web analytics
SIAMNEWSDAY

ALESE เปิดตัวซุปเปอร์สตาร์สาวของเมืองไทยนั่งแท่น Brand Presenter

แบรนด์ ALESE  ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากประเทศเกาหลี จัดจำหน่ายโดย บริษัท สวีทบิวตี้ จำกัด ปัจจุบันภายใต้การบริหารงาน ของผู้บริหารคนเก่งทั้ง 3 ท่าน นำโดย คุณกฤษพงษ  อัศดามงคล (Chief Executive Officer)  คุณสุนิษา อนันทนุพงศ์ (Chief Operating Officer)  และคุณกษมาภรณ์  ผาสุข ( Chief Marketing Officer )  ที่ร่วมกันคิดค้น ศึกษา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ระยะเวลามากว่า  5 ปี  ได้เปิดตัว คุณศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช เป็นแบรนด์พรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด มาเสริมทัพสร้างความมั่นใจในแบรนด์ ร่วมกับทางคุณฝน ธนสุนธร  และ คุณตุ๊ก ชนกวนัน ที่ต่างก็มั่นใจในผลิตภัณฑ์ อะลิเซ่ เช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ALESE Thailand ที่เปิดตัวในตลาดบิวตี้ในประเทศไทยได้แก่ ALESE PREMIUM HORSE OIL&SNAIL WHITE CREAM ครีมน้ำมันม้าผสมเมือกหอยทาก ALESE MIRACLE BOOSTING SERUM เซรั่มน้ำตบ 2 in 1 และ ALESE MATTE&LIGHT SUNSCREEN PROTECTION CREAM SPF50+ PA++++  3 ผลิตภัณฑ์จากเกาหลีที่เป็นสุดยอดครีมบำรุงผิว โดยผลิตภัณฑ์แบรนด์อะลิเซ่มีคุณภาพมาตรฐานในการผลิตระดับสากล จากโรงงานที่ประเทศเกาหลี และใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่ได้รับการรับรองจาก Ecco-cert ประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งแบรนด์อะลิเซ่ยังได้รับรางวัลการันตีมากมายตั้งแต่ในช่วงปี 2018 ถึงปัจจุบันตลอดมา และในปี 2021 ได้รับรางวัลจาก Lips Beauty Award 2021 และ Sudsapda Beauty Award 2021 จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ถูกการยอมรับจากผู้บริโภค ทั้งยังเข้าสู่เส้นทางการตลาดด้านความงามอย่างที่ผู้บริโภคไว้ใจ และด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นั้นเองที่เป็นเอกลักษณ์ 

คุณสมบัติของ ALESE PREMIUM HORSE OIL&SNAIL WHITE CREAM (อะลิเซ่ พรีเมี่ยม ฮอร์ซออยล์ แอนด์ สเนลไวท์ ครีม ) อะลิเซ่ครีมเกาหลีที่ประกอบไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติมากกว่า 22 ชนิดทั่วโลก ครีมบำรุงผิวหน้าแบบ All in One ที่เป็นทั้งแบบ Day Cream ,Night Cream, Eye Cream and Sleeping Mark ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น ริ้วรอยแลดูจางลง ผิวดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวของคนไทย, ALESE MIRACLE BOOSTING SERUM (อะลิเซ่ มิราเคิล บูทติ้ง เซรั่ม) อะลิเซเซรั่มเกาหลีเป็น เซรั่มน้ำตบ 2 in 1 ประกอบไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติมากกว่า 16 ชนิดทั่วโลก ช่วยฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ลดเลื่อนริ้วรอย ไร้จุดด่างดำ กระชับรูขุมขน บางเบาซึมไวไม่มัน และ ALESE MATTE&LIGHT SUNSCREEN PROTECTION CREAM SPF50+ PA++++ (อะลิเซ่ แมทแอนด์ไลท์ ซันสกีน โพรเทคชั่น ครีม) ครีมกันแดด เนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายซึมไว ไม่เหนียวเหนอะและไม่ทำให้หน้ามันเหยิ่ม ด้วยคุณสมบัติ 3 in 1 ช่วยปกป้อง บำรุง และลดเลือน ปราศจากริ้วรอยก่อนวัย พร้อมทั้งยังช่วยป้องกัน ผิวหน้าจากรังสี UV รอยแดงจากการโดนแสงแดดนานในระหว่างวัน ป้องกันแสงสีฟ้าจากจอมือถือ และยังมี Soft Focus ช่วยกระจายแสงและเบลอรูขุมขน พร้อมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ALESE FACIAL CLEANSING GEL (อะลิเซ่ เฟเชียล คลีนซิ่ง เจล) อะลิเซ่คลีนซิ่ง เจลทำความสะอาดผิวหน้า สูตรอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ลดความมันส่วนเกิน ถนอมผิวได้อย่างดีเยี่ยม ที่จบครบใน 1 เดียว ทั้งทำความสะอาด บำรุง พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงคนผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายก็ใช้ได้อีกด้วย

สวย ครบ จบ ด้วยอะลิเซ่ พบกับอะลิเซ่ได้แล้ววันนี้ตามร้านค้าชั้นนำทั้วประเทศทั้ง Watson , EveandBoy และช่องทางออนไลน์ Shopee , Lazadaหรือจะเป็นช่องทางออนไลน์   ALESETHAILAND @ALESE หรือ   02- 017 – 7888 

