web analytics
SIAMNEWSDAY

“ต่าย – หนุ่ม” ปลื้มได้รับรางวัล “เพชรในเพลง”

เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2563……ต่าย – อรทัย ดาบคำ และ หนุ่ม – ณพสิน แสงสุวรรณ ศิลปินจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คว้ารางวัล “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ  ซึ่งตรงกับวันที่ 29  กรกฎาคม ของทุกปี  โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อพิจารณามอบรางวัลแก่บุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ทั้งนักประพันธ์  นักร้อง ที่มีความสามารถทางภาษาและขับร้องเพลงได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษาไทย  โดย  หนุ่ม-ณพสิน แสงสุวรรณ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย จากเพลง “ปล่อย” และ ต่าย-อรทัย ดาบคำ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง  จากเพลง “คนมีคู่ที่อยู่คนเดียว”

ต่าย – อรทัย ดาบคำ เปิดเผยว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติ  และภูมิใจมากค่ะ ที่ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยได้อย่างชัดเจน เราทุกคนควรร่วมกันอนุรักษ์ และภูมิใจกับการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง  ในฐานะที่ต่ายเป็นศิลปินเพลงลูกทุ่ง ต่ายเต็มที่และทุ่มเทกับการร้องในทุกๆเพลง  ทั้งเรื่องของการใช้ภาษาและการออกเสียงให้ชัดเจน  รางวัลนี้ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจในการร้องเพลงให้ดีและมีคุณภาพต่อไป  อยากฝากถึงน้องๆ ศิลปิน  เยาวชนทุกคน รวมไปถึงแฟนคลับ ให้ช่วยกันอนุรักษ์ภาษาไทย  พูดและเขียนภาษาไทยอย่างถูกต้อง  เพื่อคงวัฒนธรรมด้านภาษาไทยของเราให้คงอยู่ตลอดไปนะคะ”

หนุ่ม – ณพสิน แสงสุวรรณ เปิดเผยว่า

“เป็นความภาคภูมิใจในอาชีพศิลปินของผมมากครับ ขอขอบคุณทั้งผู้ประพันธ์เพลง และทีมงานทุกคนที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆเช่นนี้ออกมา   เนื่องจากรางวัลเพชรในเพลงเป็นรางวัลที่มาจากการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ถึงแม้รูปแบบการร้องเพลงจะเปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัย ในฐานะศิลปิน ผมอยากจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องให้กับทุกคน อยากฝากถึงนักร้องรุ่นใหม่ๆให้ช่วยกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าหากเราสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องแล้ว เพลงไทยจะยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีคุณค่ามากๆครับ”

“ก๊อต จิรายุ” ชวนเปิดประสบการณ์ ‘หัวใจตื่นรู้’

ชมสารคดีค้นหาความหมายแท้จริงของชีวิต…..หากพูดถึง ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล หลายคนอาจนึกถึงเขา ในบทบาทนักแสดงระดับแถวหน้า ที่มากฝีมือและฝากผลงานดีๆเอาไว้มากมายผ่านหน้าจอ แต่ลึกลงไปถึงการใช้ชีวิต หากใครที่ติดตามเขาผ่านโซเชียลมีเดียและการให้สัมภาษณ์ ก็จะพบว่าผู้ชายคนนี้ก็มีแง่มุมในการใช้ชีวิตที่น่าสนใจและชวนติดตามไม่แพ้กัน นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตื่นรู้ กับ We Oneness หรือ โครงการขับเคลื่อนสังคมแห่งการตื่นรู้สู่หนึ่งเดียวกัน โดยมูลนิธิสหธรรมิกชน ภายใต้การสนับสนุนของ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา ในกิจกรรมการเปิดตัวสารคดี ’หัวใจตื่นรู้’

ตื่นจากโลกที่เคยหลับใหล…

การตื่นรู้ (Awakening) เป็นสภาวะหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าถึงอย่าเท่าเทียม เป็นสภาวะที่ถูกให้นิยามไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปได้ว่าเป็นสภาวะแห่งการเข้าถึงธรรมะหรือธรรมชาติในสภาพเดิมแท้ เป็นการตระหนักรู้แบบรู้แจ้งเห็นจริง เห็นสภาพเดิมแท้ของตนเองและสรรพสิ่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจต่อความหมายที่แท้จริงของชีวิต

อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ก๊อต จิรายุ หันมาสนใจเรื่องการตื่นรู้? “ปกติผมเป็นคนช่างสงสัยอยู่แล้ว ลองศึกษานี่นั่นหลายอย่าง แต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ ผมเคยคิดว่าผมมีความรู้เป็นพื้นฐาน มีรถ มีบ้าน มีเงินทอง แต่ทำไมถึงยังรู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกไม่มีความสุข จนต้องมาตั้งคำถามว่าท่ามกลางสิ่งต่างๆที่ผมมีในชีวิต ความสุขมันอยู่ตรงไหน? ทำไมเรายังทุกข์? หรือจริงๆแล้วปัจจัยภายนอกมันไม่ได้มีผลกับความสุข?”

“จนกระทั่งได้ไปปฏิบัติที่ศูนย์วิปัสสนา ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า 10 วัน ซึ่งจะต้องปิดวาจา ไม่พูดคุยกับใครตลอดทั้งสิบวันนั้น เป็นการไปคลายเอาสมมติต่างๆในชีวิตออก แล้วใช้ความเพียรพยายามแหวกว่ายไปสู่ความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งตลอดเวลาที่ปฏิบัติอยู่นั้นผมได้เห็นถึงความแปรปรวนที่เกิดขึ้นในร่างกายของเราตลอดเวลา อย่างเวลาเราปฏิบัตินานๆก็จะเจ็บขา รู้สึกทรมาน ก็จะถามตัวเองว่าส่วนไหนของฉันที่เจ็บ ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีส่วนไหนในร่างกายที่เป็นของเราจริงๆเลย ทุกอย่างล้วนประกอบมาจากธรรมชาติ แล้วก็พิจารณาได้ว่าแม้ร่างกายเจ็บ แต่ความคิดเราไม่ต้องเจ็บก็ได้ เราแค่เห็นอาการอย่างที่มันเป็นอยู่ แต่ไม่ได้เอาใจไปปรุงแต่งมัน…มีโมเมนต์หนึ่งที่ผมได้สัมผัสกับสภาวะที่ไร้ความคิด เป็นความรู้สึกตัวล้วนๆ รู้สึกถึงดิน รู้สึกถึงต้นไม้ รู้สึกถึงสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างแท้จริง และรู้สึกว่าได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสิ่งในโลก”

เส้นทางแห่งความตื่นรู้

เมื่อพบเส้นทางแห่งการตื่นรู้แล้วชีวิตของ ก๊อต จิรายุ เปลี่ยนไปอย่างไร? “ผมมีความคิดต่อตนเองในรูปแบบใหม่ พบว่าต้นตอของความทุกข์คือเรา…ไม่ใช่โลก พอรู้ว่าอะไรคือสุข อะไรคือทุกข์อย่างแท้จริง ซึ่งมันทำให้เรามีความสุขที่ปราณีตมากขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วธรรมชาติแสดงความละเอียดอ่อนต่อเราตลอดเวลา แต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยฝึกฝนตัวเองให้เข้าถึงความละเอียดอ่อนนั้น ทำให้เราตั้งคำถามว่าเราจะมีประโยชน์อะไรได้บ้างในทุกๆที่ที่เราไป มันทำให้เรามีมุมมองที่เปลี่ยนไปทั้งต่อตัวเอง ต่อเพื่อนร่วมโลก และต่อโลกใบนี้ เราหันกลับมาพึ่งตนเองให้ได้ เป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ เพราะได้รู้แล้วว่าเราทุกคนและทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงกันไปหมด”

