโหวตออก? หรือแท้จริงเกี่ยวกับเรื่องหัวใจที่กำลังพัง?

บอกเลยว่ากลิ่นดรามามันคลุ้งทั้งโซเชียลจนแทบหายใจไม่ออก! เหล่าสายเผือก ชอบเสพดรามาเตรียมตัวให้พร้อม งานนี้มีเรื่องให้ขุดอีกยาวแน่นอน รอเผือกกันต่อไป…

“เบนซ์ ชนกนันท์” สุดแฮปปี้ได้บทถูกใจแถม ร่วมงาน “โอ๊ต ชาคริต” เข้าขากันสุด ๆ

“เบนซ์ ชนกนันท์” เผยเบื้องหลังกองถ่าย “พรหมพยศ” อัดแน่นด้วยความสนุก ทุกคนสนิทกันยิ่งทำให้ทำงานอย่างมีความสุข พร้อมเปิดใจร่วมฉาก “โอ๊ต ชาคริต” สนุกเข้าขากันสุด ๆ

เพลินตาเพลินใจ ยิ้มไปกับละคร พรหมพยศ ผลงานจากค่าย มีเดีย สตูดิโอ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า และเจนนี่-ชยิสรา วัฒนะนาวิน กับเรื่องราวความรักของ 3 สาวพี่น้อง ที่เหมือนพระพรหมกลั่นแกล้งให้เกิดเรื่องราวมากมาย ซึ่งตอนนี้เรื่องราวว้าวุ่นชุลมุนสุด ๆ เดินทางมาถึงตอนที่ น้ำหอม พี่สาวคนโตของบ้าน ซึ่งรับบทโดย เบนซ์-ชนกนันท์ เสนปิ่น หลังหนีตาม สมนึก (โอ๊ต-ชาคริต บุญสิงห์) ไป และตัดสินใจกลับมาขอขมาพ่อแม่ในที่สุด  

โดย “เบนซ์” เปิดใจ ถึงการมารับบท “น้ำหอม” ว่า “ฟีดแบ็กของพรหมพยศ ดีนะคะ เป็นละครอีกเรื่องที่สนุก ซึ่งพรหมพยศในมุมของเบนซ์ เป็นละครที่เล่าเรื่องความรักของลูกสาว 3 คนในครอบครัวหนึ่ง ที่แต่ละคนก็มีความรักแตกต่างกันไป ความรักที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย บางคู่ก็จะมีความซับซ้อนเรื่องความสัมพันธ์คนนี้ชอบคนนั้น คนนั้นชอบคนนี้ เหมือนกับรักที่ถูกพรหมลิขิตกลั่นแกล้ง

สำหรับตัวละครน้ำหอม ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน จะมีความเรียบร้อย เป็นกุลสตรีไทย ดูจะเป็นคนที่เรียบร้อยที่สุดในจำนวนลูกสาวทุกคน แต่ก็มีความเชื่อในความรัก และกล้าที่จะต่อสู้เพื่อความรัก ขนาดกล้าที่จะหนีตามผู้ชายไป แต่นั่นก็เพราะเชื่อว่าสมนึกคือคนที่รักและดีจริง ๆ ถึงกล้าที่จะทำทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ สำหรับผู้หญิงในยุคนั้น การรับบทน้ำหอมสิ่งที่จะยาก คือเรื่องคำพูดค่ะ เพราะละครย้อนไปช่วงปี 2513 ดังนั้นเราจะพูดนอกบทไม่ได้เลย อย่างคำสร้อยพวก อะ อืม ต้องตัดทิ้งหมด และจะสลับคำพูดไม่ได้เลย แต่เบนซ์ก็รู้สึกว่าตัวละครน้ำหอม เป็นตัวละครที่เล่นแล้วสนุกค่ะ

ส่วนการร่วมงานกับพี่โอ๊ตเรื่องนี้สนุกค่ะ เราเข้ากันได้ดีมาก ๆ รวมถึงบรรยากาศในกองละครก็สนุกมาก เรียกว่าเป็นดรีมทีม ทีมในฝัน เราทำงานกันเหมือนเป็นเพื่อนกัน เพราะอายุเราใกล้ ๆ กันหมดเลยค่ะ ดังนั้นทุกวันที่ไปทำงาน จะแฮปปี้ทุกวันค่ะ