อะลิเซ่จะไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ดีมีคุณภาพอย่างแน่นอน และเร็วๆ นี้ เตรียมพบผลิตภัณฑ์ใหม่จากอะลิเซ่

Mr.KD ลุงดำ ปราชญ์กัญชาไทยรวมพลจัดตั้งสมาคมนักปลูกกัญชาอาชีพแห่งประเทศไทย

29 กรกฎาคม 2564 ณ คอนโด waldo18แหลมผักเบี้ย เพชรบุรี โดย ลุงดำ และทีมงาน……ลุงดำ Mr.KD “โกดำ” นายอร่าม ลิ้มสกุล นักปลูก นักค้นคว้าพัฒนาสายพันธ์กัญชา ทั้งแบบบ้านๆ และแบบใหม่ มานานกว่าสามสิบปี พลโทสีหเดช ดีสนธิโชติ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีฝ่ายความมั่นคง คุณอัครเดช ฉากจินดา NGO นักเคลื่อนไหว จากกลุ่มเขียนอนาคตกัญชาไทย จังหวัดกระบี่ ดร.โสภณ เอสบิวโดอิน นักวิชาการและผู้คิดค้น นวัตกรรมระบบไฟปลูกกัญชา นายอรุณศักดิ์ อ่องลออ ศิลปินนักคิดนักเขียน ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้ประสานงานสมาคมฯ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดตั้งสมาคมนักปลูกกัญชาอาชีพแห่งประเทศไทย ณ อาคาร WALDO 18 แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี วันนี้  ลุงดำรับว่า ตัวเองเป็นกัญชาชน  กัญชาชน อันมีความหมายและนัยยะอันสำคัญคือสังคมแห่งการให้เกียรติ ความเท่าเทียมและการเข้าถึง  ลุงดำเข้าถึงกัญชามาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่พี่น้องที่เกาะพงันก็ใช้กัญชา ทั้งในเชิงสันทนาการและการดูแลรักษาตัวเองมาแสนนาน เช่นกัน หลังลาออกจากการเป็นนักการสาธารณะสุข อำเภอ มีครอบครัว และได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันหลายปี และในห้วงช่วงนั้น ก็ได้นำเมล็ดพันธ์กัญชา ไปที่เยอรมันด้วย ได้พบกับนักกัญชา และกัญชาชน และได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในเชิงกัญชาของทางยุโรป เดินทางไปหลายประเทศทั้งยุโรป อเมริกา ได้ลองผิดลองถูก ปลูกปล้ำ ผสมพันธ์กัญชา ศึกษากัญชา จนเข้าเส้น เป็นที่ยอมรับของแมกกาซีนกัญชาในยุโรป ยกย่องสายพันธ์ KD

ว่ามีคุณภาพและความโดดเด่นในเชิงคุณภาพ   ถึงวันโลกมืดของพืชพันธ์กัญชา เมื่อกัญชาถูกทำให้กลายเป็นผู้ร้าย กัญชาถูกตีตราเป็นยาเสพติด ใครเสพย์ ใครค้า ใครขาย ใครมีในครอบครองมีความผิด ทำให้การค้นคว้า หรือแม้แต่จะแค่ปลูกเอามารักษาผู้คน ก็ทำยาก การปลูกกัญชาบนดินแทบเป็นไปไม่ได้ จึงต้องปลูกใต้ดินกันมายาวนาน หลังจากไปใช้ชีวิตในต่างแดนหลายปี ลุงดำกลับมาพร้อมภูมิความรู้กัญชา ที่ไม่ใช่แค่เทคนิคบ้านๆ อีกต่อไป เพราะได้สั่งสมความรู้ประสบการณ์จากการเดินทางทั่วโลก พบปะกัญชาชนมามากมาย ลุงดำใช้ภูมิความรู้มาบูรณาการกัญชาของลุงดำ ในเชิงการแพทย์  ความที่เคยเป็นหมอในสถานีอนามัยมาก่อน ลุงดำพลิกแพลงเอากัญชามารักษาผู้เจ็บป่วย หลากหลายโรคประสบความสำเร็จอย่างดี ทั้งกิน ทั้งหยด แม้กระทั่งการสูบก็ตาม  ลุงดำไม่หวงความรู้ ส่งต่อความรู้กัญชาสู่พี่น้องลูกหลาน กระทั่งมีลูกศิษย์ลูกหามากมายและทำให้เกิดภาวะกัญชาเบ่งบาน ขานรับกันไปทั่วโลก ผู้คนยอมรับว่ากัญชาคือยาสวรรค์ที่สามารถช่วยคนเจ็บป่วยได้อย่างดีที่สุดเท่าที่โลกมนุษย์เคยมียามาเลยทีเดียว ภาพเกษตรยุคใหม่ ก่อร่างภาพของเศรษฐกิจเชิงกัญชาที่กำลังเบ่งบานและมาถึง  ผู้คนในแถบเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า ต่างยอมรับ ในการรักษาคนป่วยของลุงดำ แต่ทว่าการปลูกกัญชา ไม่อาจทำได้ ประสบปัญหากัญชาขาดแคลน และก็ยังต้องหลบหลบซ่อนๆปลูกใต้ดินกันต่อไป  กระทั่งเหมือนฟ้าจะเปิด หนทางกัญชาน่าจะโปร่งใส เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายปลดล๊อคกันชา ลุงดำพร้อมลูกศิษย์ มิตรสหายผู้เห็นคุณประโยชน์ของกัญชา กัญชาชนหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงรวมพลจัดตั้งสมาคม เพื่อเตรียมความพร้อม รับการเปิดเสรีกัญชา ภาระกิจหลักคือการสร้างนักปลูกกัญชามืออาชีพ ส่งเสริมเกษตรกรยุคใหม่ ใช้กัญชากู้ชาติ  ด้วยปณิธาน แรงกล้าของลุงดำที่จะนำพากัญชามาทำให้โลกสงบ และช่วยเหลือสังคม เหมือนที่หลายคนทราบดีว่า ลุงดำไม่มีจิตธุรกิจเลยแม้แต่น้อย เหมือนมอตโต้ที่ว่า “KD ของแท้ไม่มีขาย แต่ให้ฟรี”