ซึ่งประสบการณ์ของก๊อต จิรายุ ที่มาร่วมแชร์นั้น สอดคล้องไปกับเรื่องราวในสารคดีหัวใจตื่นรู้ ที่ประกอบด้วย 4 ภาค คือ ภาค 1 ทักทายโลกที่หลับใหล (SLEEP) เรื่องราวช่วงก่อนการเดินทางภายในชีวิตเป็นไปตามความกลัวและความปรารถนาของตัวตน ความคิด ความเชื่อและคุณค่าที่สังคมกำหนด จนกระทั่งได้พบกับจุดเปลี่ยน ที่ทำให้การเดินทางภายในเริ่มต้นขึ้น ภาค 2 จุดเริ่มของหัวใจตื่นรู้ (AWARENESS) เรื่องราวเมื่อคุณเริ่มหันมาสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ธรรมะ ความจริงของชีวิตและจิตใจ ลองฝึกปฏิบัติ แต่บางครั้ง เราอาจติดกับดักความรู้ในระดับของความคิด จนกว่าจะสัมผัสความจริงด้วยใจ ภาค 3 สู่ปรากฏการณ์ใหม่ “หัวใจตื่นรู้” (AWAKENING) เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางภายใน นั่นคือทักษะในการมีสติรู้ตัวตามความเป็นจริง เพราะความจริงของกายและใจ ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยความรู้ ความคิดหรือความเชื่อ หรือคำสอนใดๆ และภาค 4 หนึ่งเดียวกัน..เราคือโลก โลกคือเรา (ONENESS) เมื่อพบหนทางที่ถูกต้อง ความจริง ความงามและความรักก็ปรากฏในชีวิต เพราะเห็นความจริงของตัวตน ความยึดมั่นถือมั่นก็จางคลาย เพราะคุณรู้และเข้าถึงแล้วในความเป็นหนึ่งเดียวกัน

ชวนเปิด ’หัวใจตื่นรู้’

สารคดีหัวใจตื่นรู้ คืองานต่อยอด รวบรวม ตกผลึกความคิด และองค์ความรู้ ประเด็นเรื่อง การ “ตื่นรู้” สู่ “ความเป็นหนึ่งเดียวกัน” ออกมาในรูปแบบสารคดี รวบรวมคำสัมภาษณ์ที่เข้มข้นของเหล่าครูอาจารย์แห่งการตื่นรู้ ได้แก่ พระไพศาล วิสาโล / พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี / พระโพธินันทะ / สุลักษณ์ ศิวรักษ์ / เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ / ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ / โจน จันใด / คามิน เลิศชัยประเสริฐ / ธนญชัย ศรศรีวิชัย / ธนวัชร์ เกตน์วิมุต / สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์

เมื่อได้รับชมสารคดีหัวใจตื่นรู้ ก๊อด ก็แชร์ความรู้สึกของเขาว่า “จากที่คนในสารคดีนี้ต่างเล่าออกมา กับประสบการณ์ที่ผมเคยได้รับมันไม่ต่างกัน เรามีปมประเด็นคล้ายๆกันในชีวิต แต่ประสบการณ์อาจจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เราเป็นผู้ฝึกฝน เรามีทั้งนิสัยเก่าและนิสัยใหม่ผสมกันอยู่ แต่ผมรู้สึกว่าผมมาถูกทาง รู้สึกได้ว่าเราค่อยๆตื่นขึ้น ถ้าเรายังไม่ตื่น เราจะรับรู้ได้แต่คุณค่าที่โลกใบนี้บอกกับเรา แต่หากเราเริ่มตื่นขึ้นแล้วเราจะเห็นคุณค่าที่เรามีในตัวเอง เราจะเข้าใจได้ถึงพลังภายในของตัวเอง ที่มีทั้งพลังสร้างสรรค์และพลังทำลายล้าง แล้วเราจะรู้ว่าเราจะไปต่อในหนทางไหน”