เบนซ์ฝากทุกคนติดตามเรื่องพรหมพยศด้วยนะคะ เรื่องนี้เป็นละครที่ย่อยง่าย ดูสบาย ๆ ไม่เครียด และยังมีข้อคิด ได้สาระ ความสนุก ได้เห็นความน่ารักของความรักแต่ละคู่ พวกเราสนุกในการทำงานมาก หวังว่าแฟน ๆ ทุกคนจะสนุกในการดูละครเช่นกันค่ะ” ติดตามความสนุกของละคร  “พรหมพยศ” ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.40 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35

“เจนนี่” ปลื้มคำชมบท “แป้งร่ำ” เข้าตาแฟนละคร

“เจนนี่” ปลื้มฟีดแบ็ก “พรหมพยศ” แฟนละครทักชมบท “แป้งร่ำ” เล่นดีเป็นธรรมชาติ เห็นพัฒนาการ การแสดงชัดเจน แอบสปอยล์ใครรอลุ้นฉากฟิน การันตีมีให้อินแน่นอน รอชมได้เลย

ละมุนหัวใจ ดูไปยิ้มไป กับละคร พรหมพยศ ผลงานจากค่าย มีเดีย สตูดิโอ กับการพบกันอีกครั้งของ มิกค์ ทองระย้า และเจนนี่-ชยิสรา วัฒนะนาวิน ที่ครั้งนี้พลิกลุคมาในบท “เจ้าแป้ง” เด็กสาวจอมวุ่น สุดแก่น ที่ทำให้ทุกคนตกหลุมรัก โดย เจนนี่ เผยว่ารู้สึกดีใจสุด ๆ เพราะแฟน ๆ ต่างทักมาชมพัฒนาการด้านการแสดงที่เห็นได้ชัด รวมถึงความน่ารักของตัวละคร ที่บอกเลยว่า ใกล้เคียงกับตัวจริงสุด ๆ

“สำหรับฟีดแบ็กพรหมพยศดีมาก ๆ เลยค่ะ เจนอยากขอบคุณทุกคนนะคะ ที่ทักเข้ามาชม บอกว่าได้เห็นพัฒนาการการแสดงของเจนในเรื่องนี้อย่างชัดเจนมาก ๆ ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งบทบาทของแป้งร่ำในเรื่อง จะเป็นเด็กซน ๆ แก่น ๆ ที่มีความกล้าได้กล้าเสีย เป็นคนที่ไม่กลัวอะไรเลย คิดอะไรก็จะทำออกมาแบบนั้น เพราะเป็นคนตรง ๆ ซึ่งสิ่งที่เจนชอบที่สุดในตัวแป้งร่ำ คือเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ๆ ยอมเสียสละความสุขของตัวเอง เพื่อที่จะให้คนอื่นมีความสุข อยากให้คนที่เขารักได้สิ่งที่ดีที่สุด ถามว่ายากไหม เจนต้องบอกว่า การทำการบ้านกับละครเรื่องนี้ไม่หนักมากค่ะ เพราะนิสัยส่วนตัวของเจนจริง ๆ กับแป้งร่ำ มีความคล้ายกัน แป้งร่ำจะไม่ได้มีความผู้หญิงจ๋า   จะมีความแมน ๆ มากกว่า เลยรู้สึกว่าเจนเป็นตัวแป้งร่ำได้ค่อนข้างเป็นธรรมชาติ รู้สึกเหมือนได้เป็นตัวของตัวเองพอสมควร แล้วยิ่งพอได้มาเจอกับพี่มิกค์ในบท “พี่ก้าน” การทำงานก็ยิ่งดีมากค่ะ เพราะเราเคยร่วมงานกันมาก่อนแล้ว ดังนั้นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังการทำงาน   คือสนุกมาก ๆ ค่ะ