โดยได้รับบริจาคอาคารสำนักงานบริหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่937/26 ถนนเศรษฐกิจ 1 ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และขณะนี้สมาคมกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานแจ้งจดอย่างเป็นทางการ

วัตุประสงค์หลักๆ ของสมาคมมีดังนี้

1. เป็นศูนย์รวมสมาชิกนักปลูก และบุคคลผู้สนใจเกี่ยวกับกัญชาทุกด้านอย่างเป็นระบบ  ในทุกมิติ  สร้างและส่งเสริมนักปลูกมืออาชีพ  /ด้านข้อมูลพันธุ์พืช เมล็ดพันธ์ ปัญหาและแนวทางแก้ไข  ครบรอบด้านเกษตรกรรม  อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศ  ด้านกำกับ ดูแล และติดตามจากหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดจนด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. ให้ความรู้ทางกฎหมาย  วิชาการ และการปฏิบัติการ เกี่ยวกับการปลูก และเสริมความรู้เชิงผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย  หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ในเชิงเกษตรกรรม  พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ให้แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไป

3. เป็นสื่อกลาง ช่วยเหลือ ประสานงาน ระหว่างภาครัฐและเอกชน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ ความรู้วิชาการ บทความ และผลงานวิจัยต่างๆ อันเกี่ยวกับกัญชา ในสื่อรูปแบบต่าง ๆ    รวมถึงการจัดงานประชุม สัมมนา งานส่งเสริมการค้าหรืองานแสดงสินค้าอันเกี่ยวกับกัญชา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ                               

4. ส่งเสริมนักปลูก เกษตรกรยุคใหม่ เพื่อให้เกิดการยกระดับวิถีเกษตรกรรมสมัยใหม่สู่มาตรฐานสากล เพื่อให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่สู่การค้า และการอุตสาหกรรมอย่างมีเสถียรภาพทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างแท้จริง 

5. เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสมาชิกนักปลูก หน่วยงานราชการ สถาบัน องค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี ความยุติธรรมทางการค้าขายและการบริการระหว่างสมาชิกและองค์กรต่างๆ                                                                              

6.เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ราคากลาง ซื้อขาย กัญชา และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องในการปลูกกัญชา ของตลาดในประเทศและต่างประเทศ (ตลาดโลก) ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม อันยังประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกของสมาคมฯ

หลังแถลงข่าว ลุงดำและทีมงาน จะเดินทางฝ่าโควิด ไปจัดตั้งสำนักงานภาค สำนักงานสาขา ให้คึกคักทั่วประเทศ  โดยสมาคมมุ่งทำกิจกรรมมากมาย เพื่อสื่อสารให้ความรู้ การอบรม สัมมนา เปิดสถาบันการเรียนการสอน การเป็นนักปลูกมืออาชีพทั้งระดับสูง ระดับกลาง และระดับเริ่มต้นการ จัดงานกัญชาระดับโลก world beach cannabis เพื่อองค์ความรู้เชิงกัญชาทางการแพทย์ที่จะหลั่งไหลเข้ามา และไฮไลต์ที่สำคัญคือการจัดการการแข่งขันการปลูกกัญชาทางการแพทย์ แนวตั้ง ณ อาคาร WALDO18 แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อเฟ้นหานักปลูกมืออาชีพทางการแพทย์ เพิ่อพัฒนาเทคนิค พัฒนาสายพันธ์กัญชา เพื่อเป็นอนาคตใหม่ของกัญชาเมืองไทย

ติดต่อสอบถาม

โทร 637790731email : cannabis.patcg@gmail.com

แกร็บ ประเทศไทย ต่อยอด ‘ตลาดสดคนไทย’ โครงการ 2

จับมือ กระทรวงพาณิชย์ และ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำส่งตรงผลผลิตจากเกษตรกรถึงมือผู้บริโภค ผ่าน GrabMart

  • เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 800 แห่ง
  • นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรสดใหม่ส่งตรงจากท้องถิ่นเพื่อผู้บริโภคผ่านบริการ GrabMart ส่งไวภายใน 25 นาที