“ทุกช็อตในสารคดีนี้มันโดนใจ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าคนเหล่านี้ที่ตื่นรู้ เขาตั้งคำถามว่า คุณค่าของชีวิตคืออะไร? รู้สึกชื่นใจที่มีสารคดีนี้ เพราะการทำงานในวงการบันเทิง มันทำให้เรารู้ว่าสื่อมีอิทธิพลอย่างมากอผู้คน สิ่งที่เราดูอยู่กันทุกวันนี้มันทำให้เราสนใจสิ่งภายนอกกันมาก ไม่ว่าจะข่าวหรือละคร มันคงดีกว่าถ้าจะมีสื่อที่สามารถชวนให้คนหันกลับมาสนใจกับเรื่องชีวิตของตนเองด้วย” ก๊อด จิรายุ กล่าวปิดท้าย

สารคดีหัวใจตื่นรู้ ทั้ง 4 ภาค มีให้รับชมแล้ว ทาง https://www.skilllane.com/courses/sleep-awareness-awakening-oneness โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพิ่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเองของคนไทยทุกคน

“กาย-ฮารุ”เล่าวีรกรรม 3 ยอดกุมาร

“ฮัลโหล ซุปตาร์” สัปดาห์นี้ ชมความน่ารักของครอบครัว สุประกอบ นำทีมโดยคุณพ่อสุดหล่อ กาย-รัชชานนท์ ควงแขนศรีภรรยา ฮารุ สุประกอบ พร้อมด้วย 3 ยอดกุมาร คิริน, ไนร่า และ เอเดน มาเผยเคล็ดลับการเลี้ยงลูกที่ไม่เหมือนใคร งานนี้ 3 พิธีกร นีโน่-เมทนี บุรณศิริ, แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น และ นุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร รับหน้าที่ล้วงลึกเรื่องราวความสนุก และวีรกรรมความแสบซนของเด็ก ๆ ให้ได้รู้กัน

เปิดเวทีด้วยความสดใส เมื่อ นีโน่-แอร์-นุ้ย เชิญซุปตาร์ครอบครัว สุประกอบ ที่แต่งตัวน่ารักมาในธีมเดียวกัน ก่อนจะชวน กาย-ฮารุ และเด็ก ๆ นั่งพูดคุยย้อนความทรงจำสมัยจีบกันใหม่ ๆ จนตอนนี้มีโซ่ทองคล้องใจถึง 3 คน ซึ่งวิธีการเลี้ยงลูกที่ไม่เหมือนใครของทั้งคู่ ทำให้เกิดรายการสนุก ๆ ของ 3 ยอดกุมาร ทางแชนแนลยูทูป จนมีผู้ติดตามเกือบ 1 ล้านคน นอกจากนี้ พ่อกาย กับ แม่ฮารุ ยังขอเม้าท์วีรกรรมความแสบของ คิริน, ไนร่า และ เอเดน บอกเลยว่าแฟน ๆ ที่หลงรัก 3 ยอดกุมาร ต้องอมยิ้มไปกับความน่ารักแน่นอน

ติดตามความสนุกสนานทั้งหมดนี้ได้ในรายการ “ฮัลโหล ซุปตาร์” วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้
เวลา 15.30 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 หรือไลฟ์สด Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD กด 35  ทางโซเชียล Facebook, IG, Twitter: Ch7HD และ Ch7HD Entertainment ทางเว็บไซต์ : www.ch7.com หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง Bugaboo.tv

โนบราสุดสยิว ..เปิดตัว “มิ้นท์-ณัฐวรา” สวยสง่า ในชุดถวายตัว

มาในลุคสวยนางพญาจนใครเห็นเป็นต้องเหลียวหลังคอแทบหัก  สำหรับ นางร้ายหน้าสวย “มิ้นท์-ณัฐวรา วงศ์วาสนา” ที่ต้องเข้าฉากถวายตัวให้กับ พระเอก “โอม-อัชชา นามปาน” ในละคร “ภูตรัตติกาล” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8

งานนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะชุดที่สาวมิ้นท์ ต้องใส่เข้าฉากถวายตัวนั้น พูดเลยว่า สวยสะดุดตาและเซ็กซี่ สุด ๆ เพราะนอกจากจะแฝงไปด้วยกลิ่นอายชุดแนงเชียงตุง ไทยลื้อ ของทางภาคเหนือแล้ว ที่ทำเอาสุดุดตาจนอ้าปากค้างหนักเข้าไปอีก เพราะ ชุดด้านบนเป็นซีทรู เปลือยอก ไม่พอ ขอเพิ่มเลเวลความเซ็กซี่ ด้วยการเปลือยแผ่นหลัง แถมทั้งชุดปักด้วยเลื่อม ระยิบระยับ ชายผ้ายาวกรุยกรายลากพื้น ข้างในนุ่งด้วยผ้าซิ่นสั้น ปักดิ้นสีทอง เรียกได้ว่าซีนนี้สาวมิ้นท์ ทุ่มทุนสุด ๆ เพราะชุดค่อนเซ็กซี่ มากแต่สาวมิ้นท์ก็ใจกล้า ยอมสวมชุดนี้เพื่ออรรถรสที่สมจริง  

โดยฉากนี้เป็นฉากที่ ม่านฟ้า(มิ้นท์-ณัฐวรา)  ใส่ชุดถวายตัวมาหา เจ้าหลวงคำเมือง(โอม-อัชชา)  เจ้าหลวงคำเมืองที่อยู่ในอาการเมาสุราเห็นม่านฟ้าแล้วถึงกับตะลึงในความงาม จนเจ้าหลวงคำเมืองอดใจไม่ไหว เชยคางม่านฟ้าแล้วโน้มตัวลงจูบ เรียกว่าฉากนี้นอกจากสาวมิ้นท์จะทุ่มทุนใส่ชุดเซ็กซี่แล้ว เรื่องเลิฟซีนเธอก็ขอสู้ตาย เพราะเรียกได้ว่า สุดนัว กับพระเอกโอม อัชชาได้อย่างถึงพริกถึงขิง ซึ่งดูจากรูปที่เรานำมาเรียกน้ำย่อยให้ดูกันในวันนี้ ยังสุดปังขนาดนี้ แล้วในละครจะเซ็กซี่และสวยขนาดไหน ตามดูกันต่อได้ในละคร “ภูตรัตติกาล”  ใน วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น.  ทางช่อง 8 กดเลข 27   

“โย-ปราณวรินทร์” ผุดรายการ Pink Source จับ “มุกดา –นรินทร์รักษ์” เผยหนุ่มในสเป็ก!!!

หลังจากออกเรือนไปกับทายาทหนุ่มเจ้าของโรงแรมเชอราตัน นักแสดงสาวมากฝีมือ โย-ปราณวรินทร์ ก็ห่างหายงานแสดงไปพักใหญ่ เพื่อทำตามความฝันของตัวเอง ด้วยการเป็นเจ้าของรายการทาง Youtube โดยปิ๊งไอเดียที่จะมาเอาใจสาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบเรื่องราวของ Lifestyle, Fashion, Beauty, Healthy Food และอีกหลากหลายเรื่องราวผ่านรายการ PS Pink Source โดยใน Ep.1 ได้นางเอกสาวสุดฮอต มุกดา-นรินทร์รักษ์ จากช่อง 7HD มาพูดคุยแบบกันเองและสนุกสนาน โดยสาวโยเผยถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า

“โยอยากทำรายการแบบนี้มานานแล้วค่ะ เพราะมีข้อมูลเยอะ และค่อนข้างหลากหลาย ทั้งเรื่องราวของไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เรื่องความสวยความงาม เรื่องสุขภาพ ซึ่งโยมองว่า ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่ใส่ใจในเรื่องนี้ ผู้ชายก็สามารถดูได้ ในส่วนของแขกรับเชิญ โยก็วางไว้ว่า น่าจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่สามารถมาพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ อย่าง ep. 1 โยก็เชิญน้องมุกดา มานั่งพูดคุยถึงการดูแลสุขภาพ การดูแลตัวเองอย่างไรให้ดูดี ทั้งที่ต้องทำงานหนัก ที่สำคัญเรื่องราวในชีวิต เช่น ความรัก มีแฟนหรือยัง หรือหนุ่มๆ สเป็กที่อยากได้เป็นอย่างไร  ซึ่งน้องเค้าก็เปิดเผยนะคะ โยก็อยากให้ติดตามรายการ PS Pink Source ทางช่องยูทูปค่ะ” 

GQ Apparel จับมือ PT Station จำหน่าย GQWhite™ Mask ไม่ต้องลงจากรถก็ซื้อได้เลย!

