web analytics
SIAMNEWSDAY

จิม ทอมป์สัน ถ่ายทอดความงามจากทิวเขาและผ้ามัดหมี่

ผ่านคอลเลกชันใหม่ Jim’s Field of Dreams

พาส่องคอลเลกชันเรดี้ทูแวร์ที่ถ่ายทอดภูมิทัศน์อันงดงามของเมืองไทย พร้อมเชิดชูมรดกการทอผ้าดั้งเดิมผ่านซิลลูเอตและลายพรินต์สุดไอคอนิก

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย พาเหล่าแฟชั่นนิสต้าไปสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามชวนฝันในคอลเลกชันเรดี้ทูแวร์ล่าสุด Jim’s Field of Dreams ดึงแรงบันดาลใจจากทิวทัศน์อันอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยและเทคนิคการทอแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะเทคนิคการทอผ้ามัดหมี่ของชุมชนช่างทอท้องถิ่น

คอลเลกชันนี้นำเสนอมุมมองใหม่จากวิถีชีวิตที่เปี่ยมเสน่ห์ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม และนิทรรศการหมู่บ้านไทยผ่านดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมถ่ายทอดลวดลายจากมรดกทางวัฒนธรรมในพาเลตสีสดใสและซิลลูเอตที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ครีเอตเป็นแฟชันไอเทมที่ตอบโจทย์โมเดิร์นไลฟ์สไตล์และหยิบมาใส่ได้ทุกวัน

ทุกซิลลูเอตในคอลเลกชันออกแบบให้เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์และกางเกง Palazzo ผูกเชือกที่ให้ลุคชิล ๆ ส่วนแจ็กเก็ตผ้าเบาสบายที่แมตช์กับกางเกงขากว้างก็ได้เป็นลุคเก๋ที่โดดเด่นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เดรสในคอลเลกชันนี้มาในสไตล์เฟมินินที่สวยน่ามอง ทั้งแม็กซี่เดรสแขนยาวผ้าไหม Habotai และเดรสแขนกุดทรงคลาสสิกเข้ารูปกำลังดี หรือเลือกเป็นเดรสคอจีนกระดุมหน้าที่ดูเรียบเท่ ส่วนเดรสคาฟทานเปิดหลังก็เป็นอีกลุคที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมดีเทล

ลายพรินต์ใน Jim’s Field of Dreams สะท้อนภูมิทัศน์และวัฒนธรรมอันงดงามของไทย ผสานงานทอดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ลวดลาย Trogon Birds ได้แรงบันดาลใจจากนกขุนแผน (นกสาลิกาดง) ที่พบได้ในพื้นที่เขาใหญ่ กลายเป็นลายกราฟิกที่เบลนด์ดีเทลของธรรมชาติกับลายเส้นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ส่วนลาย San Sai ตีความการทอผ้ามัดหมี่ของช่างทอใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมเสริมด้วยองค์ประกอบของแสงไฟอบอุ่นที่อินสไปร์มาจากเทศกาลปล่อยโคมลอยของภาคเหนือ อีกหนึ่งลายพิเศษคือ Chiang Dao สะท้อนภาพทุ่งหญ้าท่ามกลางดาวเต็มฟ้าผ่านลายมัดหมี่รูปเพชรแสนประณีตในโทนเขียวเข้มและน้ำเงินคราม ลาย Mae Chaem ตีความมัดหมี่ลายเพชรจาก
อ.แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ เป็นกราฟิกสะอาดตาในโทนสีเรียบเท่ ส่วน Hang Dong ได้แรงบันดาลใจภูมิทัศน์โขดหินใน อ.หางดง จ. เชียงใหม่ ผ่านเส้นสายเรขาคณิตและพาเลตต์สีเข้มดูสุขุม และลายพรินต์ Coconut Ikat รังสรรค์ลายใบปาล์มพลิ้วไหวดูสง่างามตัดกับเส้นขอบฟ้า ในโทนสีเขียวตัดกับขาวงาช้างและดำตัดกับครีม

แอกเซสซอรีในคอลเลกชันพร้อมคอมพลีตทุกลุค ทั้ง Similan Bag กระเป๋าปักลาย Nang Yai เป็นการยกย่องศิลปะมหรสพ “หนังใหญ่” ที่ครั้งหนึ่งเคยสงวนไว้สำหรับราชพิธีเท่านั้น และ Silk Pleated Mini Bangkok Satchel Bag กระเป๋าที่ทำจากผ้าไหม 100% พร้อมเทคนิคการจับพลีตที่ดูคลาสสิก มอบใช้งานได้หลากหลายในเฉดสีทองที่เข้ากับทุกลุคตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ส่วนแคปซูลคอลเลกชันสำหรับผู้ชาย ก็มาพร้อมไอเทมจากผ้าคอตตอนและลินินที่เหมาะสำหรับทุกวัน
อวดลายพรินต์ที่มาพร้อมเทกซ์เจอร์เป็นเอกลักษณ์ ทั้งเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้นในลาย Mae Chaem, Hang Dong และ Coconut Ikat ชูความเท่ของลายมัดหมี่ในเฉดสีเอิร์ธโทนและน้ำเงินคราม

คอลเลกชัน Jim’s Field of Dreams วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่สโตร์จิม ทอมป์สัน ทุกสาขา และทางออนไลน์ที่ jimthompson.com

Bangkok International Fashion Week 2025 Visionary Stage at Siam Center

สยามเซ็นเตอร์ ‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ จัดสุดยอดแฟชั่นวีคแห่งปีBangkok International Fashion Week 2025 – Visionary Stage at Siam Center เปิดรันเวย์ 4 วัน 12 โชว์ จาก 12 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Visionary of THAI Creativity พลังไทยสร้างสรรค์สู่ผลงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลก

เริ่มแล้ววันนี้ กับเวที VISIONARY STAGE @Siam Center ในปีนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างสรรค์โครงการเพื่อสนับสนุนไทยสร้างสรรค์ โดยร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ เอปสัน ประเทศไทย นำเสนอ คอลเล็กชั่นพิเศษ Siam Center x ททท. ตอน Thai Creative Experience – เที่ยวไทยสร้างสรรค์ ในรูปแบบ Absolute Siam Collection ถ่ายทอดผลงานแฟชั่นที่ผสานผ้าไทยท้องถิ่นจากจังหวัดห่างไกล กับเทคโนโลยีการพิมพ์สมัยใหม่ พร้อมการสนับสนุนจาก MAC Cosmetics ที่ร่วมคอมพลีทลุคบนรันเวย์ 

ในวันเปิดงาน ‘เก่ง- หฤษฎ์ บัวย้อย’ จากซีรีย์สที่มีความเป็นไทยสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง เขมจิราต้องรอด มาร่วมสะท้อนมุมมองที่มีต่อศิลปวัฒนธรรม ก่อเกิดผลงานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของจิตวิญญาณท้องถิ่น ผ่าน“ผ้าซิ่นตีนแดง” ซึ่งเป็นผ้าไหมทอมือเอกลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยลักษณะผ้าไหมจะเป็นมัดหมี่ลายพื้นเมือง ลวดลาย ‘ฟันเลื่อย’ และ ‘ขอ’ ที่นำมาตีความใหม่แบบร่วมสมัย การเลือกใช้โทนสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของลวดลายผ้ามาตกแต่งบริเวณชายเสื้อเพื่อเพิ่มมิติและความน่าสนใจ ในโชว์เปิดรันเวย์

ซึ่งตัวศิลปินก็ได้กล่าวถึงความตั้งใจในการร่วมงานครั้งนี้ว่า “จากการที่เป็นลูกหลานชาวไทลื้อ คนจังหวัดพะเยาซึ่งเป็นเมืองรอง ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิต ล้วนสามารถต่อยอดและบอกเล่าให้ร่วมสมัยรวมไปถึงสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ คนส่วนมากอาจจะยังไม่รู้ว่าจังหวัดที่ห่างไกลมีของดีอยู่อีกมาก ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องผ้า แต่ยังมี ขนม อาหาร หรืองานหัตถกรรม ที่มีกรรมวิธีการทำเฉพาะตัว และใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น”  เก่ง- หฤษฎ์ บัวย้อย กล่าว

“การได้มาร่วมออกแบบผลงานกับน้อง ๆ นิสิตนักศึกษา บนเวที Visionary Stage @ Siam Center 2025 เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมาก เพราะเราได้เรียนรู้และสร้างสรรค์ไปด้วยกัน สิ่งสำคัญคือการเห็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่นำเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่นและผ้าไทยมาตีความใหม่ และสามารถนำเสนอได้บนเวทีระดับประเทศ ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อแรงบันดาลใจและโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะก้าวสู่เส้นทางสร้างสรรค์ต่อไป การได้มีส่วนร่วมออกแบบจึงไม่ใช่เพียงการสร้างชุดแฟชั่น แต่คือการต่อยอดชีวิตและความฝันของคนรุ่นใหม่ให้ก้าวไกลไปพร้อมกัน”

พิเศษ สินค้าพิมพ์ลายที่ออกแบบโดย เก่ง-หฤษฎ์ สะท้อนคาแรกเตอร์ประจำตัวไม่ว่าจะเป็น T shirt, Tumble และ accessories ต่างๆ จำหน่ายภายในงาน รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล

ในปีนี้ ยังก์ดีไซเนอร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ นอกจากจะนำเสนอเสื้อผ้าผลงานการออกแบบที่สะท้อนคอนเซ็ปต์ความเป็นตัวตน ยังได้นำผ้าไทยท้องถิ่นมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงออกแบบลวดลายแรงบันดาลใจจากผ้าจากจังหวัดที่ได้รับโจทย์ออกมาได้อย่างน่าสนใจและร่วมสมัย เพื่อนำเสนอในคอลเล็กชั่นพิเศษสำหรับโชว์เปิด Siam Center x ททท. ตอน Thai Creative Experience – เที่ยวไทยสร้างสรรค์ ร่วมด้วยศิลปิน-นักแสดงจากหลากหลายสังกัดที่มาร่วมนำเสนอคอลเล็กชั่นพิเศษบนรันเวย์ของคนรุ่นใหม่แห่งนี้

ไม่ว่าจะเป็น ยูโร ยศวรรธน์ – กานต์ ณัฐชา ช่อง 7 HD, ต้นข้าว ชยุตม์ – นินน่า ญาณิน,ฉลาม-เจมส์, EARTH, ซัน, เพียว, โชค ช่อง ONE31, JUNIOR จาก ATLAS, JUSTMINE – NIKAจากXOXO Entertainment, TLE-FIRSTONE, LATTE-KIM, JIMMY-OHM จาก DOMUNDI, โยชิ รินลดา, FORT – PEAT, TEEPOR–SUNBRIGHT, KIN-MYME จาก GMM TV, XEBIS, MICHAEL- TOPTAP จาก CHANGE2561, PEAK จากV3RSE, NOON-PREAWA จาก Star Hunter Entertainment, ยุ่น ภูษณุ, MARK-FLUKE จากซีรีย์ “Rearrange The Series”, ONE TRAINEE, SAMUI, , JENG- PAN, ขมิ้น กิ่งศักดิ์ และ พอช-มังกร จากวง Yes Indeed

งาน Bangkok International Fashion Week 2025 จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้– 12 ตุลาคม 2568 ณ Visionary Stage ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ และ วันที่ 16-19 ณ สยามพารากอน พร้อมพบกับผลงานสร้างสรรค์ของยังก์ดีไซเนอร์โดยวางจำหน่ายที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 และบน ONESIAM SuperApp

รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook, Instagram: SiamCenter #SiamCenter #TheIdeaopolis #BeInspired #BeTheFirst

สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ ททท. และ เอปสัน ประเทศไทยส่งเสริมยังก์ดีไซเนอร์ มอบโอกาสบน Visionary Stage รันเวย์ของคนรุ่นใหม่

สยามเซ็นเตอร์ ‘The Ideaopolis’ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ตอกย้ำจุดยืนการสนับสนุนไทยสร้างสรรค์พร้อมเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสสำหรับยังก์ดีไซเนอร์ จัดสุดยอดแฟชั่นวีคแห่งปีBangkok International Fashion Week 2025 – Visionary Stage at Siam Center เปิดรันเวย์ 4 วัน 12 โชว์ จาก 12 มหาวิทยาลัยและสถาบันทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Visionary of THAI Creativity พลังไทยสร้างสรรค์สู่ผลงานแฟชั่นดีไซน์ระดับโลก

เวที VISIONARY STAGE at Siam Center จัดขึ้นต่อเนื่องสู่ปีที่ 18  ในปีนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน สร้างสรรค์โครงการเพื่อสนับสนุนไทยสร้างสรรค์ โดยร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Epson ประเทศไทย นำเสนอคอลเล็กชั่นพิเศษที่ครีเอตสำหรับรันเวย์นี้โดยเฉพาะ Siam Center x ททท. ตอน Thai Creative Experience – เที่ยวไทยสร้างสรรค์ ในรูปแบบ Absolute Siam Collection เฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสร้างสรรค์ผ้า ลวดลาย และแรงบันดาลใจจากจังหวัดชายแดนของไทย ผ่านแฟชั่นร่วมสมัย เน้นย้ำถึงพลังสร้างสรรค์แบบไทยที่ผสานประเพณีเข้ากับนวัตกรรม และยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่เวทีโลกผ่านการออกแบบของนิสิต-นักศึกษาจากสาขาการออกแบบ/แฟชั่นดีไซน์ทั่วประเทศจำนวน 12 สถาบันได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (CIDI), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสถาบันชั้นนำที่ให้ความสำคัญและมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบและการส่งเสริมด้านแฟชั่นดีไซน์

ในปีนี้ จากความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากพันธมิตร ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปพร้อมกันกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยเติมเต็มการผลิตชิ้นงานจริง ได้เปิดโอกาสให้ยังก์ดีไซเนอร์ได้เรียนรู้จริงในทุกกระบวนการแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ห่างไกล ในจังหวัดที่มีผ้าทอหัตถกรรมอันมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเฟ้นหาวัสดุที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ รากเหง้าของแต่ละท้องที่ อาทิ จังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ น่าน ยะลา อุบลราชธานี มุกดาหาร เลย เป็นต้น มารังสรรค์ผลงานเพื่อสร้างมูลค่าให้ผ้าพื้นเมืองก้าวกระโดดสู่งานสากล ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้สนใจภูมิปัญญาท้องถิ่น  พร้อมกับเชิญชวนให้ทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสศิลปวัฒนธรรมอันมีสเน่ห์ของเมืองไทย

เสริมด้วยเวิร์กชอปพัฒนาทักษะและความรู้ความเข้าใจให้กับเหล่ายังก์ดีไซเนอร์ นิสิต-นักศึกษา ณ ศูนย์การเรียนรู้ Epson Nexttech เปิดโอกาสให้เข้าชมกระบวนการผลิตจริงในแต่ละขั้นตอน รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ล่าสุดที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ให้สีที่คมชัด ติดทน และเรียบสนิท ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมให้การออกแบบจากจินตนาการสามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงได้มากยิ่งขึ้น  ทั้งสองส่วนนี้ผสมผสานกันอย่างลงตัวก่อให้เกิดคอลเล็กชั่นพิเศษที่จะปรากฏบนรันเวย์ในโชว์เปิดของทุกสถาบันการศึกษา พร้อมการสนับสนุนจาก MAC Cosmetics ที่ร่วมคอมพลีทลุคบนรันเวย์

นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำเวทีแห่งพื้นที่ไอเดียสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ยังได้ร่วมมือกับศิลปินรุ่นใหม่ ‘เก่ง- หฤษ์ บัวย้อย’ จากซีรีย์สที่มีความเป็นไทยสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง เขมจิราต้องรอด มาร่วมบอกเล่าความรู้สึกและมุมมองที่มีต่อศิลปวัฒนธรรม ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ยังก์ดีไซเนอร์จากสถาบันการศึกษา ก่อเกิดผลงานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของจิตวิญญาณท้องถิ่น นำมาตีความ เพิ่มมูลค่า และนำเสนอบนเวทีแฟชั่นระดับประเทศ

นอกจากนี้ยังมีโชว์จากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ อาทิ Friday27, FUNDAO, Greyhound และ Leisure Projects กับคอลเล็กชั่นพิเศษที่สะท้อนศักยภาพแฟชั่นไทยสู่สากล บนรันเวย์ Bangkok Internation Fashion Week 2025

งาน Bangkok International Fashion Week 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2568 ณ Visionary Stage ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ และ วันที่ 16-19 ณ สยามพารากอน พร้อมพบกับผลงานสร้างสรรค์ของยังก์ดีไซเนอร์โดยวางจำหน่ายที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 และบน ONESIAM SuperApp

รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook, Instagram: SiamCenter

#SiamCenter #TheIdeaopolis #BeInspired #BeTheFirst

PERSES เพอร์ฟอร์แมนซ์โชว์เติมสีสันบนรันเวย์ centralwOrld Thailand Graduate Fashion Week 2025 ดัน Young Designer โชว์ผลงานสุดล้ำ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ เจี้ยนชา ตอกย้ำความเป็น Global Fashion Destination ของไทย ประกาศเดินหน้า สร้าง Fashion Ecosystem ปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่สู่เวทีโลก ผ่านงาน “centralwOrld Thailand Graduate Fashion Week 2025” ชูคอนเซ็ปต์ “The Original Back to the Roots” ภายใต้ธีม “Flower In Full Bloom” เปิดโอกาสให้ Young Designer จัดแสดงแฟชั่นและเครื่องประดับจาก 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำเสนอผลงานกว่า 300 คอลเลกชันบนรันเวย์มาตรฐานสากล

พร้อมเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อ Young Designer กับอุตสาหกรรมแฟชั่นจริง ทั้ง Pop-Up Store การเชื่อมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ และการสร้างเครือข่าย เพื่อปั้นกำลังสำคัญของวงการแฟชั่นไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ งานยังต่อยอดแคมเปญ “centralwOrld fashion citizens” สร้างคอมมิวนิตีแฟชั่นรวมแบรนด์ดังและผลงานสร้างสรรค์รุ่นใหม่ พร้อมดึงแฟชั่นนิสต้าและคนรักไลฟ์สไตล์เข้าชม และกระตุ้น Foot Traffic และยอดขายภายในศูนย์

centralwOrld Thailand Graduate Fashion Week 2025 จัดเต็มผลงานแฟชั่นสุดล้ำของนักศึกษาไทยบนรันเวย์มาตรฐานสากลที่มาพร้อมกับโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์สุดพิเศษจากศิลปิน T-POP ชื่อดังวันแรก (27 ก.ย.) วง PERSES ขึ้นเวทีโชว์เพลงฮิตและโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์สุดปัง เติมสีสันและพลังให้รันเวย์เดือดสะกดทุกสายตา  

พบแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะร้านค้าแฟชั่นตลอดช่วงแคมเปญ ช้อปร้าน Fashion ครบ 10,000 บาท รับคะแนน The1 1,000 คะแนน (จำกัด 1,000 สิทธิ์, จำกัด 1 ท่าน/วัน) ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities

#centralwOrld #ctwfashioncitizens #CTWGraduateFashionWeek2025 #centralpattana

PROXIE ปลุกรันเวย์ ดันผลงานแฟชั่น Young Designer ใน centralwOrld Thailand Graduate Fashion Week 2025

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ เจี้ยนชา ตอกย้ำความเป็น Global Fashion Destination ของไทย ประกาศเดินหน้า สร้าง Fashion Ecosystem ปั้นดีไซเนอร์รุ่นใหม่สู่เวทีโลก ผ่านงาน “centralwOrld Thailand Graduate Fashion Week 2025” ชูคอนเซ็ปต์ “The Original Back to the Roots” ภายใต้ธีม “Flower In Full Bloom” เปิดโอกาสให้ Young Designer จัดเต็มผลงานแฟชั่นสุดล้ำของนักศึกษาไทยบนรันเวย์มาตรฐานสากลที่มาพร้อมกับโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์สุดพิเศษจากศิลปิน T-POP ที่จะมา เติมความมันส์ทำให้รันเวย์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่แฟชั่น

แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์และพลังดนตรีที่ผสมผสานอย่างลงตัวในช่วงฟินาเล่ สร้างบรรยากาศสุดสดใสกับ 6 หนุ่มบอยกรุ๊ปสุดคิวท์ วง PROXIE นำโดย กัน (GUN) พี่ใหญ่ของวง คิม (KIM) หนุ่มตี๋อินเตอร์     โชกุน (CHOKUN) หนุ่มขี้เล่นแสนซน กร (GORN) หนุ่มหล่อ โปรไฟล์ดี อองรี (ONGLEE) หนุ่มลูกครึ่งเจ้าเสน่ห์ และหนุ่มสายแฟชั่นน้องเล็กของวงอย่าง วิคเตอร์ (VICTOR) ทำให้การเดินแบบบนรันเวย์ครั้งนี้ปิดท้ายด้วยไฮไลต์สะกดทุกสายตา เรียกได้ว่าเป็นการหลอมรวมแฟชั่นและดนตรีที่สมบูรณ์แบบด้วยพลังของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

“centralwOrld Thailand Graduate Fashion Week 2025” จัดแสดงแฟชั่นและเครื่องประดับจาก 11 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำเสนอผลงานกว่า 300 คอลเลกชันบนรันเวย์มาตรฐานสากล

 พร้อมเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อ Young Designer กับอุตสาหกรรมแฟชั่นจริง ทั้ง Pop-Up Store การเชื่อมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ และการสร้างเครือข่าย เพื่อปั้นกำลังสำคัญของวงการแฟชั่นไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ งานยังต่อยอดแคมเปญ “centralwOrld fashion citizens” สร้างคอมมิวนิตีแฟชั่นรวมแบรนด์ดังและผลงานสร้างสรรค์รุ่นใหม่ พร้อมดึงแฟชั่นนิสต้าและคนรักไลฟ์สไตล์เข้าชม และกระตุ้น Foot Traffic และยอดขายภายในศูนย์

พบแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะร้านค้าแฟชั่นตลอดช่วงแคมเปญ ช้อปร้าน Fashion ครบ 10,000 บาท รับคะแนน The1 1,000 คะแนน (จำกัด 1,000 สิทธิ์, จำกัด 1 ท่าน/วัน) ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities

centralwOrld x Vogue Casting Call 2025 แจ้งเกิด Rising Stars แห่งวงการแฟชั่น

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันระดับโลกใจกลางเมืองตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์กแฟชั่นระดับโลกของไทยจัดแคมเปญแฟชั่นแห่งปี “centralwOrld fashion citizens” เดินหน้ารัน Fashion Happening แห่งปี Vogue Casting Call 2025 รอบชี้ชะตา Final Cast Fashion Show จับมือนิตยสารแฟชั่นระดับโลก Vogue Thailand เนรมิตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้เป็นรันเวย์แห่งปี เพื่อค้นหานางแบบหน้าใหม่ หลังจากคัดเลือกผู้สมัครจากทั่วประเทศ จนเหลือเพียง 20 คนสุดท้าย ที่จะขึ้นรันเวย์ประชันความสามารถต่อสายตาแฟชั่นนิสต้าไทยและนานาชาติ พร้อมต้อนรับเหล่า Fashion Citizens จากวงการแฟชั่นเมืองไทย รวมตัวกันสร้าง Fashion Community ที่แข็งแกร่ง พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก ผ่าน Fashion Ecosystem ที่สนับสนุนคนรุ่นใหม่ ดีไซเนอร์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงแบรนด์แฟชั่นระดับโลก 