แกร็บ ประเทศไทย จับมือ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย ท็อปส์ แฟมิลี่มาร์ท และ โลตัส สานต่อโครงการ ‘ตลาดสดคนไทย (Thai Fresh Market)’ บริการที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรที่สดใหม่ส่งตรงจากท้องถิ่นผ่านบริการแกร็บมาร์ท (GrabMart) พร้อมทั้งสนับสนุนช่องทางในการกระจายสินค้าและเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้กับเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการรายย่อย (MSME)

โครงการตลาดสดคนไทย เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2563 โดยได้มีการนำร่องกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อยและจากกลุ่มผู้บริโภค จึงได้มีการสานต่อโครงการและขยายความร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร อาทิ ผัก ผลไม้ อาหารทะเล และเนื้อสัตว์จากชุมชนต่าง ๆ รวมกว่า 800 แห่งได้โดยตรงผ่านบริการ GrabMart บนแอปพลิเคชัน Grab ด้วยบริการส่งไวภายใน 25 นาที

ดร. เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีและก้าวทันเศรษฐกิจดิจิทัล ตามพันธกิจ ‘GrabForGood’ หรือ แกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมไปถึงการสนับสนุนเกษตรกรไทยและร้านค้าท้องถิ่น ในการใช้แพลตฟอร์มของแกร็บเป็นตัวกลางในการเพิ่มช่องทางในการขายและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกร เรามีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดหาเกษตรกรและร้านค้าในกลุ่มผักและผลไม้ อาหารทะแลและเนื้อสัตว์ที่เข้าร่วมโครงการ ‘ตลาดสดคนไทย (Thai Fresh Market)’ โครงการ 2 บนแกร็บมาร์ท (GrabMart)”

ทางด้าน นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “นับจากการเปิดตัวโครงการ ‘ตลาดสดคนไทย’ (Thai Fresh Market) ไปเมื่อกลางปี 2563 ได้รับการตอบรับที่ดีจากเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในแง่ของการเพิ่มรายได้และฐานลูกค้า อีกทั้งยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคทั้งในด้านของคุณภาพและความหลากหลายของประเภทสินค้าผ่านบริการ GrabMart ซึ่งการต่อยอดโครงการ ‘ตลาดสดคนไทย’ โครงการ 2 บนแกร็บมาร์ท (GrabMart) มุ่งเน้นในการส่งมอบความหลากหลายและสดใหม่ของสินค้าทางการเกษตรให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง รวมไปถึงการร่วมส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนเกษตรกรรมให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อขยายธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น”

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ที่ปรึกษาและคณะทำงานรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “กระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นหน่วงงานภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีพันธกิจในการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าให้เข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับรายได้ของประเทศ จึงได้มีส่งเสริมให้เกษตรกรและร้านค้ารายย่อยมีช่องทางในการกระจายสินค้าออกสู่ตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยมีการร่วมมือกับภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการเพิ่มพูนรายได้ ลดความเสี่ยงเรื่องผลผลิตล้นตลาด และยังช่วยให้ธุรกิจของคนไทยสามารถอยู่รอดต่อไปได้ และเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ แกร็บ ได้สานต่อโครงการ ‘ตลาดสดคนไทย เป็นครั้งที่ 2 ทำให้เกษตรกรและร้านค้ารายย่อยมีโอกาสใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการขายสินค้าที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค”

นายจูเลี่ยน เทสสันนิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายธุรกิจดิจิตอล บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ท ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มีความมุ่งมั่นในการเป็นกำลังสำคัญร่วมขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจไทย รวมไปถึงการส่งเสริมการกระจายรายได้คืนสู่คนไทยทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญ เพื่อให้ครัวเรือนและชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน และรับซื้อตรงสินค้าทางการเกษตร รวมทั้งมีการเปิดตลาดจริงใจ FARMERS’ MARKET ตลาดรูปแบบใหม่ที่เรามีความตั้งใจสร้างให้เป็นแหล่งรวม ผัก ผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ และของดีประจำจังหวัด เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อยมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างสูงทั้งการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรกว่า 6,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ และเพื่อช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย สามารถมีตลาดรองรับ ผู้บริโภคมีช่องทางในการซื้อสินค้าที่สะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น จึงมีบริการสั่งซื้อสินค้าผ่านแกร็บมาร์ทบนแอปพลิเคชันแกร็บจากร้านท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, ท็อปส์เดลี่, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท และ จริงใจ FARMERS’ MARKET แฟล็กชิพสโตร์สาขาบางนา ครอบคลุม 952 สาขาในพื้นที่ 37 จังหวัดที่ร้านค้าของเราเปิดให้บริการ” 

นางสาวปาริตา ปัทมรังสรรค์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนก O2O สายงานการพาณิชย์ โลตัส กล่าวว่า “โลตัส ให้การสนับสนุนเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการซื้อผลิตผลทางการเกษตรโดยตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งนอกจากจะขยายช่องทางการจำหน่ายผักและผลไม้สดผ่านสาขาของเรากว่า 2,100 แห่งทั่วประเทศแล้ว โลตัสยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและยกระดับเกษตรกรในทุกด้านเพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเกษตรสมัยใหม่ มาตรฐานความปลอดภัย การสร้างแบรนด์ การตลาด และการเงิน ความร่วมมือกับ แกร็บ ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่โลตัส จะสามารถสานต่อยอดพันธกิจในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19”