จีคิว แอพพาเรล (GQ Apparel) แบรนด์ไทยที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องแต่งกาย ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน PT จำหน่าย GQWhite™ Mask หน้ากากผ้ากันน้ำ หวังช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงหน้ากากผ้าได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เพราะลูกค้าสามารถซื้อหน้ากากได้เลยที่บริเวณหัวจ่ายน้ำมันโดยไม่ต้องลงจากรถ เพื่อความสะดวกและ รวดเร็วของลูกค้า เริ่มเดือน ก.ค. 2563 นี้ ในเขตกรุงเทพฯ ก่อนขยายพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ  

จอร์จ ฮาร์เทล ประธานบริหารฝ่ายการตลาด GQ Apparel กล่าวว่า “ตอนนี้หน้ากากผ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริโภค เชื่อว่ารถทุกคันที่แวะปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน ถ้าจะเข้าห้องน้ำหรือซื้อขนมทาน ก็ยังคงต้องใส่หน้ากากและยังต้องรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนรอบข้าง บางคนอาจจะลืมใส่หน้ากากออกจากบ้าน จีคิวจึงอยากให้ลูกค้าที่แวะปั๊ม PT สามารถซื้อหน้ากากผ้า GQWhite™ Mask ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ ยับยั้งแบคทีเรีย 99.9% มีสายปรับได้ และซักได้กว่า 30 ครั้ง ได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องลงจากรถ ซึ่งGQWhite™ Mask มีขายทั้งแบบของผู้ใหญ่ทั้งสีขาวและสีดำและสำหรับเด็กด้วย จะเดินทางไปไหนรับรองว่ามีหน้ากากผ้าใส่อุ่นใจถึงปลายทางแน่นอน” 

ในโอกาสนี้ GQ Apparel และสถานีบริการน้ำมัน PT Station ขอส่งความห่วงใยไปยังคนไทยทั่วประเทศ

หาซื้อ GQWhite™ Mask ได้แล้ววันนี้ที่สถานีบริการน้ำมัน PT Station ทั่วประเทศ

#GQxPTStation

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นที่

Facebook: https://www.facebook.com/GQApparel

Instagram: https://instagram.com/gqapparel_official?igshid=hjlgy0005s6i

LINE: @gqapparel

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เดินหน้าเยียวยากลุ่มเปราะบาง

World Vision Foundation of Thailand หรือ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย องค์กรคริสเตียนทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัวและชุมชน งานบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน และ การส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคมมายาวนานเป็นปีที่ 46 โดยปัจจุบันมีโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว และ ชุมชน ดำเนินการอยู่จำนวน 76 โครงการในพื้นที่ 42 จังหวัดในประเทศไทย มีเด็กในความอุปการะจำนวน 62,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานในการดำเนินกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในระดับ หมู่บ้าน รวมถึง ชุมชนที่เด็ก ๆ อาศัยอยู่ โดยทำงานร่วมกับหุ้นส่วนในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ตลอดจนครอบครัวเป้าหมาย และ เด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการทำงาน

ล่าสุดทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เผยถึง ‘การดำเนินงานการตอบสนอง 90 วัน ป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19’ ซึ่งที่ผ่านมานั้น เกิดผลกระทบกับเด็ก ๆ ทั่วประเทศ รวมไปถึงกลุ่มเด็กเปราะบางยากไร้เหล่านี้ โดยสถานการณ์ที่การรักษาของโรคที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษา จึงจำเป็นจะต้องเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไม่ให้กลับมาระบาดในรอบที่สอง ซึ่งจะเห็นได้ว่านับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินงานตอบสนองและให้ความช่วยเหลือเด็กในความอุปการะ เด็กเปราะบางยากไร้ รวมถึงชุมชนและแรงงานข้ามชาติ กว่า 200,000 คน ให้สามารถป้องกันตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย รวมไปถึง การแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น อย่าง สบู่เหลว หน้ากากอนามัย ทั้งหมดกว่า 300,000 ชิ้น เพื่อช่วยลดโอกาสการติดเชื้อสำหรับชุมชนและพื้นที่ที่ขาดแคลน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังพร้อมผสานความร่วมมือด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์