ภายในงาน นำโดย คุณนภพรรษ ฤดีสุนันท์ Head of Marketing (Asset Group 1) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีกับ คุณสิรี อุดมฤทธิรุจ ประธานกรรมการบริหาร โว้กประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเซ็นทรัลพัฒนา ได้แก่ คุณชนะศักดิ์ นิยะถิรกุล Head of Regional Marketing – CentralWorld คุณอภิญญา มุทาวัน Head of B2C Marketing centralwOrldนอกจากนี้ยังมี Fashion People อย่าง คุณมีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล เจ้าของแบรนด์ Milin and Founder Feline, คุณมาร์ค กิ่งโพยม Founder Muse Academy, คุณโม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน คุณเตยยี่-ประภัสสร กาญจนสูตร และแฟชั่นนิสต้าร่วมงานมากมาย

โดยรอบ Final ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่ร่วมกันนำเสนอคอลเลกชันสุดพิเศษบนรันเวย์ อาทิ CALVIN KLEIN, CC DOUBLE O, CHAMPION, GENTLEWOMAN, JASPAL, KATE SPADE NEW YORK, KLOSET, LACOSTE, LEVI’S, LULULEMON, LYN AROUND, MANGO, MARITHÉ + FRANÇOIS GIRBAUD, MATTER MAKERS, MICHAEL KORS, MLB, POLO RALPH LAUREN, POMELO, QUINN, TOMMY HILFIGER และ URBAN REVIVO

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมงาน คือการปรากฏตัวของ 9 หนุ่มศิลปินวง DICE ที่มาพร้อมโชว์บนรันเวย์สุดยิ่งใหญ่ของโว้กเป็นครั้งแรก นำโดย มิน, อเล็กซ์, เจย์, อาโป, โอโบ, ชีส, แมดดอค, อ็อตโต้ และ เฟรม ที่มาเพิ่มสีสันและสะท้อนบทบาทใหม่ในโลกแฟชั่น การขึ้นรันเวย์


ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ DICE ที่ถ่ายทอดเสน่ห์และพลังของ Young Generation ผ่านของการแสดงออกบนเวทีแฟชั่นระดับอินเตอร์ ในงาน Vogue Casting Call 2025 ครั้งนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ได้อย่างน่าประทับใจ

ลูกไม้ใต้ต้น “บีบี บียังคา” สาวน้อยผู้เตรียมสะกดสายตาคนทั้งโลก

ใครจะไปคิด ..ว่า..  สาวน้อยวัยเพียง 16 ปี จะคว้าแชมป์ The Face Thailand คนที่ 9 ของเมืองไทย ไปครอง ได้ เมนเทอร์ “แพนเค้ก” กระโดดตัวลอย หลังประกาศผล สำหรับ  “บีบี-บียังคา ณฐมน โพลัค”  สร้างประวัติศาสตร์แชมป์ที่อายุน้อยที่สุดของ The Face Thailand ทำเอา โซเชียลมีเดีย ร้อนเป็นไฟ  ขึ้น trending อันดับ 1 ทันที

                งานนี้ นักสืบโซเชียล ไม่พลาดที่ขุดคุ้ย  ประวัติของสาวน้อย กันเลยมีเดียว นางเป็นใครมาจากไหน ไปๆมาๆ กลายเป็นว่านางคือลูกสาวคนโต ของนางเอกคนดังแห่งยุค90s  “แม่หนิง กมลา กำภู ณ อยุธยา” อดีตนักแสดงสาวและนางงามชื่อดังที่คว้าตำแหน่งรองอันดับ 3 Miss Thailand World 1997 และเป็นตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวด Miss World 1999 ที่ประเทศอังกฤษ

                ถ้าจะถามว่า ส่วนสูง182 ซม. มาจากไหน  คงต้องยกความดีความชอบให้คุณ พ่อซึ่งเป็นชาวสโลวาเกีย MR.Michael Polak น้องจึงเป็นสาวลูกครึ่ง ที่ทั้ง สวย,สูง,เก่ง เหมาะแล้ว ที่น้อง บีบี มีผลงานเดินแบบ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเดินแบบในโชว์ Versace เดือนกันยายน 2565 งานเดินแบบแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ POEM และ Kloset ในงาน Bangkok International Fashion Week 2022  – มีผลงานถ่ายแบบปกคัฟเวอร์นิตยสาร Elle Thailand รวมถึงผลงานใน ELLE digital cover watches คอนเทนต์ดิจิทัลที่มีผู้ติดตามในแพลตฟอร์มแฟชั่นระดับโลก รวมถึงการถ่ายภาพนิ่งแฟชั่นระดับนานาชาติในนิตยสาร Mint Magazine เมษายน 2566 คู่กับเจฟ ซาเตอร์ ฯลฯ