โครงการ ‘ตลาดสดคนไทย (Thai Fresh Market)’ โครงการ 2 มีเกษตรกรและร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมมากกว่า 800  ราย จาก 15 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ นครปฐม นครสวรรค์ ภูเก็ต โดยจำแนกสินค้าทั้งหมดออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ โดยสามารถสั่งซื้อผ่านบริการแกร็บมาร์ท (GrabMart) บนแอปพลิเคชันแกร็บ (Grab) ด้วยบริการส่งไวภายใน 25 นาที และเพื่อเป็นกระตุ้นการสร้างยอดขายเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการ มอบส่วนลดให้ผู้ใช้บริการใหม่สูงสุด 40% เมื่อสั่งขั้นต่ำ 200 บาท โดยใช้โค้ดส่วนลด “FARM” และส่วนลดสูงสุด 180 บาท สำหรับผู้ใช้บริการปัจจุบัน เมื่อสั่งขั้นต่ำ 650 บาท โดยใช้โค้ดส่วนลด “FRESH180”  ตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 สิงหาคม 2564

ผู้พิพากษาศาลพร้อมคณะจัดโครงการ”มีแล้วแบ่งปัน”

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10ให้กับโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ. สมุทรสาคร  (27 กรกฎาคม 2564)  เวลา 14.00 นาฬิกา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสาคร  นำโดย นายอวิน บุณยประสพ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสาคร และบุคลากรภายในหน่วยงาน พร้อมด้วยตัวแทนคณะผู้พิพากษาสมทบ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 กิจกรรมด้านสาธารณกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีนายแพทย์ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นผู้รับมอบ

      แหล่งข่าวแจ้งว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “มีแล้วแบ่งปัน”  ให้กับห้องผู้ป่วย ICU โรงพยาบาลกระทุ่มแบน เพื่อสนับสนุนและสมทบทุน จัดหาเครื่องมือและวัสดุ-อุปกรณ์ทางการแพทย์  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19)  ณ โรงพยาบาล  กระทุ่มแบน เป็นจำนวนเงิน 149,999 บาท พร้อมหน้ากากอนามัย จำนวน 1,200 ชิ้น

      ด้านนายแพทย์ ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สุมทรสาคร ได้กล่าวว่าต้องขอขอบคุณท่านผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ขอบคุณคณะผู้พิพากษาสมทบ ผู้อำนวยการสำนักงานศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ได้มาร่วมแบ่งปันน้ำใจมาบริจาคสิ่งของและมอบเงิน 149,999บาทเพื่อสนับสนุนจัดหาเครื่องมือแพทย์เพราะตอนนี้ต้องใช้เป็นจำนวนมาก ตอนนี้ต้องรับมือกับเชื้อไวรัสโควิด 2019(COVID-19)มีพี่น้องประชาชนติดเชื้อเป็นจำนวนมากและอยากประชาสัมพันธ์อยากให้ผู้ใจบุญที่พอยังมีแรงมาร่วมแบ่งปันกันนะคับ ติดต่อสอบถามมาทางโรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สุมทรสาครโดยตรงเลยก็ได้คับ หรือโทรสอบถามรายละเอียดที่เบอร์(090)975-7213  (034)470750 จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

ลุยเองถึงพื้นที่ “เวฟ คูเป่ยจง” ปันสุขบริจาคข้าวกล่อง

ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในทุกวัน สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ในตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่และบุคลากรรวมถึงทีมแพทย์ต่างก็พากันทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งตอนนี้จะเห็นว่าเหล่าคนบันเทิงต่างก็เริ่มออกมาบริจาคและให้ความช่วยเหลือกันเป็นจำนวนมาก ทั้งบริจาคเงิน ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ระดมทุนช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ   

            ล่าสุดทางด้านหนุ่ม เวฟ คูเป่ยจง หนุ่มลูกครึ่งจีน-มาเลเซีย อดีตศิลปิน ในสังกัด GMM GRAMMY และนอกจากจะเป็นนักแสดง , พิธีกร แล้ว หนุ่มเวฟยังมีธุรกิจส่วนตัวอีกด้วย ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกง ชื่อร้าน Little Hongkong และ ร้านข้าวมันไก่สามพี่น้อง

ก็เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ขอเป็นส่วนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยการลงพื้นที่เดินหน้าแจกอาหารให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปยังชื่อชุมชน- ชุมชนราชดำเนิน – ชุมชนคูเมืองเดิม – ใต้ทางด่วนหัวลำโพง – ชุนชนริมทางรถไฟราชเทวี – ชุมชนมไหศวรรย์ – ชุมชนริมทางรถไฟคลองเตย – ชุมชนเย็นอากาศ – ชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา – ชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา 2

            เวฟ คูเป่ยจง  กล่าวว่า Sharing Happiness Project ลิตเติ้ล ฮ่องกง ได้จัดทำแคมเปญนี้ตั้งแต่โควิดรอบแรกจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าร้านอาหารของเราได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก แต่เราเห็นว่ายังมีคนลำบากกว่าพวกเราอีก พวกเราจึงจัดแคมเปญนี้ขึ้นมา ไว้เป็นหนึ่งกำลังใจเล็กๆมอบให้กับชุมชนที่เผชิญปัญหาในช่วงนี้ รวมถึงพี่ๆบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักเสียสละเพื่อพวกเรา ขอบคุณคุณลูกค้าและ FC ทุกท่านที่มาร่วมโปรเจคนี้กับพวกเรานะครับ