โดยช่วงหลังวิกฤต COVID-19 ทางมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับชีวิตเด็ก ๆ ยากไร้อีกจำนวนมาก และหลายครอบครัวที่ต้องเผชิญกับสภาวะและความฝันของเด็ก ๆ อาจไม่ได้ไปต่อ เนื่องจากความยากลำบากที่ครอบครัวที่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงเรื่องรายได้และอาชีพของพ่อแม่ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอาหารการกิน รวมถึงค่าใช้จ่ายอุปกรณ์การเรียน-อ่านเขียนในช่วงเปิดเรียน เราจึงมุ่งเน้นการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนให้เด็กและครอบครัวได้อิ่มท้องและอิ่มความรู้ โดยการส่งมอบนมกล่องกว่า 200,000 กล่อง ให้แก่เด็กปฐมวัย และแจกจ่ายอาหาร ถุงยังชีพให้ครอบครัวของเด็กที่ได้รับผลกระทบ กว่า 4,000 ชุด รวมไปถึงการมอบสื่อบ้านแห่งการเรียนรู้ จำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 ชุด เพื่อส่งเสริมให้เด็กเตรียมพร้อมกลับเข้าสู่โรงเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบและดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังเสริมเกราะความเข้มแข็งให้พร้อมต่อสู้กับไวรัสในการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันให้แก่ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่และเหล่าอาสาสมัครสาธารณสุขกว่า 10,000 ชุด ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19

นอกจากนี้ ลักษณะของโครงการยังมุ่งเน้นการผสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมกว่า 159 แห่ง เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 ให้มีความตระหนักถึงการป้องกัน และการปกป้องคุ้มครองเด็กในภาวะวิกฤต โดยการร่วมมือในครั้งนี้ได้หน่วยงาน WHO กรมควบคุมโรค และ มูลนิธิรักษ์ไทย เปิดบริการสายด่วนโควิด 1422 เพื่อให้ความรู้แก่แรงงานข้ามชาติโดยเฉพาะ หรือ หน่วยงาน STARFISH LABZ และ สสส. พัฒนาสื่อดิจิตัลส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับ COVID-19 และการดูแลเด็กในภาวะวิกฤตโควิด-19 พร้อมทั้งอีกกว่า 16 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรภาคประชาชน จัดทำ คู่มือแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของ  COVID-19 ทั้งยังได้เหล่านักแสดงและผู้มีชื่อเสียงอีกมากมายร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกระบอกเสียงเพื่อสะท้อนความรู้สึก และความกังวลต่อสถานการณ์ COVID-19

สำหรับตลอด 90 วันที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เดินหน้าดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กและครอบครัว เด็กเปราะบางยากไร้ ชุมชน และกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามแนวทาง ‘ชีวิตวิถีใหม่’ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว ชุมชนและดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืน

             และหลังจากนี้ตลอดทั้งปี ทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคงสานต่อแผนงานการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา เด็กและครอบครัวยากไร้เปราะบางหลังวิกฤตโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทรศัพท์ 02-022-9200 ถึง 2  หรือ อีเมลล์ info@worldvision.or.th  LINE: @worldvision-thai และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.worldvision.or.th

ถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คณะกรรมการสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และศิลปินรับเชิญร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ รายการถวายพระพรเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11(NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

และต่อเนื่องคณะกรรมการ สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) สนามเป้า กรุงเทพฯ