ต่อจากนี้ โลกจะรู้จัก “น้องบีบี” มากขึ้น  เพราะผู้ชนะ The Face Thailand Season 6 จะได้ร่วมงานกับ TRESemmé แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลกในฐานะ Brand Endorser of TRESemmé พร้อมทั้งได้ถ่ายแฟชั่นขึ้นปกนิตยสาร Hashtag Legend Thailand ที่ประเทศฮ่องกง โดยทีมงานมืออาชีพระดับตำนานของวงการ อีกทั้งยังได้รับโอกาสเป็น The Face of AHC เพื่อร่วมงานกับแบรนด์ AHC และได้เป็น Friend of Vaseline ทำงานร่วมกับแบรนด์ วาสลีน ประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 1 ปี

FACE of THAILAND 2025

เนรมิตแฟชั่นรันเวย์สุดอลังการรอบไฟนอล วอล์ค เปิดตัว “ริว-วชิรวิชญ์” ผู้ชนะรางวัล Model Star Award 2025พร้อมส่งตัวแทนไทยประชัน 25 ประเทศ บนเวทีประกวดระดับเอเชียที่เกาหลีใต้

            สิ้นสุดการรอคอย! ถึงเวลาสำคัญรอบ Final Walk บนเวทีระดับประเทศ FACE of THAILAND 2025 กับภารกิจในการเฟ้นหา Real Model ตัวจริงสายแฟชั่นตัวแทนประเทศไทย เพื่อไปประกวดบนเวทีระดับนานาชาติ ‘FACE of ASIA 2025’ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ณ ประเทศเกาหลีใต้ หลังจาก เมคโอเวอร์ผู้เข้ารอบ 25 สุดท้าย ได้เวลาโลดแล่นโชว์คาริสมาต่อหน้าคณะกรรมการบนรันเวย์ยาวกว่า 30 เมตร ภายใต้แนวคิด “Real Model Real Fashion Show” เนรมิตงานแฟชั่นวีครวมตัวเหล่าคนสำคัญใน    แวดวงแฟชั่นเมืองไทย พร้อมแกรนด์โอเพนนิ่ง “ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล” เจ้าของรางวัล Model Star Award 2025 ตัวแทนประเทศไทย ที่จะร่วมเดินทางไปรับรางวัล ณ ประเทศเกาหลีใต้ โดยงานจัดขึ้นที่  EM SKYE ชั้น 14 เอ็มทาวเวอร์, เอ็มสเฟียร์

            บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากการตอบรับเข้าร่วมเช็คอิน Front Row ของบุคคลสำคัญในแวดวงแฟชั่นเมืองไทย พร้อมด้วยเซเลบริตี้ในแวดวงสังคมมากมาย อาทิ จิตต์สิงห์ สมบูรณ์, ณัฐ ประกอบสันติสุข, เจง-มิย่า-โรเตอร์ ทองเจือ, ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ม.ล.เอวิตา ยุคล และ รินทร์รตา อินทามระ ฯลฯ พร้อมพบกับไฮไลท์ในการเปิดตัว “ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล” นักแสดงสุดฮอตของช่อง 3 เจ้าของรางวัล Model Star Award 2025 เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปรับรางวัลที่ประเทศเกาหลี โดยมีนักแสดงสาว “มิ้นท์-รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร” เจ้าของรางวัล Model Star Award 2024 มอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจให้กับพระเอกหนุ่ม เรียกเสียงเชียร์และเสียงปรบมือได้สนั่นเอ็มทาวเวอร์

            ด้านคณะกรรมการตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงแฟชั่นไทยและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้แก่ พิมพ์ลักษณ์ นิศาเดชาวัต National Director และผู้ถือครองลิขสิทธิ์เวที FACE of THAILAND 2025 ในประเทศไทย, ป้าตือ -สมบัษร ถิระสาโรช, ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา แห่ง FLYNOW, ภทรฤน พงษ์ประสิทธิ์ จากแบรนด์ Vinn Patararin, นัท-นิสามณี, มิกซ์ เฉลิมศรี, Miss Lee Raulen, International Cooperation Director และ Mr. Kim Duk Ha, Head of Abijou Network พร้อมด้วย Mr. Yang Eui Sig ประธานและผู้จัดงาน Asia Model Festival บินตรงจากประเทศเกาหลี เพื่อร่วมชมการประกวดในครั้งนี้

จากแนวคิด “Real Model Real Fashion Show” ถูกขยายความนำมาถ่ายทอดความเป็นตัวจริงของวงการแฟชั่นไทย ด้วยการจำลองรันเวย์ความยาวกว่า 30 เมตร เพื่อให้ผู้เข้ารอบทั้ง 25 คน ได้งัดศักยภาพในการเป็นเรียลโมเดลฉายแววผ่านอินเนอร์จากการเดินโชว์พรีเซนต์เครื่องแต่งกายของ 3 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ระดับประเทศ ประเดิมโชว์เปิดรันเวย์ Opening Show by Madame Fin จากนั้นระเบิดเอนเนอร์จี้กันที่       แบรนด์ ‘Matter Makers’ พรีเซนต์แบรนด์โดยเรียลโมเดลชายและหญิงทั้ง 25 คน เดินอวดโฉมท่ามกลางเสียงเพลงปลุกความคึกคักจากศิลปินเกิร์ลกรุ๊ป BLYSS (บลิซ) 3 สาว ลิซ่า – แคนดี้ – นีญ่า จากค่าย BEC MUSIC ต่อด้วยโชว์ของนายแบบ 10 คนจากแบรนด์ ‘PMITH’ และปิดท้ายรันเวย์กับฟีนาเล่จากแบรนด์สุดเก๋า ‘FLYNOW’ โดยการพรีเซนต์ของนางแบบทั้ง 15 คน 