เมืองเศรษฐกิจพอเพียง รุดมอบหน้ากากอนามัยกับชุมชนเทศบาลบางแก้ว

หนึ่งในกิจกรรมดีๆ SKYMED NEWGEN ปันน้ำใจ สู่สังคม มอบแมสให้ประชาชน 1 ล้านชิ้นทั่วประเทศ

บริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด มอบหน้ากากอนามัยให้กับชุมชนเทศบาลบางแก้ว สมุทรปราการ ซึ่งมีการขาดแคลนเป็นอย่างมาก พร้อมเดินหน้ามอบแมสให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศ ภายใต้กิจกรรม SKYMED NEWGEN ปันน้ำใจ สู่สังคม ครั้งที่ 8 กับการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน 1 ล้านชิ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณธริชยา คัมภีรญาณนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร  และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด พร้อมด้วยดร.เจริญสุข ด้วงล้อมจันทร์ (โพธิ์เงิน) ที่ปรึกษาอาวุโสด้านบริหารงานทั่วไป และพนักงานบริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด รวมทั้งคณะทำงานโครงการ SKYMED NEW GEN ร่วมเดินทางไปมามอบหน้ากากอนามัยให้กับชุมชนเทศบาลบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ

คุณธริชยา คัมภีรญาณนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร  และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด ได้นำหน้ากากอนามัยมามอบให้กับชุมชนเทศบาลบางแก้วภายใต้กิจกรรม SKYMED NEW GEN ปันน้ำใจ สู่สังคม ครั้งที่ 8 โดยจะแจกจ่ายหน้ากากอนามัยจำนวน 1,000,000 ชิ้นให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากผลกระทบเชื้อโควิด-19

สำหรับสาเหตุที่เลือกมามอบหน้ากากอนามัยให้กับชุมชนเทศบาลบางแก้วเพราะคนในชุมชนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รวมถึงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่สำคัญขาดแคลนหน้ากากอนามัย ดังนั้นทำให้ทางบริษัทฯ เลือกที่จะนำหน้ากากอนามัยมามอบให้ชุมชนแห่งนี้ แล้วรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมามอบให้ชาวบ้านเทศบาลบางแก้ว ทั้งนี้ พอทราบว่าชุมชนนี้ขาดแคลนหน้ากากอนามัยยิ่งรู้สึกยินดีมาก

ท้ายสุดนี้คุณธริชยาได้ฝากถึงประชาชนคนไทยว่า สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้นก็ต้องขอให้ทุกคนระมัดระวังตัวเองให้ดี เพราะเชื้อโควิด-19 มีการแพร่ระบาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้อย่าออกจากบ้าน หรือถ้ามีความจำเป็นต้องออกจากบ้านก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยแอลกอฮอล์ มีโอกาสก็ขอให้รีบฉีดวัคซีนกัน และสมุนไพรไทยเช่น ห้าทะลายโตร หรือ กระชาย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง

ด้านนายกนกพล วนาลัย ตัวแทนชุมชนเทศบาลบางแก้ว กล่าวว่า ชุนชนเทศบาลบางแก้วมีประมาณ 10,000 หลังคาเรือน มีประชากรมากกว่า 50,000 คน มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 100 คน ทั้งนี้ ชุมชนฯ ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เกี่ยวกับเรื่องการทำมาหากิน บางคนไม่มีเงินไปซื้อหน้ากากอนามัย ซึ่งในครั้งนี้ บริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัดช่วยนำหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้คนในชุมชนเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย และตนในฐานะตัวแทนของชุมชนเทศบาลบางแก้วต้องขอขอบคุณบริษัทฯ ที่นำหน้ากากอนามัยมามอบให้ประชาชนในพื้นที่เทศบาลบางแก้วด้วย

#SkyMed #SkyCrop #SkyMedNewGen #เมืองเศรษฐกิจพอเพียง #SkyTime #หน้ากากอนามัย #แมส #Covid19 #โควิด19 #สู้ภัย #ไทยชนะ #บางแก้ว #ชุมชน

ฟู้ดแพชชั่น ผนึก บางจาก เสริมแกร่ง

เปิดตัว GON Gang Delivery Hub เพิ่มจุดกระจายสินค้า เผยกลยุทธ์การตลาดแบบรวดเร็ว  สู้ศึกโควิด 19 ล็อกดาวน์ ชูสองโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ จัดตั้งครัวกลาง และจุดกระจายสินค้า ณ ปั้มน้ำมันบางจาก…….