ซึ่งปัจจุบัน สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รักษาการณ์นายกสมาคมฯ โดย นางนันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ได้นำคณะกรรมการมาร่วมถวายพระพรชัยมงคล ได้แก่ เศรษฐา ศิระฉายา (ศิลปินแห่งชาติ), วินัย พันธุรักษ์ (ศิลปินแห่งชาติ) พร้อมด้วย ศรีไศล สุชาติวุฒิ, ทิพย์วัลย์ ปิ่นภิบาล, โฉมฉาย อรุณฉาน, รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส, อารมณ์ พิลิกแก้ว, นฤมล ล้อมทอง, รุ่งโรจน์ สาลิฟา, จิ๊ป-วสุ แสงสิงแก้ว, อุไรรรณ ทรงงาม, นฤมล สมหวัง, มนตรี แพร่ศิริพุฒิพงศ์, ศรัณย์ คุ้งบรรพต, ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ และโชคชัย หมู่มาก

“โอห์ม-ฐิติวัฒน์” ตื่นเต้น ได้ถ่ายทอดอารมณ์..คนแอบรัก

หลายคนคงได้ยินผ่านหูมาบ้างแล้ว สำหรับเพลง “บอกรักในใจ” ที่ใช้ประกอบละคร ละครภูตรัตติกาล ทางช่อง 8   ทำเอาแฟนละครถึงต้นเสียงของเพลง พูดเลยว่าไม่ใช่ใครที่ไหน ต้นเสียงนุ่ม ๆ ในเพลงนั้น นั่นคือ หนุ่ม “โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ” งานนี้ทำเอาโอห์มตื่นเต้นและดีใจ  ที่ได้เป็นตัวแทนถ่ายทอดอารมณ์ของคนแอบรักผ่านบทเพลงนี้ และไม่แปลกใจที่น้ำเสียงฟังแล้วชวนอิน เพราะเพลง ๆ นี้ร้องออกมาจากความรู้สึกของตัวละคร ผาเมือง และ มิ่งเมือง ที่โอห์มได้รับ นั่นเอง 

            โอห์ม กล่าวว่า “วันนี้รู้สึกดีใจมากและขอบคุณทางผู้ใหญ่นะครับ ที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้โอห์มได้มาร้องเพลงประกอบละคร ภูตรัตติกาล เป็นตัวแทนของบทผาเมือง ในละคร ขอบคุณพี่กุ้ง และทีมผู้ใหญ่ของอาร์เอสด้วยครับ วันนี้เราก็ทำเต็มที่ครับ เพลงบอกรักในใจเวอร์ชั่นนี้ก็ยากตรงที่เป็นเมโลดี้ใหม่ เพื่อเป็นแนวของเราเลย เราเองก็จะใส่ความเป็นตัวละครของผาเมืองลงไป เราร้องด้วยความรู้สึกนั้นจริง ๆ ว่าเราแอบรักเจ้าภาสินี ในเรื่อง เป็นความรักที่เราคาดหวังไม่ได้เพราะเราไม่ได้สูงศักดิ์เท่าเค้า ก็เป็นจุดเชื่อมที่ทำให้เราสื่อเพลงนี้ออกมา อยากจะให้คนหฟังได้สัมผัสความรู้สึกนั้นไปด้วย  เรื่องนี้เป็นครั้งที่สองที่พี่กุ้งให้โอกาสมาร้องเพลงประกอบละคร เรื่องแรกจะเป็นเรื่องใจลวงครับ ในภูตรัตติกาลก็จะมาร้องอีกแบบนึง

  ก่อนมาอัดเพลงนี้เราเตรียมตัวเยอะมาก เราก็คุยกับโปรดิวเซอร์เพลงตลอด ว่าชอบอารมณ์แบบไหนอีกอย่างเพลงนี้อยากทำออกมาให้มันร่วมสมัย ให้เข้ากับตัวเราและตัวละครมากที่สุดและในที่สุดก็ออกมาเป็นเพลงนี้ที่เราตั้งใจทำกันมาก สุดท้ายอยากฝากละคร ภูตรัตติกาล  ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 8 เป็นละครที่สนุกครบรส นักแสดงทุกคนตั้งใจมาก ๆ  และฝากเพลง บอกรักในใจด้วยนะครับ ฟังกันได้ทางยูทูปช่อง 8 หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ ”

Scroll To Top