 ส่วนใครที่ถามว่า ในละครจะมีฉากหวาน ๆ ให้ชมกันเยอะไหม แอบสปอยล์เลยนะคะว่า ความน่ารักของตัวละคร อย่างฉากฟิน ๆ อาจจะมีให้อินกันบ้างเบา ๆ  เพราะตั้งแต่เริ่มอย่างที่ทุกคนได้เห็น แป้งร่ำจะมีการไต่ระดับตั้งแต่เป็นเด็ก จนเริ่มโตเป็นสาว ดังนั้นฉากฟิน ๆ ก็จะมีมาเป็นระยะ ๆ แต่มีให้ชมกันแน่นอนค่ะ และอีกมุมมองหนึ่ง ที่เจนมองว่าเป็นเสน่ห์ของละคร คือเรื่องนี้มีความเป็นธรรมชาติอยู่สูงมาก ๆ ไม่ได้ดูเป็นละครจนเกินไป เนื้อหามีความเป็นชีวิตจริง ๆ อยู่ค่อนข้างเยอะ และที่สำคัญคือครบรส มีทั้งคอเมดี โรแมนติก ดราม่า ทุกอย่างรวมอยู่ในพรหมพยศทั้งหมด เจนก็เลยรู้สึกว่าดูเรื่องนี้แล้ว คุ้มกับผู้ชมแน่นอนค่ะ

เจนอยากฝากให้ทุกคนติดตามพรหมพยศไปเรื่อย ๆ ถึงตอนจบเลยนะคะ เจนมั่นใจเลยว่าละครสนุกจริง ๆ ใครที่คาดหวังจะไม่ผิดหวังแน่นอน เจนขอฝากตัวละครแป้งร่ำ รวมถึงตัวละครอื่น ๆ ด้วย พวกเราทีมงาน และนักแสดงตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่จริง ๆ อยากให้แฟนละครทุกคนสนุกและมีความสุขไปกับพวกเราค่ะ” ติดตามความสนุกของละคร  “พรหมพยศ” ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.40 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35

“ภารกิจลวงรัก” ปล่อย Official Trailer ฉบับเต็ม  แฟน ๆ แห่ชื่นชม เคมี 4 นักแสดงนำลงตัวเกินต้าน

เมื่อวันก่อน (19 กันยายน 2568 เวลา 20.00 น.) ช่องทาง YouTube : ค่าย VibeBerry Studio ได้ปล่อย Official Trailer ฉบับเต็มของซีรีส์ “Mission Love or Lies ภารกิจลวงรัก” ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกันเป็นครั้งแรก และทันทีที่เผยแพร่ก็สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ทันที แฟน ๆ ทั้งชาวไทย และอินเตอร์แฟน พากันคอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันว่า “สมการรอคอย” พร้อมชื่นชมเคมีของ 4 นักแสดงนำ พลอย พีรชาดา ขุนรักษ์, พั้นซ์ นภัสนันท์ กาละพันธ์, เทียน อัจฉรี บัวเขียว และ คิตตี้ นันทภัค อรัญญาเกษมสุข

ที่ถ่ายทอดอารมณ์และความสัมพันธ์ได้เข้มข้น น่าติดตาม และมีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยในเทรลเลอร์เผยให้เห็นบรรยากาศของภารกิจสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยความลับและความรู้สึกอันซ่อนเร้น จนกลายเป็นเส้นเรื่องที่ชวนลุ้นระทึก ขณะเดียวกันยังอบอวลด้วยความโรแมนติกที่ทำให้แฟน ๆ ฟินจิกหมอนกันถ้วนหน้า แถมยังได้ฟังเสียงเพลงประกอบซีรีส์จากสองสาว พั้นซ์ นภัสนันท์ และ คิตตี้ นันทภัค ที่มาสร้างโมเมนต์อบอุ่นด้วยน้ำเสียงอันน่ารัก อีกไม่นานเกินรอ เดือนตุลาคมนี้เตรียมชมกันได้แน่นอน แต่จะออกอากาศช่องทางไหน ขอบอกเลยว่า…อุปส์! ห้ามพลาดเด็ดขาด!

#VibeBerryStudio #MissionLoveorLies #ภารกิจลวงรัก

Scroll To Top