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์ดัง บาร์บีคิวพลาซ่า, จุ่มแซบฮัท, ฌานา, โภชา และ หมูทอดกอคอ โดย คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร ฟู้ดแพชชั่น ประกาศจับมือพันธมิตรหลัก ผู้นำกลุ่มธุรกิจพลังงานชั้นนำของประเทศไทย  บริษัท บางจาก  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยคุณยศธร อรัญนารถ รักษาการผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรค้าปลีก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด 19 ระลอกล่าสุด หลังรัฐประกาศมาตรการยกระดับแบบเข้มข้น และล็อกดาวน์ เพื่อให้ร้านอาหารใน 13  จังหวัดที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าปิดดำเนินกิจการทั้งหมดในระยะเวลา 14 วัน ฟู้ดแพชชั่น ในฐานะผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของไทย จึงเร่งปรับกลยุทธ์แบบรวดเร็ว เปิดตัว “Gon Gang Delivery Hub” ชูสองโมเดลธุรกิจใหม่ ตั้งเป็นครัวกลาง และจุดจอดรถเพื่อกระจายสินค้าในรูปแบบเดลิเวอรรีจัดส่งรายการอาหารจากแบรนด์ในเครือไปยังลูกค้าถึงหน้าบ้านโดยจุดกระจายสินค้าแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ อาคารพาณิชย์สำหรับจัดตั้งครัวกลาง อยู่ซอยรัชดา 32, สรงประภา, จอมทอง, ผ่านฟ้า และเพชรเกษม 63 และจุดจอดรถเพื่อกระจายสินค้าในรูปแบบเดลิเวอรรี ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรก 4 จุด ได้แก่ ปั้มน้ำมันบางจากสาขา พระราม 2, ราษฏร์บูรณะ, สุขาภิบาล 1 และบางใหญ่ เพื่อปักหมุดครอบคลุมทั่วกรุงเทพมหานคร เร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นดับเบิ้ลความพิเศษ ส่งฟรี! ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตร เมื่อสั่งขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป สั่งง่าย ๆ ทาง LINE@GonGang ฟู้ดแพชชั่นพร้อมส่งเมนูความอร่อยถึงหน้าบ้าน ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2664

คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร ฟู้ดแพชชั่น เผยว่า “ฟู้ดแพชชั่น เปิดดำเนินกิจการร้านอาหารอยู่ในห้างสรรพสินค้า และมียอดขายกว่า 90% แน่นอนว่าได้ผลกระทบเต็ม ๆ ทางบริษัทฯจึงเร่งระดมทีมวางแผนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใหม่สำหรับจัดตั้งเป็นครัวกลาง และจุดจอดรถเพื่อกระจายสินค้าในรูปแบบเดลิเวอรรี ภายใต้ชื่อ “Gon Gang Delivery Hub” โดยแบ่งออกเป็นสองโมเดลธุรกิจ ทั้งแบบอาคารพาณิชย์ และจุดจอดรถเพื่อกระจายสินค้าในรูปแบบเดลิเวอรรี สอดคล้องกับการคิดกลยุทธ์การตลาดแบบรวดเร็ว Marketing Disruptions Strategy ซึ่งต้องตรงตามพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงล็อกดาวน์นี้ นอกจากความคิดเร็ว ทำเร็ว บวกกับ Partnerships Relations ของทีมผู้บริหารแล้ว ทำให้เราได้พื้นที่ตั้งครัวกลาง (Cloud Kitchen) อยู่ในทำเลที่ดี บางจากจึงเป็นพันธมิตรหลักสำคัญ สำหรับที่ตั้งจุดหลักในการส่งอาหารแบบเดลิเวอรรี เน้นคุณภาพ ความสะอาด และความอร่อยของเมนูอาหารจากทุกแบรนด์ในเครือฟู้ดแพชชั่น”

“ด้านรายการอาหารมีการคัดสรรเมนูยอดฮิต อาทิ บาร์บีคิวพลาซ่านำเสนอมาใน ชุดกักตัวหมูจุใจ ชุดกักตัวเนื้อหน้าใหญ่ ฯลฯพร้อมบริการยืมเตา ทานคู่น้ำจิ้มบาร์บีคิวดั้งเดิม ให้อารมณ์ปิ้งย่างสไตล์บาร์บีคิวพลาซ่าอย่างแท้จริง ขอบคุณบางจากที่สนับสนุนพื้นที่จุดจอดรถเพื่อกระจายสินค้า บางจากมีความแข็งแรงในกลุ่มธุรกิจพลังงานชั้นนำของไทย โดยปั้มน้ำมันมีทำเลที่ตั้งกระจายอยู่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเชื่อมั่นที่ฟู้ดแพชชั่นจะฝ่าวิกฤติโควิด 19 ในช่วงล็อกดาวน์ 14 วันนี้ ซึ่งหากมีประกาศขยายล็อกดาวน์ เรามีแผนสำหรับการขยายพื้นที่เพิ่มอีกเช่นกัน”

ฟู้ดแพชชั่น  และแบรนด์ในเครือ ขอร่วมส่งกำลังใจไปยังคนไทยทุกคน และเพื่อร่วมธุรกิจร้านอาหารให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน เพราะความไม่หยุดนิ่งทั้งพลังแรงใจ และพลังการขับเคลื่อนองค์กรในทุกสถานการณ์วิกฤติ “ฟู้ดแพชชั่น” จึงเร่งหาพื้นที่ใหม่ให้รองรับกับความต้องการของลูกค้า สำหรับองค์กร หรือผู้สนใจร่วมสนับสนุนพื้นที่ให้เช่า สำหรับจัดตั้งครัวกลาง Cloud Kitchen พื้นที่ 50-80 ตรม. และ จุดจอดรถกระจายสินค้า Delivery Hub พื้นที่ 20-25 ตรม.ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สอบถามรายละเอียด และอัพเดทสาขาให้บริการ Gon Gang Delivery Hub ได้ที่ Facebook: Bar B Q Plaza