            ซึ่งการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยทั้ง 3 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 2 คน โดยผู้ประกวดชนะอันดับที่ 1 ได้แก่ FOT 12 เรนนี่ – กัญณัฏฐ์ พงศ์จิราธเนศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท, ผู้ชนะอันดับที่ 2 ได้แก่ FOT 24 เปา – พสธร วิบูลย์วัฒนกิจ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท สำหรับผู้ชนะอันดับที่ 3 และ ได้รับรางวัลพิเศษ Popular Vote ที่มีคะแนนโหวตผ่านแอปพลิเคชัน All Chart  สูงที่สุด ได้แก่ FOT 04 ริว วนาพร เชื้ออินทร์ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท พร้อมของรางวัลจาก MAC, Madame Fin และ TUR Hair Salon ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัล ‘VELA Fashion Shoot’ จาก ‘VELA’ – The Creation Studio ได้แก่ FOT 13 เมญ่า – โกศล แสงวิเชียร  

โดยหลังจากนี้ผู้ชนะทั้ง 3 คน จะต้องเตรียมตัวเดินทางไปเข้าค่ายเก็บตัวยังประเทศเกาหลีใต้ ช่วงเดือนตุลาคมเป็นระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ร่วมกับผู้เข้าแข่งขันจากอีก 25 ประเทศ จากนั้นจะเข้าสู่การแข่งขัน FACE of ASIA 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน “Asia Model Festival 2025” ปลายเดือนตุลาคม 2568 อย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 4 วัน ณ High1 Resort Hotel จังหวัดคังวอน ประเทศเกาหลีใต้

สำหรับ Asia Model Festival เป็นเวทีการประกวดโมเดลและแฟชั่นโชว์ระดับภูมิภาคเอเชีย ของประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้ดำเนินงานมาแล้วเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านแฟชั่น ตามแนวทาง “Asian Model Road” และมีประเทศในภูมิภาคเอเชียร่วมส่งผู้เข้าประกวดลงแข่งขันรวม 25 ประเทศ ซึ่งแต่ละปีก่อนเข้าสู่วันประกวดจริงบนเวที FACE of ASIA ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเป็นตัวแทนของแต่ละประเทศจะต้องเข้าแคมป์เก็บตัวทำกิจกรรมร่วมกัน 2 สัปดาห์ ณ ประเทศเกาหลีใต้

FACE of THAILAND ในฐานะผู้จัดการประกวดยังพร้อมเดินหน้าเฟ้นหาสุดยอดโมเดลตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวดบนเวที Face of Asia รันวงการแฟชั่นในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้การจัดงาน Asia Model Festival เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนทรัพยากรบุคคลด้านแฟชั่นของประเทศไทย ให้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพมาตรฐานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แล้วพบกันปีหน้ากับ FACE of THAILAND 2026

            โดยทุกท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย FACE of THAILAND AMFC

            Facebook: Face of Thailand AMFC

               Instagram: faceofthailand.amfc

               TikTok: @face.of.thailand

#FACEofTHAILAND #FACEofTHAILAND2025

#FOT2025 #ThailandtoKoreaRunway #faceofasia #Asiamodelfestival

#EMDISTRICT #MACCosmetics #TURHairSALON #LUXME

เปิดศักยภาพแบรนด์ไทยบนเวทีโลก! จิม ทอมป์สัน ผ่าอนาคตสิ่งทอเมืองไทย

ดันหัตถศิลป์ดั้งเดิม สู่ซอฟต์พาวเวอร์ยุคใหม่ที่ถักทอจากมรดกทางวัฒนธรรม พาส่องความท้าทายและโอกาสใหม่ของวงการผ้าในยุคที่ผู้บริโภคเสาะหา “คุณค่า” ควบคู่ “คุณภาพ”

อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยยืนหยัดในฐานะหนึ่งในเสาหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่าส่งออกที่พุ่งทะยานถึง 6,064.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างการจ้างงานกว่า 402,000 คนใน 2,607 โรงงานทั่วประเทศ จากข้อมูลของรายงานสถิติสิ่งทอไทย 2566/2567 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ทว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือความสามารถในการปรับตัวและสร้างสรรค์ผลงานที่สอดรับกับดีมานด์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภค ท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงนี้ คำถามสำคัญที่วงการต้องเผชิญคือ แบรนด์สิ่งทอไทยจะยืนหยัดและผงาดบนเวทีโลกได้อย่างไร ในยุคที่การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคา แต่คือการสื่อสารอัตลักษณ์ สร้างประสบการณ์ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคทั่วโลก

หนึ่งในแบรนด์ที่ร่วมผลักดันศักยภาพของผ้าไทยมาอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น จิม ทอมป์สัน ย้อนกลับไปในยุคที่โลกยังไม่รู้จักคำว่า “Thai Silk” ชายชาวอเมริกันนามว่า เจมส์ แฮร์ริสัน วิลสัน ทอมป์สัน อดีตเจ้าหน้าที่โอเอสเอส หรือซีไอเอในปัจจุบันคือผู้เปลี่ยนโฉมหน้าผ้าไหมไทยจากผ้าท้องถิ่น สู่แฟชั่นไอเทมระดับโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาไหมไทย” โดยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จิม ทอมป์สัน ได้ทำความรู้จักและร่วมงานกับชุมชนบ้านครัวเพื่อผลิตผ้าไหม ต่อมาได้เพิ่มเทคนิคการย้อมไหมด้วยสีเคมีและสีธรรมชาติให้ผ้าไหมมีเฉดสีสดใสแปลกใหม่ และในปี ค.ศ. 1951 แบรนด์ จิม ทอมป์สัน ภายใต้ บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จากนั้นจึงมีการขยายฐานการผลิตไปที่จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความตั้งใจในการสานต่อศิลปะการทอผ้าแบบดั้งเดิม จิม ทอมป์สัน นำเทคนิคโบราณมาผสานเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการผ้าไหมโดยได้พาไหมไทยเข้าสู่ตลาดสิ่งทอระดับโลก ตลอด 74 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เดินหน้าขยายขอบเขตธุรกิจ จากผ้าไหมสู่ผลิตภัณฑ์และบริการไลฟ์สไตล์ครบวงจร ภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสากล

หนึ่งสิ่งสำคัญที่แบรนด์สิ่งทอยุคนี้ต้องเข้าใจคือ ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่สินค้า แต่มองหาคุณค่า วิสัยทัศน์ และคุณภาพจากแบรนด์ โดย WISESIGHT Research ได้เปรียบเทียบพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของแต่ละเจเนอเรชัน และพบว่า Gen X ต้องการสินค้าที่คุ้มค่า ทนทาน และให้ความสำคัญกับคุณภาพ ส่วน Gen Y มองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และให้ความสำคัญกับคุณค่าและประสบการณ์ โดยมักเลือกแบรนด์จาก “ค่านิยม” ที่ตรงกันมากกว่าราคา ขณะที่ Gen Z กล้าเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ทั้งยังสนใจประเด็นเรื่องความยั่งยืนและแบรนด์ที่โปร่งใส พูดจริงทำจริง จากอินไซต์ทั้งสามเจเนอเรชัน จะเห็นว่าทุกกลุ่มต่างมองหาคุณภาพและตัวตนที่ชัดเจนของแบรนด์ และนี่คือจุดที่ จิม ทอมป์สัน ตอบโจทย์ได้อย่างชาญฉลาด ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมสิ่งทอที่ปลดล็อกขีดจำกัดของผ้าไหมแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น Easy Care นวัตกรรมผ้าไหมซักง่ายด้วยเครื่อง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ตลอดจน AQUASILK® คอลเลกชันสวิมแวร์จากนวัตกรรมผ้าไหมผสมไนลอนที่แห้งไว ตอบโจทย์กีฬาทางน้ำและแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์

ไม่เพียงเท่านั้น จิม ทอมป์สัน ยังขยายศักยภาพของโลกแห่งผ้าผ่านการจับมือกับวงการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การร่วมกับ
แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทำมือสัญชาติไทยอย่าง
Kitt.Ta.Khon ร่วมออกแบบเก้าอี้และตกแต่งด้วยผลิตภัณฑ์ผ้าตกแต่งที่ทนทานและใช้งานนอกบ้านได้ รวมถึงการนำผ้าไหมมารังสรรค์เครื่องประดับแสนประณีตกับแบรนด์ไทยดังไกลระดับโลกอย่าง Sarran และการจับมือกับพันธมิตรอย่าง การบินไทย เพื่อนำเสนอ Amenity Kit ในชั้น Royal Silk จากผ้าของจิม ทอมป์สัน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักเดินทางทั่วโลก รวมไปถึงการทำแคมเปญ Artists in Residence เพื่อรังสรรค์คอลเลกชันแฟชั่นร่วมกับศิลปินคนไทยรุ่นใหม่ นำเสนอสไตล์ที่สดใหม่และผลักดันวงการศิลปะให้เฟื่องฟูไปด้วยกัน

ในฐานะแบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทยที่ครอบคลุมทั้งแฟชั่น สินค้าผ้าตกแต่ง ตลอดจนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ทุกย่างก้าวของจิม ทอมป์สัน มักเป็นที่จับตาของวงการ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่สินค้าแฟชั่นและผ้าตกแต่งได้โลดแล่นอยู่ในซีรีส์สุดฮอตอย่าง The White Lotus 3 จนกลายเป็นกระแสไวรัลทั่วโลก ไปจนถึงการเผยโฉมคอลเลกชันผ้าตกแต่งที่งาน Paris Déco Off งานโชว์เคสสิ่งทอสุดยิ่งใหญ่ที่คนในวงการตกแต่งภายในทั่วโลกรอคอยทุกปี โดยสินค้าผ้าตกแต่งบ้านของจิม ทอมป์สันได้ส่งออกไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และมีโชว์รูม 5 แห่งในกรุงเทพฯ ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก และแอตแลนต้า และมีโรงแรมกว่า 20 แห่งที่ติดอันดับ The World’s 50 Best Hotels เลือกใช้ผ้าตกแต่งของ จิม ทอมป์สัน นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ผ้าของแบรนด์ยังประดับตกแต่งสเปซในโรงแรมชั้นนำ โครงการเรสซิเดนซ์ และโปรเจกต์ระดับไฮเอนด์อีกหลายร้อยแห่งทั่วโลก  โดยสินค้าผ้าตกแต่งของจิม ทอมป์สัน ให้ความสำคัญกับการเชิดชูและสานต่อเทคนิคงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของไทย อาทิ คอลเลกชัน Matmi II ที่สืบสานการมัดย้อมแบบไทยโดยช่างฝีมือท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาเส้นใยผ้าให้มีคุณสมบัติพิเศษ อาทิ ไม่ลามไฟ สะท้อนน้ำ หรือการใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ที่สะท้อนน้ำ ป้องกันรังสียูวี และคงสีสันสดใสอยู่เสมอ

ในปี 2568 จิม ทอมป์สัน ได้ปักหมุดหมายสำคัญมากมาย อาทิ การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเตรียมนำเสนอ Jim Thompson Heritage Quarter ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยกับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการสืบสานวัฒนธรรมไทยในมิติของประวัติศาสตร์ แฟชั่น และอาหาร ที่จิม ทอมป์สัน ได้รวบรวมมาไว้ในไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กแห่งเดียว

จิม ทอมป์สัน กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของวงการสิ่งทอเมืองไทย ที่กล้าคิด กล้าทลายกรอบ และกล้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ด้วยคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้ดีเอ็นเอที่ชัดเจนในการสานต่อมรดกวัฒนธรรมให้เข้ากับบริบทยุคใหม่ ในโลกที่ทุกแบรนด์ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการเล่าเรื่อง จิม ทอมป์สัน พิสูจน์ให้เห็นว่าความ “Proudly Made in Thailand” บนเวทีสากลเป็นอย่างไร

#JimThompson #BeyondSilk

Scroll To Top