ร้านอาหารขายหอยสดชื่อดัง ตะลุยแคมป์คนงานแจกข้าวกล่อง

พร้อมออกลุยช่วยเหลือพี่น้องคนไทยด้วยเช่นกันสำหรับร้านอาหารชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องหอยใหญ่ “ร้านหอยจ๋า อร่อยจี๋” ถึงแม้ว่าตนเองจะประสบปัญหาอย่างหนักเปิดร้านขายของไม่ได้แต่ผู้บริหารสาวเก่ง “ตุ๊กตา- ทิพวรรณ ภูสง่า” มีความห่วงใยต่อพี่น้องคนไทยในพื้นที่สีแดงเขตกรุงเทพมหานคร ออกประกาศพร้อมสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องข้าวกล่องให้กับพี่น้องที่ขาดแคลนผ่าน โครงการ หอยจ๋า อร่อยจี๋ปั นน้ำใจช่วยคนไทยอิ่มท้อง” ขอเพียงติดต่อมาทางเพจหอยจ๋าอร่อยจี๋ ล่าสุด (22/07/2564) ทีมหอยจ๋าอร่อยจี๋หอบข้าวกล่องนับร้อยกล่องบุกแคมป์คนงานย่านแจ้งวัฒนะเพื่อมอบให้กับพี่น้องที่ประสบปัญหา โดยทั้งนี้ บอสตุ๊กตา คนเก่งแจ้งว่า

“ตอนนี้ทางร้านหอยจ๋าอร่อยจี๋เองก็ประสบปัญหายอดตกฮวบมากๆค่ะ จากที่ขายได้หลักแสนต่อคืนเหลือหลักไม่กี่พันบาท เราก็พยายามประคองร้านไปเชื่อว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ร้านเราที่ประสบปัญหาทุกร้านกระทบหมดค่ะ แต่ถึงแม้ว่าร้านเราจะมีปัญหาเรื่องยอดขาย แต่เมื่อเรามองไปรอบนอกเราเห็นพี่น้องคนไทยมากมายกำลังประสบปัญหาหนักกว่าเรา และสิ่งที่เราทำได้คือเราในฐานะร้านอาหาร เรามอบข้าวกล่องให้คนที่มีปัญหาไม่ได้ทำงานและกักตัวผ่าน“โครงการหอยจ๋าอร่อยจี๋ปันน้ำใจช่วยคนไทยอิ่มท้อง” อาทิ กลุ่มคนงานแคมป์ต่างๆซึ่งล่าสุดเพิ่งไปมอบข้าวกล่องให้คนงานที่แคปม์คนงานย่านแจ้งวัฒนะ ซึ่งเราดีใจที่ได้เป็นผู้ให้ ถึงแม้ไม่มากมายอะไร แต่เราภูมิใจค่ะ เราทำธุรกิจอาหารเราได้มอบมื้ออาหารอร่อยๆให้เขา เรามีความสุขแล้ว ชุมชนไหน แคมป์คนงานไหนอยากให้เราช่วยเหลือเรื่องข้าวกล่องตุ๊กตายินดีนะคะ คอมเม้นท์มาที่เพจหอยจ๋าอร่อยจี๋ ได้เลยค่ะ เราคนไทยด้วยกันช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยค่ะ ”

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โครงการ หอยจ๋า อร่อยจี๋ปันน้ำใจช่วยคนไทยอิ่มท้อง ติดต่อได้ที่ FB Page หอยจ๋า อร่อยจี๋

“ดีเจ.ต้นหอม-กอล์ฟ อัครนันท์” ปันน้ำใจ บริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน

กำลังใจ คือ สิ่งสำคัญ เราจะผ่าน โควิด -19 ไปด้วยกัน ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และ กอล์ฟ อัครนันท์ 2 ซีอีโอ แบรนด์ Hira Blue ที่มักจะออกมาช่วยเหลือทผู้คน และตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงนี้มีวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนัก ยอดติดเชื้อเพิ่มขึ้นนิวไฮต่อเนื่อง! ทำให้เกิดปัญหาเตียงขาดแคลนผู้ป่วยโควิดหลายคนยังคงต้องรอเตียงนานหลายวัน ล่าสุด “ดีเจ.ต้นหอม และ กอล์ฟ อัครนันท์” ก็ไม่นิ่งนอนใจ มองเห็นปัญหาตรงนี้จึงขอเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสู้วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้  บริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน 20 เครื่อง เพื่อเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนตามบ้านเรือนและรพ.สนาม ผู้ป่วยกึ่งวิกฤติต่อลมหายใจผู้ป่วยโควิด-19 โดยเครื่องผลิตออกซิเจนนี้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจ หรือผู้ที่ต้องการออกซิเจนเนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำซึ่งเป็นอาการหลักของผู้ติดเชื่อโควิด-19

โดยเป้าหมายหลักคือการช่วยผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ เตียงเหลือง ให้ฟื้นฟูอาการจนกลายเป็นผู้ป่วย เตียงสีเขียว และขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ และคนไทยทุกคน มีแรงสู้ และผ่านวิกฤตโควิด 19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน

Scroll To Top